เรายังคงถูกตีกรอบ ทั้งๆที่เราก็เป็นผู้ใหญ่แล้ว

วันนี้เราไปสัมภาษณ์งานในหน่วยงานราชการมาค่ะ
แต่พอได้สัมภาษณ์เราก็เริ่มรู้สึกว่างานนั้นไม่ใช่สิ่งที่เราเกิดมาเพื่อทำมันจริงๆ
เราเคยตั้งกระทู้เรื่องงานไปแล้ว (ต้องขอโทษด้วยค่ะที่ไม่ได้ตอบเลย)
เราตัดสินใจลาออก ที่จริงตอนนั้นเรารู้สึกแย่มากเรื่องคน
แต่พอมาคิดดูดีๆแล้วเรื่องงานไม่ตรงที่จบมาก็เป็นส่วนที่ทำให้เราอึดอัดและอยากหนี
จากที่เราบอกไปข้างต้นว่าเราไปสอบสัมภาษณ์มา ซึ่งก็เป็นงานไม่ตรงสายค่ะ
ตอนเราทำงาน เราก็รู้สึกโดดเดี่ยวนะ ความคิดเราแตกต่าง ความสามารถเราก็แตกต่าง
จากคนที่มั่นใจตอนเรียน พอไปทำในสิ่งที่เราไม่ได้เรียนมา แล้วต้องเรียนรู้ใหม่ทำให้เรารู้สึกกดดัน
และไม่มั่นใจในตัวเอง

เราคุยกับพ่อเรื่องลาออกไปทีแล้ว เขาก็อนุญาตหลังจากบ่นเราไป
พอวันนี้เราก็บอกเขาไปเรื่องที่เราสัมภาษณ์แล้วรู้สึกอย่างไร
เขาไม่ได้เข้าใจว่าเรามีอะไรอยู่ในตัวบ้าง เราทะเลาะกันบ่อยค่ะเรื่องตัวของเรา
เขาบอกว่าได้งานทำน่ะดีแล้ว ดีกว่าไม่มีงานทำ ดีกว่าไปเก็บขยะกวาดถนน (ที่จริงเก็บขยะนี่ก็ 1 ใน สิ่งที่เราจบมานะ)
ถ้าเราได้ทำงานที่เราต้องการจริง เทวดาคงให้ได้งานไปนานแล้ว

เราเคยตัดสินใจเรื่องจะทำงานอิสระ ทั้งทำธุระกิจเล็กๆ เปิดร้านอะไร
เขาก็บอกว่าไม่ใช่ทุกคนที่ทำได้ เขาพูดให้เรากลัว และทำให้เราเชื่อว่าเราต้องเป็นหนึ่งในคนที่ล้มเหลว
ทั้งๆที่เราไม่เคยลองเลย
งานที่ตรงสายเอง เขาก็ไม่อยากให้เราทำค่ะ เขาอ้างเหตุผลสาระพัด
งานที่เราจบส่วนมากเป็นงานเอกชน งานในโรงงาน พ่อเขาอยากให้ทำในราชการ
ทั้งๆที่เราเคยวาดฝันราชการไว้สูง พอเข้าทำงานจริงๆกลับไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการสักทีเดียว
เราขอบอกตามตรงนะคะ เราได้ไปในหน่วยงานราชการที่ทำให้เรารู้สึกว่า เขาสนใจผลงานมากกว่าประชาชน

ตอนนี้เราเองก็ไม่สามารถคุยกับพ่อได้เท่าไหร่ค่ะ เพราะพยายามปรึกษาเขาเท่าไหร่
ก็ได้คำตอบมาในแง่ลบ จนเราไม่กล้าไปไหน สุดท้ายเราก็คงกลับไปตกงานเหมือนเดิม
เวลาที่เราคุยกันเรื่องนี้เรามักจะทะเลาะกันค่ะ
เรื่องตัวเรานั้น พ่อไม่เคยเข้าใจเราตั้งแต่เด็กๆแล้ว
ตั้งเกรดเราตั้งแต่ประถมจนมัธยม
การเลือกเรียนสายวิทย์เขาก็ไม่เห็นด้วย เขาบอกสายวิทย์เรียนยากและปวดหัว
เขาบอกว่าเราเรียนไม่ได้หรอก เขามักจะเอาตัวเองเป็นหลก เราต้องเหมือนพ่อทุกอย่าง
งานเองพ่อเราก็ไม่ได้เลือกทำ เขาก็เลยไม่อยากให้เราเลือกทำ
ให้ทำงานในหน่วยงานราชการที่เราเห็นภาพด้านลบหลายๆมุม
ทั้งๆที่เขาก็รู้ เพราะเขาก็เจอตลอด แต่สิ่งที่เราเกิดมาเพื่อเป็น สิ่งที่เราค่อยๆพบเจอว่านี่อาจเป็นตัวของเรา
ก็กลับถูกตีกรอบ และปฏิเสธไม่ให้เราทำ ไม่ให้เราเลือกเดิน ทุกวันนี้เราไม่รู้จะเดินไปทางไหน
เราเองก็ 27 แล้วค่ะ อีกไม่นานก็คงไม่มีใครรับเราเข้าไปเรียนรู้งานใหม่ ที่อาจใช่กับเรา
เราอาจต้องทนทำงานที่เราไม่ชอบไปจนเกษียณเหมือนกับที่พ่อเป็นอยู่

ตอนนี้เรารู้สึกอึดอัดมากๆค่ะ ที่เลือกทางเดินชีวิตเองไม่ได้ ต้องคอยวาสนาอย่างเดียว
เราเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์นะ แต่ว่าทำไมบางสิ่งเรากลับเลือกมันไม่ได้
เราเคยจมอยู่กับการตกงาน เพราะกลัวการสมัครงานค่ะ กลัวว่างานนั้นจะไม่ใช่สำหรับเรา
กลัวว่าเขาจะไม่รับเรา กลัวว่างานนั้นจะไม่ดี กลัวคนในที่ทำงาน กลัวเขาทำร้ายเรา
กลัวมีปัญหาอย่างที่พ่อเราบอก พ่อเราเตือน

เราโดนบั่นทอนความมั่นใจตลอด
ยิ่งมาเจอคนที่ทำงานตอนนี้ เรากลัวว่าเราจะอยู่บนโลกนี้ไม่ได้สักวันค่ะ

เราไม่รู้ว่าควรจะทำอะไรกับชีวิตดี เราเริ่มกลัวไปหมดทุกอย่าง แล้วเราก็ลองทำอะไรไม่ได้
เราเหมือนถ้าตัดสินใจอะไรแล้ว เราจะเปลี่ยนไม่ได้ โดยเฉพาะงาน

เรารู้สึกว่าการใช้ชีวิตมันยากมากๆ และกลัวไปทุกอย่าง เราควรจัดการอย่างไรดีคะ ขอบคุณค่ะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่