ไทยจัดยูธโอลิมปิกเกมส์ต้องมี "มาสเตอร์แพลน"

เป้าหมายปี 2022-2026
“บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ เป็นประธานประชุมสมัชชาใหญ่สามัญ ประจำปี  ที่โรงแรมโกลเด้นทิวลิป ซอฟเฟอริน เมื่อวันที่ 4 เมษายน โดยภายหลังการประชุม พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า การเตรียมนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 18 ที่กรุงจาการ์ตาและเมืองปาเลมบัง ประเทศอินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ 18 สิงหาคม-2 กันยายน นี้ ทุกฝ่ายได้คัดเลือกนักกีฬาไว้ทั้งหมดแล้ว และอยู่ในช่วงของการเก็บตัวฝึกซ้อม ทุกอย่างเรียบร้อยดีไม่มีปัญหา และหวังว่านักกีฬาไทยจะสามารถคว้าเหรียญรางวัลได้มากกว่าครั้งที่ผ่านมา

สำหรับกรณีที่ประเทศไทยกำลังจะเป็นเจ้าภาพการจัดประชุมใหญ่ สมัชชาสหพันธ์กีฬานานาชาติ “สปอร์ต แอคคอร์ด คอนเวนชั่น 2018” ระหว่างวันที่ 15-20 เมษายนนี้ “บิ๊กป้อม” กล่าวว่า โธมัส บาค ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) จะเดินทางมาพบกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 17 เมษายน และจะได้หารือร่วมกัน ในการพัฒนาวงการกีฬาในประเทศไทยต่อไป โดยขณะนี้ได้มีการเตรียมข้อมูลและคำถามไว้เรียบร้อยแล้ว

ในขณะที่ คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล นายกสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ และคณะกรรมการโอลิมปิกสากล หรือไอโอซีเมมเบอร์ กล่าวว่า การประชุมสปอร์ตแอคคอร์ดนั้น ยังจะมีการจัด “สปอร์ต เฟสติวัล” ที่ลานหน้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 17-19 เมษายน จะเป็นการสาธิตกีฬาต่างๆ ประมาณ 15-16 ชนิดกีฬา ให้กับประชาชนได้เข้ามาชมฟรี เพื่อได้รับความรู้ต่างๆ เกี่บวกับกีฬา รวมไปถึงยังมีกีฬาแปลก ๆ ทั่วโลกมาสาธิตให้ได้ศึกษา และรับชมกันอีกด้วย

สำหรับการที่ประเทศไทย มีความคิดจะเสนอตัวเป็นเจ้าภาพยูธโอลิมปิกเกมส์ นั้น คุณหญิงปัทมา กล่าวว่า จะเป็นการพูดคุยกันระหว่าง พล.อ.ประวิตร กับ โธมัส บาค  ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่คุยสืบเนื่องมาตั้งแต่การแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ ฤดูหนาว 2018 ที่เมืองพยองชาง ประเทศเกาหลีใต้ เดือนกุมภาพันธ์โดย ประธานไอโอซี ได้ฝากแนวทางของโอลิมปิกสากล ไปยังประเทศสมาชิกทั่วโลกไว้ 3 ประการคือ 1.การมีส่วนร่วมและบทบาทของสตรีในวงการกีฬา 2.ความร่วมมือของ คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) และคณะกรรมการพาราลิมปิกสากล (ไอพีซี) ซึ่งจะเป็นการร่วมมือกับกีฬาคนพิการอย่างเข้มข้นมากขึ้น และ 3.การต่อต้านการใช้สารต้องห้าม ซึ่งขอให้ทุกประเทศให้ความสำคัญ ซึ่งไอโอซี จะมีบทลงโทษที่รุนแรง ถึงขั้นที่ คนที่เอาเปรียบทางการกีฬาด้วยการใช้สารต้องห้าม จะไม่มีที่ยืนในสังคมโลก

“รองตูน” นายณัฐวุฒิ เรืองเวส รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ฝ่ายกีฬาเป็นเลิศและวิทยาศาสตร์การกีฬา กล่าวเสริมว่า การเป็นเจ้าภาพยูธโอลิมปิกเกมส์ 2018 จะจัดขึ้นที่ บัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา จากนั้นในปี 2022 ไอโอซี อาจจะพิจารณาไปที่ทวีปแอฟริกา ก่อนจะไปถึงปี 2026 ที่ยังเปิดกว้าง อย่างไรก็ตาม การจัดการแข่งขันมหกรรมกีฬาต่าง ๆ นั้น  จะต้องมีการวางแผนล่วงหน้า ซึ่งประเทศไทย หากมีแนวคิดนี้ จะต้องมี “มาสเตอร์แพลน” เพื่อกำหนดทิศทางของเมืองที่จะเป็นเจ้าภาพเพื่อเป็นการพัฒนาเมืองในระยะยาว จะคิดใช้สนามของเดิมเหมือนเมื่อก่อน วงการกีฬาไทยในอนาคต ก็จะไม่มีอะไรเป็นเหลือไว้ให้คนรุ่นต่อไปเลย

http://www.komchadluek.net/news/sport/319491
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่