
มีคนพูดกันเสมอว่าอย่าดูแค่ปัจจุบัน เดี๋ยวนี้ ต้องตอนนี้อย่างเดียว อย่างนี้ดูบอลไม่เป็นครับ
และลบหลู่นักเตะอาวุโสในอดีตที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศชาติด้วย
ฟุตบอลมีรากเหง้า เขาเจริญรุ่งเรือง มียุคทองมาก่อนเรา แม้ปัจจุบันเขาดูจะดรอป
ลงกว่าเดิมมาก แต่อย่าลืมพวกเขาครับ ทีมชาติ "เสือเหลือง" มาเลเซีย
เรียนรู้ประวัติศาสตร์ฟุตบอลเพื่อนบ้าน "เสือเหลือง" มาเลเซีย ไปด้วยกันครับ

ยุครุ่งเรืองทางฟุตบอลที่สุดของเพื่อนบ้านมาเลเซียก็คงเป็นช่วงราวๆ พ.ศ. 2513-2522
มาเลเซียผ่านเข้าไปเล่นโอลิมปิดในยุคนี้ ปี ค.ศ. 1972 (พ.ศ. 2515) ที่ มิวนิค เยอรมันนี
ตลอดเส้นทางได้เอาชนะทั้ง ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ฟิลิปปินส์
ในโอลิมปิก พวกเขาก็สามารถเอาชนะอเมริกาไปได้ 3-0 แต่สองเกมส์ต่อมามาเลเซียแพ้
โดยแพ้เยอรมันตะวันตกไป 0-3 และโมรอกโก 0-6
สุดท้ายจบอันดับที่ 10 ในโอลิมปิกคราวนั้น

ช่วง ค.ศ. 1972 (พ.ศ. 2515)
มอคทาร์ ดาฮารี (Mokhtar Dahari) ได้รับการยกย่องว่าเป็นนักเตะในตำนานของมาเลเซีย
และเขาได้รับตำแหน่งเป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดในเอเชียยุคนั้น
เขายิงไป 175 ประตูกับสโมสรเซลังงอร์
20 ประตูในการลงสนาม 13 นัดกับสโมสรควางยิค แบงค์
และอีก 125 ประตูในนามทีมชาติมาเลเซีย
รวมทั้งหมด 320 ประตูในอาชีพนักฟุตบอลของเขา
แต่สถิติการยิงประตูในนามทีมชาติของมอคทาร์ ดาฮารีก็ไม่ได้ถูกรับรองโดยฟีฟ่า
ฟีฟ่ารับรองเพียงแค่ 5 ประตูใน 20 นัดที่ลงเท่านั้น
ฟีฟ่ายืนตามคำพูดเดิมเนื่องจากทางมาเลเซียไม่มีหลักฐานอะไรมายืนยัน
ฟีฟ่ายังขยายความอีกด้วยว่าในช่วง 1972-1985 (พ.ศ. 2515-2528)
การยิงประตูมากที่สุดของทีมชาติมาเลเซียในระดับนานาชาติอยู่ที่ประมาณ 110 ประตู
มันจึงเป็นไปไม่ได้ที่มอคทาร์ ดาฮารี จะยิงได้ถึง 125 ประตู
ดังนั้นมอคทาร์ ดาฮารีจึงไม่ได้รับการรับรองจากฟีฟ่าว่าเป็นหนึ่งในดาวซัลโวของเอเชีย

ดาโต๊ะ มอคทาร์ ดาฮารี แลกของที่ระลึกกับดีเอโก้ มาราโดน่า
*** ส่วนตัวผมเชื่อว่ามีความเป็นไปได้ ยุคนั้นการเก็บสถิติยังไม่ดีไม่เหมือนตอนนี้
ของเรา เดอะตุ๊ก ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน ก็หายไปเยอะเช่นกัน
ต่อครับ...
2 ปีต่อมา มาเลเซียได้เหรียญทองแดงเหรียญที่สองในปี 1974 (พ.ศ. 2517) ในเอเชี่ยนเกมส์
โดยการชนะเกาหลีเหนือไป 2-1
หลังจาหนั้นมาเลเซียก็ยังผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายเอเอฟซี เอเชี่ยน คัพ อีกสองครั้งในปี
1976 (พ.ศ. 2519) และปี 1980 (พ.ศ. 2523)
ยุค 1970s
ทีมชาติมาเลเซียได้แชมป์ทัวร์นาเม้นท์เมอร์เดก้า 3 สมัย
รองแชมป์ 4 สมัย และอันดับที่สามอีก 2 ครั้งด้วยกัน

** อ่านจบแล้ว บอกเลยว่าเป็นเกียรติครับที่ "เสือเหลือง" มาเลเซีย ยกเราคือ
คู่ปรับตลอดกาลของเขาทีม "ช้างศึก" ทีมชาติไทยของเรา
ข้อมูลจาก 11v11.com และ Wiki
"เสือเหลือง" มาเลเซีย เคยไปโอลิมปิกมาแล้ว
มีคนพูดกันเสมอว่าอย่าดูแค่ปัจจุบัน เดี๋ยวนี้ ต้องตอนนี้อย่างเดียว อย่างนี้ดูบอลไม่เป็นครับ
และลบหลู่นักเตะอาวุโสในอดีตที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศชาติด้วย
ฟุตบอลมีรากเหง้า เขาเจริญรุ่งเรือง มียุคทองมาก่อนเรา แม้ปัจจุบันเขาดูจะดรอป
ลงกว่าเดิมมาก แต่อย่าลืมพวกเขาครับ ทีมชาติ "เสือเหลือง" มาเลเซีย
เรียนรู้ประวัติศาสตร์ฟุตบอลเพื่อนบ้าน "เสือเหลือง" มาเลเซีย ไปด้วยกันครับ
ยุครุ่งเรืองทางฟุตบอลที่สุดของเพื่อนบ้านมาเลเซียก็คงเป็นช่วงราวๆ พ.ศ. 2513-2522
มาเลเซียผ่านเข้าไปเล่นโอลิมปิดในยุคนี้ ปี ค.ศ. 1972 (พ.ศ. 2515) ที่ มิวนิค เยอรมันนี
ตลอดเส้นทางได้เอาชนะทั้ง ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ฟิลิปปินส์
ในโอลิมปิก พวกเขาก็สามารถเอาชนะอเมริกาไปได้ 3-0 แต่สองเกมส์ต่อมามาเลเซียแพ้
โดยแพ้เยอรมันตะวันตกไป 0-3 และโมรอกโก 0-6
สุดท้ายจบอันดับที่ 10 ในโอลิมปิกคราวนั้น
ช่วง ค.ศ. 1972 (พ.ศ. 2515)
มอคทาร์ ดาฮารี (Mokhtar Dahari) ได้รับการยกย่องว่าเป็นนักเตะในตำนานของมาเลเซีย
และเขาได้รับตำแหน่งเป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดในเอเชียยุคนั้น
เขายิงไป 175 ประตูกับสโมสรเซลังงอร์
20 ประตูในการลงสนาม 13 นัดกับสโมสรควางยิค แบงค์
และอีก 125 ประตูในนามทีมชาติมาเลเซีย
รวมทั้งหมด 320 ประตูในอาชีพนักฟุตบอลของเขา
แต่สถิติการยิงประตูในนามทีมชาติของมอคทาร์ ดาฮารีก็ไม่ได้ถูกรับรองโดยฟีฟ่า
ฟีฟ่ารับรองเพียงแค่ 5 ประตูใน 20 นัดที่ลงเท่านั้น
ฟีฟ่ายืนตามคำพูดเดิมเนื่องจากทางมาเลเซียไม่มีหลักฐานอะไรมายืนยัน
ฟีฟ่ายังขยายความอีกด้วยว่าในช่วง 1972-1985 (พ.ศ. 2515-2528)
การยิงประตูมากที่สุดของทีมชาติมาเลเซียในระดับนานาชาติอยู่ที่ประมาณ 110 ประตู
มันจึงเป็นไปไม่ได้ที่มอคทาร์ ดาฮารี จะยิงได้ถึง 125 ประตู
ดังนั้นมอคทาร์ ดาฮารีจึงไม่ได้รับการรับรองจากฟีฟ่าว่าเป็นหนึ่งในดาวซัลโวของเอเชีย
ดาโต๊ะ มอคทาร์ ดาฮารี แลกของที่ระลึกกับดีเอโก้ มาราโดน่า
*** ส่วนตัวผมเชื่อว่ามีความเป็นไปได้ ยุคนั้นการเก็บสถิติยังไม่ดีไม่เหมือนตอนนี้
ของเรา เดอะตุ๊ก ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน ก็หายไปเยอะเช่นกัน
ต่อครับ...
2 ปีต่อมา มาเลเซียได้เหรียญทองแดงเหรียญที่สองในปี 1974 (พ.ศ. 2517) ในเอเชี่ยนเกมส์
โดยการชนะเกาหลีเหนือไป 2-1
หลังจาหนั้นมาเลเซียก็ยังผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายเอเอฟซี เอเชี่ยน คัพ อีกสองครั้งในปี
1976 (พ.ศ. 2519) และปี 1980 (พ.ศ. 2523)
ยุค 1970s
ทีมชาติมาเลเซียได้แชมป์ทัวร์นาเม้นท์เมอร์เดก้า 3 สมัย
รองแชมป์ 4 สมัย และอันดับที่สามอีก 2 ครั้งด้วยกัน
** อ่านจบแล้ว บอกเลยว่าเป็นเกียรติครับที่ "เสือเหลือง" มาเลเซีย ยกเราคือ
คู่ปรับตลอดกาลของเขาทีม "ช้างศึก" ทีมชาติไทยของเรา
ข้อมูลจาก 11v11.com และ Wiki