น้องสาวแท้ๆ มายืมยืมรถไปงานแต่ง โดยที่ตอนแรกบอกว่ามีรถกระบะไปแต่นั่งไม่พอต้องนั่งข้างหลังด้วย เพื่อนอีกคนก็ไม่กล้ายืมรถพี่ (เป็นคนออกเงินดาวน์ และค่าประกันรถให้) มาเพราะเพิ่งเอาไปชนกว่าจะซ่อมเสร็จเดือนนึง สุดท้ายมายืมรถเราโดยที่ให้แม่มาบอก เรายังไม่ได้พูดตกลงอะไร แต่เค้าเข้าใจว่าให้ยืม
รถ 2 ปีกว่า คือตอนแรกที่ซื้อ เรากลัวมีปัญหาแบบนี้ยืมรถไปใช้ เพราะน้องเป็นพวกชอบเที่ยวเพื่อนชวนเพราะมีรถ (รถแฟน ตอนนี้เลิกแล้วจึงไม่มี) ไม่ว่ากลางวัน กลางคืนไปตลอดทุกวัน ไม่เคยอยู่บ้าน หลังๆเบาลง เพราะทำงาน แต่ออกกลางคืน ถ้าเสาร์อาทิตย์ จะไปเที่ยวคลอดไม่เคยอยู่บ้านเลยมาแค่นอน ตื่นมาไปต่อ บางทีก็ไป ตจว บ่อยๆ ก็เลยคุยกับที่บ้านเค้าต้องการให้เราออกรถมาใช้ในบ้าน โดยทางบ้านช่วยออกเงินดาวน์ 2/3 เราออกส่วนนึง และน้าช่วยผ่อนค่ารถคนละครึ่งทุกเดือน ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ต่อภาษี พรบ ค่าประกัน ค่าจอดรถ และจิปาถะอื่นๆ เราออกเองทั้งหมด แต่เรากลัวน้องจะยืมไปเที่ยวกับเพื่อนก็เลยพูดไปว่า ออกมาจะมีปัญหาไหม เดี๋ยวยืมไปขับเที่ยวกับเพื่อนทุกวี่ทุกวัน ตายเลย เป็นคนไม่รักษาของด้วย ของทุกอย่างสามารถทำพังได้ วางทุกสิ่งกระแทกไปหมด เหมือนไม่ใช้มือ โทรศัพท์ทุกเครื่องจอแตกหมด ทำหล่น ถือของใครทำของเค้าหล่น แค่ไม่ถึงนาที ให้ยืมโน้ตบุ๊คไป พังเลย เราจะมาใช้ขึ้น blue screen หลังจากนั้นคอมช้าเป็นเต่า บางทีก็เปิดไม่ติด แป้นพิมไม่ได้ ลงใหม่ก็อืดมาก ทั้งที่สเปคก็สูงอยู่ ทางบ้านเลยบอกว่าก็ไม่ต้องให้ยืม แต่เราบอกนะว่าถ้าไปกะที่บ้านไรงี้ก็เอาไปได้ แต่ถ้ายืมไปอะไรกับเพื่อนไม่ให้ พอตกลงเราซื้อ ก็มายืมครั้งแรก เราไป ตจว มันให้แม่โทรมายืม บอกจะไปงานแต่งเพื่อน เราก็บอกให้ยืมไป แค่รอบเดียวนะ เพราะตอนนั้นรถเพื่อนซ่อมไม่มีจริงๆ พอมาวันนี้จะยืมอีกไปงานเพราะรถไม่พอ เพื่อนจะลำบากต้องนั่งหลังกระบะ เลยจะเอารถเราไปอีกคัน ไม่อยากให้ไปเลย แต่แม่บอกเมื่อวานให้ยืมนิ แต่จริงๆเราไม่ได้พูดอะไร แล้วแม่ก็ขอกุญแจรถไป
นี่เราใจแคบไปไหมกับพี่กับน้องแท้ๆ คือไม่ชอบให้ใครมายืมรถ มันรู้สึกเวลาที่เกิดอะไรขึ้นกับรถแล้ว ไม่ได้มาจากฝีมือเรา แต่เป็นฝีมือคนอื่นล้วน มันรู้สึกเจ็บใจ หนักใจ
ปล เคยให้น้องขับ วันนั้นเรารู้สึกมึนๆ ทางบ้านให้พาไปร้านทำผมไกลจากบ้าน เราเลยบอกให้มันขับ คิดว่ามันคงไม่เป็นไร ปรากฎตั้งแต่ขับ มันเร่งเครื่องเรากระจุย รถมีไฟบอกถ้าขับเขียวคือดี ฟ้าคือเร่ง น้ำเงินเร่งมาก มันขับฟ้าตลอด สลับน้ำเงิน แถมจอดริมฟุตบาท มันล่อกันชนหน้าเราครูดลึกไปถึงสีดำ ชั้นในสุด จนป่านนี้ยังไม่ได้ซ่อมเลย
บางทีก็น้อยใจที่บ้าน ทำไมถึงเอาใจน้องกันนัก ซื้อมอเตอร์ไซต์มา ให้ไว้ใช้ในบ้าน น้องกลับติดชื่อตัวเองกลายเป็นของมันคนเดียว พอเราทำงานก็เอารถไปกลับถึงบ้าน 16:45 ทางบ้านก็บ่นว่า เราเอารถไปใช้ดูสิน้องไม่มีรถซื้อข้าว ไม่มีไปซื้อนั้นนี่ ต้องเดิน เราเลยตัดปัญหาไปกู้ธนาคารมาซื้อรถมอเตอร์ไซค์ไว้ส่วนตัวคันนึงจ่ายเองทุกอย่าง จนวันนี้รถเริ่มเก่า ทางบ้านซื้อให้ใหม่อีก เอาไว้ให้น้องไปทำงาน ออกให้ทุกอย่างจ่ายค่าน้ำมันอย่างเดียวขนาดจะแต่งรถ ยังให้ทางบ้านออกเงินให้ แถมเรายังโดนว่าไม่เคยเลี้ยงข้าวคนในบ้าน เราเหลือเงินทอนต่อเดือนประมาณ 1,500 นอกนั้นค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายทั้งหมด แต่น้องตอนจบใหม่ๆ เพิ่งได้งาน เงินเดือนมากกว่าเรา 3,000 มันพูดกะที่บ้านว่าจะให้เงินเดือนทุกเดือนคนละพันสองพัน คือ แม่และน้า พอพูดเราเลยโดนพูดว่าว่าเราไม่เคยให้ตั้งแต่ทำงานมา เราเป็นลูกไม่รักดี ท้องก่อนวัยอันควร แม่เลยให้เรียนถึง ปวส แล้วบอกไม่ต้องเรียนแล้ว บังเอิญเราได้งาน พอจบ ปวส เลยทำงานพอดี เลยขอแม่เรียนต่อ ป.ตรี จ่ายเงินเอง เงินเดือนตอนนั้น 9,000 แต่กับน้องค่าเรียนออกให้ทุกอย่าง ขอไปทำอะไรได้หมด บางทีก็คิดเราคงเป็นลูกที่ไม่ดี แม่จะว่าเสมอว่าเราไม่ให้เงินเค้า เวลาที่ทำงานได้เงินพิเศษมา เราก็พาไปกินข้าวบ้าง สงสัยเราจะใจแคบเกินไป ไปทำงานแม่ก็ยังให้เงิน บอกเดือนแรกน้องไม่มีตัง แต่ตอนเรากลับไม่เคยให้เลย แถมไปเรียนต้องนั่งรถเมล์ก็ว่าอีกว่ามาช้า ทำอย่างอื่นไม่ได้ไปเรียน รถเมล์ที่มาบ้านมีสายเดียว แถมต้องเดินไปขึ้นป้าย ประมานป้ายที่สามจากหน้ามอ บางทีครูปล่อยช้าต้องวิ่ง เพราะถ้าไม่ทันรถสองทุ่ม จะต้องรออีกสอง ช.ม. เรียนได้เกรดดีก็ไม่เคยได้รับคำชม แถมน้องยังดูถูกว่าเค้าปล่อยเกรดล่ะสิ สุดท้ายก็มาเรียนที่เดียวกัน แต่ว่าได้ไม่เท่าเรา แถมแย่กว่าเราทุกเทอม (อันนี้ระบายค่ะ อึกอัด)
คนขี้หวงของ ใจแคบ
รถ 2 ปีกว่า คือตอนแรกที่ซื้อ เรากลัวมีปัญหาแบบนี้ยืมรถไปใช้ เพราะน้องเป็นพวกชอบเที่ยวเพื่อนชวนเพราะมีรถ (รถแฟน ตอนนี้เลิกแล้วจึงไม่มี) ไม่ว่ากลางวัน กลางคืนไปตลอดทุกวัน ไม่เคยอยู่บ้าน หลังๆเบาลง เพราะทำงาน แต่ออกกลางคืน ถ้าเสาร์อาทิตย์ จะไปเที่ยวคลอดไม่เคยอยู่บ้านเลยมาแค่นอน ตื่นมาไปต่อ บางทีก็ไป ตจว บ่อยๆ ก็เลยคุยกับที่บ้านเค้าต้องการให้เราออกรถมาใช้ในบ้าน โดยทางบ้านช่วยออกเงินดาวน์ 2/3 เราออกส่วนนึง และน้าช่วยผ่อนค่ารถคนละครึ่งทุกเดือน ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ต่อภาษี พรบ ค่าประกัน ค่าจอดรถ และจิปาถะอื่นๆ เราออกเองทั้งหมด แต่เรากลัวน้องจะยืมไปเที่ยวกับเพื่อนก็เลยพูดไปว่า ออกมาจะมีปัญหาไหม เดี๋ยวยืมไปขับเที่ยวกับเพื่อนทุกวี่ทุกวัน ตายเลย เป็นคนไม่รักษาของด้วย ของทุกอย่างสามารถทำพังได้ วางทุกสิ่งกระแทกไปหมด เหมือนไม่ใช้มือ โทรศัพท์ทุกเครื่องจอแตกหมด ทำหล่น ถือของใครทำของเค้าหล่น แค่ไม่ถึงนาที ให้ยืมโน้ตบุ๊คไป พังเลย เราจะมาใช้ขึ้น blue screen หลังจากนั้นคอมช้าเป็นเต่า บางทีก็เปิดไม่ติด แป้นพิมไม่ได้ ลงใหม่ก็อืดมาก ทั้งที่สเปคก็สูงอยู่ ทางบ้านเลยบอกว่าก็ไม่ต้องให้ยืม แต่เราบอกนะว่าถ้าไปกะที่บ้านไรงี้ก็เอาไปได้ แต่ถ้ายืมไปอะไรกับเพื่อนไม่ให้ พอตกลงเราซื้อ ก็มายืมครั้งแรก เราไป ตจว มันให้แม่โทรมายืม บอกจะไปงานแต่งเพื่อน เราก็บอกให้ยืมไป แค่รอบเดียวนะ เพราะตอนนั้นรถเพื่อนซ่อมไม่มีจริงๆ พอมาวันนี้จะยืมอีกไปงานเพราะรถไม่พอ เพื่อนจะลำบากต้องนั่งหลังกระบะ เลยจะเอารถเราไปอีกคัน ไม่อยากให้ไปเลย แต่แม่บอกเมื่อวานให้ยืมนิ แต่จริงๆเราไม่ได้พูดอะไร แล้วแม่ก็ขอกุญแจรถไป
นี่เราใจแคบไปไหมกับพี่กับน้องแท้ๆ คือไม่ชอบให้ใครมายืมรถ มันรู้สึกเวลาที่เกิดอะไรขึ้นกับรถแล้ว ไม่ได้มาจากฝีมือเรา แต่เป็นฝีมือคนอื่นล้วน มันรู้สึกเจ็บใจ หนักใจ
ปล เคยให้น้องขับ วันนั้นเรารู้สึกมึนๆ ทางบ้านให้พาไปร้านทำผมไกลจากบ้าน เราเลยบอกให้มันขับ คิดว่ามันคงไม่เป็นไร ปรากฎตั้งแต่ขับ มันเร่งเครื่องเรากระจุย รถมีไฟบอกถ้าขับเขียวคือดี ฟ้าคือเร่ง น้ำเงินเร่งมาก มันขับฟ้าตลอด สลับน้ำเงิน แถมจอดริมฟุตบาท มันล่อกันชนหน้าเราครูดลึกไปถึงสีดำ ชั้นในสุด จนป่านนี้ยังไม่ได้ซ่อมเลย
บางทีก็น้อยใจที่บ้าน ทำไมถึงเอาใจน้องกันนัก ซื้อมอเตอร์ไซต์มา ให้ไว้ใช้ในบ้าน น้องกลับติดชื่อตัวเองกลายเป็นของมันคนเดียว พอเราทำงานก็เอารถไปกลับถึงบ้าน 16:45 ทางบ้านก็บ่นว่า เราเอารถไปใช้ดูสิน้องไม่มีรถซื้อข้าว ไม่มีไปซื้อนั้นนี่ ต้องเดิน เราเลยตัดปัญหาไปกู้ธนาคารมาซื้อรถมอเตอร์ไซค์ไว้ส่วนตัวคันนึงจ่ายเองทุกอย่าง จนวันนี้รถเริ่มเก่า ทางบ้านซื้อให้ใหม่อีก เอาไว้ให้น้องไปทำงาน ออกให้ทุกอย่างจ่ายค่าน้ำมันอย่างเดียวขนาดจะแต่งรถ ยังให้ทางบ้านออกเงินให้ แถมเรายังโดนว่าไม่เคยเลี้ยงข้าวคนในบ้าน เราเหลือเงินทอนต่อเดือนประมาณ 1,500 นอกนั้นค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายทั้งหมด แต่น้องตอนจบใหม่ๆ เพิ่งได้งาน เงินเดือนมากกว่าเรา 3,000 มันพูดกะที่บ้านว่าจะให้เงินเดือนทุกเดือนคนละพันสองพัน คือ แม่และน้า พอพูดเราเลยโดนพูดว่าว่าเราไม่เคยให้ตั้งแต่ทำงานมา เราเป็นลูกไม่รักดี ท้องก่อนวัยอันควร แม่เลยให้เรียนถึง ปวส แล้วบอกไม่ต้องเรียนแล้ว บังเอิญเราได้งาน พอจบ ปวส เลยทำงานพอดี เลยขอแม่เรียนต่อ ป.ตรี จ่ายเงินเอง เงินเดือนตอนนั้น 9,000 แต่กับน้องค่าเรียนออกให้ทุกอย่าง ขอไปทำอะไรได้หมด บางทีก็คิดเราคงเป็นลูกที่ไม่ดี แม่จะว่าเสมอว่าเราไม่ให้เงินเค้า เวลาที่ทำงานได้เงินพิเศษมา เราก็พาไปกินข้าวบ้าง สงสัยเราจะใจแคบเกินไป ไปทำงานแม่ก็ยังให้เงิน บอกเดือนแรกน้องไม่มีตัง แต่ตอนเรากลับไม่เคยให้เลย แถมไปเรียนต้องนั่งรถเมล์ก็ว่าอีกว่ามาช้า ทำอย่างอื่นไม่ได้ไปเรียน รถเมล์ที่มาบ้านมีสายเดียว แถมต้องเดินไปขึ้นป้าย ประมานป้ายที่สามจากหน้ามอ บางทีครูปล่อยช้าต้องวิ่ง เพราะถ้าไม่ทันรถสองทุ่ม จะต้องรออีกสอง ช.ม. เรียนได้เกรดดีก็ไม่เคยได้รับคำชม แถมน้องยังดูถูกว่าเค้าปล่อยเกรดล่ะสิ สุดท้ายก็มาเรียนที่เดียวกัน แต่ว่าได้ไม่เท่าเรา แถมแย่กว่าเราทุกเทอม (อันนี้ระบายค่ะ อึกอัด)