อ่ า น อี ก ค รั้ ง ……..
ไม่ว่าเทคโนโลยีจะพัฒนาไปไกลสักแค่ไหน
การอ่านหนังสือจากเล่ม ก็ยังคงมีเสน่ห์ให้เราได้ตกหลุมรักอยู่เสมอ
หนังสือ สามารถ ให้ความรู้
หนังสือ สามารถให้ความสนุกสนาน เพลิดเพลิน
หนังสือ สามารถขัดเกลานิสัยที่ไม่ดี
หนังสือ สามารถพัฒนาจิตใจ
แล้วจะมีอะไรดีไปกว่า การแบ่งปัน ส่งต่อหนังสือให้แก่กัน จริงมั๊ยคะ?
.
.
.
“ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ , Queen Sirikit Center”
สิ้นเสียงประกาศในรถไฟฟ้าใต้ดิน เราสองพี่น้องก็พาตัวเองเดินขึ้นบันไดเลื่อน
เมื่อก้าวพ้นบันไดเลื่อนจะเจอ บู๊ทอาหาร และ ผู้คนมากมาย
เดินเข้าไปเรื่อยๆ ก็จะพบกับ ประตูติดสติ๊กเกอร์สีเหลืองอร่าม
พร้อมโลโก้ของงานหนังสือในครั้งนี้ รอต้อนรับให้พวกเรา เหล่าทาสหนังสือ เข้าไป

ระหว่างที่พาตัวเองมายืน ณ กลางศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ก็เกิดคำถามขึ้นมาในใจว่า
"คนไทยอ่านหนังสือปีละไม่เกินละ 8 บรรทัดจริงหรือ?"
หากว่าเป็นความจริง ผู้คนมากมายที่รายล้อมตัวฉัน ณ ขณะนี้ คงตกสำรวจอย่างแน่นอน

งานมหกรรมหนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 46 และ งานหนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 16
จัดขึ้น ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่างวันที่ 29 มีนาคม – 8 เมษายน 2561
เวลา 10.00 - 21.00
งานที่รวบรวมสำนักพิมพ์ของไทย และ เทศ รวมกันกว่า 423 สำนักพิมพ์ และ บู๊ทหนังสือกว่า 945 บู๊ท!!!
ส่วนหนังสือในงานมีกี่เล่มนั้น อันนี้ก็ไม่มีใครทราบได้แน่ชัด
หากจะให้สาธยายให้หมดนั้น อาจจะต้องใช้เวลาและตัวอักษรอธิบายมากมายนัก เอาเป็นว่า
วันนี้จะมาสาธยายให้ฟัง ในสิ่งที่พบเจอ พบเห็น และ สิ่งที่เราอยากจะทำในงานหนังสือแห่งนี้ แล้วกันนะคะ
บรรยากาศภายในงาน ในปีนี้ ชูไฮไลท์กับคำว่า “อ่านอีกครั้ง”

ระหว่างเดินไปเรื่อยๆ ก็จะพบกับมาสคอสต่างๆ ที่ชักชวนให้เหล่านักอ่านทั้งหลายไปที่บู๊ทของพวกเขา
ภายในไดโนเสาร์เป็นพี่ผู้หญิงหน้าตาน่ารักกกกก ตอนเห็นไปเจอ แอบลุ้นว่าเด็กน้อยจะร้องไห้ไหมนะ (^__^)?
แต่ที่เห็นจะกวนเป็นที่สุด ก็คงเป็นเจ้าหมีหัวโตตัวนี้นี่เอง
แกจะงับหัวคนอื่นแบบนี้ไม่ได้นะ!!! นี่แหนะ ต่อยซะเลย (>/////<)"
และแน่นอน ด้วยจำนวนบู๊ทที่มากมายกว่า 945 บู๊ทนั้น เราต้องเตรียมความพร้อมด้วยการไปรับแผนที่กันค่ะ
จุดรับแผนที่จะอยู่ตรงทางเข้าโซน PLENARY น่าจะประตู 1 ค่ะ (แอบลืมถ่ายรูปมา)
เมื่อหยิบแผนที่สีเหลืองๆ แล้ว อย่าลืมหยิบเงินใส่กล่องรับบริจาคกันนะคะ
ถ้าจำไม่ผิดน่าจะชุดละ 5 บาทเท่านั้นเอง เงินตรงนี้เอาไปทำบุญด้วยค่ะ และตรงข้างๆ แผนที่คือ หนังสือ ให้หยิบอ่านฟรี
ชื่อหนังสือว่า “หัวใจของแผ่นดิน” ควรค่าแก่การเก็บไว้อ่าน เก็บไว้รำลึกถึง

ได้แผนที่มาแล้วอย่าเพิ่งเข้าไปละลายทรัพย์กันนะคะ
เดินมาข้างๆ จุดที่รับแผนที่จะพบกับนิทรรศการของงานนี้
โดยมีโซน ปฐมบทการอ่านในสยาม โซนนี้จะทำการจัดแสดงวิวัฒนาการหนังสือของไทย มีการนำเอาหนังสือจินดามณี
เครื่องพิมพ์สมัยโบราณ และ อื่นๆ อีกมากมายมาจัดแสดง

การอ่านไม่จำกัดเชื้อชาติ เพศ และ อายุ ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ทุกคนย่อมมีสิทธิ์ในการอ่านเท่าเทียมกันเสมอ
ชอบรูปนี้แบบอธิบายไม่ได้เลย คุณลุง และ น้อง น่ารักจังค่ะ (^______^)"
เครื่องพิมพ์สมัยโบราณ
สร้างในประเทศอังกฤษ เมื่อปี พ.ศ 2374 สั่งเข้ามาใช้งานในไทยเมื่อประมาณ ปี พ.ศ 2375 ปัจจุบันเป็นโรงพิมพ์คุรุสภา ลาดพร้าว
หนังสือเปลี่ยนไทย แล้วคุณจะได้เห็นว่า พลังแห่งการอ่านสำคัญมากเพียงใด
สะสมคือวัน เพื่อมอบมันให้แก่เธอ (จากหนังสือ เรื่อง เวลาในขวดแก้ว)
ภาษาสวยจังค่ะ (>///<")
ในโซนนี้จะมีสมุดให้เขียนถึงความประทับใจที่มีในงานสัปดาห์หนังสือครั้งนี้ด้วยนะคะ
เมื่อเปิดดูแล้วประทับใจในลายมือพี่คนนี้มากเลยค่ะ ตัวอักษรของไทยนั้น สวยงาม และ มีเสน่ห์จริงๆ
โซนนี้ยืนอยู่พักใหญ่ๆ เดินวนอ่านๆ ไป สนุกดีค่ะ
หนังสือบางเล่ม เราไม่จำเป็นต้องซาบซึ้งในเนื้อหาของมันทั้งหมด
เพียงแค่ประโยคเล็กๆ บางประโยคในหนังสือบางเล่ม
สามารถเปลี่ยนทัศนคติของคนๆ หนึ่งได้ตลอดกาลเลยนะคะ

หลังจากใช้เวลากับโซนนี้จนสาแก่ใจแล้ว ไปค่ะ เราไปละลายทรัพย์กัน
งานหนังสือสำหรับทาสหนังสือนั้น อานุภาพการทำลายล้างรุนแรงเหลือเกิน
สำหรับบู๊ทต่างๆ ในงานนั้น ขออนุญาติไม่ลงรายละเอียดใดๆ นะคะ เพราะเดินไปเรื่อยเลยค่ะ
ความร่าเริงที่มีพอๆ กับพี่ศรีริต้าในทุ่งลาเวนเดอร์เลย และโดยส่วนตัวแล้วแนะนำให้มาสัมผัสด้วยตัวเอง
เพราะหนังสือในงานดีงาม และ ที่ดีงามกว่า ก็คือ ราคาของหนังสือค่ะ
บางบู๊ทลดราคาเหลือเล่มละ 50 บาท 20 บาท เท่านั้นเองนะคะ คุ้มมมมมมมมมม \(^____^)/
“DO WHAT YOU LOVE GET RICH!”
รวยด้วยสิ่งที่รัก ชื่อหนังสือมันจะมีอะไรดีไปมากกว่านี้อีก มาค่ะ มาอยู่กับดิฉันซะดีๆ
“นายไม่อ่านหนังสือ นายจะรู้อะไร” นั่นสิคะ จะรู้อะไร ถ้างั้นมาค่ะ มาอยู่กับดิฉันอีกค่ะ

มองไม่เห็น ใช่ว่าจะไม่มีอยู่ ธ ยังคงสถิตอยู่กับเราเสมอ ตลอดไป คิดถึงพระองค์ท่านเหลือเกินค่ะ
เคยโดนหนังสือกวักมือเรียกไหมคะ?
ระหว่างเดินผ่านบู๊ทๆหนึ่ง ทันทีที่เห็นไปเห็นคำว่า “เรียบง่าย” เด่นตระหง่านอยู่บนปกหนังสือ รู้ตัวอีกทีมือก็ถือมันอยู่ซะแล้ว (+____+)"
“ความเรียบง่าย เหนือกาลเวลา”
หนังสือที่ว่าด้วยเรื่อง ความเรียบง่าย ไม่ใช่ความยากไร้ ไม่ใช่ความตระหนี่ถี่เหนียว
ไม่ใช่การปฎิเสธตัวเอง แต่เป็นการฟื้นฟู “สุขภาวะ” ท่ามกลางความมั่งคั่งทางวัตถุ ซึ่งขาดแคลนด้านจิตวิญญาณมากขึ้นทุกวัน
แค่ข้อความหลังปกหนังสือ ก็ทำเอาตกหลุมรักหนังสือเล่มนี้ได้ไม่ยากจริงๆ รออะไรคะ จ่ายเงินค่ะ
เมื่อมาถึงจุดหนึ่ง ความเรียบง่ายในชีวิต คือความสุขที่คนเราอยากพบเจอ....
ถ้าหาหนังสือเล่มไหน หรือ หาสำนักพิมพ์ไหนไม่เจอ ไม่ต้องกลัวนะคะ ตามจุดต่างๆ
จะมี QR CODE ไว้ให้สแกนเข้าไปยังเว็บไซด์ของงานเพื่อทำการระบุชื่อหนังสือ หรือ สำนักพิมพ์ ที่ต้องการหา
แล้วเค้าจะบอก ตำแหน่งที่อยู่ของบู๊ทนั้นๆ ค่ะ
และยัยคนน้อง ดันอยากได้หนังสือ “ นาซ่า ก็ตามเธอกลับมาไม่ได้”
แต่ตอนนี้ยัยคนน้องก็ตามหานาซ่าไม่เจอเช่นกัน ดังนั้น กดหาค่ะ กด (-__-“ ) (_ _) ( “ -__ -)
เอาหล่ะ รู้แล้วว่าบู๊ทอยู่โซนไหน แต่ที่ไม่รู้ก็คือ จุดที่พวกเรายืนอยู่ตรงนี้มันคือที่ไหนกันหว่า เอ้า กางแผนที่ค่ะ กาง (=____=:”)
และระหว่างเดินตามหานาซ่าอยู่นั้น เห็นคนจำนวนมาก ต่อแถวยาวเฟื้อยเลย เค้าทำไรกันอ่ะ
เดินตามหาหัวขบวนให้ไว เจอแล้วค่ะ คุณรอมแพง แห่งบุพเพสันนิวาส นั่นเองงงงง ….. (^o^)”
เดินเลยคุณรอมแพงมาหน่อย ก็เจอกับภาพนี้ คุณป้า จะไปตามรอย ออเจ้า เหมือนกันหรอเจ้าคะ
และแล้วเราก็ถึงค่ะ หนังสือที่ยัยคนน้องตามหา อยู่บู๊ทอัมรินทร์ มาถึงก็ชะเง้อ ชะแง้ อยู่ไหนกันนะ นาซ่าที่รัก
เย้!!! ในที่สุดก็เจอนาซ่าแล้วววววววว

ว่าแล้วก็อวดค่ะ \(*O*)/
อวดเก่งงงงง
เมื่อละลายทรัพย์กันจนสาแก่ใจแล้ว เราก็จะมาทำสิ่งที่เราอยากทำในงานหนังสือแห่งนี้กัน
ใช่ค่ะ พวกเราจะกลายร่างเป็น
“ภูตหนังสือ”
ย้อนกลับไปเมื่อกลางปีก่อน ระหว่างที่เราไปดูนิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่หอศิลป์กรุงเทพฯ
ระหว่างเดินอยู่นั้นเราได้เจอกับ ภูตหนังสือค่ะ
หนังสือเล่มหนึ่งที่วางทิ้งไว้พร้อมโน้ตดีๆ

ถึงภูตหนังสือ ที่เป็นเจ้าของหนังสือเล่มนี้ หากผ่านมาพบเจอกระทู้นี้ ขอบคุณมากเลยนะคะ สิ่งที่คุณทำมันน่ารักมากเลยค่ะ
คุณไม่ได้แค่ส่งต่อหนังสือ แต่คุณส่งต่อทัศนคติดีๆ ความรู้สึกดีๆ พวกเราได้รับมันทั้งหมดเลยค่ะ
เมื่อย้อนกลับถามตัวเองว่า อยากจะส่งต่ออะไรให้คนอื่น สำหรับตัวเองแล้ว อยากส่งต่อ
“ความสุข” ค่ะ
ส่วนตัวมีหนังสืออยู่หนึ่งเล่ม ที่ได้อ่านแล้ว มันได้เปลี่ยนทัศนคติของตัวเองไปอย่างสิ้นเชิง
อ่านจบแล้วมีความรู้สึกใจฟู และ อิ่มเอม คำว่า
“อ่านหนังสือช่วยชีวิต” มันมีจริงๆ นะคะ
ว่าแล้ว เราเดินทางไปตามหา “ความสุข” ที่เราอยากส่งต่อกันค่ะ
แต๊น!!! มาถึงหน้าบู๊ทมติชนแล้ว ใช่ค่ะ หนังสือเล่มนี้อยู่ที่สำนักพิมพ์มติชน
ผู้เขียนคือ หนุ่มเมืองจันทร์ ซึ่งตอนนี้ก็ได้กลายมาเป็นนักเขียนคนโปรดไปเรียบร้อย มาถึงก็ถามหาเลยค่ะ
พี่คะๆ "ความสุข" มันอยู่ที่ไหนกันคะ?
เจอแล้ว อยู่นี่ นี่เอง หนังสือเล่มนี้มีชื่อว่า
“ความสุข ณ จุดที่ยืนอยู่”
แค่หน้าปกก็หลงรักซะแระ

เจอ "ความสุข" แล้วค่ะ <3
อวดเก่งอีกแระ
เมื่อได้หนังสือครบแล้ว เราก็มากลายร่างเป็นภูตหนังสือกัน
เขียนข้อความดีๆ เพื่อให้ภูตหนังสือคนต่อไป ส่งต่อ เพื่อ แบ่งปัน

เสร็จแล้วววววววววววว :'')

เสร็จแล้วภูตตัวน้อยๆ อย่างพวกเราก็หาที่วางกันค่ะ



เรียบร้อย ภารกิจสำเร็จ! \(^____^”)/
เคยมีคนพูดไว้ว่า “ไม่ใช่เราหรอกที่เป็นคนเลือกครอบครอง บางครั้งแล้วสิ่งของต่างหากที่เป็นคนเลือกเจ้าของเสียเอง”
เราก็ได้แต่หวังว่า หนังสือพวกนี้จะเจอเจ้าของหนังสือเร็วๆ น้า
เขียนมาถึงตรงนี้ หากใครได้รับหนังสือพวกนี้ไปแล้ว บอกเล่าให้พวกเราฟังบ้างนะคะ
และอย่าลืมเมื่ออ่านจบแล้ว ส่งต่อสิ่งดีๆ ต่อไปน้า.....................
[CR] วันหนึ่งเมื่อฉันกลายเป็น "ภูตหนังสือ" ที่งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 46
ไม่ว่าเทคโนโลยีจะพัฒนาไปไกลสักแค่ไหน
การอ่านหนังสือจากเล่ม ก็ยังคงมีเสน่ห์ให้เราได้ตกหลุมรักอยู่เสมอ
หนังสือ สามารถ ให้ความรู้
หนังสือ สามารถให้ความสนุกสนาน เพลิดเพลิน
หนังสือ สามารถขัดเกลานิสัยที่ไม่ดี
หนังสือ สามารถพัฒนาจิตใจ
แล้วจะมีอะไรดีไปกว่า การแบ่งปัน ส่งต่อหนังสือให้แก่กัน จริงมั๊ยคะ?
.
.
.
“ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ , Queen Sirikit Center”
สิ้นเสียงประกาศในรถไฟฟ้าใต้ดิน เราสองพี่น้องก็พาตัวเองเดินขึ้นบันไดเลื่อน
เมื่อก้าวพ้นบันไดเลื่อนจะเจอ บู๊ทอาหาร และ ผู้คนมากมาย
เดินเข้าไปเรื่อยๆ ก็จะพบกับ ประตูติดสติ๊กเกอร์สีเหลืองอร่าม
พร้อมโลโก้ของงานหนังสือในครั้งนี้ รอต้อนรับให้พวกเรา เหล่าทาสหนังสือ เข้าไป
ระหว่างที่พาตัวเองมายืน ณ กลางศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ก็เกิดคำถามขึ้นมาในใจว่า
"คนไทยอ่านหนังสือปีละไม่เกินละ 8 บรรทัดจริงหรือ?"
หากว่าเป็นความจริง ผู้คนมากมายที่รายล้อมตัวฉัน ณ ขณะนี้ คงตกสำรวจอย่างแน่นอน
งานมหกรรมหนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 46 และ งานหนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 16
จัดขึ้น ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่างวันที่ 29 มีนาคม – 8 เมษายน 2561
เวลา 10.00 - 21.00
งานที่รวบรวมสำนักพิมพ์ของไทย และ เทศ รวมกันกว่า 423 สำนักพิมพ์ และ บู๊ทหนังสือกว่า 945 บู๊ท!!!
ส่วนหนังสือในงานมีกี่เล่มนั้น อันนี้ก็ไม่มีใครทราบได้แน่ชัด
หากจะให้สาธยายให้หมดนั้น อาจจะต้องใช้เวลาและตัวอักษรอธิบายมากมายนัก เอาเป็นว่า
วันนี้จะมาสาธยายให้ฟัง ในสิ่งที่พบเจอ พบเห็น และ สิ่งที่เราอยากจะทำในงานหนังสือแห่งนี้ แล้วกันนะคะ
บรรยากาศภายในงาน ในปีนี้ ชูไฮไลท์กับคำว่า “อ่านอีกครั้ง”
ระหว่างเดินไปเรื่อยๆ ก็จะพบกับมาสคอสต่างๆ ที่ชักชวนให้เหล่านักอ่านทั้งหลายไปที่บู๊ทของพวกเขา
แต่ที่เห็นจะกวนเป็นที่สุด ก็คงเป็นเจ้าหมีหัวโตตัวนี้นี่เอง
และแน่นอน ด้วยจำนวนบู๊ทที่มากมายกว่า 945 บู๊ทนั้น เราต้องเตรียมความพร้อมด้วยการไปรับแผนที่กันค่ะ
จุดรับแผนที่จะอยู่ตรงทางเข้าโซน PLENARY น่าจะประตู 1 ค่ะ (แอบลืมถ่ายรูปมา)
เมื่อหยิบแผนที่สีเหลืองๆ แล้ว อย่าลืมหยิบเงินใส่กล่องรับบริจาคกันนะคะ
ถ้าจำไม่ผิดน่าจะชุดละ 5 บาทเท่านั้นเอง เงินตรงนี้เอาไปทำบุญด้วยค่ะ และตรงข้างๆ แผนที่คือ หนังสือ ให้หยิบอ่านฟรี
ชื่อหนังสือว่า “หัวใจของแผ่นดิน” ควรค่าแก่การเก็บไว้อ่าน เก็บไว้รำลึกถึง
ได้แผนที่มาแล้วอย่าเพิ่งเข้าไปละลายทรัพย์กันนะคะ
เดินมาข้างๆ จุดที่รับแผนที่จะพบกับนิทรรศการของงานนี้
โดยมีโซน ปฐมบทการอ่านในสยาม โซนนี้จะทำการจัดแสดงวิวัฒนาการหนังสือของไทย มีการนำเอาหนังสือจินดามณี
เครื่องพิมพ์สมัยโบราณ และ อื่นๆ อีกมากมายมาจัดแสดง
การอ่านไม่จำกัดเชื้อชาติ เพศ และ อายุ ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ทุกคนย่อมมีสิทธิ์ในการอ่านเท่าเทียมกันเสมอ
ชอบรูปนี้แบบอธิบายไม่ได้เลย คุณลุง และ น้อง น่ารักจังค่ะ (^______^)"
สร้างในประเทศอังกฤษ เมื่อปี พ.ศ 2374 สั่งเข้ามาใช้งานในไทยเมื่อประมาณ ปี พ.ศ 2375 ปัจจุบันเป็นโรงพิมพ์คุรุสภา ลาดพร้าว
หนังสือเปลี่ยนไทย แล้วคุณจะได้เห็นว่า พลังแห่งการอ่านสำคัญมากเพียงใด
ภาษาสวยจังค่ะ (>///<")
ในโซนนี้จะมีสมุดให้เขียนถึงความประทับใจที่มีในงานสัปดาห์หนังสือครั้งนี้ด้วยนะคะ
เมื่อเปิดดูแล้วประทับใจในลายมือพี่คนนี้มากเลยค่ะ ตัวอักษรของไทยนั้น สวยงาม และ มีเสน่ห์จริงๆ
โซนนี้ยืนอยู่พักใหญ่ๆ เดินวนอ่านๆ ไป สนุกดีค่ะ
หนังสือบางเล่ม เราไม่จำเป็นต้องซาบซึ้งในเนื้อหาของมันทั้งหมด
เพียงแค่ประโยคเล็กๆ บางประโยคในหนังสือบางเล่ม
สามารถเปลี่ยนทัศนคติของคนๆ หนึ่งได้ตลอดกาลเลยนะคะ
หลังจากใช้เวลากับโซนนี้จนสาแก่ใจแล้ว ไปค่ะ เราไปละลายทรัพย์กัน
งานหนังสือสำหรับทาสหนังสือนั้น อานุภาพการทำลายล้างรุนแรงเหลือเกิน
สำหรับบู๊ทต่างๆ ในงานนั้น ขออนุญาติไม่ลงรายละเอียดใดๆ นะคะ เพราะเดินไปเรื่อยเลยค่ะ
ความร่าเริงที่มีพอๆ กับพี่ศรีริต้าในทุ่งลาเวนเดอร์เลย และโดยส่วนตัวแล้วแนะนำให้มาสัมผัสด้วยตัวเอง
เพราะหนังสือในงานดีงาม และ ที่ดีงามกว่า ก็คือ ราคาของหนังสือค่ะ
บางบู๊ทลดราคาเหลือเล่มละ 50 บาท 20 บาท เท่านั้นเองนะคะ คุ้มมมมมมมมมม \(^____^)/
“DO WHAT YOU LOVE GET RICH!”
รวยด้วยสิ่งที่รัก ชื่อหนังสือมันจะมีอะไรดีไปมากกว่านี้อีก มาค่ะ มาอยู่กับดิฉันซะดีๆ
“นายไม่อ่านหนังสือ นายจะรู้อะไร” นั่นสิคะ จะรู้อะไร ถ้างั้นมาค่ะ มาอยู่กับดิฉันอีกค่ะ
มองไม่เห็น ใช่ว่าจะไม่มีอยู่ ธ ยังคงสถิตอยู่กับเราเสมอ ตลอดไป คิดถึงพระองค์ท่านเหลือเกินค่ะ
เคยโดนหนังสือกวักมือเรียกไหมคะ?
ระหว่างเดินผ่านบู๊ทๆหนึ่ง ทันทีที่เห็นไปเห็นคำว่า “เรียบง่าย” เด่นตระหง่านอยู่บนปกหนังสือ รู้ตัวอีกทีมือก็ถือมันอยู่ซะแล้ว (+____+)"
“ความเรียบง่าย เหนือกาลเวลา”
หนังสือที่ว่าด้วยเรื่อง ความเรียบง่าย ไม่ใช่ความยากไร้ ไม่ใช่ความตระหนี่ถี่เหนียว
ไม่ใช่การปฎิเสธตัวเอง แต่เป็นการฟื้นฟู “สุขภาวะ” ท่ามกลางความมั่งคั่งทางวัตถุ ซึ่งขาดแคลนด้านจิตวิญญาณมากขึ้นทุกวัน
แค่ข้อความหลังปกหนังสือ ก็ทำเอาตกหลุมรักหนังสือเล่มนี้ได้ไม่ยากจริงๆ รออะไรคะ จ่ายเงินค่ะ
ถ้าหาหนังสือเล่มไหน หรือ หาสำนักพิมพ์ไหนไม่เจอ ไม่ต้องกลัวนะคะ ตามจุดต่างๆ
จะมี QR CODE ไว้ให้สแกนเข้าไปยังเว็บไซด์ของงานเพื่อทำการระบุชื่อหนังสือ หรือ สำนักพิมพ์ ที่ต้องการหา
แล้วเค้าจะบอก ตำแหน่งที่อยู่ของบู๊ทนั้นๆ ค่ะ
และยัยคนน้อง ดันอยากได้หนังสือ “ นาซ่า ก็ตามเธอกลับมาไม่ได้”
แต่ตอนนี้ยัยคนน้องก็ตามหานาซ่าไม่เจอเช่นกัน ดังนั้น กดหาค่ะ กด (-__-“ ) (_ _) ( “ -__ -)
เอาหล่ะ รู้แล้วว่าบู๊ทอยู่โซนไหน แต่ที่ไม่รู้ก็คือ จุดที่พวกเรายืนอยู่ตรงนี้มันคือที่ไหนกันหว่า เอ้า กางแผนที่ค่ะ กาง (=____=:”)
และระหว่างเดินตามหานาซ่าอยู่นั้น เห็นคนจำนวนมาก ต่อแถวยาวเฟื้อยเลย เค้าทำไรกันอ่ะ
เดินตามหาหัวขบวนให้ไว เจอแล้วค่ะ คุณรอมแพง แห่งบุพเพสันนิวาส นั่นเองงงงง ….. (^o^)”
เดินเลยคุณรอมแพงมาหน่อย ก็เจอกับภาพนี้ คุณป้า จะไปตามรอย ออเจ้า เหมือนกันหรอเจ้าคะ
และแล้วเราก็ถึงค่ะ หนังสือที่ยัยคนน้องตามหา อยู่บู๊ทอัมรินทร์ มาถึงก็ชะเง้อ ชะแง้ อยู่ไหนกันนะ นาซ่าที่รัก
เย้!!! ในที่สุดก็เจอนาซ่าแล้วววววววว
ว่าแล้วก็อวดค่ะ \(*O*)/
เมื่อละลายทรัพย์กันจนสาแก่ใจแล้ว เราก็จะมาทำสิ่งที่เราอยากทำในงานหนังสือแห่งนี้กัน
ใช่ค่ะ พวกเราจะกลายร่างเป็น “ภูตหนังสือ”
ย้อนกลับไปเมื่อกลางปีก่อน ระหว่างที่เราไปดูนิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่หอศิลป์กรุงเทพฯ
ระหว่างเดินอยู่นั้นเราได้เจอกับ ภูตหนังสือค่ะ
หนังสือเล่มหนึ่งที่วางทิ้งไว้พร้อมโน้ตดีๆ
ถึงภูตหนังสือ ที่เป็นเจ้าของหนังสือเล่มนี้ หากผ่านมาพบเจอกระทู้นี้ ขอบคุณมากเลยนะคะ สิ่งที่คุณทำมันน่ารักมากเลยค่ะ
คุณไม่ได้แค่ส่งต่อหนังสือ แต่คุณส่งต่อทัศนคติดีๆ ความรู้สึกดีๆ พวกเราได้รับมันทั้งหมดเลยค่ะ
เมื่อย้อนกลับถามตัวเองว่า อยากจะส่งต่ออะไรให้คนอื่น สำหรับตัวเองแล้ว อยากส่งต่อ “ความสุข” ค่ะ
ส่วนตัวมีหนังสืออยู่หนึ่งเล่ม ที่ได้อ่านแล้ว มันได้เปลี่ยนทัศนคติของตัวเองไปอย่างสิ้นเชิง
อ่านจบแล้วมีความรู้สึกใจฟู และ อิ่มเอม คำว่า “อ่านหนังสือช่วยชีวิต” มันมีจริงๆ นะคะ
ว่าแล้ว เราเดินทางไปตามหา “ความสุข” ที่เราอยากส่งต่อกันค่ะ
แต๊น!!! มาถึงหน้าบู๊ทมติชนแล้ว ใช่ค่ะ หนังสือเล่มนี้อยู่ที่สำนักพิมพ์มติชน
ผู้เขียนคือ หนุ่มเมืองจันทร์ ซึ่งตอนนี้ก็ได้กลายมาเป็นนักเขียนคนโปรดไปเรียบร้อย มาถึงก็ถามหาเลยค่ะ
พี่คะๆ "ความสุข" มันอยู่ที่ไหนกันคะ?
เจอแล้ว อยู่นี่ นี่เอง หนังสือเล่มนี้มีชื่อว่า “ความสุข ณ จุดที่ยืนอยู่”
แค่หน้าปกก็หลงรักซะแระ
เจอ "ความสุข" แล้วค่ะ <3
เมื่อได้หนังสือครบแล้ว เราก็มากลายร่างเป็นภูตหนังสือกัน
เขียนข้อความดีๆ เพื่อให้ภูตหนังสือคนต่อไป ส่งต่อ เพื่อ แบ่งปัน
เสร็จแล้วววววววววววว :'')
เสร็จแล้วภูตตัวน้อยๆ อย่างพวกเราก็หาที่วางกันค่ะ
เรียบร้อย ภารกิจสำเร็จ! \(^____^”)/
เคยมีคนพูดไว้ว่า “ไม่ใช่เราหรอกที่เป็นคนเลือกครอบครอง บางครั้งแล้วสิ่งของต่างหากที่เป็นคนเลือกเจ้าของเสียเอง”
เราก็ได้แต่หวังว่า หนังสือพวกนี้จะเจอเจ้าของหนังสือเร็วๆ น้า
เขียนมาถึงตรงนี้ หากใครได้รับหนังสือพวกนี้ไปแล้ว บอกเล่าให้พวกเราฟังบ้างนะคะ
และอย่าลืมเมื่ออ่านจบแล้ว ส่งต่อสิ่งดีๆ ต่อไปน้า.....................