มันอาจดูประหลาดครับ แต่มันเกิดขึ้นอยู่ตอนนี้สำหรับผม ขอเล่าเป็นข้อๆตามนี้ละกันครับ
1. ผมทำงานออฟฟิศได้หลายปีแล้ว ตั้งแต่เด็กจบใหม่ ทำไรไม่ค่อยเป็น พัฒนาตัวเองมาเรื่อยๆ จากพนักงานที่นายอยากไล่ออกเพราะทำช้า ทำพลาด จนตอนนี้กลายเป็นคนที่นายต้องการตัว เพราะทำงานได้เป้ะ และเร็ว (มีแต่คนชมครับ อันนี้เรื่องจริง) งานไหนที่แต่ก่อนทำแบบนึง ก็ปรับเปลี่ยนให้ใช้เวลาน้อยลง เช่น จาก 1 ชม. เหลือ 30 นาที และ 30 นาทีเหลือ 5 นาทีเป็นต้น ...ทำให้บางช่วงผมทำงานทั้งหมดเสร็จก่อนเวลา สิ่งที่ได้เพิ่มคือโปรเจคอื่นๆ ซึ่งผมยินดีรับมาเพราะมองว่าได้ฝึกตัวเอง ได้ประสบการณ์ ได้ความรู้ใหม่ๆ ได้รู้จักคนใหม่ๆ คือคิดบวกเต็มที่
2. แต่บางครั้งมันก็เป็นว่าผมมีพฤติกรรมบางอย่างที่คนอื่นไม่ชอบ เช่น ผมไม่ชอบคนทำอะไรช้า งกตามๆเงิ่นๆ , พวกอารัมภบทยาวๆ พูดแต่น้ำๆ หรือพวกไดโนเสาร์ทั้งหลาย หลายครั้งต้องมีกระทบกระทั่งกันบ้าง เพราะผมพูดตรงและแรง ไม่สนคำว่าอาวุโส และรู้สึกหลายครั้งว่าคนพวกนี้ไม่ควรจ้างไว้เพราะกินแรงเพื่อน และทำให้บริษัทไม่เจริญเท่าที่ควร
3. จนเมื่อมีพนักงานแผนกอื่นย้ายเข้ามาที่แผนก และหัวหน้าให้เอางานผมบางส่วนให้น้องคนนี้ทำ ผมก็สอนงานตามแบบของผม ซึ่งกลายเป็นว่าน้องคนนี้ไม่สามารถทำเสร็จและทำถูกต้องตามระยะเวลาที่ผมทำได้ เช่น การใช้สูตร excel หรือการเก็บไฟล์ต่างๆ(คือเข้าใจว่าน้องยังใหม่ ยังไม่ชินกับรูปแบบ ขั้นตอนที่ผมทำอยู่ประจำ) แต่กลายเป็นว่าน้องเอาไปพูดว่าผมทำงานเหมือนหุ่นยนต์ บ้าเรื่องเวลา ประมาณว่า ทำไมจะต้องบอกว่างานนี้ต้องเสร็จภายในเวลา 5 นาที ทำไม(ผม) จะต้องพูดด้วยว่าให้จับเวลาการทำงานแล้วหาวิธีทำให้เร็วขึ้น ทำไมจะต้องทำไฟล์ให้มันยากๆเพื่อแค่ลดเวลาไม่กี่นาที ทำไมจะต้องให้ไปซื้อ mouse ใหม่ที่คลิกๆไวเพื่อคลิกไวขึ้น 1 วินาที....และประโยคที่ผมฟังแล้วอึ้งสุดก็คือ จะรีบเดินไปตายที่ไหน
4. จากวันนั้น ผมกลับมานั่งคิดว่าตัวเองผิดปกติรึเปล่า เพราะเนื่องจากผมเคยต้องทำงานอยู่ดึกๆดื่นๆ เพราะขั้นตอนการทำงานที่ค่อนข้างช้า แต่ผมมานึกขึ้นได้ว่า ผมคิดแม้กระทั่งว่า
- ถ้าผมคลิก mouse ได้ไวขึ้น 1 วิในแต่ละครั้ง แปลว่าใน 1 วันผมจะมีเวลามากขึ้นกี่นาที
- ระยะทางจากโต๊ะผมไปที่ห้องเอกสาร จะเดินยังไงให้กินเวลาน้อยที่สุด (แต่ละทางจะต้องผ่านซอกซอยต่างๆ โค้งหัวมุมก็ไม่เท่ากัน)
- จะทำยังไงที่คุยกับเพื่อนร่วมงานบางคนให้ได้เนื้องานที่ต้องการให้ไวที่สุด โดยที่ไม่ต้องพูดอย่างอื่นให้เสียเวลา
- บางครั้งมีประชุม ก็ต้องเดินถือ notebook จากโต๊ะทำงานไปที่ห้องประชุม ซึ่งใช้เวลาเดินไปประมาณ 1 นาที แล้วงานไหนบ้างที่สามารถทำเสร็จได้ในช่วง 1 นาทีระหว่างเดินไปห้องประชุม
- งาน routine หลายๆงาน จะลดเวลาทั้งหมดโดยรวมที่มันน้อยอยู่แล้วยังไง ให้น้อยลงกว่าเดิมอีก (ถ้าลดแต่ละงานสัก 30 วิ วันนึง 20 งานก็มีเวลาเพิ่ม 10 นาที)
5. และตอนนี้มีพนักงานในแผนกออกสองคน และงานทั้งหมดก็จะโอนมาที่ผม ซึ่งตอนนี้ผมจะเป็นบ้าครับ เพราะหัวหน้าบอกว่าผมทำได้อยู่แล้ว และเพราะผมมีเรียนพิเศษตอนเย็น ผมอยู่เย็นไม่ได้ เพราะงั้นผมก็ปรับงานของคนเก่าใหม่ แต่คงเพราะเนื่องจากมันมีหลายอย่าง ผมยังปรับได้ไม่หมด ตอนนี้ผมทำงานแต่ละอย่างคือจะจับผิดตัวเองว่าขั้นตอนไหนเราทำผิดมั้ย มันกินเวลาส่วนที่ไม่จำเป็น ไปแล้วกี่วินาที จนบางวันผมกินข้าวเที่ยงแค่สิบนาทีแล้วมานั่งทำงานต่อ
6. แล้วทำไมผมไม่บอกหัวหน้าว่างานมันเยอะ ทำไม่ไหว เพราะตอนนี้อยู่ในช่วงที่จะคัดเลือกตำแหน่งครับ ผมไม่อยากให้มีงานไหนที่เป็นปัญหากับตัวผมแล้วส่งผลกับ performance เพราะผมหวังไว้เยอะ คนจ้องจะจับผิดมันก็เยอะตาม ถ้าผมพลาดทีนึงก็อาจหมดสิทธิ์ เพราะผมมีคดีเรื่องการพูดจาไม่ค่อยดีอยู่
ทุกครั้งเวลาผมเครียด ผมจะต้องหาหนังสือแนวพัฒนาชีวิตมาอ่าน เพราะคิดตลอดว่าความคิดเรามันท้อ มันต้องเข้มแข็งกว่านี้ แต่หลายทีผมก็ว่าผมทำงานเกินตัวไปมั้ย คนอื่นรอบข้างไม่มีใครรู้ว่าผมเป็นแบบนี้ เพราะภาพที่ผมให้คนอื่นเห็นคือมั่นใจ เป๊ะ เก่ง ฉับไว นอกกรอบ และเชื่อว่าคิดบวกคือสิ่งสำคัญ
ผมคิดนะว่าอยากไปหาจิตแพทย์ แต่อีกใจก็คิดว่าเราแค่เครียดไปมั้ย
ผมมีพฤติกรรมบางอย่างที่เคยคิดว่ามันดี จนตอนนี้เหมือนเสพติด
1. ผมทำงานออฟฟิศได้หลายปีแล้ว ตั้งแต่เด็กจบใหม่ ทำไรไม่ค่อยเป็น พัฒนาตัวเองมาเรื่อยๆ จากพนักงานที่นายอยากไล่ออกเพราะทำช้า ทำพลาด จนตอนนี้กลายเป็นคนที่นายต้องการตัว เพราะทำงานได้เป้ะ และเร็ว (มีแต่คนชมครับ อันนี้เรื่องจริง) งานไหนที่แต่ก่อนทำแบบนึง ก็ปรับเปลี่ยนให้ใช้เวลาน้อยลง เช่น จาก 1 ชม. เหลือ 30 นาที และ 30 นาทีเหลือ 5 นาทีเป็นต้น ...ทำให้บางช่วงผมทำงานทั้งหมดเสร็จก่อนเวลา สิ่งที่ได้เพิ่มคือโปรเจคอื่นๆ ซึ่งผมยินดีรับมาเพราะมองว่าได้ฝึกตัวเอง ได้ประสบการณ์ ได้ความรู้ใหม่ๆ ได้รู้จักคนใหม่ๆ คือคิดบวกเต็มที่
2. แต่บางครั้งมันก็เป็นว่าผมมีพฤติกรรมบางอย่างที่คนอื่นไม่ชอบ เช่น ผมไม่ชอบคนทำอะไรช้า งกตามๆเงิ่นๆ , พวกอารัมภบทยาวๆ พูดแต่น้ำๆ หรือพวกไดโนเสาร์ทั้งหลาย หลายครั้งต้องมีกระทบกระทั่งกันบ้าง เพราะผมพูดตรงและแรง ไม่สนคำว่าอาวุโส และรู้สึกหลายครั้งว่าคนพวกนี้ไม่ควรจ้างไว้เพราะกินแรงเพื่อน และทำให้บริษัทไม่เจริญเท่าที่ควร
3. จนเมื่อมีพนักงานแผนกอื่นย้ายเข้ามาที่แผนก และหัวหน้าให้เอางานผมบางส่วนให้น้องคนนี้ทำ ผมก็สอนงานตามแบบของผม ซึ่งกลายเป็นว่าน้องคนนี้ไม่สามารถทำเสร็จและทำถูกต้องตามระยะเวลาที่ผมทำได้ เช่น การใช้สูตร excel หรือการเก็บไฟล์ต่างๆ(คือเข้าใจว่าน้องยังใหม่ ยังไม่ชินกับรูปแบบ ขั้นตอนที่ผมทำอยู่ประจำ) แต่กลายเป็นว่าน้องเอาไปพูดว่าผมทำงานเหมือนหุ่นยนต์ บ้าเรื่องเวลา ประมาณว่า ทำไมจะต้องบอกว่างานนี้ต้องเสร็จภายในเวลา 5 นาที ทำไม(ผม) จะต้องพูดด้วยว่าให้จับเวลาการทำงานแล้วหาวิธีทำให้เร็วขึ้น ทำไมจะต้องทำไฟล์ให้มันยากๆเพื่อแค่ลดเวลาไม่กี่นาที ทำไมจะต้องให้ไปซื้อ mouse ใหม่ที่คลิกๆไวเพื่อคลิกไวขึ้น 1 วินาที....และประโยคที่ผมฟังแล้วอึ้งสุดก็คือ จะรีบเดินไปตายที่ไหน
4. จากวันนั้น ผมกลับมานั่งคิดว่าตัวเองผิดปกติรึเปล่า เพราะเนื่องจากผมเคยต้องทำงานอยู่ดึกๆดื่นๆ เพราะขั้นตอนการทำงานที่ค่อนข้างช้า แต่ผมมานึกขึ้นได้ว่า ผมคิดแม้กระทั่งว่า
- ถ้าผมคลิก mouse ได้ไวขึ้น 1 วิในแต่ละครั้ง แปลว่าใน 1 วันผมจะมีเวลามากขึ้นกี่นาที
- ระยะทางจากโต๊ะผมไปที่ห้องเอกสาร จะเดินยังไงให้กินเวลาน้อยที่สุด (แต่ละทางจะต้องผ่านซอกซอยต่างๆ โค้งหัวมุมก็ไม่เท่ากัน)
- จะทำยังไงที่คุยกับเพื่อนร่วมงานบางคนให้ได้เนื้องานที่ต้องการให้ไวที่สุด โดยที่ไม่ต้องพูดอย่างอื่นให้เสียเวลา
- บางครั้งมีประชุม ก็ต้องเดินถือ notebook จากโต๊ะทำงานไปที่ห้องประชุม ซึ่งใช้เวลาเดินไปประมาณ 1 นาที แล้วงานไหนบ้างที่สามารถทำเสร็จได้ในช่วง 1 นาทีระหว่างเดินไปห้องประชุม
- งาน routine หลายๆงาน จะลดเวลาทั้งหมดโดยรวมที่มันน้อยอยู่แล้วยังไง ให้น้อยลงกว่าเดิมอีก (ถ้าลดแต่ละงานสัก 30 วิ วันนึง 20 งานก็มีเวลาเพิ่ม 10 นาที)
5. และตอนนี้มีพนักงานในแผนกออกสองคน และงานทั้งหมดก็จะโอนมาที่ผม ซึ่งตอนนี้ผมจะเป็นบ้าครับ เพราะหัวหน้าบอกว่าผมทำได้อยู่แล้ว และเพราะผมมีเรียนพิเศษตอนเย็น ผมอยู่เย็นไม่ได้ เพราะงั้นผมก็ปรับงานของคนเก่าใหม่ แต่คงเพราะเนื่องจากมันมีหลายอย่าง ผมยังปรับได้ไม่หมด ตอนนี้ผมทำงานแต่ละอย่างคือจะจับผิดตัวเองว่าขั้นตอนไหนเราทำผิดมั้ย มันกินเวลาส่วนที่ไม่จำเป็น ไปแล้วกี่วินาที จนบางวันผมกินข้าวเที่ยงแค่สิบนาทีแล้วมานั่งทำงานต่อ
6. แล้วทำไมผมไม่บอกหัวหน้าว่างานมันเยอะ ทำไม่ไหว เพราะตอนนี้อยู่ในช่วงที่จะคัดเลือกตำแหน่งครับ ผมไม่อยากให้มีงานไหนที่เป็นปัญหากับตัวผมแล้วส่งผลกับ performance เพราะผมหวังไว้เยอะ คนจ้องจะจับผิดมันก็เยอะตาม ถ้าผมพลาดทีนึงก็อาจหมดสิทธิ์ เพราะผมมีคดีเรื่องการพูดจาไม่ค่อยดีอยู่
ทุกครั้งเวลาผมเครียด ผมจะต้องหาหนังสือแนวพัฒนาชีวิตมาอ่าน เพราะคิดตลอดว่าความคิดเรามันท้อ มันต้องเข้มแข็งกว่านี้ แต่หลายทีผมก็ว่าผมทำงานเกินตัวไปมั้ย คนอื่นรอบข้างไม่มีใครรู้ว่าผมเป็นแบบนี้ เพราะภาพที่ผมให้คนอื่นเห็นคือมั่นใจ เป๊ะ เก่ง ฉับไว นอกกรอบ และเชื่อว่าคิดบวกคือสิ่งสำคัญ
ผมคิดนะว่าอยากไปหาจิตแพทย์ แต่อีกใจก็คิดว่าเราแค่เครียดไปมั้ย