จากประเด็นที่ทางเลขากสทช. นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ ได้ยื่นหนังสือถึงคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อขอผ่อนผันการชำระค่างวดเงินประมูลงวดสุดท้ายของคลื่นความถี่ 900 MHz ของ Truemove H และ AIS จำนวน 60,218 ลบ. และ 59,574 ลบ. เป็นทยอยจ่ายอีก 5 งวดพร้อมดอกเบี้ย จนถึงปี 2567
ทางสำนักงานกสทช. แจ้งว่า หากทางรัฐบาลมีคำสั่งให้ขยายเวลาชำระเงินออกไปอีก 5 งวด จะทำให้เอกชนทั้งสองราย สามารถขยายเงินกู้ของบริษัทต่อธนาคารพาณิชย์ออกไปได้ด้วยเช่นกัน ทำให้สามารถเข้าร่วมประมูลคลื่น 1800 MHz ที่กำลังจะเปิดให้ประมูล ซึ่งจะทำให้ประเทศไทย สามารถนำคลื่นมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ เพื่อให้เป็นแรงผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจตามนโยบาย Thailand 4.0 อีกด้วย
ทั้งนี้ การขยายระยะเวลาการชำระเงินออกไปอีก จะทำให้รัฐได้รายได้เพิ่มขึ้นจากดอกเบี้ยอีกถึง 3 พันกว่าล้านบาท และไม่เป็นการเอื้อประโยชน์ให้เอกชนแต่อย่างใด แต่เป็นการเกื้อกูลกันระหว่างภาครัฐ และภาคเอกชน โดยมุ่งถึงประโยชน์ของประชาชนคนไทยเป็นหลัก ที่สามารถทำให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาเทคโนโลยี 5G และ IOT และจะทำให้เกิดการประมูลที่มี 3 บริษัทสามารถเข้าร่วมได้ทั้ง TrueMove H, AIS และ DTAC (ยกเว้น JAS ที่ทิ้งใบอนุญาตครั้งที่แล้ว) ทำให้รัฐจะมีรายได้ถึง 290,000 ลบ. ในปี 2567
สำหรับคนไทยบางคนรู้สึกว่า ทำไมรัฐบาลจะต้องอุ้มค่ายมือถือด้วย ในเมื่อค่ายมือถือมีกำไรมหาศาลจากการทำธุรกิจอยู่แล้ว และเอกชนทั้งสองรายยินดีเข้าร่วมประมูลเอง และประมูลจนใบอนุญาตคลื่น 900 MHz มีราคาสูงกว่าปกติถึง 6 เท่าด้วย ถึงจะช่วยเหลือ แต่คนไทยก็ไม่เห็นได้รับการลดค่าบริการเลย หรือสัญญาณไม่เห็นจะมีคุณภาพดีขึ้นเลย ในขณะที่จ่ายค่าบริการแบบเต็มราคาทุกเดือน
จากนิสัยของคนไทยเรื่องการใช้บริการต่างๆ การจะทำให้เห็นภาพชัดเจน อาจจะต้องขอยกเรื่องการกินอาหารบุฟเฟต์มาเป็นตัวอย่าง
หากคุณจ่ายค่าบุฟเฟต์ราคา 499 บาท คุณจะกินอาหารในร้านเท่าไหร่ก็ได้ตามที่คุณต้องการ แต่ละคนตักอาหารใส่จานตัวเองจนล้น พูนออกมานอกจาน จานแล้วจานเล่า แถมบางคนตักเผื่อแผ่เพื่อนๆ ด้วย จนทำให้หลายครั้งอิ่มแล้ว แต่อาหารบนจานก็กินไม่หมด จนทำให้คนที่เข้าร้านมาที่หลังมีอาหารไม่พอกิน เพราะทุกคนรู้สึกว่า ในเมื่อตนเองเสียเงินแล้ว ก็จะต้องกินให้คุ้มที่สุด โดยไม่เคยคิดถึงคนที่จะเข้ามาใช้บริการต่อๆ ไปกันเลย
เช่นเดียวกันกับสัญญาณมือถือ ทุกคนก็คิดเหมือนการกินบุฟเฟต์ พยายามตักตวงผลประโยชน์การใช้งานให้ได้มากที่สุด บางคนโหลดบิท โหลดหนัง แถมบางคนใจดีแชร์ให้เพื่อนๆ รอบข้างใช้อีกด้วย จนทำให้คนอื่นๆ ที่อยู่ในพื้นที่เดียวกันใช้งานได้ช้ามาก หรือแย่ที่สุดก็คือใช้งานไม่ได้เลย
แต่ทุกคนก็ไปโทษที่ค่ายมือถือว่า
"โฆษณาเกินจริง" บ้าง
"สัญญาณค่ายนั้นห่วย" บ้าง แต่ไม่ได้มองสภาพแวดล้อมโดยรอบเลยว่า มีจำนวนผู้ใช้งานหนาแน่น หรือมีกลุ่มคนที่ใช้งานผิดวัตถุประสงค์ของการใช้งานหรือไม่ จนทำให้การใช้งานในพื้นที่ดังกล่าวติดขัด ไม่สะดวก เป็นต้น
ถ้าหากค่ายมือถือต้องให้บริการคนไทยทกคนเหมือนร้านอาหารบุฟเฟต์ ที่จะต้องเตรียมคลื่นในมือเป็นจำนวนมาก เพื่อให้พอรองรับกับผู้ใช้งานที่เข้ามาใช้บริการ ที่ทุกคนต่างพยายามกอบโกยผลประโยชน์ของตัวเอง ให้คุ้มค่ากับเงินค่าบริการที่เสียไป
คุณคิดว่าในแต่ละเดือนคนไทย 1 คน จะต้องใช้ดาต้าปริมาณมากน้อยแค่ไหนถึงจะถือว่าคุ้มค่า สมกับราคาที่เสียไปแล้ว
สำหรับผมแค่ 5GB ก็ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานในแต่ละเดือนแล้ว แต่บางคนก็อาจจะยังรู้สึกว่าไม่เพียงพอก็ได้
อย่างน้อยการใช้งานสิ่งที่เป็นสาธารณะประโยชน์ที่ต้องใช้งานร่วมกันหลายคน อยากให้ทุกคนคิดถึงใจเขาใจเราบ้าง ไม่ใช่คิดแต่ว่าเราต้องใช้งานให้คุ้ม เพราะเราเสียเงินไปแล้วเพียงอย่างเดียว
หากสังคมไทยมีการเกื้อกูลกันในทุกภาคส่วน ก็จะสามารถทำให้ประเทศไทยเจริญเติบโตได้อย่างยั่งยืนมากกว่าทุกวันนี้ก็ได้
ลูกค้าอยู่ได้ ธุรกิจอยู่ได้ รัฐบาลอยู่ได้
เราจะมัวแต่เอาสิ่งที่ดีที่สุดเข้าตัวไม่ได้ แต่เราจะต้องการมีแบ่งปัน เป็นเศรษฐกิจแบบเกื้อกูล ที่ทุกคนเป็น Win-Win ด้วยกัน ...
#โลกสวยด้วยใจเรา #ก็แค่เกื้อกูล #ทุกคนอยู่ได้
สร้างเศรษฐกิจแบบเกื้อกูล ... มุ่งผลประโยชน์สูงสุดที่คนส่วนรวม
ทางสำนักงานกสทช. แจ้งว่า หากทางรัฐบาลมีคำสั่งให้ขยายเวลาชำระเงินออกไปอีก 5 งวด จะทำให้เอกชนทั้งสองราย สามารถขยายเงินกู้ของบริษัทต่อธนาคารพาณิชย์ออกไปได้ด้วยเช่นกัน ทำให้สามารถเข้าร่วมประมูลคลื่น 1800 MHz ที่กำลังจะเปิดให้ประมูล ซึ่งจะทำให้ประเทศไทย สามารถนำคลื่นมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ เพื่อให้เป็นแรงผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจตามนโยบาย Thailand 4.0 อีกด้วย
ทั้งนี้ การขยายระยะเวลาการชำระเงินออกไปอีก จะทำให้รัฐได้รายได้เพิ่มขึ้นจากดอกเบี้ยอีกถึง 3 พันกว่าล้านบาท และไม่เป็นการเอื้อประโยชน์ให้เอกชนแต่อย่างใด แต่เป็นการเกื้อกูลกันระหว่างภาครัฐ และภาคเอกชน โดยมุ่งถึงประโยชน์ของประชาชนคนไทยเป็นหลัก ที่สามารถทำให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาเทคโนโลยี 5G และ IOT และจะทำให้เกิดการประมูลที่มี 3 บริษัทสามารถเข้าร่วมได้ทั้ง TrueMove H, AIS และ DTAC (ยกเว้น JAS ที่ทิ้งใบอนุญาตครั้งที่แล้ว) ทำให้รัฐจะมีรายได้ถึง 290,000 ลบ. ในปี 2567
สำหรับคนไทยบางคนรู้สึกว่า ทำไมรัฐบาลจะต้องอุ้มค่ายมือถือด้วย ในเมื่อค่ายมือถือมีกำไรมหาศาลจากการทำธุรกิจอยู่แล้ว และเอกชนทั้งสองรายยินดีเข้าร่วมประมูลเอง และประมูลจนใบอนุญาตคลื่น 900 MHz มีราคาสูงกว่าปกติถึง 6 เท่าด้วย ถึงจะช่วยเหลือ แต่คนไทยก็ไม่เห็นได้รับการลดค่าบริการเลย หรือสัญญาณไม่เห็นจะมีคุณภาพดีขึ้นเลย ในขณะที่จ่ายค่าบริการแบบเต็มราคาทุกเดือน
จากนิสัยของคนไทยเรื่องการใช้บริการต่างๆ การจะทำให้เห็นภาพชัดเจน อาจจะต้องขอยกเรื่องการกินอาหารบุฟเฟต์มาเป็นตัวอย่าง
หากคุณจ่ายค่าบุฟเฟต์ราคา 499 บาท คุณจะกินอาหารในร้านเท่าไหร่ก็ได้ตามที่คุณต้องการ แต่ละคนตักอาหารใส่จานตัวเองจนล้น พูนออกมานอกจาน จานแล้วจานเล่า แถมบางคนตักเผื่อแผ่เพื่อนๆ ด้วย จนทำให้หลายครั้งอิ่มแล้ว แต่อาหารบนจานก็กินไม่หมด จนทำให้คนที่เข้าร้านมาที่หลังมีอาหารไม่พอกิน เพราะทุกคนรู้สึกว่า ในเมื่อตนเองเสียเงินแล้ว ก็จะต้องกินให้คุ้มที่สุด โดยไม่เคยคิดถึงคนที่จะเข้ามาใช้บริการต่อๆ ไปกันเลย
เช่นเดียวกันกับสัญญาณมือถือ ทุกคนก็คิดเหมือนการกินบุฟเฟต์ พยายามตักตวงผลประโยชน์การใช้งานให้ได้มากที่สุด บางคนโหลดบิท โหลดหนัง แถมบางคนใจดีแชร์ให้เพื่อนๆ รอบข้างใช้อีกด้วย จนทำให้คนอื่นๆ ที่อยู่ในพื้นที่เดียวกันใช้งานได้ช้ามาก หรือแย่ที่สุดก็คือใช้งานไม่ได้เลย
แต่ทุกคนก็ไปโทษที่ค่ายมือถือว่า "โฆษณาเกินจริง" บ้าง "สัญญาณค่ายนั้นห่วย" บ้าง แต่ไม่ได้มองสภาพแวดล้อมโดยรอบเลยว่า มีจำนวนผู้ใช้งานหนาแน่น หรือมีกลุ่มคนที่ใช้งานผิดวัตถุประสงค์ของการใช้งานหรือไม่ จนทำให้การใช้งานในพื้นที่ดังกล่าวติดขัด ไม่สะดวก เป็นต้น
ถ้าหากค่ายมือถือต้องให้บริการคนไทยทกคนเหมือนร้านอาหารบุฟเฟต์ ที่จะต้องเตรียมคลื่นในมือเป็นจำนวนมาก เพื่อให้พอรองรับกับผู้ใช้งานที่เข้ามาใช้บริการ ที่ทุกคนต่างพยายามกอบโกยผลประโยชน์ของตัวเอง ให้คุ้มค่ากับเงินค่าบริการที่เสียไป
สำหรับผมแค่ 5GB ก็ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานในแต่ละเดือนแล้ว แต่บางคนก็อาจจะยังรู้สึกว่าไม่เพียงพอก็ได้
อย่างน้อยการใช้งานสิ่งที่เป็นสาธารณะประโยชน์ที่ต้องใช้งานร่วมกันหลายคน อยากให้ทุกคนคิดถึงใจเขาใจเราบ้าง ไม่ใช่คิดแต่ว่าเราต้องใช้งานให้คุ้ม เพราะเราเสียเงินไปแล้วเพียงอย่างเดียว
หากสังคมไทยมีการเกื้อกูลกันในทุกภาคส่วน ก็จะสามารถทำให้ประเทศไทยเจริญเติบโตได้อย่างยั่งยืนมากกว่าทุกวันนี้ก็ได้
ลูกค้าอยู่ได้ ธุรกิจอยู่ได้ รัฐบาลอยู่ได้
เราจะมัวแต่เอาสิ่งที่ดีที่สุดเข้าตัวไม่ได้ แต่เราจะต้องการมีแบ่งปัน เป็นเศรษฐกิจแบบเกื้อกูล ที่ทุกคนเป็น Win-Win ด้วยกัน ...
#โลกสวยด้วยใจเรา #ก็แค่เกื้อกูล #ทุกคนอยู่ได้