ไม่เห็นด้วยกับการห้ามวิจารณ์ศาสนาอื่น เราควรวิจารณ์ศาสนาตัวเองและศาสนาของกันและกันได้ เพราะ

กระทู้สนทนา
1. ไม่ควรมีศาสนาใดๆ อยู่เหนือเสรีภาพในการพูด
2. ศาสนาต่างๆ มีทั้งด้านสว่างและด้านมืด
3. การกระทำหรือการแสดงออกในนามศาสนาของนักบวช,ผู้นำศาสนา หรือกลุ่มศาสนิกในศาสนาต่างๆ อาจมีทั้งส่วนที่ส่งผลดีและผลเสียหายต่อบุคคลอื่นหรือสังคมส่วนรวม
4. การวิจารณ์ในขอบเขตเสรีภาพในการพูด จะนำไปสู่การปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น และเกิดการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันอย่างมีขันติธรรมมากกว่าการห้ามวิจารณ์

ประเด็นที่ผมอยากพูดให้สุดคือ จากปรากฏการณ์ทางโลกโซเชียลดูเหมือนคุณโตกำลังกลายเป็น "จำเลยทางจริยธรรม" หรือจำเลยทางสังคมเกินไปหรือเปล่า? เขาถูกลงโทษด้วยข้อตัดสินทางจริยธรรมจากทั้งชาวมุสลิมด้วยกันและชาวพุทธมากเกินเหตุหรือเปล่า?

จริงๆ แล้ว การวิจารณ์เรื่องยึดติดการบูชารูปเคารพ ชาวพุทธก็วิจารณ์กันเองมาตลอดอยู่แล้ว ท่านพุทธทาส, ท่านปัญญานันทะ, พระโพธิรักษ์ และคนอื่นๆ ก็วิจารณ์เรื่องพวกนี้มาตลอด ก็ไม่มีใครเห็นเป็นเรื่องผิดอะไร

มันกลายเป็นประเด็นใหญ่โตขึ้นมาเพราะคุณโตเป็น "มุสลิม" เท่านั้นเอง การวิจารณ์ของเขาไม่ได้ขัดหลักเสรีภาพในการพูดหรือการแสดงออกแต่อย่างใด ส่วนการพูดถูกบ้าง ผิดบ้างมันก็เป็นเรื่องธรรมดา ไม่จำเป็นต้องพิพากษาให้เขากลายเป็นจำเลยทางจริยธรรมหรือจำเลยสังคมขนาดนั้น

ผมยังยืยยันในหลักการว่า การวิจารณ์ศาสนาตนเองและวิจารณ์ศาสนากันและกันเป็นเรื่องของเสรีภาพที่เราต้องเคารพ ไม่เห็นด้วยกับคำวิจารณ์ของคนต่างศาสนาก็ใช้เหตุผลโต้แย้งกันไป ไม่ควรมองว่าคนวิจารณ์ศาสนาเราหรือศาสนาใครเป็นคนชั่วร้ายหรือเป็นจำเลยทางจริยธรรม

อาจารย์สุรพศ ทวีศักดิ์

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่