เราเป็นคนโง่หรือไร้ความรู้สึกหรือไบโพล่าร์หรือประสาทอะคะ ??

กระทู้คำถาม
เราเป็นคนที่ไม่ค่อยโกรธคน ไม่นินทาคนอื่น ไม่พูดหรือทำให้คนเสียใจ และไม่รู้ว่าใครไม่ชอบหรือเกลียดตัวเราด้วย  เป็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็กเลย แม่กับน้องเราถึงกับส่ายหัวเลยว่าเรานี่โง่ซ้ำซาก โง่แต่ไหนแต่ไร อ่อนแอไม่มีความเป็นผู้นำ ที่เราสังเกตตัวเองคือ เราขี้สงสาร สงสารคนลำบากสงสารสัตว์ ไม่อยากเห็นใครเสียใจ เราชอบคบเพื่อนที่โดนแบน ด้วยความที่เราไปไหนมาไหนคนเดียวจึงอิสระจะคบใครก็ได้ แต่การที่เราไปไหนมาไหนคนเดียวแต่เด็กทำให้ตอนประถมครูก็มองว่า เราเข้าสังคมไม่ได้ แต่คือเราแค่ไม่ชอบสิ่งที่เพื่อนเขาเล่น และเราไม่ถนัดจะตามเพื่อน
    
การเลี้ยงดู: เราโตมาแบบไม่ค่อยถูกสปอยจากปู่ย่าเท่าไหร่ น้องสาวเราเป็นหลานรัก อยากได้อะไรได้ตลอด ตอนเด็กๆ ปู่ย่าเลี้ยงมาแล้วค่อยมาอยู่กับพ่อแม่ตอนป.3 อยู่ๆ กันไปก็เห็นอาการแม่ไม่ปกติ เหมือนแม่เราเป็นโรคประสาท ชอบกุเรื่องแต่งเรื่อง ชอบคิดว่าไม่มีใครรัก ชอบพูดจาเชิงน้อยใจตายายป้าน้า ชอบตบตีลูกหน้าบ้านเพื่อให้คนมอง เป็นมาตลอด การเลี้ยงดูแบบนี้ทำให้เรามีนิสัยแปลกๆ เรากลัวเราจิต การที่แม่เราเป็นแบบนี้ ตั้งแต่เรายังเด็ก เราจะไม่สามารถแสดงพฤติกรรมแท้จริง รีแอคชั่นต่อเหตุการณ์ที่เกิดได้ อธิบายก็คือเถียง เขาไม่ฟัง สั่งให้เงียบ ห้ามชักสีหน้าใส่อารมณ์  เราจึงนิ่งมากๆๆ นิ่งจากการกดอารมณ์ แววตาก็นิ่ง แม้นิ่งก็ยังถูกตี แม่จะว่าไม่สำนึก เถียงก็ไม่ได้ ถูกตบล้มกับพื้นแน่นอน  

สภาพแวดล้อมตอนนั้น ตั้งแต่ประถมจนจบม.6 ไม่มีเน็ต ไม่มีมือถือ มีแต่ทีวีที่พังแหล่ไม่พังแหล่ เป็นแบบนี้มาจนเราเข้ามหาลัย เราก็สอบติดม.ดัง แม่เราก็เอาไปข่มป้า เพราะพี่สาวเราเรียนราม เราไม่ชอบเพราะเรากับพี่รักกันดี ส่วนแม่กับป้าตีกันตลอด พอติดมหาลัยเราก็อยู่หอ ตอนปี 1เรามีปัญหากับเพื่อนเฮดคณะ คือเพื่อนเรานี่แหละ กลุ่มเราเป็นเฮดกัน กินนู่นเฮนี่กัน เราก็คิดแหละว่าเราฝืนกับกลุ่มนี้ไม่ได้ บอกว่าไม่มีเงินไปกิน ยังโฟกัสเรื่องความจนของเพื่อน ก็คิดดีแล้วว่าออกมาเหอะ ก่อนจะยื้อแล้วออกยาก มันเป็นสภาพที่เพื่อนไปกินเลี้ยงกัน ไม่ชวนเรา นี่เราเกทว่าอาจจะเคยชวนไปหลายที่แล้วไปไม่ได้ตลอด เลยไม่ชวน แต่ติวหนังสือแล้วไม่ชวนนี่เราคิดแหละว่า น่าจะไม่เอาเราจริงๆ แล้วล่ะ คือให้เราเข้าเรียนไปอัดเสียงอาจารย์ ทำสรุปวิชานั้นมาให้พวกนางดู พวกนางไปเรียนพิเศษมาด้วยนะ มีชีทเรียนพิเศษ ชีทแนวข้อสอบจากรุ่นพี่เป็นปึกๆ แต่ไม่บอกเราสักคำเดียวว่ามี!  ก็ออกมาแบบไม่สวย ไปตายเอาดาบหน้าดีกว่าทนเป็นเบ๊เค้าต่อไป เราไม่รู้ว่าลับหลังเราเกิดอะไรขึ้น แต่สิ่งที่เกิดคือเราถูกแบนไม่มีคนคบ ทำอะไรคนก็มอง งานคู่ก็ไม่มีคู่ ต้องรอคนเหลือ ออกไปพรีเพื่อนก็ไม่ปรบมือ  ถ้าโชคร้ายหน่อยกลุ่มที่เคยอยู่ก็ส่งเสียงหัวเราะ  เราร้องไห้ทุกวัน กลับบ้านก็ลุ้นมาว่าแม่จะอาละวาดมั้ย พ่อจะเอาอะไรมาด่า กลับมามอก็เจออะไรเดิมๆ เราเล่าให้พ่อฟังว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูกสาวพ่อคนนี้ พ่อก็ว่าเป็นเพราะตัวเรามองโลกแง่ร้าย ไล่ให้ไปปรับทัศนคติใหม่ อย่าโทษคนอื่น

แล้วแม่เราชอบอาละวาดทำลายข้าวของ เฉลี่ยอาทิตย์ละครั้ง ตลอดสิบปี แต่แต่ละครั้งพ่อไม่เคยรู้ เพราะแม่จะไปใส่สีลับหลังเรากับพ่อว่าไม่เราทำก็น้องทำ อย่างแม่เราปาจานทิ้ง แม่ก็บอกว่าเราซุ่มซ่ามทำเอง พ่อไม่เคยมาถามความจริง จะฟังจากแม่ ถือว่าพ่อทำงาน แม่ลูกสามคนปกครองกันเอง จะฟ้องก็ไม่ได้ แม่เราเกาะพ่อ 24 ชั่วโมงขนาดนั้น คำโกหก เรื่องที่แม่กุขึ้นมันสะสมเรื่อยๆ จนพ่อมองเรากับน้องแบบไม่คาดหวังอะไรแล้ว แต่ไม่เคยรู้ความจริงสักอย่าง  คาดหวังให้เราออกมาเป็นเด็กอัจฉริยะ แต่การเลี้ยงดูมันไม่มีทาง นี่เราใช้มุมมองเราในวุฒิภาวะปัจจุบันมองกลับไป พ่อแม่เราเอาเราไปเทียบกับข้อดีของคนอื่น เพื่อนเราคนนึงที่นางเรียนเตรียมใหญ่ เจอกันที่เรียนพิเศษ เพื่อนคนนี้พูดอังกฤษได้ดี จีนก็พูดได้ แต่นางเรียนประถมถึงมัธยมต้นคือนานาชาติ พูดจีนได้แน่นอนเพราะพ่อนางเป็นลูกครึ่ง ย่าเป็นคนจีนแท้แมนดาริน บ้านเขาไฮโซค่ะ เราก็บอกไปว่าแบบนี้ พ่อแม่เราก็ว่าเรา หาว่าจะโทษพ่อแม่โดยไม่ก้มมองตัวเองว่าเหลวแหลกแค่ไหน ทำไมไม่สนใจแค่ที่เขาพูดอังกฤษได้พูดจีนได้ เอาแค่นี้ ทำไมไม่เป็นเหมือนเขา จะไปสนใจทำไมว่าเขารวย พ่อแม่เราจะชอบเอาข้อดีแต่ละคนมายัดลงที่เรา ห้ามมีข้อเสียผุดขึ้นมา อยากให้เราเพอร์เฟ็ค แต่เข้าใจนะ พ่อแม่อยากให้ลูกออกมาดี โตมามีคุณภาพ

มาปัจจุบันนี้ ตัวเราเองเป็นไรไม่รู้อะ เหมือนเราเป็นคนเซ้นซิทีฟมากๆๆ เหมือนไบโพล่าร์ เหมือนเก็บกด เหมือนมธุสร คือต่อหน้าทุกคนเราคือคนใจเย็น  ใจดี น่าคบ ที่น่าคบเพราะเราสนองได้ถูกใจ เราเดาใจออกว่าคนนี้ต้องการอะไร เข้ามามาไม้นี้ จะเอาอะไร คนแบบนี้วางตัวยังไง และเป็นในคนอย่างที่เขาต้องการ จนเราไม่รู้แล้วว่าเราคือใคร การมาอยู่มหาลัยทำให้เราเปลี่ยนไปมาก ยิ่งเรามาเจอปัญหาอีกด้านที่เกิดจากคนนอกกระทำ สำหรับเราๆ ถูกพ่อแม่กระทำให้เสียใจเป็นร้อยๆ ครั้ง ไม่เท่าคนนอกทำกับเราแค่ครั้งเดียว ปกติเราไม่ชอบทะเลาะใครยอมได้ยอม แต่เรื่องถ้าเรื่องไม่ให้เกียรติกันเรายอมเสียงดังเพื่อทะเลาะ พอเกิดเรื่องถูกแบน เราก็เปลี่ยนไปจนเพื่อนมัธยมที่เราสนิทมากที่สุดทัก เพื่อนก็ร้องไห้ละบอกเราไม่เหมือนเดิม เราไม่ใช่…(ชื่อเรา) เรามาสังเกตว่าเราดัดจริตขึ้น สร้างบุคลิกที่ควรเป็น เพราะพื้นฐานเราจริงๆ คือชอบอยู่คนเดียว เพื่อนคนที่สนิทสุดก็เหมือนเรา คบกันมาเกือบสิบปี น้องสาวเราอีกคนก็เหมือนเราแต่น้องเราจะโต้ตอบพ่อแม่ออกไปจริงๆ ไม่พอใจคือไม่พอใจ แต่เราเก็บอารมณ์ เงียบมาตลอดสิบปี น้องเราจะโดนหมายหัวหนักกว่าเรา และถูกตบบ่อยมาก และจะมีแค่สองคนนี้ที่เราให้ใจ และฟรีอะ คือไม่อึดอัดที่จะอยู่ด้วย เราสามารถนั่งเงียบกับน้องสาวเราและเพื่อนคนนี้ได้เป็นชั่วโมงแบบไม่คุยกัน ไม่โกรธกัน นั่งมองนู่นนี่เรื่อยๆ สมัยยังไม่เป็นสังคมก้มหน้าก็เป็นแบบนี้ ซึ่งเพื่อนมหาลัยไม่มีใครเหมือนเขา เราก็ปรับตัวไปเยอะเหมือนกัน  ก็เข้าใจว่าคนละคน แต่เรารู้สึกเหมือนเราเมคบุคลิก มันมากกว่าปรับตัวให้เข้าสถานการณ์อะค่ะ เราก็อธิบายไม่ถูก

แล้วที่พีคมากๆ จนเราคิดว่าเราไม่ปกติแล้วคือ 4 ปีที่แล้ว คือตอนเราปี 1 กำลังโดนแบนจากเพื่อนๆ ที่น่ารักเลย พ่อเราก็มีเมียน้อย เราก็ไม่มีอารมณ์โกรธเกลียดแค้นตามแม่กับน้องเลยกับการมีเมียน้อยของพ่อ อาจเพราะตอนนั้นเราถูกเพื่อนแบนหรือเปล่า เพราะเป็นจุดที่ทำให้เราเป็นคนเปลี่ยนความคิดไปเลย และสองเหตุการณ์ทำให้เราแบบไม่คาดหวังอะไรกับใครอะ พ่อแม่ก็หวังอะไรไม่ได้ หวังคือหวังจะพึ่งพาทางจิตใจ ในฐานะลูก ทุกบ้านพ่อแม่คือผู้ปกครอง คุ้มหัว ป้องกันภัย แต่เรานี่แบบก็บอกตัวเองว่าหาที่ร่มเองเหอะ ที่จะเล่านี่เราขอโทษนะคะถ้าใครไม่พอใจ เราจะเล่าตามจริง เรามาปรึกษา

ทุกครั้งที่แม่น้องนั่งด่าเมียน้อยกันสองคน เราจะเงียบและยิ้มแบบไม่รู้สิ เพราะอ้าปากพูดไปก็โดนด่า คือไม่รู้จริงๆ พูดคำไหนแล้วไม่โดนด่ามั้ง บอกว่าแม่ใจเย็นอย่าคิดมากก็โดน บอกว่าตอนนี้ผู้หญิงคนนั้นก็เจ็บปวดอยู่เหมือนกัน ก็โดน เราพยายามสื่อแล้วนะว่าผู้หญิงคนนั้นได้รับความเจ็บปวดเหมือนแม่ ไม่มีใครมีความสุขไปกว่าใคร เขาไม่ได้ชนะ เพราะพ่อรักครอบครัว และไม่มีทางเลิกกับแม่ พ่อพูดกับแม่แบบนี้ พูดกับเรากับน้อง การกระทำก็ชัดเจนว่าไม่ไป และห่างกับคนนั้นมาตลอด เราแอบอ่านแชทพ่อกับเมียน้อย การคุยก็ลดลงมาเรื่อยๆ จนทุกวันนี้ไม่เห็นแชทนางอีกแล้ว และแม่เราก็รักกับพ่อดี ทุกวันนี้

แต่วันก่อนคือเสื้อพ่อหาย แต่จริงๆ เราจิ๊กมาใส่แล้วไม่ซักคืน แม่ก็บอกว่าเสื้อพ่อหายไป 2 ตัว สงสัยอิเปร_ นู้นขึ้นมาหา แล้วเอาเสื้อแม่ไปทิ้ง เราก็บอกว่าแม่อย่าว่าเขาเลย เดี๋ยวไปคิดเรื่องเดิมอีก ทุกวันนี้ก็ดีแล้ว แม่เราก็ด่าเราว่ามึ_ไม่ต้องมาโง่แถวนี้ ไม่ต้องอธิบายความคิดมัน ไม่อยากรู้ รู้แต่มันเปร_ เรารู้ว่ามันเจ็บนะ น้องเราอะบอกว่าพี่มันเจ็บนะ น้องเรามีแฟนค่ะ มันบอกว่ามันจินตนาการว่าเป็นแฟนมันมีคนอื่นมันก็ร้องไห้แล้ว นี่แม่กับพ่อคบกันมายี่สิบกว่าปี ลำบากมาด้วยกัน ถ้าพี่มีแฟนแล้วพี่รักเค้าก็จะรู้ เราไม่เคยมีแฟนหรือเปล่า เราจึงไม่มีความรู้สึกเจ็บแค้น เกลียดชัง เรารู้สึกเฉยๆ กับเมียน้อย มายืนตรงหน้าก็คงแค่ไม่ทักทาย แต่น้องเรามันบอกว่าจะกระโดดตบ แต่สิ่งที่เรารู้สึกคือเราไม่โอเคที่เห็นแม่เราเจ็บปวดขนาดนี้ แรกๆ นี่แม่เราฟูมฟายมาก เราก็ทำได้แค่บอกให้แม่ใจเย็น บอกแค่มันจะผ่านไป วันนี้แม่มีทุกข์ พรุ่งนี้แม่จะสุข อีกวันแม่ก็ทุกข์ ขึ้นๆลงๆ ก็บอกตัวเองไว้ว่ามันคือความรู้สึก มันจะผ่านไป แรกๆ เราก็โดนด่านะ โดนไล่ แต่เข้าใจแหละ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ เราเข้าใจว่าแม่โกรธ แต่เราไม่อินอะ

เราเป็นอะไรอะคะ เป็นโรคจิตมั้ย ต้องไปหาหมอมั้ย ที่เล่าเยอะนี่อยากให้นึกภาพออก ลามาตั้งแต่การเลี้ยงดู  แต่เราก็ไม่รู้จะคุยอะไรกับหมออะ แต่เรากลัวเราบ้า กลัวเราเป็นแบบแม่ เพราะเราเคยทะเลาะกับเพื่อนในกลุ่ม เราทนให้เขานั่งว่าถากถางเรา 2 ประโยค พอประโยค 3 เราเลยจัดเซตใหญ่คอมโบ จากคนเรียบร้อยใสๆ จากมธุสรกลายเป็นรุ้งทันที ด่าขึ้นกูมึ_ เลยแหละ ปกติพูดเค้าแก เราเป็นคนด่าหยาบไม่เป็น แต่ด่าให้เจ็บเป็น ด่าเจ็บพอสมควรเลยแหละ แล้วด่ากันในห้องเรียน รออาจารย์เข้าสอน ถือเป็นการโชว์ศักยภาพละกัน เพื่อนเรามันเปิดเสียงดังใส่เราเอง พอด่าเสร็จก็มานั่งคิดว่าเหมือนแม่เวลาเหวี่ยงมาก แม่เราไม่ค่อยยอมคน เราเคยเห็นแม่ด่าคนอื่น ท่าทางเหมือนเราด่าเพื่อน เข้าใจนะว่าต้องด่าบ้าง เพราะเพื่อนคนนี้นั่งว่าเราเสียงดังแบบไม่ให้เกียรติกันเลย เพื่อนอีกคนก็มาถามว่าเป็นอะไรมากมั้ย บอกว่าเราเหมือนผีเข้าเลย เพื่อนในห้องก็ดูตกใจพอสมควร คนทีถูกด่าก็หน้าซีด เพราะคนนี้จะเก่งแต่ปาก เก่งเฉพาะเพื่อนที่ไม่สู้คน ด่าสวนไปก็คงไม่มีเหตุการณ์แบบนี้อีกแล้ว

ขอบคุณมากค่ะ ดูเลวในสายตาใครก็ขออภัยด้วย เราก็อยากเหมือนคนอื่นเหมือนกัน ^^
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่