เสียงใครในสเตอร์ริโอ

สวัสดีคะชาวพันทิปทุกท่าน ก่อนอื่นเลยดิฉันขอฝากตัวด้วยนะคะ กระทู้นี้เป็นกระทู้แรกของดิฉันคะ
พักหลังมานี้ดิฉันมักจะเข้ามาอ่านกระทู้เรื่องผีในพันทิปบ่อยๆ ก็เลยอยากจะมาเล่าเรื่องของตัวเองบ้าง แต่ขอออกตัวก่อนว่าอาจจะไม่น่ากลัวสักเท่าไหร่นะคะ เป็นประสบการณ์ในวัยเด็กที่ต้องนั่งนึกพอสมควร บทสนทนาอาจจะไม่เปะมาก บางช่วงก็อาศัยใส่คำให้เรื่องดำเนินต่อได้อย่างลื่นไหล
เรียกว่าเป็นเค้าโครงจากเรื่องจริงแล้วกันนะคะ แค่อยากแชร์ประสบการณ์ให้ผู้อ่านทุกท่านได้อ่านกันคะ

--- เสียงใครในสเตอร์ริโอ ---

    ย้อนความไปเมื่อสมัยที่ดิฉันยังเรียนอยู่ชั้นประถม ตอนนั้นจำได้ว่าที่บ้านจะมีชุดเครื่องเสียงพร้อมลำโพงอยู่ชุดหนึ่ง เป็นแบบใช้ใส่ตลับเทปและใส่แผ่นซีดีได้ บางท่านอาจจะพอนึกภาพออก ดิฉันจำไม่ได้ว่าเจ้าสเตอร์ริโอเครื่องนี้คุณพ่อได้มาตั้งแต่เมื่อไหร่ เท่าที่จำความได้มันก็มีอยู่ที่บ้านแล้ว สภาพก็ค่อนข้างจะเก่าพอสมควร(ผ่านการใช้งานอย่างหนัก) แต่ก็ยังเล่นได้อยู่ในตอนนั้น

        จะว่าไปมันก็ดูไม่มีพิษภัยอะไร แต่แล้วก็มีเรื่องให้ได้เล่าจนได้ เรื่องเริ่มขึ้นเมื่อครั้งหนึ่ง พี่ชายของดิฉันพาแฟนมาบ้าน แล้วก็พากันเปิดเพลงฟังกันที่บนห้อง ดิฉันซึ่งตอนนั้นยังเด็กก็นั่งดูทีวีอยู่ด้านล่าง จำได้คร่าวๆว่าตอนนั้นฟ้ามืดแล้วแต่ก็ไม่รู้ว่าเวลากี่ทุ่ม จู่ๆดิฉันก็ได้ยินเสียงโวยวาย ที่ห้องชั้นบน แล้วแฟนของพี่ชายก็เรียกหาดิฉัน บอกให้ขึ้นไปหา เรียนอยู่อย่างนั้นซ้ำๆไม่ยอมหยุด ดิฉันก็เดินขึ้นไปอย่าง งงๆ พอขึ้นไปถึงห้องก็มองเห็นพี่ชายนั่งอยู่ท่าทางวางเฉยไม่รู้สึกอะไร ส่วนแฟนพี่ชายนั้นดูท่าทาง คล้ายตกใจอะไรบางอย่าง แล้วพูดกับดิฉันว่า

        “ลองกดปิดเครื่องเล่นให้พี่หน่อยซิ”

        เสียงแฟนพี่บอกให้ดิฉันลองปิดเครื่องเล่นอย่างร้อนลน ยังไม่ทันที่ดิฉันจะได้ถามอะไรต่อ แฟนของพี่ชายก็พูดขึ้นมาว่า

         “ตะกี้พี่กำลังจะปิด แล้วอยู่ดีๆ ก็มีเสียงพูดดังมาจากสเตอร์ริโอว่า อย่า-ปิด เป็นเสียงผู้หญิงพูด!!! ”

         ด้วยความที่ตอนนั้นดิฉันยังเด็กอยู่จึงรู้สึกเชื่อครึ่ง ไม่เชื่อครึ่งและไม่ค่อยรู้สึกกลัวสักเท่าไหร่ มันฟังดูน่าเหลือเชื่อมากกว่า แต่พอได้ฟังดังนั้นแล้วดิฉันก็ไม่กล้ากดปิด(ใครจะกล้าปิดหละ) แล้วพวกพี่แกก็พากันลงไปข้างล่างปล่อยดิฉันไว้คนเดียวในห้อง ถึงแม้จะลังเลแต่สุดท้ายแต่ดิฉันก็กดปิดเครื่องไป.....เงียบ.....ไม่มีเสียงใดๆเกิดขึ้น(ก็ปิดเครื่องแล้วจะให้มีเสียงอะไร) ฉันจึงเดินตามลงมา พอเห็นดิฉันแฟนพี่ก็ถามว่า

        “เป็นไงมีเสียงคนพูดไหม”

    ดิฉันจึงตอบไปว่าไม่มี ฝ่ายแฟนพี่ชายก็ยังคงยืนยันในสิ่งที่ตัวเองได้ยิน ส่วนตัวพี่ชายดิฉัน เท่าที่จำได้ก็ยังคงวางเฉยไม่แสดงอาการหวาดกลัวใดๆ
หลังจากวันนั้นมาก็ไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นอีก ส่วนเจ้าสเตอร์ริโอเครื่องนี้ที่บ้านก็ยังคงใช้กันอยู่ จนกระทั้งวันหนึ่ง

    วันนั้นเป็นวันเกิดของพี่ชาย ปกติพอถึงวันเกิดของพี่ชายทุกๆปี จะต้องมีงานกินเลี้ยงกันแบบอึกทึกครึกโครม เพราะพี่แกเป็นคนเพื่อนเยอะ วันเกิดจึงเป็นเหมือนวันเลี้ยงรุ่นเพื่อนมากันเต็มบ้าน พวกผู้ใหญ่เองก็พากันสนุกไปด้วย

    โดยแยกเป็นสองวง ในบ้านเป็นวงของพี่กับเพื่อนๆ นอกบ้านเป็นวงของผู้ใหญ่ดิฉันจำได้ดีว่า ตอนนั้นดิฉันอยู่ที่หน้าบ้านกับวงของผู้ใหญ่ เพราะในบ้านวุ่นวายมาก เพื่อนๆของพี่ชายกำลังจัดเตรียมยกเครื่องเสียงจากบนบ้านลงมาต่อสายเพื่อเปิดเพลงฟังกันด้านล่าง ระหว่างนั้นดิฉันก็ถูกแม่ใช้ให้ไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อใกล้บ้าน

        พอกลับมาถึงบ้านก็เห็นแม่ยังนั่งจิบเบียร์อย่างปกติ แต่ที่ไม่ปกติเห็นจะเป็นเหล่าเพื่อนๆของพี่ชาย ที่ออกมายืนนอกบ้านกันหน้าตาเคร่งเครียด พอถามแม่ แกก็เล่าให้ฟังว่า

        “ไอเอ(นามสมมุติ)เพื่อนพี่เอง มันบอกว่ากำลังพากันต่อสายสเตอร์ริโออยู่ แต่ยังไม่ทันจะเสียบปลั๊ก จู่ๆก็มีเสียงเพลงดังขึ้น แล้วมันก็พากันวิ่งออกมาจากในบ้าน ปากก็บอกว่าผีหลอก แม่ก็ว่า แม่ได้ยินเสียงเพลง แต่ไม่รู้เพลงใครร้องเพราะมาก เป็นเพลงลูกทุ่ง แม่ยังคิดว่าไอเด็กพวกนี้มันรู้จักฟังเพลงลูกทุ่งกันด้วยเรอะ!!!”

         พูดจบแม่ก็จิบเบียร์ต่อ อาการไม่หวาดกลัวแต่อย่างใด(คงจะเริ่มเมาแล้วละ)

        “ใครจะต่อก็ต่อเถอะ ผมกลับบ้านหละ”

    พี่เอพูดจบแล้วก็เดินกลับบ้านไป ตอนนั้นดิฉันคิดว่า เอ้ มันยังไงกัน คนก็นั่งกันอยู่เต็มบ้าน ยังจะมีแบบนี้อีกรึ ถ้าเป็นสมัยนี้ก็คงว่าตัดต่อบ้าง เสียงค้างบ้าง รึบันทึกเสียงไว้บ้าง แต่ยังไม่เสียบปลั๊กแล้วจะมีเสียงได้ยังไง ดิฉันนึกเสียดายที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ด้วย ถึงอย่างนั้นคนอื่นๆที่ยังอยู่ก็พากันต่อสายเครื่องเสียงจนเปิดเพลงได้ แล้วก็สนุกกันต่ออย่างไม่มีอะไรเกิดขึ้น ความรู้สึกของทุกคนคงยังมึนๆงงๆ แต่วันนี้ก็วันเกิดพี่ชายยังไงก็ต้องสนุกกันต่อหละ ดิฉันที่ยังเด็กเพียงข้ามวันก็ลืมเรื่องนี้ไปแล้ว หลังจากวันนั้นก็ไม่มีเรื่องแปลกๆเกี่ยวกับสเตอร์ริโอเครื่องนี้อีกเลย แต่มีกับเครื่องอื่นแทน

    หลังจากนั้นมาไม่นาน แม่ก็ซื้อเครื่องเล่นดีวีดีมาใหม่พร้อมไมโครโฟนแบบลอย ด้วยช่วงนั้นฮิตร้องคาราโอเกะกันมากเรียกได้ว่าทุกบ้านต้องมี
แน่นอนว่าของใหม่ใครๆก็เห่อ เจ้าเครื่องนี้จึงถูกเปิดใช้งานแทบทุกวัน ทั้งจาก แม่ พี่ชาย ดิฉัน และน้องชาย

    เวลาที่ดิฉันกลับมาจากโรงเรียน ก็ตรงปรี่มาเปิดเลย(ถึงจะเด็กอยู่แต่ก็พอรู้ความ หยิบจับเครื่องเล่นเปิด-ปิดเองได้) น้องชายดิฉันก็ชอบเปิดหนังดู ช่วงนั้น หนังเรื่อง “นักเตะเสี่ยวลิ้นยี่” กำลังดังเจ้าน้องชายเปิดดูซ้ำไม่รู้เบื่อ ส่วยพี่ชายก็ชอบเปิดเพลงฟังส่วนใหญ่ก็จะเป็น รวมเพลงคาราโอเกะเพลง     
ร๊อครุ่นเก่าๆ ฝ่ายแม่ก็มักจะเปิดคาราโอเกะ จินตหลาบ้าง ลูกทุ่งอื่นๆบ้าง

        ตัวดิฉันบางครั้งก็ขโมยแผ่นเพลงคาราโอเกะของพี่ชายมาเปิดฟัง ช่วงนั้น ซิลลี่ฟูอัลบั๊มที่มีหน้าปกเป็นรูปส้มกำลังดัง และบางครั้งก็เปิดเพลงของแม่สลับกันไป-มา จำได้ว่ามีแผ่นที่รวมเพลงคาราโอเกะของแม่ ชุดหนึ่ง ที่มีเพลงโปรดของดิฉันอยู่เยอะมาก หลังกลับจากโรงเรียนดิฉันต้องเปิดร้องตลอด เช่น สาวดำรำพัน โดเรมี คุณลำไย บลาๆ เป็นอย่างนี้ทุกวัน

        จนกระทั้งวันหนึ่งหลังเลิกเรียน ดิฉันก็เปิดเพลงร้องอย่างปกติ ตอนนั้นน่าจะสักช่วงบ่ายแก่ๆ ระหว่างที่กำลังร้องเพลง จู่ๆก็มีเสียงเด็กน้อย หัวเราะคิกคัก ดังแทรกขึ้นมาจากคาราโอเกะที่เปิดอยู่ เสียงเด็กน้อยแบบเด็กทารก หัวเราะเสียงแหลม บ้างก็อ้อแอเหมือนกำลังร้องเพลงอยู่นานมาก เสียงมันดังออกมาจากลำโพง ตอนนั้นดิฉันได้แต่สงสัยเพราะในบ้านก็มีเพียงแค่ดิฉันคนเดียว ยังไม่ทันหายสงสัยน้องชายดิฉันก็เดินเข้ามา แล้วก็พากันนั่งฟังเสียงเด็กหัวเราะกัน ดิฉันกับน้องชายคุยกันด้วยความสงสัย

        “เสียงใครวะ เหมือนเสียงเด็กที่แม่เคยรับเลี้ยงเลย”

        สมัยก่อนแม่เคยรับเลี้ยงเด็กค่ะ น้องชายก็ตอบ

        “เออหวะเหมือนเสียงเด็กนั่นเลย”

        แล้วพวกเราก็หัวเราะกันสองคนพี่น้อง  สักพักเสียงเด็กก็เงียบไป ดิฉันจึงปิดเครื่องเล่น ความรู้สึกฉันตอนนั้นคือ งง ไม่รู้สึกกลัวเลย งง อย่างเดียว ตลกด้วย เพราะมันชัดเกินกว่าจะเป็นผีแถมยังกลางวันอีก ดิฉันเริ่มเข้าใจความรู้สึกของพวกพี่ๆ ที่เคยเจอเหตุการณ์แปลกๆกับสเตอร์ริโอขึ้นมาบ้าง คือมันรู้สึกเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง รู้สึกงง แปลก แต่ก็ไม่ได้หลวาดกลัวแต่อย่างใด

        พอมาตอนนี้นึกๆดู ถ้าเสียงมันมาจากลำโพง มันก็ต้องผ่านไมโครโฟน แต่ไมโครโฟนอยู่ในมือดิฉัน ถ้างั้นก็หมายความว่ามีเด็กมาร้องใส่ไมที่อยู่ในมือของดิฉันหนะสิ พอมาเขียนก็เพิ่งจะนึกขึ้นได้นะคะเนีย ส่วนเด็กที่แม่เคยเลี้ยงก็สุขสบายดีไม่ได้เป็นอะไร เรื่องทั้งหมดก็มีเพียงเท่านี้ค่ะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่