ยี่สิบเก้า เดือนสาม ปีสองพันห้าร้อยหกสิบเอ็ด
วันนี้ถางหญ้าในสวนเสร็จสักที ฉันใช้เวลาเกือบทั้งอาทิตย์เพื่อกำจัดวัชพืชที่เติบโตแซงหน้าพืชผักที่ฉันปลูกไปมาก
การถางหญ้าแบบใช้แต่จอม ไม่ใช้เครื่องตัดหญ้า เพราะมันมีบางมุมเป็นหินเป็นซอกเล็กๆ
มันเหนื่อยมาก แต่พอทำเสร็จยืนมองความโล่งตานั้น พลันก็มันโล่งไปทั้งใจ
ฉันพบว่าไม่เพียงแต่กำจัดวัชพืชให้ต้นไม้ที่ฉันปลูก
แต่ฉันกำลังกำจัดความไม่เอาถ่านของตัวเองทิ้งไปด้วย
เพราะสำหรับฉันแล้ว จากนี้คงไม่มีอะไรเหนื่อยกว่านี้อีก และฉันจะยอมเหนื่อยแม้จะขาดใจ
ขอแค่ได้ยืนมองความสำเร็จของตัวเองเหมือนอย่างวันนี้
ตั้งแต่กลับมาอยู่บ้านนอก ช่วงกลางวันฉันมักใช้เวลาอยู่กับตัวเองเป็นส่วนใหญ่
เวลาที่มีเพียงเราและความเงียบรอบตัว สายลมกับเสียงใบไม้พริ้วไหว มันทำให้เกิดความคิดใหม่ๆ
ที่เราไม่เคยคิด ไม่เคยรู้สึกเกิดขึ้นเพียบเลย ฉันไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองมีข้อเสียอะไรบ้าง ไม่เคยคิดแบบจริงจัง
ข้อเสียที่มันทำให้ชีวิตของฉันไม่ก้าวหน้า แต่ยังย่ำอยู่ที่เดิม ทำไม?
ฉันได้คำตอบที่กระจ่างชัดในหลายอย่างในนิสัยของตัวเองว่าไม่ควรมีอีกต่อไป
มันคงไม่ง่ายนักที่จะเปลี่ยนความคิด การกระทำ ที่เราทำอยู่ซ้ำๆ มาเกือบครึ่งชีวิต (ฉันหวังที่จะมีอายุแค่ 60 ปี)
แต่คงไม่ยากหลังจากนี้เพราะฉันรู้และ ยอมรับมันแล้วด้วยใจจริง
ส่วนที่ยากที่สุดในการเปลี่ยนตัวเองคือ ยิ่งคุณเปลี่ยน คุณจะพบว่ามีอีกหลายอย่างที่คุณต้องเปลี่ยนตาม
จนบางครั้งเรามักจะคิดไปล่วงหน้า และเกิดท้อว่า ทำไมฉันไม่ได้เรื่องขนาดนี้ เหนื่อยว่ะ
เมื่อความเหนื่อยและท้อแท้เข้ามา เกิดจากเราไม่พอใจในตัวตนใหม่ของเราสักที ซึ่งเราไม่เข้าใจนั่นเองว่า
ทำไม? เราเปลี่ยนมานอนก่อนสี่ทุ่มแล้ว แต่ยังไม่หายจากอาการขอบตาคล้ำ หรืออ่อนเพลียในช่วงกลางวัน
ทำไม? เราขยันหาเงินเพิ่มแล้ว แต่ทรัพย์สินก็ยังเท่าเดิม
ทำไม? เราสวดมนต์นั่งสมาธิทุกวัน แต่ยังไม่ค่อยมีสมาธิเหมือนเดิม
ทำไม? เราปรับปรุงนิสัยไม่ดีหลายอย่างแล้ว แต่คนรอบข้างยังมองเราเป็นคนเดิม
ทำไม? เราออกกำลังกายทุกวันแล้ว แต่ยังอ้วนอยู่อีก
ทำไม? ทำไม? และ ทำไม?
ฉันว่าช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาสำคัญ เราสงสัยและไม่มีคำตอบไหนที่ดังไปกว่า
............... แล้วจะเปลี่ยนไปทำไม.............
สุดท้ายเราก็ยอมแพ้ และกลับมาเป็นคนเดิมที่เราเคยเป็น
ส่วนคนใหม่ที่เราอยากจะเป็นก็ เป็นแค่คนที่ไม่เคยรู้จักต่อไป
ทุกอย่างล้วนต้องการเวลา ฉันไม่อาจถางหญ้าให้เสร็จได้ในวันเดียว แม้จะอยากมากแค่ไหนก็ตาม
ฉันต้องใช้ความพยายามและอดทน กับความร้อน ความเหนื่อย ความเมื่อยล้าในทุกเช้าที่ตื่นขึ้นมา
ถ้าฉันหยุดไม่ทำต่อ มันก็คงไม่เสร็จ หรือถึงแม้ฉันจะไปจ้างให้คนมาถางแทน
แต่ความรู้สึกเวลายืนมองสวนที่โล่งตาโล่งใจ ก็คงไม่เกิดขึ้นเหมือนวันนี้
แน่นอนว่าอนาคตถ้าสวนมีงานเพิ่มขึ้น งานแบบนี้ฉันคงต้องจ้างเพราะลดเวลาที่จะไปทำอย่างอื่นที่สำคัญกว่า
แต่วันนี้ฉันดีใจที่ฉันได้เริ่มต้นทำทุกอย่างในสวนของฉันด้วยสองมือของฉันเอง
การอดทนและรอคอยไม่เคยสูญเปล่า ฉันจะเฝ้ารอวันที่หนึ่งร้อยไปอย่างอดทน และด้วยความพยายามมากที่สุดในชีวิต
เท่าที่ฉันจะมีแรงทำอะไรได้ ในชีวิตนี้ ฉันตะโกนบอกตัวเองในใจ
ร้อยวันที่ฉันเปลี่ยน วันที่เก้า
วันนี้ถางหญ้าในสวนเสร็จสักที ฉันใช้เวลาเกือบทั้งอาทิตย์เพื่อกำจัดวัชพืชที่เติบโตแซงหน้าพืชผักที่ฉันปลูกไปมาก
การถางหญ้าแบบใช้แต่จอม ไม่ใช้เครื่องตัดหญ้า เพราะมันมีบางมุมเป็นหินเป็นซอกเล็กๆ
มันเหนื่อยมาก แต่พอทำเสร็จยืนมองความโล่งตานั้น พลันก็มันโล่งไปทั้งใจ
ฉันพบว่าไม่เพียงแต่กำจัดวัชพืชให้ต้นไม้ที่ฉันปลูก
แต่ฉันกำลังกำจัดความไม่เอาถ่านของตัวเองทิ้งไปด้วย
เพราะสำหรับฉันแล้ว จากนี้คงไม่มีอะไรเหนื่อยกว่านี้อีก และฉันจะยอมเหนื่อยแม้จะขาดใจ
ขอแค่ได้ยืนมองความสำเร็จของตัวเองเหมือนอย่างวันนี้
ตั้งแต่กลับมาอยู่บ้านนอก ช่วงกลางวันฉันมักใช้เวลาอยู่กับตัวเองเป็นส่วนใหญ่
เวลาที่มีเพียงเราและความเงียบรอบตัว สายลมกับเสียงใบไม้พริ้วไหว มันทำให้เกิดความคิดใหม่ๆ
ที่เราไม่เคยคิด ไม่เคยรู้สึกเกิดขึ้นเพียบเลย ฉันไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองมีข้อเสียอะไรบ้าง ไม่เคยคิดแบบจริงจัง
ข้อเสียที่มันทำให้ชีวิตของฉันไม่ก้าวหน้า แต่ยังย่ำอยู่ที่เดิม ทำไม?
ฉันได้คำตอบที่กระจ่างชัดในหลายอย่างในนิสัยของตัวเองว่าไม่ควรมีอีกต่อไป
มันคงไม่ง่ายนักที่จะเปลี่ยนความคิด การกระทำ ที่เราทำอยู่ซ้ำๆ มาเกือบครึ่งชีวิต (ฉันหวังที่จะมีอายุแค่ 60 ปี)
แต่คงไม่ยากหลังจากนี้เพราะฉันรู้และ ยอมรับมันแล้วด้วยใจจริง
ส่วนที่ยากที่สุดในการเปลี่ยนตัวเองคือ ยิ่งคุณเปลี่ยน คุณจะพบว่ามีอีกหลายอย่างที่คุณต้องเปลี่ยนตาม
จนบางครั้งเรามักจะคิดไปล่วงหน้า และเกิดท้อว่า ทำไมฉันไม่ได้เรื่องขนาดนี้ เหนื่อยว่ะ
เมื่อความเหนื่อยและท้อแท้เข้ามา เกิดจากเราไม่พอใจในตัวตนใหม่ของเราสักที ซึ่งเราไม่เข้าใจนั่นเองว่า
ทำไม? เราเปลี่ยนมานอนก่อนสี่ทุ่มแล้ว แต่ยังไม่หายจากอาการขอบตาคล้ำ หรืออ่อนเพลียในช่วงกลางวัน
ทำไม? เราขยันหาเงินเพิ่มแล้ว แต่ทรัพย์สินก็ยังเท่าเดิม
ทำไม? เราสวดมนต์นั่งสมาธิทุกวัน แต่ยังไม่ค่อยมีสมาธิเหมือนเดิม
ทำไม? เราปรับปรุงนิสัยไม่ดีหลายอย่างแล้ว แต่คนรอบข้างยังมองเราเป็นคนเดิม
ทำไม? เราออกกำลังกายทุกวันแล้ว แต่ยังอ้วนอยู่อีก
ทำไม? ทำไม? และ ทำไม?
ฉันว่าช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาสำคัญ เราสงสัยและไม่มีคำตอบไหนที่ดังไปกว่า
............... แล้วจะเปลี่ยนไปทำไม.............
สุดท้ายเราก็ยอมแพ้ และกลับมาเป็นคนเดิมที่เราเคยเป็น
ส่วนคนใหม่ที่เราอยากจะเป็นก็ เป็นแค่คนที่ไม่เคยรู้จักต่อไป
ทุกอย่างล้วนต้องการเวลา ฉันไม่อาจถางหญ้าให้เสร็จได้ในวันเดียว แม้จะอยากมากแค่ไหนก็ตาม
ฉันต้องใช้ความพยายามและอดทน กับความร้อน ความเหนื่อย ความเมื่อยล้าในทุกเช้าที่ตื่นขึ้นมา
ถ้าฉันหยุดไม่ทำต่อ มันก็คงไม่เสร็จ หรือถึงแม้ฉันจะไปจ้างให้คนมาถางแทน
แต่ความรู้สึกเวลายืนมองสวนที่โล่งตาโล่งใจ ก็คงไม่เกิดขึ้นเหมือนวันนี้
แน่นอนว่าอนาคตถ้าสวนมีงานเพิ่มขึ้น งานแบบนี้ฉันคงต้องจ้างเพราะลดเวลาที่จะไปทำอย่างอื่นที่สำคัญกว่า
แต่วันนี้ฉันดีใจที่ฉันได้เริ่มต้นทำทุกอย่างในสวนของฉันด้วยสองมือของฉันเอง
การอดทนและรอคอยไม่เคยสูญเปล่า ฉันจะเฝ้ารอวันที่หนึ่งร้อยไปอย่างอดทน และด้วยความพยายามมากที่สุดในชีวิต
เท่าที่ฉันจะมีแรงทำอะไรได้ ในชีวิตนี้ ฉันตะโกนบอกตัวเองในใจ