มั่นใจว่าแม่ผมถูกโกงครับถ้าใช้ตามหลักเหตุผล รบกวนผู้รักความยุติธรรมช่วยแสดงความคิดเห็นด้วยครับ

กระทู้คำถาม
รบกวนท่านผู้รักความยุติธรรม ช่วยแสดงความคิดเห็นหน่อยครับว่า ใครทำถูกทำผิดครับ

มรดกของพี่น้องผมที่ได้จากตายายของแต่ละคน
1.พี่ชายคนโต ได้นา 10 ไร่   และมีบ้านของตนเอง และที่ดินริมถนนที่พึ่งให้ลูกสาวข้าราชการคนโตปลูกบ้าน มีอาชีพทำแตรกับคนที่สร้างโรงรถทับที่ดินแม่ผม
2.พี่สาว ได้นา 10 ไร่   แต่เอาไปขายจนหมด ยายบ่นเสียดาย  มีบ้านริมน้ำ ที่ตอนนี้ลูกชายเขาครอบครอง แต่ไม่มีโฉนด เพราะติดจำนองกับคนรู้จัก มีลูกหลาน รวม 10 คน
3.แม่ผม ตายายส่งเรียน เป็นข้าราชการ ได้มรดก เป็นบ้าน และที่ดินจากยาย  (กู้บ้านยายจากธกศ. มาแล้วและหวังจะอยู่ยามเกษียญ)
4.น้องชายแม่ ตายายส่งเรียน แต่หนีกลับบ้าน และกลับไปส่งตัวเองเรียนเองตอนโต แม่แบ่งที่ดินขายผ่อนให้ริมน้ำให้ และมีบ้านอยู่ กทมด้วย
5.น้องชายคนเล็กสุด เอาเรียนมากเป็นตัวอย่างให้ลุกหลานในตระกูล ทำงานการบินไทย หัวหน้า ทำแผนกล้อเครื่องบิน ไม่ได้ได้มรดกอะไร แต่ตายายได้ส่งให้เรียนจนมีอนาคตที่ดี มีเงินได้โบนัสเป็นแสนๆ


ประวัติของที่ดิน (ที่แม่ผมได้มา)
1.ยายผมมีบ้าน 2 หลังติดกัน ที่ดินสามผืนติดกัน ได้บอกทุกคนว่าเอาบ้านให้แม่ผม เพราะเป็นลูกผู้หญิงตามธรรมเนียมโบราณ (ยายมีลูก ชาย5 หญิง 2)
2.ปี40 พี่สาวแม่กับเขย นำโฉนดที่ดินสามผืนที่ติดกัน ไปจำนอง ธกศ. 2ผืน  ส่วนบ้านริมน้ำของพี่สาวแม่เอาไปจำนองกับคนรู้จัก!(ยายก่อนจากไปบอกเสมอว่าเกลียดเขยของพี่สาวแม่จัง!จนยายจากไป)
3.พี่สาวแม่ไม่สามารถส่งที่ดินได้ จึงถูก ธกศ ยึด  ไม่มีใครรู้จนกระทั้ง ปี48 ที่ดินธกศ. แจ้งมา
4.พี่ชายแม่ผมคนโตสุด  นัดน้องๆทุกคนหารือว่า ใครจะเป็นคนไถ่มา ใครจะเอา ทุกคนยังไม่พร้อมเรื่องเงิน เว้นแม่ผมที่มีเงินสด ...แม่ผมจึงบอกทุกคนว่า...หนูเอาที่ดินเอง.. ..เพราะยายบอกให้บ้านกับแม่ผม  และแม่ผมหวังว่าปลดเกษียญอายุราชการแล้วจะไปพักพิง (และพี่น้องแม่ทุกคนก็ยืมยอมเซ็นให้ไปกู้โฉลด 2 โฉลดกลับมาจาก ธกศ.)
5.ญาติทุกคน และชาวบ้านรู้ว่า  ที่ดินและบ้านได้เป็นของแม่ผมนับแต่บัดนั้นมา  และแม่ได้แบ่งขายให้กับน้องชายไปถูกๆแบบผ่อน ผ่านไปสองปียังผ่อนไม่ครบ หายเงียบ  แม่ไปทวงก็โกรธแม่ผม? ผมว่าน้องชายแม่เห็นแก่ตัวไปหน่อย จากนั้นน้องชายแม่จึงรีบมาคืนจนครบ และเขาไม่คุยด้วยกับแม่ผม 2 ปี

เหตุการณ์ที่โดนโกง(พิจารณาจากเหตุผลแล้ว)
1.ลูกพี่สาวแม่ มี 2 คน ชายคนโตเคยค้ายาบ้า เสพยา แต่รอดคุกมาได้เพราะเข้าโครงการของรัฐบาลที่ให้ผู้เสพกลับใจ ได้มีลูก2 คน   น้องสาวคนเล็กมีลูก4 คน สามีกินเหล้า สุบบุหรี่ทุกวัน
2.ลูกสาวของพี่สาวแม่ ได้นำสามีกับลูก4คน มาอยู่บนบ้านแม่ผม(แม่พูดไม่ออกเพราะเห็นแก่ญาติ พี่สาวแม่และเขยก็เห็นดีเห็นงามให้ลูกสาวตัวเองมาอยู่ในบ้านของแม่ผม  และขอแม่ผมเข้าทะเบียนบ้าน แต่แม่ผมไม่ได้ให้เข้า เพราะคิดว่าแค่ช่วยเหลือให้อยู่พักพิงนี่ก็ดีแค่ไหนแล้วจะมาขอเข้าทะเบียนบ้านอีก)
พอผมกับแม่ส่งไลน์ไปบอกว่า...พอจะขยับขยายได้ไหม ไปต่อห้อง  แล้วก็ถามว่าลูกสี่คนให้แฟนหนะเข้ามารับผิดชอบด้วยหาที่อยู่ซะ (แต่สิ่งที่ได้การก๊อบปี้ ไลน์สนทนาให้กับญาติทุกคน  เพื่อกดดันและสร้างความสงสาร) ซึ่งก่อนแม่ผมจะไปอยู่ได้บอกมาตลอด และก่อนเกิดเรื่อง1 เดือนเขาก็ประโคมข่าวว่า ผัวทิ้ง  แต่กำลังจะคลอดลูกคนที่ 4 !  ผมคิดว่าเขาวางแผนยึดบ้านไว้ด้วยการมีลูกเยอะๆ ให้คนสงสาร

3.ปี 60 เดือน สิงหาคม ลูกชายของพี่สาวแม่คนโต ได้แอบรบเร้าญาติทุกคนให้ถมที่ดินลงที่ดินของแม่ผม  แม่ผมพูดไม่ออกเพราะเหมือนโดนกดดันจากพี่น้องแม่ทุกคน แต่ไม่ได้เห็นด้วยและไม่ได้รวมเงินเพื่อถมที่ของแม่ผม
4.จากนั้นไม่กี่เดือน ลูกชายของพี่สาวคนโต ได้แอบสร้างโรงรถขนาดใหญ่ที่จอดได้ 4 คัน บนที่ดินของแม่
5.โรงรถได้ปิดทับทางเข้าที่เป็นนอกชาน ที่บ้านแม่ผม และที่ดินริมน้ำด้านในก็เอารถเข้าไม่ได้ (ทั้งๆที่แม่และญาติทุกคนตกลงกันว่าจะรื้อถอนนอกชานตรงนี้เพื่อทำทางเข้าให้ญาติๆที่อยู่ภายใน ซึ่ง รวมสายเลือดของพี่สาวแม่ผม  ก็มีถึง 11 คน! )
6.แม่ผมไม่ยินยอม  เพราะจะไปอยู่จริงจังแล้ว เพราะที่ผ่านมา กลับไปตลอด และช่วยเหลือเรื่องเงินให้พี่สาวและพวกลูกหลานพี่สาวมาตลอด ให้เลี้ยงไก่ใต้ถุนบ้านจนไรขึ้นเต็มบ้าน  ให้จอดรถ ให้หลานได้พักพิงอาศัยมาตลอด  จนบ้านไม่สัก 100 ปีได้ทรุดพังไปหลายจุด
7.แม่ผมโทรไปห้ามปราม เขาบอกจะซื้อต่อ...แม่ผมบอกอีกเดือนจะไปอยู่เต็มตัวแล้วเพราะปลดเกษียญ...และให้เหตุผลว่าโรงรถมันบังถนนที่จะกำลังไปทำทางเข้าให้ที่ดินข้างในสองที่ ซึ่งแม่ได้บอกกับลูกชายของพี่สาวคนโตที่สาวที่เคยค้ายาบ้า ได้กำลังนำเพื่อนๆและช่าง เข้ามาทำโรงรถตอนกลางวัน ซึ่งขณะนั้นยังทำไม่เสร็จ กำลังจะปักเสา โดยมีหลักฐานจากการโพสบนเฟสบุ๊ก และพยานคนแถวหมู่บ้านนนั้น แต่ลูกชายของพี่สาวแม่ และพี่สาวแม่ กลับโกรธ และโวยวาย.. และแม่ได้ใจดีช่วยเหลือให้แล้วด้วยการบอกไปว่าให้เขยิบไปหน่อยอย่าให้โรงรถบังทางเข้าที่จะทำเป็นถนนให้กับที่ดินพวกเขาข้างใน   แต่คำตอบที่ได้คือ รื้อไม่ได้  
8.ผมกับแม่ปรึกษากันว่า...ถ้าเราคุยแล้วเขาไม่ยอมถอยให้เลย จึงได้คุยผ่านผู้ใหญ่ข้างบ้านที่เป็นที่นับถือให้ไปช่วยเจรจาให้ นำโรงรถไปตั้งในที่ดินริมน้ำของพวกเขา แม่ได้ฟากบอกไปว่า   "เดี๋ยวจะทำทางเข้าบ้านให้และเอาโรงรถเข้าไปสร้างในบ้านของตัวเอง มันจะได้ถูกต้อง" เพราะน้องชายแม่จะได้นำรถเข้าได้ด้วย  แต่น้องชายของพี่สาวแม่ ได้บอกอย่างอารมรุนแรงกลับมาว่า  "ไม่ได้...ถือรื้อนอกชานเพื่อทำทางเข้าก็เอาโรงรถกับดิน(ของเขา) เข้ามาไม่ได้หรอก!  
9.จากนั้นก็มีสายจากญาติมาหาแม่ให้ พวกนั้นไม่ต้องรื้ออะไรทั้งนั้น 1)ที่ชายคนโตของแม่ ทำแตรมีผลประโยชน์กับลูกชายพี่สาวแม่อยู่แล้ว ซึ่งหางานแตรให้ทำด้วยกัน  2)น้องชายของแม่ที่แม่ขายที่ดินให้แบบผ่อนแต่ไม่คุยกับแม่ 2 ปี เพราะแม่ไปทวงตัง ได้โทรมาตะหวาดแม่ผม! และแม่ก็ให้เหตุผลไปและตกลงว่าจะนำดินและโรงรถเข้าไป และแม่เปิดทางนอกชานเพื่อทำทางเดินรถให้
10.ผมกับแม่ปรึกษากันว่า...ถ้าเราคุยแล้วเขาไม่ยอมถอยให้เลย จึงได้คุยผ่านผู้ใหญ่ข้างบ้านที่เป็นที่นับถือให้ไปช่วยเจรจาให้ นำโรงรถไปตั้งในที่ดินริมน้ำของพวกเขา แม่ได้ฟากบอกไปว่า   "เดี๋ยวจะทำทางเข้าบ้านให้และเอาโรงรถเข้าไปสร้างในบ้านของตัวเอง มันจะได้ถูกต้อง" เพราะน้องชายแม่จะได้นำรถเข้าได้ด้วย  แต่น้องชายของพี่สาวแม่ ได้บอกอย่างอารมรุนแรงกลับมาว่า  "ไม่ได้...ถือรื้อนอกชานเพื่อทำทางเข้าก็เอาโรงรถกับดิน(ของเขา) เข้ามาไม่ได้หรอก!  
11.ผมกับแม่จึงตัดสินใจ ในเมื่อคุยด้วยดีๆ  แล้ว ให้เขยิบเพื่อจะได้ทำถนนเข้าบ้านพวกเขาแล้ว เขาก็ไม่ยินยอมทำ  แถมญาติก็รวมหัวกันสนับสนุนเพราะเรื่องผลประโยชน์ เช่น พี่ชายแม่คนโต ทำแตรด้วยกันกับพวกนั้น  และน้องชายแม่เคยบอกจะขายที่ดินให้ลูกชายของพี่สาวแม่(คนที่ทำโรงรถ)แบบผ่อน แต่..เขาตกลงกันว่าถ้าภายในหกเดือนผ่อนไม่หมด จะยึดเงินที่เคยส่งที่ดินมา...ซึ่งก็ผ่อนไม่ทันและเงินโดนยึด (น่าจะเป็นสาเหตุที่เขามายึดบ้านที่ดินแม่ผม)
12. ตอนนี้แม่ผมยอมช่วยเหลือและจ่ายเงิน และทำข้อตกลงร่วมกันต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจ แม่ผมจ่ายไปสี่หมื่นกว่า  เพื่อช่วย ได้แก่ ค่าให้รื้อโรงรถไปในบ้านริมน้ำของตัวเอง และได้แบ่งกระดานไม้ในบ้านกว่า 100 ปี รอบๆ ให้ไปสร้างบ้านใหม่ และค่าเสาบ้านเพื่อสร้างบ้านลูกสาวของที่สาวป้าที่มีลูก 4 คน  (คือคนโตเขาครองบ้านริมน้ำอยู่และไม่อยากให้คนน้องมาแย่ง)


สถานการณ์ตอนนี้คือ
1.ครอบครัวพ่อแม่ลูกที่สร้างโรงรถที่ครองบ้านริมน้ำ (ลูกชายพี่สาวแม่)  ไม่ไหว้แม่ผม  และโพสข่มขู่  ว่าถ้ามาอยู่จะทำให้ไม่เป็นสุข และคนในเฟสเขาก็บอกใจเย็น ๆ   แม่ผมจึงเฟสเตือนสติไปว่าระวังคำพูดจะเข้าตัวเองนะ ให้คิดบ้างว่าอนาคตจะได้ให้ความช่วยเหลือ!
2.(ลูกสาวพี่สาวแม่) คุยดีกับแม่ผม สาเหตุเพราะได้บ้านฟรีมา ต่อเติมนิดหน่อย ช่างเอาเพื่อนของพี่ตัวเองช่วยทำ
3.(น้องชายแม่ที่แม่ขายที่ให้แบบผ่อน แต่พอแม่ทวงที่หายเงียบไปและไม่คุยกับแม่ 2 ปี)  ข่มขู่แม่ผมว่าจะไปอยู่ยังไง!  และขู่แม่ผมว่าขายผม!  ซึ่งหลายปีที่แล้วตอนเมา เขาบอกต่อพี่น้องทุกคนว่าอยากได้บ้านแม่ผม แบบผมรู้ถึงความอิจฉา (ทั้งๆที่ตัวเองมีที่ดินแล้วที่แม่ขายให้ และพอไม่บอกไม่ขายจะไปอยู่  อีกวันโทรมาบอกรื้อนอกชานและรื้อรอบบ้านเพื่อให้ลูกสาวของพี่สาวแม่ เขาบอกบ้านจะล้มนะ(โดยใช้คำพูดแบบข่มขู่) เขาพยายามเอาทางลูกชายพี่สาวแม่เพราะจะฟากผีฟากไข้ และเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน (แต่มาโกงญาติตัวเอง) เนื่องจากทางนั้นมีลูกหลานเยอะที่บางคนไม่ยอมเรียนและบางคนยังเรียนไม่จบ แถมมีแนวโน้มจะมีแฟนเพราะถ่ายภาพสบไหลแฟนลงเฟส น่าจะเป็นเหตุผลที่เขาแบ่งรับแบ่งสู้


คำถามในฐานะลูก
1.ผมช่วยแทนแม่ทุกอย่าง เพราะแม่พูดไม่ออก เริ่มจากพูดจาดีๆ ช่วยเหลือ แล้วอะไรก็แล้ว จนกระทั้งเขาไม่ยอม เราจึงแจ้งตำรวจให้เรียกมาทำข้อตกลง แต่เขาก็ทำพฤติกรรม นั่งนอนกินเต็มบ้านแม่ผม ผมทำถูกใช้ไหมครับที่ผมไปบอกพวกเค้าถึงที่มาว่า แม่ผมกู้มาจาก ธกศ. ที่พ่อแม่พวกเขาเอาไปจำนอง  เขารับไม่ได้ มาว่าผมกับแม่ และโกรธเกลียดผมกับแม่ ที่เอาตำรวจมา (เพราะคุยดีๆด้วยแล้ว คุยไม่รู้เรื่อง)  ทุกท่านว่าผมทำถูกต้องแล้วใช่ไหมครับ?
2.แล้วทำไมพวกเขาต้องมีลูกหลานฝ่ายเดียวหรอครับ จึงขยายอานาเขตมาที่แม่ผม ผมเป็นลูกแม่ผมคนเดียว ตอนนี้ยังโสด เพราะสร้างตัวจนได้ ตั้งใจเล่าเรียน ส่งตัวเองเรียนจบถึง ป.เอก และเป็นข้าราชการด้วย ผมก็มั่นใจนะว่าผมทำชื่อเสียงให้ตระกูล   แต่ญาติทุกคนเห็นดีเห็นงามให้เขายึดบ้านแม่ผม ข่มขู่ ไม่ให้แม่ผมไปอยู๋ตั้งแต่ตอนแรกที่บอกลูกชายของพี่สาวแม่ว่าไม่ขายที่..เพราะจะไปอยู่
3.ลุงคนโต บอกสงสารพวกนั้นที่ไม่มีบ้านอยู่ เพราะพ่อแม่พวกนั้นเอาที่ไปจำนอง ไม่มีโฉนด ผ่อนยังไม่ครบแถมเอาของปลอมไปจำนองเขาอีก แถมเอาที่ตายายไปจำนองทั้งหมด ลุงผมเลยบอกสงสารพวกนั้น   คำถามคือแล้วผมที่ทำตัวดีมาตลอดไม่ได้รับการช่วยเหลือ ผมสร้างตัวเอง ย้ายกลับ กทม.จากการบรรจุขเาราชการที่เชียงใหม่ เพื่อมาสร้างชีวิต หวังว่าจะดูแลพ่อแม่และญาติๆทุกคน.. แต่ผมกับแม่ถูกมองข้ามจากญาติๆ มองว่าผมกับแม่เป็นคนไม่ดี ไม่ให้เขาอยู่
4.ทุกคนต้องสร้างตัวเองหนิครับ ไม่ใช่มารอญาติมาประแคน ทั้งเงินทั้งของเหมือนเด็กอมมือลูกเยอะ เหมือน แบบพวกเขา อายุ 40 แต่ยังเอาตัวไม่รอดกัน ถูกไหมครับ?

ขอบคุณทุกท่านที่อ่านครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่