ร้อยวันที่ฉันเปลี่ยน วันที่สิบสอง

หนึ่ง เดือนสี่  ปีสองพันห้าร้อยหกสิบเอ็ด

เวลาเกือบตีหนึ่ง
วันนี้มาช้าเพราะเพิ่งกลับจากตลาดนัด  กลับมาอาบน้ำแล้วก็รีบมาเขียนทันที
บรรยากาศการลงตลาดนัดที่ต่างจังหวัดวันแรกก็ สนุก แปลกใหม่ ส่วนลูกค้ามีเข้ามาเรื่อยๆ
ไม่ถึงขั้นว่าเงียบ และไม่ถึงขั้นขายไม่ทัน หักลบค่าล็อคค่ากิน ก็พอได้กับเวลาแปดชั่วโมงที่อุทิศไป

ก็เหมือนตลาดนัดใน กทม. ความจริงตลาดที่ไหนก็คงคล้ายกันหมด
เริ่มจากไปจองล็อคก่อนตั้งแต่ บ่ายสองถึงบ่ายสาม
ถ้าเราไม่ได้มีที่ประจำ ต้องรอว่างค่อยเสียบ วันนี้ฉันโชคดีได้เลยเพราะล็อคว่างอยู่
หลังจากนั้นเราก็เริ่มตั้งร้าน ซึ่งคนอื่นจะจัดเต็มกันมาก เช่น ผ้าใบกันฝน โต๊ะเหล็กวางของ บลาๆ
แต่ฉัน มีแค่เสื่อ กับโต๊ะวางของก็เป็นอันใช้ได้แล้ว

ร้านข้างๆเป็นร้านเคสมือถือ รับติดฟิล์มกระจกซึ่งต่างคนต่างขายไม่ได้ทักทายกันเท่าไหร่
ระหว่างที่เราทั้งสองร้านกำลังขายของปรกติ อยู่ๆก็มีเด็กผู้ชายวิ่งผ่านไป และ เพล้ง
เสียงเคสกระจกตกลงมา คงเพราะโดนน้องคนนั้นชนเอา

พ่อแม่เด็กรีบวิ่งมาดูว่าข้าวของเสียหายหรือไม่
ขณะที่เด็กชายยังซนไม่เลิก คนเป็นพ่อก็ต้องจ่ายค่าสินค้า ส่วนแม่ก็ขอโทษขอโพยเจ้าของร้านยกใหญ่
ฉันเผลอคิดไปไกลว่าเด็กคนนั้นจะโดนดุหรือไม่ ขนาดไหน

อีกเคสเป็นเรื่องราวน่าตกใจมากคือ เด็กผู้หญิงคนหนึ่งผลัดหลงกับผู้ปกครอง
ทั้งประกาศตามหา และเดินหาให้ทั่วก็ไม่พบแม้เงาของลูก
น่าสงสารพ่อแม่มาก เห็นแล้วใจคอไม่ดีไปด้วยเลย
ตอนเก็บของก็ไม่รู้เลยว่าเจอเด็กหรือไม่

ความจริงแล้วตลาดนัดไม่ค่อยเหมาะกับ
เด็กที่กำลังซน หรือเด็กน้อยที่เพิ่งคลอดเลย  
ก็คนมันเยอะ เด็กจะไปติดโรคอะไรได้ง่ายจากคนไม่สบาย ไอ จาม เป็นต้น
ส่วนเด็กที่ซนอาจเผลอทำอะไรตกหล่นเสียหาย ร้ายกว่าก็วิ่งหายไปกับผู้คนแปลกหน้า

แต่น่าแปลกที่ตลาดนัดจะมีเด็กทั้งที่เล็กมาก กับเด็กที่กำลังซน  เยอะสุดๆ

รองลงมาก็เป็นพวกเด็กวัยรุ่น ส่วนใหญ่จะเดินแต่ไม่ค่อยมีกำลังซื้อเท่าไหร่
แบบหนุ่มสาวเดินเล่นหาอะไรกินมากกว่า ลูกค้าที่น่าสนใจคือ กลุ่มคนทำงาน
เพราะจะมีกำลังซื้อ และมองหาสินค้าที่ตัวเองอยากได้ตลอดทาง
ถ้าคุณอยากขายของตลาดนัด แนะนำตลาดใต้ตึกของพนักงานประจำ จะขายดีสุด
คือดีกว่าตลาดทำเลอื่นๆ เพราะฉันลองมาหมดแล้ว ติดที่ว่าต่างจังหวัดแบบนี้จะไปหาทำเลทองใต้ตึกจากไหนกันเล่า

วันนี้อาจเขียนแบบเปลี่ยนเรื่องเยอะและเร็วไป เพราะตอนนี้ง่วงมาก แต่อยากเขียนให้ครบทุกเรื่องก่อนนอน

ข้อแนะนำสำหรับคนที่อยากเป็นแม่ค้าตลาดนัด

หนึ่ง ยิ้มให้ร้านข้างๆ อย่างเป็นมิตร ใครจะไปรู้ว่าเราจะเงินทอนไม่พอจริงไหม

สอง ทำป้ายเล็กๆ แนะนำจุดเด่นของร้านเรา เช่น ราคา ของแถม โปรโมชั่น หรือ ประโยชน์ของสินค้า
แปะไว้หน้าร้าน ให้อ่านออก  เนื่องจากคนเดินตลาดนัดส่วนใหญ่ไม่ชอบเข้ามาสอบถาม แต่ป้ายจะดึงเขาเข้ามาหาให้เราปิดการขายเอง

สาม หลอดไฟ ปลั๊กไฟ ถุงใส่ของ เงินทอน ที่นั่ง ที่ว่างของ เอาไปให้ครบอย่าคิดจะไปซื้อข้างหน้า มันไม่มีหรอก เราไปขายของไม่ได้ไปเดินเที่ยว มังแต่เดินหาของไม่ต้องเปิดร้านกันพอดี

สี่ คุยกับลูกค้าตอบคำถามยิ้มแย้ม ไม่เหวี่ยงเวลาลูกค้าถามมาก หรือ ต่อราคาซะเหมือนขอฟรี เพราะยังไงแล้วลูกค้าคาดหวังว่าตัวเองจะต้องเป็นฝ่ายได้เปรียบ ได้ของดีของถูก ได้บริการที่ดีเริ่ด

ห้า ตลาดนัดมีวันที่ขายดีและขายไม่ดี ถ้าคุณเริ่มวันแรกไม่ดีเงียบมาก อย่าท้อ ไปเรื่อยๆถ้าไปได้อยู่  สักวันเราจะเจอวันที่ลูกค้าแย่งกันซื้อเอง

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่