โหดเท่าโด้ก็เขาเหล่านี้ : 12 ดาวยิงฟอร์มโหดสุดร้อนแรงแห่งโลกลูกหนัง

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กำลังระเบิดฟอร์มโหด ยิง 21 ประตูจาก 11 นัดหลังสุด แต่ดาวยิงฟอร์มแรงเช่นนี้ไม่ได้มีเพียงแค่เขาคนเดียว ในประวัติศาสตร์ลูกหนังมีใครที่โชว์ผลงานยิงสลุตเช่นนี้ได้บ้าง ติดตามที่นี่


1. ดิ๊กซี่ ดีน, 1927/28 ( 17 ประตูจาก 9 เกม)


ย้อนไปในฤดูกาล 1927/28 ของฟุตบอลลีกอังกฤษ ดิ๊กซี่ ดีน ยอดดาวยิงของ เอฟเวอร์ตัน ยิงไป 60 ประตูจาก 39 เกมในลีกให้ทอฟฟี่สีน้ำเงิน โดยเฉพาะช่วงต้นซีซั่นซึ่งเขาเจาะตาข่ายคู่แข่ง 17 ประตูจาก 9 เกมแรก ซึ่งยอดรวมหลังจบฤดูกาล จำนวนประตู 60 ลูกของเขา คิดเป็น 65 เปอร์เซ็นต์ของประตูทั้งหมดที่ทีมทำได้

เอฟเวอร์ตันจบฤดูกาลในฐานะทีมแชมป์ลีกสูงสุด จากวันนั้นจนถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 90 ปีแล้ว แต่ยังไม่มีใครทำลายหรือใกล้เคียงสถิติ 60 ประตูต่อซีซั่นของ ดิ๊กซี ดีน ได้เลย

2. เจมี่ วาร์ดี้, 2015/16 (ทำประตู 13 เกมติด)


ในฤดูกาล 2015/16 ที่เลสเตอร์สร้างเทพนิยายคว้าแชมป์โลก ปฏิเสธไม่ได้ว่า เจมี่ วาร์ดี้ หัวหอกเบอร์ 1 ของทีมนั้นมีส่วนสำคัญสุดๆ กับผลงานยิงระเบิดเหมือนสั่งได้ นำทีมคว้าชัยแล้วนับครั้งไม่ถ้วนในปีดังกล่าว

โดยวาร์ดี้เริ่มเปิดบัญชียิง 13 นัดติดของเขาจากจุดโทษช่วงท้ายเกมพบ บอร์นมัธ เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2015 ก่อนที่จะยิงอีก 12 ประตูจาก 10 นัด และสร้างสถิติใหม่ได้สำเร็จในเกมเปิดบ้านพบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมเก่าของ รุด ฟาน นิสเตลรอย เจ้าของเรคคอร์ดคนเดิม วันที่ 28 พฤศจิกายน

3.หลุยส์ ซัวเรซ, 2013/14 (16 ประตูจาก 9 เกม)


จากเหตุการณ์กระฉ่อนวงการลูกหนังเมื่อดาวยิงอุรุกวัยไปกัดแขน บรานิสลาฟ อิวาโนวิช ของเชลซี ช่วงปลายฤดูกาลก่อนหน้า เป็นเหตุให้ ซัวเรซ เจอโทษแบนยาว หมดสิทธิ์ลงเล่นให้ลิเวอร์พูล ช่วงต้นซีซั่น 2013/14

เมื่อพ้นโทษแบน ซัวเรซ กลับมาช่วยต้นสังกัด เปิดตัวด้วยการเหมา 2 ประตูในเกมกับ ซันเดอร์แลนด์ ช่วงปลายเดือนกันยายน แม้ฟอร์มจะฝืดในเกมต่อมา แต่หลังจากนั้น ซัวเรซ ระเบิดฟอร์มทำแฮตทริคในเกมพบ เวสต์บรอมวิช ต่อด้วย 2 ประตูกับฟูแลม ยิง 1 ประตูกับเอฟเวอร์ตัน, กระทุ้ง 4 ประตูในเกมถล่ม นอริช, 2 ประตูกับเวสต์แฮม, 2 ประตูกับสเปอร์ส และอีก 2 ประตูกับ คาร์ดิฟฟ์ เบ็ดเสร็จ 16 ประตูจากการลงเล่น 9 เกม

4. คริสเตียโน โรนัลโด้, 2013/14 (15 ประตูจาก 8 เกม)


กัปตันทีมชาติโปรตุเกสยังยิงประตูต่อเนื่องกับ เรอัล มาดริด และกลายเป็นเจ้าของสถิติดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของราชันชุดขาว ซึ่งช่วงเวลาหนึ่งในถิ่น ซานติอาโก้ เบอร์นาบิว โรนัลโด้ เคยโชว์ผลงานด้วยการยิงไป 15 ประตูจาก 8 เกมในฤดูกาล  2013/14

จุดเริ่มฟอร์มมหากาฬของ CR7 เริ่มจากการทำแฮตทริคเกมพบ เซบีย่า ช่วงเดือนตุลาคม ก่อนทำประตูได้ในเกมพบ ราโย บาเยกาโน, 1 ประตูเกมกับ ยูเวนตุส, ต่อด้วยการทำแฮตทริคอีกครั้งในนัดถล่ม เรอัล โซเซียดาด 5-1

หลังจากนั้น ลา ลีก้า พักโปรแกรมเพื่อหลีกทางให้เกมทีมชาติ แต่กัปตันทีมฝอยทอง ยังกระหน่ำประตูต่อเนื่องในนามทีมชาติ ด้วยการยิง 4 ประตูจาก 2 เกมเหย้า-เยือนที่พบ สวีเดน ในรอบเพลย์ออฟ พาทีมคว้าตั๋วไปเล่นเวิลด์คัพ 2014 รอบสุดท้าย หลังจากนั้นกลับมาเล่นให้ต้นสังกัด ยิงประตูชัยในช่วงท้ายเกมให้ เรอัล มาดริด เฉือนชนะ อัลเมเรีย ดูเหมือนว่าการยิงประตูเป็นเรื่องธรรมดาของนักเตะที่ชื่อ โรนัลโด้ ไปแล้ว

5. มาริโอ ยาร์เดล, 1999/00 (18 ประตูจาก 9 เกม)


อาชีพการค้าแข้งของ ยาร์เดล อาจถดถอยลงไปในช่วงที่ย้ายมาอยู่กับ โบลตัน วันเดอเรอร์ส เมื่อปี 2003 ในวัย 30 ปี แต่ก่อนหน้านี้ดาวยิงจากแดนกาแฟ เคยฝากผลงานระดับมาสเตอร์พีซ ด้วยการยิงไป 166 ประตูจาก 169 เกม กับ ปอร์โต้, 34 ประตูจาก 43 เกมกับ กาลาตาซาราย และ 67 ประตูจาก 62 เกมกับสปอร์ติง ลิสบอน

ช่วงพีคสุดของ ยาร์เดล กับ เอฟซี ปอร์โต้ คือฤดูกาล 1999/00 เมื่อ ดาวยิงบราซิเลียน ซัดไป 18 ประตูจาก 9 เกม น่าเสียดายสำหรับการมาอยู่กับโบลตัน เพราะเขาทำประตูไม่ได้แม้แต่ลูกเดียว ระหว่าง 6 เดือนที่อยู่กับทีมแห่งแคว้นแลงคาเชียร์

6. แกร์ด มุลเลอร์, 1969/70 (ทำประตู 16 เกมติด)


แฟนบอลรู้ซึ้งถึงกิตติศัพท์ของ มุลเลอร์ กับทีมชาติเยอรมันตะวันตกเป็นอย่างดี ด้วยสถิติสุดยอด 68 ประตูจาก 62 เกม  ขณะที่การเล่นให้เสือใต้ บาเยิร์น มิวนิค ในปี 1969/70 “แดร์ บอมเบอร์” ทำได้ประตูติดต่อกันถึง 16 เกมระหว่างเดือนกันยายน ถึง มีนาคม ซึ่งในจำนวนนี้รวมถึงการยิง แวร์เดอร์ เบรเมน ได้ 4 ประตูในเกมเดียว

มุลเลอร์ คือจอมถล่มประตูของวงการฟุตบอลเมืองเบียร์ในซีซั่นนั้น แต่น่าเสียดายที่ไม่อาจช่วยทีมเสือใต้ คว้าแชมป์บุนเดสลีก้าในฤดูกาลนั้นได้ เนื่องจากมีคะแนนเป็นรอง โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค 4 คะแนน

7. ลิโอเนล เมสซี่, 2012/13 (ทำประตู 21 เกมติด)


กัปตันทีมชาติอาร์เจนตินา ยังรักษาฟอร์มการเล่นและทำประตูได้แบบต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน โดยในฤดูกาล 2012/13 ลิโอเนล เมสซี่ พังประตูคู่แข่งได้ 21 เกมติด

เริ่มต้นจากเกมที่ บาร์เซโลนา ต้นสังกัดชนะ มายอร์ก้า 4-2 ในเดือนพฤศจิกายน หลังจากนั้น เมสซี่ พังประตูคู่แข่งแบบนัน-สต็อป ก่อนที่สถิติจะมาหยุดในเกมเสมอ แอตเลติโก มาดริด นัดส่งท้ายฤดูกาลเดือนพฤษภาคม โดยฤดูกาลนั้น เมสซี่ ยิงได้ 46 ประตูในลา ลีก้า ซึ่ง 33 ประตูเกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาแค่ 6 เดือนสุดท้าย ก่อนปิดซีซั่น

8. บาส ดอสท์, 2014/15 (12 ประตูจาก 7 เกม)


ย้อนไปเมื่อฤดูกาล 2014/15 ดาวยิงชาวดัตช์ เคยระเบิดฟอร์มทำ 12 ประตูจาก 7 เกมมาแล้ว โดยเริ่มจากยิงให้ โวล์ฟสบวร์ก ในเกมนัดส่งท้ายก่อนที่ลีกเยอรมันจะปิดเบรกหนีหนาว แต่ช่วงเวลา 5 สัปดาห์ กลับไม่ทำให้ฟอร์มการถล่มประตูของเขาตกลงไป

อดีตศูนย์หน้าฮีเรนวีน ประเดิมเลกสองด้วยการทำประตูใส่ บาเยิร์น มิวนิค แม้นัดต่อมาจะยิง แฟรงเฟิร์ต ไม่ได้ แต่หลังจากนั้นมีส่วนสำคัญพาทีมเก็บแต้ม หลังจัดการซัด 1 ประตูในเกมพบ ฮอฟเฟ่นไฮม์, เหมา 4 ประตูในนัดถล่ม ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน ต่อด้วย 2 ประตูกับ แฮร์ธ่า เบอร์ลิน และ แวร์เดอร์ เบรเมน

9. โอเวน คอยล์, 1990/91 (12 ประตูจาก 4 เกม)


นับเป็นเวลานานแล้วที่ โอเวน คอยล์ แขวนสตั๊ดและผันตัวเองมาเป็นกุนซือให้กับ เบิร์นลีย์, โบลตัน รวมทั้ง วีแกน แอธเลติก แต่หลายคนอาจไม่ทราบว่าในสมัยเป็นนักเตะอาชีพ คอยล์ เคยถล่มประตู 1 โหลจากการลงเล่นแค่ 4 เกมมาแล้ว

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเดือนกันยายน 1990 ซึ่งเขายิงไป 12 ประตูจาก 4 เกมสมัยเล่นให้ ไอร์เดรโอเนียน ในลีกระดับ 2 ของสกอตแลนด์ ในนัดที่พบกับ ฟอร์ฟาร์, ลีฟวิงสตัน, อายร์ และไคลน์ ช่วงเดือนกันยายนปี 1990 ก่อนคว้าดาวซัลโวลีกเมื่อจบซีซั่น

10. กาเบรียล บาติสตูต้า, 1994/95 (ทำประตู 11 เกมติด)

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
ดาวยิงเจ้าของฉายา “บาติโกล” ครองตำแหน่งดาวยิงสูงสุดทีมชาติอาร์เจนตินา และฝากผลงานยอดเยี่ยมตลอด 9 ปีกับ ฟิออเรนตินาช่วงระหว่างปี 1991 ถึง 2000 จนก้าวเป็นตำนานของทีมวิโอลา

จุดเริ่มโมเมนต์สำคัญของ บาติสตูต้า คือการยิงประตู กายารี นาทีที่ 80 ในเกมเปิดฤดูกาล 1994/95 หลังจากนั้น บาติโกล ทำประตูติดต่อกัน 11 แมตช์ แต่การแบกภาระทีมไว้คนเดียวไม่สามารถช่วยให้ ฟิออเรนตินา ประสบความสำเร็จได้ เมื่อ ฟิออฯ จบฤดูกาลเพียงแค่อันดับ 10 ของตารางเท่านั้น

11. มาซาชิ นากายามะ, 1997/98 (16 ประตูจาก 4 เกม)

นากายามะ อาจไม่เป็นที่รู้จักของแฟนบอลมากนักเมื่อเทียบกับดาวยิงคนอื่นๆ แต่สำหรับกองเชียร์ซามูไรบลู นี่คืออีก 1 ศูนย์หน้าที่คนญี่ปุ่นไม่เคยลืม

อดีตกองหน้าทีมชาติญี่ปุ่น รับใช้ จูบิโล อิวาตะ ต้นสังกัด ในฤดูกาล 1998 เคยยิง 16 ประตูจาก 4 เกมมาแล้ว ซึ่งเมื่อนำมาคิดค่าเฉลี่ย สถิติของเขาดีกว่า 19 ประตูจาก 10 เกมของ เลวานดอฟสกี้ ด้วยซ้ำไป

12. โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้, 2015/16 (14 ประตูใน 5 เกม)


ยอดกองหน้าชาวโปแลนด์ ออกสตาร์ทฤดูกาลด้วยการยิง 3 ประตูจาก 3 เกมแรกในทุกรายการ หลังจากนั้นฟอร์มยิงประตูมาสะดุดในเกมกับ เลเวอร์คูเซ่น  แต่อดีตศูนย์หน้าดอร์ทมุนด์ก็กลับมาคืนฟอร์ม ยิงประตูต่อเนื่องทั้งเกมทีมชาติที่พบกับ เยอรมัน 1 ประตู และ 2 ประตูในเกมพบ ยิบรอลตา ต่อด้วยเกมกับสโมสรในศึกบุนเดสลีก้า ที่เอาชนะ เอาก์สบวร์ก 2-1

ก่อนที่ เลวานดอฟสกี้ จะระเบิดฟอร์มเหมาคนเดียว 5 ประตูในนัดที่ถล่ม โวล์ฟบวร์ก 5-1 ทั้งที่ถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรองในครึ่งหลัง  นั่นเป็นจุดเริ่มของการเดินหน้าถล่มประตู เพราะหลังจากนั้นเขาทำได้  2 ประตูกับ ไมนซ์ 05, แฮตทริค กับ ดินาโม ซาเกร็บ ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก, 2 ประตูในเกมพบ ดอร์ทมุนด์ และอีก 2 ประตูกับ สกอตแลนด์ ในเกมยูโร 2016 รอบคัดเลือก เบ็ดเสร็จ 5 นัด 14 ประตู

credit : www.fourfourtwo.com/th
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่