ถ้าย้อนกลับไปตั้งแต่ต้นปี ทรัมป์นับว่าทำได้ดีทีเดียวกับเกมส์การค้า คือ สามารถไปเอาของเพิ่มจากแคนาดา เม็กซิโก และก็เกาหลีใต้ได้เฉยๆ เลย กับจีนนี่ แรกๆ ก็ดูท่าว่าจะทำได้ดี แต่พอเริ่มลงมือ กลับเป็นจีนที่เตรียมการได้ดีกว่า เกมส์ผลประโยชน์ทางการค้าระหว่างสหรัฐ กับ จีน ที่กำลังขับเคี่ยวกันอยู่นี้ ชักดูก็ชักสนุกขึ้นเรื่อยๆ น่าติดตามเข้าไปดูใกล้ๆ
ตอนแรกดูผิวเผิน ก็คิดว่าเกมส์นี้สหรัฐน่าจะเป็นต่อ แต่พอเข้าไปดูใกล้ๆ ชักจะไม่ใช่แล้วแฮ่ะ...
เริ่มที่ฝั่ง สหรัฐก่อน สหรัฐจ่ายเงินซื้อสินค้า+บริการจากจีน มากกว่าจีนจ่ายเงินซื้อสินค้า+บริการจากสหรัฐ US$340 Billion ต่อปี นั่นคือสหรัฐขาดดุลการค้ากับจีน นอกจากนี้จีนก็ยังเอาเงินส่งให้สหรัฐกู้มาใช้จ่ายถึง US$ 1.25 Trillion เฉพาะปี 2017ให้กู้เพิ่มอีก US$125 Billion
ทรัมป์เนี่ยมั่นใจว่าเล่นเกมส์นี้ยังไงก็เป็น easy win ก็เพราะว่าซื้อของจากจีนมากกว่าขายของให้จีนเยอะมาก ลูกค้ารายใหญ่นะ แถมยังมีเงินกู้ก้อนใหญ่ของพ่อค้าเป็นตัวประกันอีก เกมส์บีบจีนนี้ยังไงก็คงมีแต่ได้แน่นอน
ทีนี้มาดูฝั่งจีนบ้าง จีนดูมีความเป็นเอกภาพเป็นอย่างมาก มีการคาดการณ์กันในหมู่นักธุรกิจชาวจีนว่าสหรัฐต้องมาบีบจีนอยู่แล้ว ดังนั้นการเตรียมการของภาคธุรกิจมีพร้อมเสมอ ส่วนภาครัฐก็พบว่ามีการเตรียมการไว้เช่นเดียวกัน เรียกว่า รัฐเอกชนจับมือกันสู้
จีน เตรียมอะไรไว้บ้าง หนึ่ง น้ำมัน ทั้งในประเทศ รัสเซีย แอฟริกา สอง สะสมทรัพย์สินในรูป USD และเร่งสะสมสินทรัพย์ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก อย่างเห็นได้ชัดในปี 2017 สาม ผลักดันเงินหยวนให้เป็นสกุลเงินหลักที่ IMF ยอมรับแล้วเริ่มเจรจาเปิดการค้ากับต่างประเทศในรูปเงินหยวนโดยตรง สี่ หาเสียงกับประเทศสมาชิก WTO มีการให้การช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนา ส่วนประเทศใหญ่ๆ ในยุโรปรวมทั้งออสเตรเลีย ก็มีความร่วมมือกันมากขึ้นชัดเจน
พอสหรัฐเริ่มเปิดเกมส์ จีนก็ไม่รีรอที่จะสวนกลับด้วยมูลค่าการค้าที่เท่ากัน เป็นการบอกสหรัฐว่าถ้าจีนขายของเข้าไปในสหรัฐไม่ได้ สหรัฐก็ขายของเข้ามาในจีนไม่ได้เช่นกัน ต่างคนต่างขายของไม่ได้ ทำอย่างไร? หาตลาดอื่นใช่ไหม ทีนี้ถ้าภาคเอกชนต้องเอาของที่เหลือไประบายในตลาดอื่น จีนก็จะใช้นโยบายหยวนอ่อนค่า โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการถูกโจมตีค่าเงินจนคุมไม่ได้ เนื่องจากป้องกันไว้ด้วยการสะสมUSDและทรัพย์สินในต่างประเทศมากๆ แล้ว ยิ่งหยวนอ่อนค่า สินค้าสหรัฐก็ยิ่งขายยาก ส่วนประเทศอื่นๆ ก็ยิ่งชอบใจ ซื้อสินค้าจากจีนถูกลงเพราะหยวนอ่อนค่า ขณะที่ขายสินค้าเข้าสหรัฐได้แพงขึ้นเพราะสินค้าคู่แข่งจากจีนหายไป ก็เป็นอันว่าจีนก็แค่เปลี่ยนจากค้าขายกับสหรัฐตรง มาเป็นดูดเงินสหรัฐผ่านประเทศอื่นๆ แทนเท่านั้นเอง...
มาถึงตรง...ก็เริ่มเห็นเป็นรูปเป็นร่างว่า เราอาจจะได้เห็นสหรัฐเริ่มถอยฉากในเกมส์นี้ในช่วงครึ่งปีหลัง
ทรัมป์ กับ สี จิ้นผิง
ตอนแรกดูผิวเผิน ก็คิดว่าเกมส์นี้สหรัฐน่าจะเป็นต่อ แต่พอเข้าไปดูใกล้ๆ ชักจะไม่ใช่แล้วแฮ่ะ...
เริ่มที่ฝั่ง สหรัฐก่อน สหรัฐจ่ายเงินซื้อสินค้า+บริการจากจีน มากกว่าจีนจ่ายเงินซื้อสินค้า+บริการจากสหรัฐ US$340 Billion ต่อปี นั่นคือสหรัฐขาดดุลการค้ากับจีน นอกจากนี้จีนก็ยังเอาเงินส่งให้สหรัฐกู้มาใช้จ่ายถึง US$ 1.25 Trillion เฉพาะปี 2017ให้กู้เพิ่มอีก US$125 Billion
ทรัมป์เนี่ยมั่นใจว่าเล่นเกมส์นี้ยังไงก็เป็น easy win ก็เพราะว่าซื้อของจากจีนมากกว่าขายของให้จีนเยอะมาก ลูกค้ารายใหญ่นะ แถมยังมีเงินกู้ก้อนใหญ่ของพ่อค้าเป็นตัวประกันอีก เกมส์บีบจีนนี้ยังไงก็คงมีแต่ได้แน่นอน
ทีนี้มาดูฝั่งจีนบ้าง จีนดูมีความเป็นเอกภาพเป็นอย่างมาก มีการคาดการณ์กันในหมู่นักธุรกิจชาวจีนว่าสหรัฐต้องมาบีบจีนอยู่แล้ว ดังนั้นการเตรียมการของภาคธุรกิจมีพร้อมเสมอ ส่วนภาครัฐก็พบว่ามีการเตรียมการไว้เช่นเดียวกัน เรียกว่า รัฐเอกชนจับมือกันสู้
จีน เตรียมอะไรไว้บ้าง หนึ่ง น้ำมัน ทั้งในประเทศ รัสเซีย แอฟริกา สอง สะสมทรัพย์สินในรูป USD และเร่งสะสมสินทรัพย์ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก อย่างเห็นได้ชัดในปี 2017 สาม ผลักดันเงินหยวนให้เป็นสกุลเงินหลักที่ IMF ยอมรับแล้วเริ่มเจรจาเปิดการค้ากับต่างประเทศในรูปเงินหยวนโดยตรง สี่ หาเสียงกับประเทศสมาชิก WTO มีการให้การช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนา ส่วนประเทศใหญ่ๆ ในยุโรปรวมทั้งออสเตรเลีย ก็มีความร่วมมือกันมากขึ้นชัดเจน
พอสหรัฐเริ่มเปิดเกมส์ จีนก็ไม่รีรอที่จะสวนกลับด้วยมูลค่าการค้าที่เท่ากัน เป็นการบอกสหรัฐว่าถ้าจีนขายของเข้าไปในสหรัฐไม่ได้ สหรัฐก็ขายของเข้ามาในจีนไม่ได้เช่นกัน ต่างคนต่างขายของไม่ได้ ทำอย่างไร? หาตลาดอื่นใช่ไหม ทีนี้ถ้าภาคเอกชนต้องเอาของที่เหลือไประบายในตลาดอื่น จีนก็จะใช้นโยบายหยวนอ่อนค่า โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการถูกโจมตีค่าเงินจนคุมไม่ได้ เนื่องจากป้องกันไว้ด้วยการสะสมUSDและทรัพย์สินในต่างประเทศมากๆ แล้ว ยิ่งหยวนอ่อนค่า สินค้าสหรัฐก็ยิ่งขายยาก ส่วนประเทศอื่นๆ ก็ยิ่งชอบใจ ซื้อสินค้าจากจีนถูกลงเพราะหยวนอ่อนค่า ขณะที่ขายสินค้าเข้าสหรัฐได้แพงขึ้นเพราะสินค้าคู่แข่งจากจีนหายไป ก็เป็นอันว่าจีนก็แค่เปลี่ยนจากค้าขายกับสหรัฐตรง มาเป็นดูดเงินสหรัฐผ่านประเทศอื่นๆ แทนเท่านั้นเอง...
มาถึงตรง...ก็เริ่มเห็นเป็นรูปเป็นร่างว่า เราอาจจะได้เห็นสหรัฐเริ่มถอยฉากในเกมส์นี้ในช่วงครึ่งปีหลัง