จขกทไปสัมภาษณ์งานมาสี่ห้าที่ ทุกที่คือคุยดีหมดนะคะ เจอคำถามกดดันไหวพริบไล่ต้อนแค่ไหนไม่หวั่นเลยค่ะ ตอบได้หมด
ทุกที่มารยาทดี คุยดี ยิ้มแย้ม
จนมาเจอที่นี่ คือ...... เคยมั้ยคะ รู้สึกได้ตั้งแต่โมเม้นแรกว่าเค้าไม่ชอบหน้าเรา ทั้งๆที่ไม่รู้จัก
มีความเบะปากใส่รูปในเรซูเม่เรา คืออะไรอะคะ -_- (นั่นคือโมเม้นแรก)
พอคุยไปเรื่อยๆ คือเหมือนด่าว่าเราไม่มี passion ในงานที่สมัคร คือเราเพิ่งจบมั้ยอะ เราจำเป็นต้องแน่วแน่ในชีวิตแค่ไหนอะคะ
คนอื่นๆเค้าเลือกที่ทำงานกันก็ไม่ใช่ว่าเพราะรู้ตัวว่าอยากไปทางไหน เค้าก็ลองทำกันทั้งนั้น ไม่ชอบก็ออก ชอบก็ไปต่อ
เราว่าจะรู้ว่าชอบไม่ชอบเราก็ต้องลองปะ ไม่ใช่นั่งมโนว่าชอบแน่ ไปสุดทาง ทั้งๆที่ยังไม่ลอง บางทีสิ่งที่คิด กะสิ่งที่เป็นมันอาจจะไม่เหมือนกันก็ได้
เรามาตรงนี้ เราคิดแล้วว่าอยากทำในระดับนึง ไม่งั้นไม่สมัครหรอกค่ะ
*เพิ่มเติมค่ะ ส่วนนึงของการด่าว่าไม่มี passion มาจากการที่เค้าถามว่า ให้ทำงานกลับเที่ยงคืนทุกวันทำได้ไหม
แล้วเราตอบทำนองว่า ทำได้ถ้าจำเป็นจริงๆ แต่ถ้าเป็นไปได้ อยากมาทำงานให้ตอนเช้าๆมากกว่ากลับดึก (ตอบงี้เพราะเรามีปัญหาสุขภาพ นอนดึกติดกันหลายวันไม่ได้)
เค้าก็เลยมองว่าเราไม่พร้อมทุ่มเทให้งานนี้อย่างแท้จริง (ซึ่งเราก็คิดว่าเราไม่แลกสุขภาพกะเงินแค่นี้หรอกค่ะ ทำจนตายไม่ได้ใช้เงิน หาเงินให้เป็นมรดกลูกหลานหรอ)
เค้าถามว่าทำไมไม่กลับไปสมัครงานทื่ๆเคยฝึกงาน
อันนี้เราตอบจากใจเลยนะ เราอยากได้ประสบการณ์ที่ใหม่ๆ ที่เดิมเราก็พอเห็นภาพแล้วว่าทำงานประมาณไหน
นี่คือสิ่งที่เค้าตอบเรา >> อย่ามาตอบคำถามโลกสวยได้มั้ย พูดตรงๆนะ พี่ไม่เชื่อ // ถ้าคนเก่งจริงต้องอยากกลับไปที่เก่า กลับไปที่เก่าเค้าต้องจ้าง
เราเลยบอกว่าเราไม่ได้สมัครแต่แรกเลยค่ะ เพราะไม่ได้เล็งว่าจะกลับที่ทำที่เดิม อย่างที่บอกว่าอยากลองหาที่ใหม่ทำ
เค้าบอกว่า เราคิดแปลกๆ เค้าก็ยังยืนยันว่า ไม่ชอบคำตอบโลกสวย (โมเม้นนั้นเริ่มรู้สึกอยากลุกออกจากห้อง อดทนมาสักพักละ)
.
. คือ เราโอเคนะที่จะไม่เห็นด้วยกะคำตอบของเรา แต่ที่เราไม่โอเคคือการที่เค้าไม่"เคารพ"ในความเห็นของเรา คนเรามันคิดแตกต่างกันได้อยู่แล้ว แต่ทำไมเค้าต้องเอามาหาว่าเราคิดแบบนี้แปลก โลกสวย ไม่เชื่อ ไม่ชอบ (เหมือนด่าว่าทอ-แหลวทางอ้อม)
อะคุยไปเรื่อยๆอีก มีโมเม้นนึงพูดเรื่องเจ้านายที่เราอยากให้เป็น คำถามนี้ซ้ำกับที่ๆเราเคยตอบมาที่นึง เราใช้คำตอบเดิม กระแสตอบรับต่างกันฟ้ากับเหวเลยจ้า
เราตอบหลักๆประมาณว่า ให้โอกาสในความผิดพลาดของเรา ซึ่งเป็นเด็กไม่มีประสบการณ์ ยังไงมันต้องมีพลาดบ้าง เราพร้อมปรับปรุงแก้ไข แต่ก็อยากให้ให้อภัย ให้โอกาส
ที่นึงที่เราเคยไปสัม เราตอบแบบนี้ เค้าบอกเราว่า โอ้ย พี่อะสอนงานดี ไม่พลาดหรอกหน่า ไม่ต้องห่วงนะ (หัวเราะ)
ที่นี่ .... คิดว่าตัวเองจะทำพลาดกี่ครั้งคะ แล้วพี่ต้องให้โอกาสน้องทุกครั้งมั้ยคะ คือยังไง คือต้องให้โอกาสทุกครั้งหรอคะ
.
.
. คือ......... โมเม้นนั้นอะ พยายามคิดนะ ว่าเค้าสร้างสถานการณ์กดดันเราป่าววะ เราก็ยังพยายามตอบ พยายามยิ้ม
แต่หลังจากนั้น มันเหมือนพายุโหม เราตอบอะไรไป จะเจอแบบนี้กลับมาหมด คือหาทางด่า ขุดทุกทาง ตบหัวลูบหลัง จนเรามึนเลย ทั้งๆที่ก็ว่าตัวเองมีสติระดับนึงแล้ว จะร้องไห้ตั้งแต่ในห้องแล้วแต่พยายามทำตัวโปรอยู่ พอออกจากที่นั่นมาเท่านั้นแหละ น้ำตาแตกเลย โทรหาเพื่อนแทบไม่ทัน ต้องการคนรับฟังมากๆ ไม่ได้เสียใจที่เค้าไม่รับเรานะ เพราะถึงรับก็ไม่เอาอะเจอทัศนคติแบบนี้ แต่เสียใจที่ทำไมตรูต้องมานั่งเสียเวลา 1 ชม ให้ใครก็ไม่รู้มาด่าดูถูกดูแคลนเรา ทั้งๆที่เราไม่ได้เป็นแบบนั้นนะ ทำไมชั้นต้องยิ้มรับกับคำด่า ทำไมต้องท่องในใจตลอดเวลาว่าอย่าร้องไห้ๆๆๆ ทำไมต้องถูกปฏิบัติแบบนี้วะ
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า คนเราอะ ถ้ามันไม่ชอบขี้หน้าแต่แรก ทำอะไรก็ขัดหูขัดตาไปหมด คำตอบแบบเดียวกัน คุณใช้กับคนที่มีอคติกับคุณ เขาก็มองเป็นแง่ลบได้ ถ้าคุณไปใช้กับคนปกติที่เค้าไม่ได้มองคุณแง่ลบ มันก็เป็นคำตอบที่ดีได้ สรุปถ้าเคมีไม่ตรงก็อย่าดันทุรังเลย เจอข้อดีอย่างเดียวในเรื่องนี้คือ ดีที่ไม่หลวมตัวทำที่นี่แล้วมารู้ทีหลัง คงอึดอัดกว่าเดิม
สุดท้ายนี้ทำบุญเยอะๆก่อนไปสัมภาษณ์นะคะ จะได้ไม่ต้องเจอแบบเรา เสียสุขภาพจิตมาก เสียเวลาด้วย และขอให้คนอื่นโชคดีค่ะ
ใครมีปสก มาแชร์ได้นะ
(กระทู้บ่นระบายประสบการณ์) มีใครเคยไปสัมภาษณ์งาน ออกมาแล้วปล่อยโฮเลยมั้ยคะ
ทุกที่มารยาทดี คุยดี ยิ้มแย้ม
จนมาเจอที่นี่ คือ...... เคยมั้ยคะ รู้สึกได้ตั้งแต่โมเม้นแรกว่าเค้าไม่ชอบหน้าเรา ทั้งๆที่ไม่รู้จัก
มีความเบะปากใส่รูปในเรซูเม่เรา คืออะไรอะคะ -_- (นั่นคือโมเม้นแรก)
พอคุยไปเรื่อยๆ คือเหมือนด่าว่าเราไม่มี passion ในงานที่สมัคร คือเราเพิ่งจบมั้ยอะ เราจำเป็นต้องแน่วแน่ในชีวิตแค่ไหนอะคะ
คนอื่นๆเค้าเลือกที่ทำงานกันก็ไม่ใช่ว่าเพราะรู้ตัวว่าอยากไปทางไหน เค้าก็ลองทำกันทั้งนั้น ไม่ชอบก็ออก ชอบก็ไปต่อ
เราว่าจะรู้ว่าชอบไม่ชอบเราก็ต้องลองปะ ไม่ใช่นั่งมโนว่าชอบแน่ ไปสุดทาง ทั้งๆที่ยังไม่ลอง บางทีสิ่งที่คิด กะสิ่งที่เป็นมันอาจจะไม่เหมือนกันก็ได้
เรามาตรงนี้ เราคิดแล้วว่าอยากทำในระดับนึง ไม่งั้นไม่สมัครหรอกค่ะ
*เพิ่มเติมค่ะ ส่วนนึงของการด่าว่าไม่มี passion มาจากการที่เค้าถามว่า ให้ทำงานกลับเที่ยงคืนทุกวันทำได้ไหม
แล้วเราตอบทำนองว่า ทำได้ถ้าจำเป็นจริงๆ แต่ถ้าเป็นไปได้ อยากมาทำงานให้ตอนเช้าๆมากกว่ากลับดึก (ตอบงี้เพราะเรามีปัญหาสุขภาพ นอนดึกติดกันหลายวันไม่ได้)
เค้าก็เลยมองว่าเราไม่พร้อมทุ่มเทให้งานนี้อย่างแท้จริง (ซึ่งเราก็คิดว่าเราไม่แลกสุขภาพกะเงินแค่นี้หรอกค่ะ ทำจนตายไม่ได้ใช้เงิน หาเงินให้เป็นมรดกลูกหลานหรอ)
เค้าถามว่าทำไมไม่กลับไปสมัครงานทื่ๆเคยฝึกงาน
อันนี้เราตอบจากใจเลยนะ เราอยากได้ประสบการณ์ที่ใหม่ๆ ที่เดิมเราก็พอเห็นภาพแล้วว่าทำงานประมาณไหน
นี่คือสิ่งที่เค้าตอบเรา >> อย่ามาตอบคำถามโลกสวยได้มั้ย พูดตรงๆนะ พี่ไม่เชื่อ // ถ้าคนเก่งจริงต้องอยากกลับไปที่เก่า กลับไปที่เก่าเค้าต้องจ้าง
เราเลยบอกว่าเราไม่ได้สมัครแต่แรกเลยค่ะ เพราะไม่ได้เล็งว่าจะกลับที่ทำที่เดิม อย่างที่บอกว่าอยากลองหาที่ใหม่ทำ
เค้าบอกว่า เราคิดแปลกๆ เค้าก็ยังยืนยันว่า ไม่ชอบคำตอบโลกสวย (โมเม้นนั้นเริ่มรู้สึกอยากลุกออกจากห้อง อดทนมาสักพักละ)
.
. คือ เราโอเคนะที่จะไม่เห็นด้วยกะคำตอบของเรา แต่ที่เราไม่โอเคคือการที่เค้าไม่"เคารพ"ในความเห็นของเรา คนเรามันคิดแตกต่างกันได้อยู่แล้ว แต่ทำไมเค้าต้องเอามาหาว่าเราคิดแบบนี้แปลก โลกสวย ไม่เชื่อ ไม่ชอบ (เหมือนด่าว่าทอ-แหลวทางอ้อม)
อะคุยไปเรื่อยๆอีก มีโมเม้นนึงพูดเรื่องเจ้านายที่เราอยากให้เป็น คำถามนี้ซ้ำกับที่ๆเราเคยตอบมาที่นึง เราใช้คำตอบเดิม กระแสตอบรับต่างกันฟ้ากับเหวเลยจ้า
เราตอบหลักๆประมาณว่า ให้โอกาสในความผิดพลาดของเรา ซึ่งเป็นเด็กไม่มีประสบการณ์ ยังไงมันต้องมีพลาดบ้าง เราพร้อมปรับปรุงแก้ไข แต่ก็อยากให้ให้อภัย ให้โอกาส
ที่นึงที่เราเคยไปสัม เราตอบแบบนี้ เค้าบอกเราว่า โอ้ย พี่อะสอนงานดี ไม่พลาดหรอกหน่า ไม่ต้องห่วงนะ (หัวเราะ)
ที่นี่ .... คิดว่าตัวเองจะทำพลาดกี่ครั้งคะ แล้วพี่ต้องให้โอกาสน้องทุกครั้งมั้ยคะ คือยังไง คือต้องให้โอกาสทุกครั้งหรอคะ
.
.
. คือ......... โมเม้นนั้นอะ พยายามคิดนะ ว่าเค้าสร้างสถานการณ์กดดันเราป่าววะ เราก็ยังพยายามตอบ พยายามยิ้ม
แต่หลังจากนั้น มันเหมือนพายุโหม เราตอบอะไรไป จะเจอแบบนี้กลับมาหมด คือหาทางด่า ขุดทุกทาง ตบหัวลูบหลัง จนเรามึนเลย ทั้งๆที่ก็ว่าตัวเองมีสติระดับนึงแล้ว จะร้องไห้ตั้งแต่ในห้องแล้วแต่พยายามทำตัวโปรอยู่ พอออกจากที่นั่นมาเท่านั้นแหละ น้ำตาแตกเลย โทรหาเพื่อนแทบไม่ทัน ต้องการคนรับฟังมากๆ ไม่ได้เสียใจที่เค้าไม่รับเรานะ เพราะถึงรับก็ไม่เอาอะเจอทัศนคติแบบนี้ แต่เสียใจที่ทำไมตรูต้องมานั่งเสียเวลา 1 ชม ให้ใครก็ไม่รู้มาด่าดูถูกดูแคลนเรา ทั้งๆที่เราไม่ได้เป็นแบบนั้นนะ ทำไมชั้นต้องยิ้มรับกับคำด่า ทำไมต้องท่องในใจตลอดเวลาว่าอย่าร้องไห้ๆๆๆ ทำไมต้องถูกปฏิบัติแบบนี้วะ
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า คนเราอะ ถ้ามันไม่ชอบขี้หน้าแต่แรก ทำอะไรก็ขัดหูขัดตาไปหมด คำตอบแบบเดียวกัน คุณใช้กับคนที่มีอคติกับคุณ เขาก็มองเป็นแง่ลบได้ ถ้าคุณไปใช้กับคนปกติที่เค้าไม่ได้มองคุณแง่ลบ มันก็เป็นคำตอบที่ดีได้ สรุปถ้าเคมีไม่ตรงก็อย่าดันทุรังเลย เจอข้อดีอย่างเดียวในเรื่องนี้คือ ดีที่ไม่หลวมตัวทำที่นี่แล้วมารู้ทีหลัง คงอึดอัดกว่าเดิม
สุดท้ายนี้ทำบุญเยอะๆก่อนไปสัมภาษณ์นะคะ จะได้ไม่ต้องเจอแบบเรา เสียสุขภาพจิตมาก เสียเวลาด้วย และขอให้คนอื่นโชคดีค่ะ
ใครมีปสก มาแชร์ได้นะ