ปีที่แล้วเราเพิ่งเลิกกับคนรักที่คบหากันมาได้ 5 ปี
คนที่เราบอกหลายคนว่านี่คือคนสุดท้าย..หรือถ้าต้องจบกับเค้า เราก็ไม่คิดจะมีใครใหม่
ช่วงแรกๆที่เลิกกัน เรารู้สึกเศร้าน้อยมาก (จะเศร้ามากเฉพาะเย็นวันศุกร์หลังเลิกงาน ที่ไม่มีนัดเสวนากับใคร
แล้วมันจะโดดเดี่ยวมาก..เราเรียกมันว่า Friday night effect)
ต่อมาเกิดรู้ว่าเค้ากำลังเริ่มต้นกับคนใหม่..มันทำให้เราสารสื่อประสาทในสมองเราปั่นป่วนได้ในเสี้ยววินาที
โทรไปหาเค้า..แล้วก็พูดวนๆ ให้เรากลับมาคบกัน..พูดซ้ำๆ อยู่สิบชั่วโมง..แล้วก็ถูกปฏิเสธทุกครั้งด้วย
สุดท้ายก็มีเหตุผลที่เค้าบอก คือ เค้าอยากเริ่มต้นใหม่ อยากมีครอบครัว อยากมีลูก
เหตุผลที่ดูจะมีเหตุผลมากกว่าอารมณ์
มันทำให้รู้สึกว่าเราได้กลายเป็นคนทุพพลภาพของโลกใบนี้ไปแล้ว
ย้อนกลับไปสมัยเด็กๆ เราไม่เคยคิดว่าความรักของเพศเดียวกันจะได้รับการยอมรับ แม้แต่ครอบครัวเราก็ไม่กล้าเปิดเผย
เลยพยายามปัดมันทิ้ง โดยไม่เริ่มต้นหรือจริงจังกับใคร
เคยดูฮอร์โมน season3 ตอนที่ดาวปฏิเสธก้อย แล้วมันจุกมาก
แต่พอเราพร้อมจะจริงจังและเป็นฝ่ายถูกปัดทิ้ง
มันเลยกลายเป็นแผลที่ invasive ไปหลายชั้น และไม่พร้อมจะรับการบำบัดใดๆ ทั้งนั้น
คืนวันสิ้นปี..มันเป็นคืนหนึ่งที่ผ่านไปได้อย่างทรมาน
โดยมีการส่งข้อความ HNY หาเพื่อนและการสวดมนต์ข้ามปีช่วยให้เวลาผ่านไป
ซึ่งเราก็ได้รับกำลังใจดีมากๆ จากคนรอบข้าง
จนถึงวันหยุดสงกรานต์ปีนี้ เราเอาข้อความที่เพื่อนส่งให้ในช่วงปีใหม่มาเขียนซ้ำ
เพื่อ..ฆ่าเวลา..และให้กำลังใจตัวเองอีกครั้ง
3 เดือนกว่าที่ผ่านมา ในช่วงที่เศร้าๆ หรือคิดถึงเค้าเราจะใช้การเขียนความรู้สึกใส่สมุดบันทึก
เรียกว่า จดหมายถึงตัวเองในอนาคต
รวมไปถึงกระทู้นี้ ก็คงจะเป็นจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ฉบับหนึ่ง ในช่วงความทรงจำนี้
ตอนนี้เราก็ยังพยายามหาทางทำให้ตัวเองดีขึ้น เพราะไม่อยากเป็นภาระเพื่อนหรือคนรอบข้าง
ช่วงเวลาที่ผ่านมาอาจจะบรรเทาเราบ้างในส่วนของเหตุผลและการรับรู้
คือเราได้รู้ถึงความไม่เที่ยง สิ่งที่ไม่ใช่ของเรา สิ่งที่เราไม่สามารถบังคับได้
แต่สิ่งที่ยังไม่หายคือความเศร้า ที่ไม่รู้จะบังคับมันได้อย่างไร
เพลงเศร้าที่เหมือนก่อนฟังแล้วรู้สึกว่าเป็นเพลงเพราะ แต่ตอนนี้มันทำหน้าที่เรียกน้ำตา
บางทีก็ยังคิดถึง คิดจนปวดหัว และต้องแก้ด้วยการนอนให้มันจบๆ ไป
เรื่องบนเตียงที่เคยอยู่ด้วยกัน ก็ยังแวบเข้ามาให้ชวนกระอักกระอ่วน
เวลาอาจจะกำลังเยียวยาเราด้วยการชดใช้ความผิดที่เคยทำกับคนรักก่อนหน้า
ความรักครั้งนี้มันเริ่มต้นด้วยความทรมาน (เพราะความคิดถึง)
และจบด้วยความทรมานยิ่งกว่า (เพราะความคิดถึง..ข้างเดียว)
ขอบคุณ Pantip ที่มีห้องบางรัก..ห้องที่เมื่อก่อนงงว่าทำไมต้องมี ตอนนี้ได้เข้ามาใช้บริการทุกวัน เพื่อสังหารเวลา
ขอบคุณทุกท่านที่แวะเข้ามาอ่าน ขอให้มีรักดีๆค่ะ
จดหมายถึงตัวเองในอนาคต..เอาคำนี้มาจากเพลงนี้ค่ะ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
เพลงนี้มันเศร้า ไม่รู้ว่ามีใครคิดเหมือนเราไหม เราคิดมาตลอดว่ามันหมายถึงความรักของมิวที่ถูกแม่ของโต้งปฏิเสธ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ด้วยความอ่อนภาษาอังกฤษ เคยคิดว่านี่คือเพลงรักโรแมนติก
จนไม่กี่เดือนได้ฟังในวิทยุแล้วรับรู้ถึงความเศร้า จึงได้หาเนื้อเพลงมาอ่าน..เจ็บจี๊ดเลย
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
จากปีใหม่ถึงสงกรานต์..มาสำรวจความแข็งแรงของหัวใจตัวเอง...
คนที่เราบอกหลายคนว่านี่คือคนสุดท้าย..หรือถ้าต้องจบกับเค้า เราก็ไม่คิดจะมีใครใหม่
ช่วงแรกๆที่เลิกกัน เรารู้สึกเศร้าน้อยมาก (จะเศร้ามากเฉพาะเย็นวันศุกร์หลังเลิกงาน ที่ไม่มีนัดเสวนากับใคร
แล้วมันจะโดดเดี่ยวมาก..เราเรียกมันว่า Friday night effect)
ต่อมาเกิดรู้ว่าเค้ากำลังเริ่มต้นกับคนใหม่..มันทำให้เราสารสื่อประสาทในสมองเราปั่นป่วนได้ในเสี้ยววินาที
โทรไปหาเค้า..แล้วก็พูดวนๆ ให้เรากลับมาคบกัน..พูดซ้ำๆ อยู่สิบชั่วโมง..แล้วก็ถูกปฏิเสธทุกครั้งด้วย
สุดท้ายก็มีเหตุผลที่เค้าบอก คือ เค้าอยากเริ่มต้นใหม่ อยากมีครอบครัว อยากมีลูก
เหตุผลที่ดูจะมีเหตุผลมากกว่าอารมณ์
มันทำให้รู้สึกว่าเราได้กลายเป็นคนทุพพลภาพของโลกใบนี้ไปแล้ว
ย้อนกลับไปสมัยเด็กๆ เราไม่เคยคิดว่าความรักของเพศเดียวกันจะได้รับการยอมรับ แม้แต่ครอบครัวเราก็ไม่กล้าเปิดเผย
เลยพยายามปัดมันทิ้ง โดยไม่เริ่มต้นหรือจริงจังกับใคร
เคยดูฮอร์โมน season3 ตอนที่ดาวปฏิเสธก้อย แล้วมันจุกมาก
แต่พอเราพร้อมจะจริงจังและเป็นฝ่ายถูกปัดทิ้ง
มันเลยกลายเป็นแผลที่ invasive ไปหลายชั้น และไม่พร้อมจะรับการบำบัดใดๆ ทั้งนั้น
คืนวันสิ้นปี..มันเป็นคืนหนึ่งที่ผ่านไปได้อย่างทรมาน
โดยมีการส่งข้อความ HNY หาเพื่อนและการสวดมนต์ข้ามปีช่วยให้เวลาผ่านไป
ซึ่งเราก็ได้รับกำลังใจดีมากๆ จากคนรอบข้าง
จนถึงวันหยุดสงกรานต์ปีนี้ เราเอาข้อความที่เพื่อนส่งให้ในช่วงปีใหม่มาเขียนซ้ำ
เพื่อ..ฆ่าเวลา..และให้กำลังใจตัวเองอีกครั้ง
3 เดือนกว่าที่ผ่านมา ในช่วงที่เศร้าๆ หรือคิดถึงเค้าเราจะใช้การเขียนความรู้สึกใส่สมุดบันทึก
เรียกว่า จดหมายถึงตัวเองในอนาคต
รวมไปถึงกระทู้นี้ ก็คงจะเป็นจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ฉบับหนึ่ง ในช่วงความทรงจำนี้
ตอนนี้เราก็ยังพยายามหาทางทำให้ตัวเองดีขึ้น เพราะไม่อยากเป็นภาระเพื่อนหรือคนรอบข้าง
ช่วงเวลาที่ผ่านมาอาจจะบรรเทาเราบ้างในส่วนของเหตุผลและการรับรู้
คือเราได้รู้ถึงความไม่เที่ยง สิ่งที่ไม่ใช่ของเรา สิ่งที่เราไม่สามารถบังคับได้
แต่สิ่งที่ยังไม่หายคือความเศร้า ที่ไม่รู้จะบังคับมันได้อย่างไร
เพลงเศร้าที่เหมือนก่อนฟังแล้วรู้สึกว่าเป็นเพลงเพราะ แต่ตอนนี้มันทำหน้าที่เรียกน้ำตา
บางทีก็ยังคิดถึง คิดจนปวดหัว และต้องแก้ด้วยการนอนให้มันจบๆ ไป
เรื่องบนเตียงที่เคยอยู่ด้วยกัน ก็ยังแวบเข้ามาให้ชวนกระอักกระอ่วน
เวลาอาจจะกำลังเยียวยาเราด้วยการชดใช้ความผิดที่เคยทำกับคนรักก่อนหน้า
ความรักครั้งนี้มันเริ่มต้นด้วยความทรมาน (เพราะความคิดถึง)
และจบด้วยความทรมานยิ่งกว่า (เพราะความคิดถึง..ข้างเดียว)
ขอบคุณ Pantip ที่มีห้องบางรัก..ห้องที่เมื่อก่อนงงว่าทำไมต้องมี ตอนนี้ได้เข้ามาใช้บริการทุกวัน เพื่อสังหารเวลา
ขอบคุณทุกท่านที่แวะเข้ามาอ่าน ขอให้มีรักดีๆค่ะ
จดหมายถึงตัวเองในอนาคต..เอาคำนี้มาจากเพลงนี้ค่ะ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
เพลงนี้มันเศร้า ไม่รู้ว่ามีใครคิดเหมือนเราไหม เราคิดมาตลอดว่ามันหมายถึงความรักของมิวที่ถูกแม่ของโต้งปฏิเสธ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ด้วยความอ่อนภาษาอังกฤษ เคยคิดว่านี่คือเพลงรักโรแมนติก
จนไม่กี่เดือนได้ฟังในวิทยุแล้วรับรู้ถึงความเศร้า จึงได้หาเนื้อเพลงมาอ่าน..เจ็บจี๊ดเลย
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้