
สวัสดีคะ นี้คือ กระทู้แรกของเราสองคน ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ
“Half way see you in Bali”
จุดเริ่มต้นของทริปนี้คือ. เราสองคนอยู่คนละประเทศคะแล้วปีนี้เราไม่อยากกลับไทยจึงตัดสิ้นใจ ไปเจอกันคนละครึ่งทางที่บาหลีค่ะ นี้คือจุดเริ่มต้น.....
เราเริ่มเดินทางจาก ดาร์วิน ออสเตรเลีย และ กรุงเทพ ดอนเมือง มาเจอกันที่ สนามบิน เดนปาซา บาหลี นั่นเอง
ตอนนั้นเวลา ตี2กว่า เรามีลุงที่รู้จักเป้นชาวบาหลี มารับจึงไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ลุงแนะนำให้เราแลกเงินในสนามบินเพื่อใช้จ่ายแต่ อย่าแลกเยอะ เพราะด้านนอกเรทเงินจะดีกว่าค่ะ
บริษัท Central kuta สีน้ำเงินแดง จะมีทั่วไป ไม่ค่อยโกง เรทขึ้นลงตามค่าเงินเป็นปกติคะ. เราใช้เงินดอลลาร์ออสเตรเลีย และ แฟนเราใช้เงินบาทไทยคะ
เงินบาหลีมีหลายหลักต้องระวังโกงกันด้วยนะจ๊ะ
คืนแรกเรามาพักใกล้ๆสนามบิน เพื่อนอนกันก่อนออกเดินทางในวันถัดมา
พอ เช้า เราได้เรียกแท็คซี่ไปส่ฃที่โรงแรมที่เราจะพักกัน 3คืน Ramada sunset Kuta ราคา $160 กว่าแอบรึประมาณ 1,600,000 rp ที่พักบางที่ราคาจะสูงหน่อยแต่บริการค่อนช้างจะดีมากๆคะ
ประเด็นคือเราหน้าเป้ยคนเอเชียคนที่นี้จะทักเราเป็นภาษาอินโดนีเซียเราก้จะงงกันหน่อย555
พอเรา มาถึงโรงแรมใช่ช่วงเย็นเราก็เริ่ม เดินหา ที่เช่ารถ มอไซกันเลย
เดินมาสักนิดจากโรงแรม จะมีร้านเช่าร้านหนึ่ง ราคาถูก แค่วันละ100,000 rpต่อวัน ไม่มีค่ามัดจำเด้อ
พอได้รถก้ลุยหาของกินกันโลดดด
วันที่สาม... Tanah lot และ kuta Beach
ประเด็นคือ เราขับรถมอเตอร์ไซใช่ม้า
ถนนที่ไม่คุ้นเคยและไม่เหมือนเมืองไทย เราจึงโดนปรับไป1,000,000rp เกือบ3,000 บาทนั้นเอง ที่บาหลีจะมีด่านลอยทุกๆแยกต้องระวังไฟแดงกันนะคะเพราะมันมีแยกเยอะมาก และเพื่อนหลายๆคนถามมาถึงเรื่อง ** จำเป็นต้องมีใบขับขี่สากลรึป่าว บอกได้เลยคะ จำเป็นมากแต่สำหรับบางคนก็ไม่ต้องก็ได้คะ แต่เราคิดว่ามีไว้ดีกว่าไม่มีคะ แต่แฟนเราดันลืม เลยโดนไป ตามนั้นเลยคะ หรือจะมีวิธีหนึ่งคือไปที่โรงพัก คะ แต่เรื่องจะเยอะเลให้จบตรงนั้นเลย คล้ายๆกันกับที่ไทยเรา


Tanahlot เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่คนเยอะมากคะ บรรยากาศดีมากใครที่ไปบาหลีต้องมากันทุกคนคะ
Kuta Beach สวรรค์ของนัก โต้คลื่นทั้งหลาย คนมากมาย จะมารวมตัวกันที่นี่เพื่อเล่นเซิร์ฟ กัน คลื่นที่นี้ค่อนข้างจะแรง แต่ เราจะโดน มหาตื้อขายของตามหาด ในระหว่างรอแฟนเล่นเราก้จะโดนป้ามหาตื้อได้ทุกๆ5นาที แล้ว นิสัยคนไทยแบบเรา ก้จะใจอ่อนตามนั้นเลยเสียไปสามแสน อื้อหื้ออออ แค่กำไรข้อเท้านะเนี้ย
วันที่สี่... Uluwatu temple
Uluwatu ก็เป็นสถานที่ห้ามพลาดเช่นกันคะ ถ้าได้ไปถึงบาหลีแล้ว เราใช้การเดินทางโดยมอไซคะ แดดที่นี้ค่อนข้างที่จะร้อนมาก แนะนำพกครีมกันแดดแบบสูงๆกันไปโลดดคะ
วันที่ห้า..... Ubud หมู่บ้านคนบาหลี


เราเริ่มกันที่วัดถ้ำช้าง และ ไปอาบน้ำศักดิ์สิทธ์กัน
คนที่นั้นเข้าวัดต้องมีสะโหร่งและผู้หญิงต้องมัดผมกัน อย่าลืมทำตามกันด้วยนะคะ หรือถ้าไม่มีทางสถานที่เค้าจะจัดเตรียมไว้ให้ค่ะแต่ถ้าจะเปียกต้องต้องเสียค่าใ้จ่ายเล็กน้อยคะ เราเป็นชาวพุธร ลุงบอกว่า ไม่ต้องไปต่อแถวยาวก้ได้ค่ะเพราะคนค้อนข้างที่จะเยอะมาก ลุงบอกให้เข้าตรงสองอันก่อนจะถึงอันสุดท้ายได้เพราะเราไม่ได้ศาสนาเดียวกับคนบาหลีค่ะ
... หมู่บ้านคนบาหลี
เราเชื่อว่าไม่มีใครได้ไปกันง่ายๆค่ะ เพราะเราไม่เหมือนใครนั้นเอง555
ลุงพาไปเที่ยวที่บ้านค่ะ บ้านของลุงติดกับลำธาร ลุงถือว่ามีฐานะโอเคเลยทีเดียว ลำธารหน้าบ้านของลุง ลุงเล่าให้ฟังว่าชาวบ้านจะมีทำทุกอย่างที่นี้ เช่นอาบน้ำ(เค้าอาบกันจริงๆผชบางคนแก้ผ้าเราเห็นก็ตกใจกันเลยทีเดียว) ส่วนผญก้จะใส่สะโหร่ง และซักผ้ากันค่ะ ที่นี้คือปลายน้ำที่รับมาจากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์อีกทีค่ะ เรามีโอกาสได้ไปวัดประจำหมู่บ้านที่นี้แปลกกว่าวัดบ้านเราคะวัดลึกข้าไปเรานึกว่าไม่มีอะไร แต่พอเดินเข้าไปด้านใน มันเหมือนกันเราฝันไปคะ ธรรมชาติมากมีน้ำตกมีสัตว์มากมาย ยอมรับว่าคนที่นี้เค้าดูแลรักษาธรรมชาติของเค้าเป็นที่สุดค่ะ คนบาหลีนิยมปลูกทุเรียนค่ะ เราก็ชิม จะพลาดรึ555 ต้นทุเรียนที่นี้จะสูฃมากๆ เค้าปลูกกันตามบ้านเลยจ้าและส้อยมากินกันสดๆ ฟินเฟ้อออ😂😂
วันที่หก ... puraulun danu beratan.
เป็นวันที่ต้องตื่นเช้ามาเก็บของเพราะเราจะย้ายเมืองกันแย้วว เย้
เราหลับไปสักพักก็ถึง เป็นปาร์คที่ลุงบอกว่าในวันหยุดคนจะมาปิกนิคกันมาทำกิจกรรมกันเยอะมากๆ บรรยากาศคือดี เพราะเป้นทางด้านเหนือของบาหลีนั้นเอง. พอตกเย้นเราให้ลุงมาส่งที่ โลวีน่า และ สอบถามชาวบ้านให้เรื่องการเดินทางไปที่คาวาอิเจียนและ ไปดูปลาโลมาตอนเช้า


วันที่เจ็ด.. โลวีน่า
เป็นทะเลทางตอนเหนือของบาหลี คนนิยมมาดูปลาโลมากันคะ เราต้องตื่นกันแต่เช้านัดลุงกัปตันไปดูปลาโลมากัน วันนั้นตอนเช้าบรรยากาศข้อนข้างน่ากลัวท้องฟ้ามืดนึกว่าจะอดดูซะแล้วแต่ฟ้าก็เป้นใจให้กับเรา เราต้อลุ้นและขับเรือตามฝูงโลมาคนที่นี้จะอนุรักษ์โลมาไว้คะเพราะหาค่อนข้างจะยากคะ
กลับมาถึงสายๆ เราก็พักผ่อนและมีคุณยายเดินตามหาดเค้าให้เราเรียกว่า mamaคะ 55 แกมานวดให้ค่ะแต่ก้เสียตังไปตามระเบียบค่ะหนึ่งชมฟินๆ ประเด็นคือนงดเท้าและเอามานวดหน้าเราต่อนี้ละคะ😂😂
วันที่แปด.. เราตื่นแต่เช้าเก็บของเพื่อ มารอรถประจำทางเพื่อไปท่าเรือฟอรี่คะ ป้าคนหารถให้ดีค่ะ แกบอกว่าเกาะฟากนู้นจะอันตรายต้องระวังให้มากๆนะเก็บเงินเก็บของไว้ด้านหน้าตลอด พอเรามาถึงก็เป็นไปตามที่ป้าบอกค่ะ ค่อนข้างจะน่ากลัวมีทหารถือปืนตลอดเวลา เราก็หด้เสียค่าผ่านทางไป และค่าขึ้นเรือไป เดินเข้าไปเลยคะอย่าไปเดินตามคนที่เค้าเข้ามาบอกว่าจะพาเราไป โกงชัดๆค่ะเราไปเขียนชื่อและชำระเงินก้ข้ามได้ค่ะ ประมาณเกือบๆ ชม เราก็ถึงอีกฝากคะ
เราถึงปั้บจะมีคนมากมายเดินมาหาเราคะ เราอย่าไปถามอะไรเด้ดขาดคะ พูดแค่ no tank you และรีบเดอนหนีคะ เราเดินประมาณ15นาทีก็ถึฃที่พักค่ะ
Puri Amalia guesthouse ที่นี้ราคาถูกค่ะ และคุณป้าเจ้าของดีมากๆ ไข่เจียวใส่ชีส และแพนเค้กอร่อยสุดๆไปเลยคะ งันนั้นเราต้องรีบเข้านอนค่ะ เพราะ เราได้จอง ไปปีนภูเขาไฟ คาวาอิเจียน ในเวลาตี1คะ
วันที่เก้า.. คาวาอิเจียน เราสองคนตื่นกันตี1คะ มีคนมารับที่ พักเลยค่ะ และไปรับนักท่องเที่ยวคนอื่นๆตามมาคะ

. เราต้องขออนุญาตเจ้าของภาพแรกด้วยนะค่ะ**
เราไปถึงเกือบตี3ค่ะ อากาศค่อนข้างที่จะเย้น **ควรมีเสื้อกันหนาวติดตัวไปด้วยคะ ถ้าไม่มี ทางนั้นจะมีบริการเช่าคะ 50,000rp. ทางไกด์จะแจกที่ปิดจมูกและไฟฉายให้ค่ะ เราก้เริ่มเดินทางกันเลย ทางข้อนข้างทีาจะลาดชั้น และอันตรายต้องระวังด้วยนะคะ มีคนเสียชีวิตเพราะไม่ระวังกันด้วยคะ
เราเองค่อนข้างอ่อนแอ่เลยทำให้ไปไม่ถึงด้านล่างเพราะกลิ่น กัมมะถัน ทำให้เราหายใจไม่ออกและ เส้นทางที่ต้องไตลงไปเพื่อลงไปดูฟลูเฟรนค่อนข้างลื่นเพราะฝนผึ่งตกไป กับอากาศที่ค่อนข้างจะแย่มากๆเลยทำให้เราตัวสั่นและน้องไห้ แฟนเราเลยตัดสินใจพาเรากลับขึ้นมา ต้องขอบคุณแฟนที่ พยายามเข้าใจเราถึงจะเสียใจที่ทำไม่สำเร็จ และ เดินกลับลงมาพร้อมกับเราทั้งทีาเราบอกว่าเดินไปเลยเราจะรอเค้าด้านบนเอง เเต่เค้าตัดสินใจที่จะกลับขึ้นมาพร้อมเราเราก็ร้องไห้ไปตามระเบียบจ้า


วันที่สิบ... เราได้คุณป้าเจ้าของที่พักไปส่งที่สถานีรถไฟ ฟรี ต้องขอบคุณด้วยะค่ะ
เราได้จองตั๋วรถไฟด้วยแอปด้านซ้ายสุดค่ะ
รๆไฟที่นี้สะดวกและ ค่อนข้างที่จะสะดวกสบายและปลอดภัยมากค่ะ

เราก็ถึง probolinggo กันแล้ว เราเดินออกมาและใช้แกรปเพื่อหารถเข้าที่พักค่ะ
เราเข้าที่พัก “ clover Homestay” สองคืน 400,000rp ค่อนข้างที่จะดีค่ะและถูก เราได้สอบถามทางเคาน์เตอร์ค่ะเค้ามีบริการพาไปภูเขาไฟแต่เราได้สิทธิ์พิเศษตรงที่ว่า วันนั้นที่เราไปค่อนข้างที่จะแพงเพราะเป้นวันหยุดยางจากปกติแล้วคนนึ่งเข้าประมาณ350,000rp ต่อคน แต่เราเสียแค่เพียง200,000rpต่อคนเท่านั้นเองต้องขอบคุณคุณลุฃเจ้าของมากๆที่ช่วยเหลือเราสองคนค่ะ เราไปแต่โชคร้ายนิดหน่อยเพราะไม่มีทัวร์คือกรุ๊ปไปเพราะแพงเราจึงได้เช่ารถทางที่พักไป 600,000rp เพื่อไปที่ภูเขาไฟ เรายอมเด้อ
วันที่สิบเอ็ด... ภูเขาไฟโบร่โม่ เราตื่นตั้งแต่ตี3เพื่อรีบไปเราได้นั้งรถมอไซซึ่งปกติจะหาค่อนข้างยากต้องขอบคุณอีกครั้งจริงๆค่ะ เราไปที่จุดชมวิวในตอนเช้า คนเยอะมากค่ะเพราะเสียเพียงค่าเข้าราคาไม่แพงมากเดินไปค่อนข้างที่จะสะดวกกว่าคาวาอิเจียนคะ
พอ6โมงเช้าลุงจะรอรับด้านล่างเพือไปภูเขาไฟคะ ลุงพาไปเจอลุงอีกคนที่เป้นชาวบ้านแถวนั้นพื่อขับรถเข้าไปค่ะพอไปถึงลุงจะให้เวลาเราชมกว่าๆค่ะเพื่อเดินไปดูภูเขาไฟ เราโชคดีกันอีกแล้วเพราะลุงบอกว่าหลายวันที่ผ่านมาเค้าปิดเพราะฝนตก กลัวภูเขาไฟจะระเบิดจึงไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปคะ

. ลุงๆพาเราไปท่ลทุ่งหญ้าสะวันนา คือมันสวยมากยังกะเราอยู่ยุโรปรึนิวซีแลนด์อะไรประมานนี้


เดียวเราจะมาต่อกันใหม่นะค่ะ ฝากติดตามด้วยนะคะ
[CR] สองวีคอินโดบาหลี “ half way see you in Bali”
“Half way see you in Bali”
จุดเริ่มต้นของทริปนี้คือ. เราสองคนอยู่คนละประเทศคะแล้วปีนี้เราไม่อยากกลับไทยจึงตัดสิ้นใจ ไปเจอกันคนละครึ่งทางที่บาหลีค่ะ นี้คือจุดเริ่มต้น.....
เราเริ่มเดินทางจาก ดาร์วิน ออสเตรเลีย และ กรุงเทพ ดอนเมือง มาเจอกันที่ สนามบิน เดนปาซา บาหลี นั่นเอง
ตอนนั้นเวลา ตี2กว่า เรามีลุงที่รู้จักเป้นชาวบาหลี มารับจึงไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ลุงแนะนำให้เราแลกเงินในสนามบินเพื่อใช้จ่ายแต่ อย่าแลกเยอะ เพราะด้านนอกเรทเงินจะดีกว่าค่ะ
บริษัท Central kuta สีน้ำเงินแดง จะมีทั่วไป ไม่ค่อยโกง เรทขึ้นลงตามค่าเงินเป็นปกติคะ. เราใช้เงินดอลลาร์ออสเตรเลีย และ แฟนเราใช้เงินบาทไทยคะ
เงินบาหลีมีหลายหลักต้องระวังโกงกันด้วยนะจ๊ะ
คืนแรกเรามาพักใกล้ๆสนามบิน เพื่อนอนกันก่อนออกเดินทางในวันถัดมา
พอ เช้า เราได้เรียกแท็คซี่ไปส่ฃที่โรงแรมที่เราจะพักกัน 3คืน Ramada sunset Kuta ราคา $160 กว่าแอบรึประมาณ 1,600,000 rp ที่พักบางที่ราคาจะสูงหน่อยแต่บริการค่อนช้างจะดีมากๆคะ
ประเด็นคือเราหน้าเป้ยคนเอเชียคนที่นี้จะทักเราเป็นภาษาอินโดนีเซียเราก้จะงงกันหน่อย555
พอเรา มาถึงโรงแรมใช่ช่วงเย็นเราก็เริ่ม เดินหา ที่เช่ารถ มอไซกันเลย
เดินมาสักนิดจากโรงแรม จะมีร้านเช่าร้านหนึ่ง ราคาถูก แค่วันละ100,000 rpต่อวัน ไม่มีค่ามัดจำเด้อ
พอได้รถก้ลุยหาของกินกันโลดดด
วันที่สาม... Tanah lot และ kuta Beach
ประเด็นคือ เราขับรถมอเตอร์ไซใช่ม้า
ถนนที่ไม่คุ้นเคยและไม่เหมือนเมืองไทย เราจึงโดนปรับไป1,000,000rp เกือบ3,000 บาทนั้นเอง ที่บาหลีจะมีด่านลอยทุกๆแยกต้องระวังไฟแดงกันนะคะเพราะมันมีแยกเยอะมาก และเพื่อนหลายๆคนถามมาถึงเรื่อง ** จำเป็นต้องมีใบขับขี่สากลรึป่าว บอกได้เลยคะ จำเป็นมากแต่สำหรับบางคนก็ไม่ต้องก็ได้คะ แต่เราคิดว่ามีไว้ดีกว่าไม่มีคะ แต่แฟนเราดันลืม เลยโดนไป ตามนั้นเลยคะ หรือจะมีวิธีหนึ่งคือไปที่โรงพัก คะ แต่เรื่องจะเยอะเลให้จบตรงนั้นเลย คล้ายๆกันกับที่ไทยเรา
Tanahlot เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่คนเยอะมากคะ บรรยากาศดีมากใครที่ไปบาหลีต้องมากันทุกคนคะ
Kuta Beach สวรรค์ของนัก โต้คลื่นทั้งหลาย คนมากมาย จะมารวมตัวกันที่นี่เพื่อเล่นเซิร์ฟ กัน คลื่นที่นี้ค่อนข้างจะแรง แต่ เราจะโดน มหาตื้อขายของตามหาด ในระหว่างรอแฟนเล่นเราก้จะโดนป้ามหาตื้อได้ทุกๆ5นาที แล้ว นิสัยคนไทยแบบเรา ก้จะใจอ่อนตามนั้นเลยเสียไปสามแสน อื้อหื้ออออ แค่กำไรข้อเท้านะเนี้ย
วันที่สี่... Uluwatu temple
Uluwatu ก็เป็นสถานที่ห้ามพลาดเช่นกันคะ ถ้าได้ไปถึงบาหลีแล้ว เราใช้การเดินทางโดยมอไซคะ แดดที่นี้ค่อนข้างที่จะร้อนมาก แนะนำพกครีมกันแดดแบบสูงๆกันไปโลดดคะ
วันที่ห้า..... Ubud หมู่บ้านคนบาหลี
คนที่นั้นเข้าวัดต้องมีสะโหร่งและผู้หญิงต้องมัดผมกัน อย่าลืมทำตามกันด้วยนะคะ หรือถ้าไม่มีทางสถานที่เค้าจะจัดเตรียมไว้ให้ค่ะแต่ถ้าจะเปียกต้องต้องเสียค่าใ้จ่ายเล็กน้อยคะ เราเป็นชาวพุธร ลุงบอกว่า ไม่ต้องไปต่อแถวยาวก้ได้ค่ะเพราะคนค้อนข้างที่จะเยอะมาก ลุงบอกให้เข้าตรงสองอันก่อนจะถึงอันสุดท้ายได้เพราะเราไม่ได้ศาสนาเดียวกับคนบาหลีค่ะ
... หมู่บ้านคนบาหลี
เราเชื่อว่าไม่มีใครได้ไปกันง่ายๆค่ะ เพราะเราไม่เหมือนใครนั้นเอง555
ลุงพาไปเที่ยวที่บ้านค่ะ บ้านของลุงติดกับลำธาร ลุงถือว่ามีฐานะโอเคเลยทีเดียว ลำธารหน้าบ้านของลุง ลุงเล่าให้ฟังว่าชาวบ้านจะมีทำทุกอย่างที่นี้ เช่นอาบน้ำ(เค้าอาบกันจริงๆผชบางคนแก้ผ้าเราเห็นก็ตกใจกันเลยทีเดียว) ส่วนผญก้จะใส่สะโหร่ง และซักผ้ากันค่ะ ที่นี้คือปลายน้ำที่รับมาจากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์อีกทีค่ะ เรามีโอกาสได้ไปวัดประจำหมู่บ้านที่นี้แปลกกว่าวัดบ้านเราคะวัดลึกข้าไปเรานึกว่าไม่มีอะไร แต่พอเดินเข้าไปด้านใน มันเหมือนกันเราฝันไปคะ ธรรมชาติมากมีน้ำตกมีสัตว์มากมาย ยอมรับว่าคนที่นี้เค้าดูแลรักษาธรรมชาติของเค้าเป็นที่สุดค่ะ คนบาหลีนิยมปลูกทุเรียนค่ะ เราก็ชิม จะพลาดรึ555 ต้นทุเรียนที่นี้จะสูฃมากๆ เค้าปลูกกันตามบ้านเลยจ้าและส้อยมากินกันสดๆ ฟินเฟ้อออ😂😂
วันที่หก ... puraulun danu beratan.
เป็นวันที่ต้องตื่นเช้ามาเก็บของเพราะเราจะย้ายเมืองกันแย้วว เย้
เราหลับไปสักพักก็ถึง เป็นปาร์คที่ลุงบอกว่าในวันหยุดคนจะมาปิกนิคกันมาทำกิจกรรมกันเยอะมากๆ บรรยากาศคือดี เพราะเป้นทางด้านเหนือของบาหลีนั้นเอง. พอตกเย้นเราให้ลุงมาส่งที่ โลวีน่า และ สอบถามชาวบ้านให้เรื่องการเดินทางไปที่คาวาอิเจียนและ ไปดูปลาโลมาตอนเช้า
วันที่เจ็ด.. โลวีน่า
เป็นทะเลทางตอนเหนือของบาหลี คนนิยมมาดูปลาโลมากันคะ เราต้องตื่นกันแต่เช้านัดลุงกัปตันไปดูปลาโลมากัน วันนั้นตอนเช้าบรรยากาศข้อนข้างน่ากลัวท้องฟ้ามืดนึกว่าจะอดดูซะแล้วแต่ฟ้าก็เป้นใจให้กับเรา เราต้อลุ้นและขับเรือตามฝูงโลมาคนที่นี้จะอนุรักษ์โลมาไว้คะเพราะหาค่อนข้างจะยากคะ
กลับมาถึงสายๆ เราก็พักผ่อนและมีคุณยายเดินตามหาดเค้าให้เราเรียกว่า mamaคะ 55 แกมานวดให้ค่ะแต่ก้เสียตังไปตามระเบียบค่ะหนึ่งชมฟินๆ ประเด็นคือนงดเท้าและเอามานวดหน้าเราต่อนี้ละคะ😂😂
วันที่แปด.. เราตื่นแต่เช้าเก็บของเพื่อ มารอรถประจำทางเพื่อไปท่าเรือฟอรี่คะ ป้าคนหารถให้ดีค่ะ แกบอกว่าเกาะฟากนู้นจะอันตรายต้องระวังให้มากๆนะเก็บเงินเก็บของไว้ด้านหน้าตลอด พอเรามาถึงก็เป็นไปตามที่ป้าบอกค่ะ ค่อนข้างจะน่ากลัวมีทหารถือปืนตลอดเวลา เราก็หด้เสียค่าผ่านทางไป และค่าขึ้นเรือไป เดินเข้าไปเลยคะอย่าไปเดินตามคนที่เค้าเข้ามาบอกว่าจะพาเราไป โกงชัดๆค่ะเราไปเขียนชื่อและชำระเงินก้ข้ามได้ค่ะ ประมาณเกือบๆ ชม เราก็ถึงอีกฝากคะ
เราถึงปั้บจะมีคนมากมายเดินมาหาเราคะ เราอย่าไปถามอะไรเด้ดขาดคะ พูดแค่ no tank you และรีบเดอนหนีคะ เราเดินประมาณ15นาทีก็ถึฃที่พักค่ะ
Puri Amalia guesthouse ที่นี้ราคาถูกค่ะ และคุณป้าเจ้าของดีมากๆ ไข่เจียวใส่ชีส และแพนเค้กอร่อยสุดๆไปเลยคะ งันนั้นเราต้องรีบเข้านอนค่ะ เพราะ เราได้จอง ไปปีนภูเขาไฟ คาวาอิเจียน ในเวลาตี1คะ
วันที่เก้า.. คาวาอิเจียน เราสองคนตื่นกันตี1คะ มีคนมารับที่ พักเลยค่ะ และไปรับนักท่องเที่ยวคนอื่นๆตามมาคะ
เราไปถึงเกือบตี3ค่ะ อากาศค่อนข้างที่จะเย้น **ควรมีเสื้อกันหนาวติดตัวไปด้วยคะ ถ้าไม่มี ทางนั้นจะมีบริการเช่าคะ 50,000rp. ทางไกด์จะแจกที่ปิดจมูกและไฟฉายให้ค่ะ เราก้เริ่มเดินทางกันเลย ทางข้อนข้างทีาจะลาดชั้น และอันตรายต้องระวังด้วยนะคะ มีคนเสียชีวิตเพราะไม่ระวังกันด้วยคะ
เราเองค่อนข้างอ่อนแอ่เลยทำให้ไปไม่ถึงด้านล่างเพราะกลิ่น กัมมะถัน ทำให้เราหายใจไม่ออกและ เส้นทางที่ต้องไตลงไปเพื่อลงไปดูฟลูเฟรนค่อนข้างลื่นเพราะฝนผึ่งตกไป กับอากาศที่ค่อนข้างจะแย่มากๆเลยทำให้เราตัวสั่นและน้องไห้ แฟนเราเลยตัดสินใจพาเรากลับขึ้นมา ต้องขอบคุณแฟนที่ พยายามเข้าใจเราถึงจะเสียใจที่ทำไม่สำเร็จ และ เดินกลับลงมาพร้อมกับเราทั้งทีาเราบอกว่าเดินไปเลยเราจะรอเค้าด้านบนเอง เเต่เค้าตัดสินใจที่จะกลับขึ้นมาพร้อมเราเราก็ร้องไห้ไปตามระเบียบจ้า
เราได้จองตั๋วรถไฟด้วยแอปด้านซ้ายสุดค่ะ
รๆไฟที่นี้สะดวกและ ค่อนข้างที่จะสะดวกสบายและปลอดภัยมากค่ะ
เราเข้าที่พัก “ clover Homestay” สองคืน 400,000rp ค่อนข้างที่จะดีค่ะและถูก เราได้สอบถามทางเคาน์เตอร์ค่ะเค้ามีบริการพาไปภูเขาไฟแต่เราได้สิทธิ์พิเศษตรงที่ว่า วันนั้นที่เราไปค่อนข้างที่จะแพงเพราะเป้นวันหยุดยางจากปกติแล้วคนนึ่งเข้าประมาณ350,000rp ต่อคน แต่เราเสียแค่เพียง200,000rpต่อคนเท่านั้นเองต้องขอบคุณคุณลุฃเจ้าของมากๆที่ช่วยเหลือเราสองคนค่ะ เราไปแต่โชคร้ายนิดหน่อยเพราะไม่มีทัวร์คือกรุ๊ปไปเพราะแพงเราจึงได้เช่ารถทางที่พักไป 600,000rp เพื่อไปที่ภูเขาไฟ เรายอมเด้อ
วันที่สิบเอ็ด... ภูเขาไฟโบร่โม่ เราตื่นตั้งแต่ตี3เพื่อรีบไปเราได้นั้งรถมอไซซึ่งปกติจะหาค่อนข้างยากต้องขอบคุณอีกครั้งจริงๆค่ะ เราไปที่จุดชมวิวในตอนเช้า คนเยอะมากค่ะเพราะเสียเพียงค่าเข้าราคาไม่แพงมากเดินไปค่อนข้างที่จะสะดวกกว่าคาวาอิเจียนคะ
พอ6โมงเช้าลุงจะรอรับด้านล่างเพือไปภูเขาไฟคะ ลุงพาไปเจอลุงอีกคนที่เป้นชาวบ้านแถวนั้นพื่อขับรถเข้าไปค่ะพอไปถึงลุงจะให้เวลาเราชมกว่าๆค่ะเพื่อเดินไปดูภูเขาไฟ เราโชคดีกันอีกแล้วเพราะลุงบอกว่าหลายวันที่ผ่านมาเค้าปิดเพราะฝนตก กลัวภูเขาไฟจะระเบิดจึงไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปคะ