17.46 + 371 Miles With You

กระทู้สนทนา
สวัสดีครับผมชื่อ N... ครับ
กระทู้นี้เป็นกระทู้แรกของผม หากมีข้อผิดพลาดอะไร พิมพ์ผิดส่วนไหน ขออภัย ณ ที่นี้ด้วยครับผม
ก่อนอื่นผมขอบอกว่าเรื่องที่ผมจะเล่าต่อไปนี้ คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับตัวผมเองนะครับ
เหตุผลที่ตั้งหัวข้อกระทู้ว่า 17.46 + 371 Miles With You คือระยะทางโดยประมาณจากเรื่องราวที่เกิดขึ้นครับ


เริ่มเรื่องมีอยู่ว่า ผมเป็นคนต่างจังหวัดครับ แล้วเป็นครั้งนี้เป็นครั้งแรก ที่ผมได้เข้าไปเที่ยวกรุงเทพแบบคนเดียวครับ
เหตุผลที่ผมเข้าไปเที่ยวกรุงเทพฯ เพราะว่าจะเข้าร่วมคอนเสิร์ตกลุ่มหนึ่งขึ้นต้นด้วย บ. ลงท้ายด้วยเลข 8 ครับ 5555+
แต่สิ่งที่ผมอยากจะเล่าจริงๆ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างผมกำลังเดินทางกลับบ้านครับผม


ก่อนอื่นผมอยากจะถามผู้อ่านว่า  คุณเชื่อในโชคชะตา และความบังเอิญไหมไหมครับ ?
เอาล่ะ หลังจากอ่านเรื่องที่ผมเล่าต่อไปนี้ คุณอาจจะเปลี่ยนความคิดก็ได้นะครับ




เยี่ยม ก่อนเริ่มอ่านก็สามารถเปิดฟังเพลงไปพลางๆ ได้ครับ ^_^
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ


วัน จันทร์ ที่ 2 เมษายน 2018
        วันนี้ต้องตื่นเช้า Check out ก่อน 12.00 น.(ตื่นจริงประมาณ 10.10 น.)
        หลังจากตื่นก็อาบน้ำแต่งตัวและลงจากห้องไป Check out หลังจาก Check out เสร็จผมต้องไปส่งโพสต์การ์ดที่ไปรษณีย์ เลยนั่ง BTS ไปลงที่สถานี สยาม พอส่งโพสต์การ์ดเสร็จแล้วผมก็เดินทางกลับที่พัก เพื่อไปเอากระเป๋าที่ฝากไว้ก่อน จากนั้นผมก็หิ้วกระเป๋าขึ้น BTS ไปลงที่สถานี พญาไท [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ พอถึงสถานี พญาไท ก็เดินต่อไป Airport Link ซื้อบัตรผ่านเข้าสถานีครับ

        *ช่วงสำคัญที่ไม่ควรลืม*[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
        พอขึ้น APL ผมได้เจอผู้หญิงคนนึงสะดุดตาขึ้นมา ได้นั่งอยู่ตรงข้ามมากับเส้นทางเดียวกัน ระหว่างทางรู้สึกเหมือนต่างแอบมองกันและกันจนกระทั่ง บังเอิญสบตากันหลายต่อหลายครั้ง และเหมือนผู้หญิงเขาจะรู้ตัว
        
        พอจอดถึงสถานีอะไรสักอย่าง มีคุณยายอายุเยอะขึ้นมา ผมก็เลยเลยลุกให้ท่านนั่ง หลังจากผมยืนไปสักพักขึ้นก็เริ่มเข้ามาเยอะขึ้นๆ ผมก็ได้ขยับไปหลงทิศทางไหนก็ไม่รู้ พอถึงสถานีที่คุณยายลง ก็มีคุณป้ามานั่งแทน คนก็เข้ามาอีก หลังจากถึงสถานีที่คุณป้าลงไม่มีใครนั่ง ผมก็เลยไปนั่งแทนแล้วก็สังเกตุว่าบังเอิญไปนั่งตรงข้ามผู้หญิงคนนั้นพอดี แล้วก็เริ่มเหตุการณ์ต่างคนต่างสบตากัน เหมือนแอบมองกันไปมา ระหว่างนั้นเหมือนเขาจะเอาซอง SIM การ์ดสีแดง เหมือนของค่ายสีแดงตัว T [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ ขึ้นมาเพื่อที่จะทำอะไรสักอย่าง ชูอยู่หลายครั้ง พอถึงสถานีสุวรรณภูมิผมก็ไม่ได้คิดอะไร เหมือนเป็นแค่ผู้หญิงที่ถูกใจมาพบกัน และจากกันแบบผ่านๆ
        [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
    
        จากนั้นก็ไปหาที่เช็คอินขึ้นเครื่องของสายการบินสีแดง [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ และก็เหมือนโชคชะตาดลบันดาลอะไรสักอย่าง ผมได้เจอผู้หญิงคนนั้นเดินผ่านหน้าของผม และมาต่อแถวเช็คอิน ระหว่างรอคอยคิวแถว ต่างกันมองหน้ากันและหลบสายตา จนกระทั่งผมกลัวที่จะตกหลุมรักเธอคนนั้น ผมก็เลยพยายามมองไปทางอื่น แต่ผมก็อดคิดไม่ได้ว่าเข้าจะมองมาทางผมจริงหรือป่าว ปรากฎว่า เขามองมาที่ผม แล้วก็สบตา ประมาณ 8 วินาที (ประมาณจากที่ผมนับเวลาต่อคิวที่ลดไป) หลังจากนั้นก็หันหน้าหนี พอถึงคิวของเขาเช็คอิน ผมก็รอเช็คอิน ต่อประมาณ 2-3 คิวต่อจากเขา
        
        หลังจากนั้นเช็คอินในส่วนของผม และผมก็คิดว่า มันเป็นความบังเอิญปกติละมั้ง ก็สนามบินนี่นะเข้าอาจจะบินสายเดียว ความบังเอิญที่ผมคิดนั้นมันเป็นสิ่งที่แปลกและผมไม่เข้าใจ หลังจากเสร็จส่วนเช็คอินผมได้เดินทางไปหาที่นั่งที่ Gate B3 ของสนามบินสุวรรณภูมิเพื่อนั่งรอขึ้นเครื่อง
        ระหว่างรอผมก็นั่งเก็บใบ Clover [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ แล้วก็มองไปรอบๆ [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ แล้วสิ่งนั้นก็เกิดขึ้นนั่นไงล่ะครับ เธอคนนั้นเดินมาที่ Gate เดียวกับผม เขาก็บังเอิญขึ้นเครื่องเดียวกับผม ผมก็ไม่อยากคิดมากผมอาจจะคิดไปคนเดียว ว่าเขาชอบผมผมเลยไม่พยายามมองไปที่เขา
        ระหว่างนั่งที่ Gate แต่ผมก็อดไม่ได้ เลยแอบมองเขา เขาก็นั่งคุยปกติกับแม่ของเขา ผมคิดก็นั่นสิอะไรจะบังเอิญมาเจอคนในพรหมลิขิตแบบในหนังเวลานี้ ผมก็พยายามตัดใจแล้วรอถึงเวลา Call ขึ้นเครื่องบิน ผมก็ต่อคิวแล้วไปขึ้นเครื่อง
        หลังจากผมขึ้นเครื่องเสร็จผมก็หาที่นั่งของผมคือ 19-F โอ้วโชคดีเพราะติดริมหน้าต่างพอดี[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ ผมก็คิดในใจมันคงไม่บังเอิญว่าเขาจะมานั่งข้างๆ หรอกนะ 55555+

อมยิ้ม02 ฟังเพลงกันต่อครับ
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
        ผมก็นั่งไปสักพักแล้วคิดหาคำตอบ จากคำถามที่เกิดขึ้น ว่าสิ่งที่เรียกว่าไอ่พรหมลิขิต หรือ ความบังเอิญนั้นมีอยู่จริงๆ หรอละมองออกไปหน้าต่างนอกเครื่องบินแบบชีวิตต้องการคำตอบ 55555+
        นั่งไปสักพักเธอคนนั้นก็ขึ้นเครื่องมาแล้วก็มองเลขที่นั่ง นั่นไง มาหยุดตรงแถว 19 ผมคิดอาจจะนั่งที่อีกฝั่ง แต่ไม่ใช่!! เธอนั่งฝั่งเดียวกับผมเป็น 19-D, 19-E แม่ของเขาเหมือนจะนั่ง 19-E เพื่อคั่นไว้ ส่วนเธอคนนั้นนั่ง 19-D หึหึผมก็นั่งเกร็งเลยน่ะสิ ก่อนเครื่องขึ้นบินผมเห็นว่าเธอเริ่มง่วงแล้ว แม่ของเธอก็เหมือนกัน พอเครื่องคงระดับความสูงได้แล้ว ผมก็เลยปิดหน้าต่างให้ทั้งสองคนได้พักผ่อน แต่แม่ของเธอเหมือนจะหลับๆ ตื่นๆ แล้วก็เหมือนว่าจะมองมาที่หน้าต่าง ผมก็เลยคิดหนักว่าจะเปิดดีไหม พอตัดสินใจว่าจะเปิด เขาก็หลับไปอีกแล้ว ผมก็คิดว่ารอให้ทั้งสองตื่นก่อนละกัน พอใกล้ถึงจุดหมายคือ สนามบินเชียงใหม่ ผมก็เห็นว่าเขาทั้งสองตื่นแล้ว ผมก็เลยเปิดหน้าต่างให้เห็นวิวเมฆภายนอก

        หลังจากนั้นเหมือนว่าทั้งสองจะคุยอะไรกันบางอย่างที่เป็นภาษาที่ผมไม่เข้าใจ (ไม่ใช่ เกาหลี ญี่ปุ่น อังกฤษ) ผมเดาว่าน่าจะพูดภาษาเวียดนาม ผมสังเกตุคุณแม่เขาก่อนหลับหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน ซึ่งผมก็พยายามทำแบบนั้นหลังจากเขาเพิ่งมานั่งข้างๆ เพื่อแก้เขิน แต่หนังสือเป็นภาษาเวียดนาม 5555+ วางเก็บไปน่ะดีแล้ว
        พอเครื่องลงจอดเวลาประมาณ 18.14 น. และก่อนลงเครื่องผมยังคงมัวแต่ถามหาว่า "โชคชะตา พรหมลิขิต ความบังเอิญ มันสามารถเชื่อมโยงคนให้มาพบกันได้จริงๆ หรอ" ระหว่างที่ผมกำลังคิดนั้น ทั้งสองก็ลงเครื่องไปแล้วโดยก่อนลง ผมมองไปที่เขาครั้งสุดท้าย มองกันครั้งสุดท้าย ที่ผมไม่อาจลืมได้ว่า โชคชะตา พรหมลิขิต ความบังเอิญ มันไม่สำคัญเลย หากผมใช้เวลาที่มัวแต่เก็บความรู้สึก และคิดหาเหตุผลไว้ โดยไม่พูดสักคำ มันคือความผิดพลาดที่สุดอย่างหนึ่ง

        หลังจากนั้นพอถึงบ้านผมเสียใจมากที่ความ ป็อด หรือ ลังเล มันคือส่วนหนึ่งที่แย่ของผม ผมพยายามปิดความรู้สึกนั้น และแก้ไขมันโดยพยายามหาข้อมูลของผู้หญิงคนนั้นทุกอย่าง ตั้งแต่ดู Hash Tag # ดูที่เช็คอินตาม App โซเชียลต่างๆ พยายามติดต่อโดยเขียนจดหมาย Email เพื่อขอชื่อทั้งๆ ที่รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่ทางสายการบินจะให้ข้อมูลในส่วนนั้น และก็ส่งจดหมายขอโทษเขาไป ทั้งหมดเป็นสิ่งที่ผมต้องการแก้ไขเพื่อให้รู้สึกผิดกับตัวเอง แต่ไม่สามารถทำอะไรได้เลยครับ




เหตุผลที่ตั้งกระทู้นี้ขึ้นมาเพื่อจะบอกตอนท้ายนี้ว่า
หากคุณพบคนที่ใช่แล้วอย่ามัวรอโชคชะตาหรือพรหมลิขิต และอย่ามัวรอความบังเอิญ เหมือนกับผม เพราะคุณอาจจะมานั่งเสียใจแบบผมก็ได้






เวลานั้นไม่สามารถย้อนคืนได้ดังนั้นสิ่งที่ผมคิดว่าดีที่สุดสำหรับตอนนี้คือ
อย่างน้อยผมได้พบเธอ และได้รักเธอเพียง 388.46 ไมล์



ขอบคุณที่ทนอ่านจนจบนะครับ กับปัญหาไร้สาระแบบนี้ ^^
Update : 03.04.2018 นั่งหาชื่อเธอคนนั้นต่อ 5555+ แม้โอกาสเป็น 0.001% ผมก็อยากจะพบเธอคนนั้นอีก ^^
Update : 04.04.2018 หาวนไป
Update : 05.04.2018 แม้โอกาสเป็น 0.00001% สงสัยต้องตัดใจ
https://www.youtube.com/watch?v=9aNcvKkLqzA    พระจันทร์
ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่