“ดีอี” หนุนใช้ ม.44 ช่วยยืดจ่ายค่า ”4จี” ยันชาติ-ปชช.ได้ประโยชน์ หวั่นประมูล 4 จีรอบใหม่ล้ม ทำ 4.0 สะดุด

เมื่อวันที่ 5 เมษายน แหล่งข่าวจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงกรณีที่นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ไม่เห็นด้วยกับการที่รัฐบาลจะใช้มาตรการ 44 ช่วยเหลือทรูมูฟ และเอไอเอส ขยายเวลาชำระค่าใบอนุญาตคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ ในงวดที่ 4 ออกไป 5 ปี จนถึงปี 2567 เนื่องจากทั้ง 2 รายยังคงมีผลประกอบการที่ดีนั้น เป็นเพราะนายสมเกียรติ มองแค่ประโยชน์ภาครัฐ ไม่ได้มองไปถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน โดยรวม ดังนั้นจะมองแต่เรื่องของผลประโยชน์ที่รัฐจะได้รับเพียงด้านเดียวไม่ได้

แหล่งข่าวกล่าวว่า หากผ่อนผันให้ผู้ประกอบการ จะทำให้ทั้ง 2 รายมีโอกาสนำเงินไปลงทุนพัฒนาโครงข่ายสอดรับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล แต่หากไม่ผ่อนผันการชำระค่าธรรมเนียม จะส่งผลต่อการประมูลคลื่นความถี่ 4 จีบนคลื่น 900 และ 1800 รอบใหม่ ที่จะมีเพียง ดีแทคเพียงค่ายเดียวเข้าประมูล ขณะที่ 2 ค่าย ไม่สามารถร่วมประมูลได้ด้วยแน่ เพราะต้องนำเงินไปจ่ายค่าธรรมเนียมจนหมดหน้าตักแล้ว

ขณะนี้ ทั้งทรูมูฟและเอไอเอส ต่างมีคลื่นความถี่ในมือมากกว่า 50 เมกมากพอจะดูแลลูกค้าในระดับหนึ่งอยู่แล้ว แต่หากถูกบีบให้ชำระค่าธรรมเนียมส่วนที่เหลือในงวดเดียวจนหมดหน้าตัก ทั้ง 2 ค่ายคงไม่เข้าร่วมประมูลแน่ ผลเสียที่จะเกิดตามมา จะไม่มีการแข่งขันการประมูลรอบใหม่ และหาก กสทช.เลื่อนการประมูลออกไปหรือเก็บคลื่นความถี่ 4 จีเอาไว้ ผลเสียจะเกิดต่อประเทศชาติและประชาชนโดยรวม

แหล่งข่าวกล่าวว่า ส่วนการคำนวณผลประโยชน์ที่อ้างว่ารัฐจะยกประโยชน์ให้เอกชนถึง 15% มีส่วนต่างกว่า 30,000 ล้านบาทนั้น เป็นการอ้างอิงจากดอกเบี้ยผิดนัด ซึ่งยังไม่เกิดขึ้น และทางเอกชนก็ไม่ได้ผิดนัดชำระหนี้ แต่เป็นการขอผ่อนปรนการชำระค่าธรรมเนียมออกไปเท่านั้น โดยรัฐยังคงได้รับค่าธรรมเนียมครบถ้วน หากจะอิงดอกเบี้ยตลาดของแบงก์ใหญ่มาคำนวณยังจะพอยอมรับได้ แต่อย่าลืมว่าเอกชนนั้นไม่ได้มีภาระแค่ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายรัฐเท่านั้น ยังมีภาระต้องจ่ายเงินกู้ยืมที่ต้องนำมาจ่ายรัฐด้วย

นายลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค กล่าวยืนยันว่า บริษัทจะเข้าประมูลคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ อย่างแน่นอน โดยหวังว่า กสทช.จะเปิดประมูลภายในปีนี้

ที่มา : https://www.matichon.co.th/news/906166
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่