สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 7
ไม่ใช่ครับ ท่านอธิบายมาถูกอยู่บ้าง แต่ไมทั้งหมด แถมมีน้ำเยอะอีกต่างหาก ผมจะสรุปง่ายๆจากการเป็นแฟนอิตาลี แล้วมาดูเกมส์ทีมชาตินัดล่าสุด สรุปคือ กองหลังเรารักษาตำแหน่งในแผงแบคโฟได้ดี แต่จ้องจะรักษาตำแหน่งอย่างเดียว ไม่ออกมาช่วยกลางตัดบอล ทำให้พื้นที่ระหว่างDMF และแผงหลังห่างกันมากเกินไป เจอสวิชเร็วและ1-2 ทะลุช่อง ก็เข้ากรอบเขตโทษทันทีครับ
ซึ่งการตั้งรับลึกเป็นโซนบอกเลยว่าเป็นสิ่งที่ดีนะ เพราะจะทำให้คู่ต่อสู้เล่นยาก การเจอทีมที่ระดับไม่เหนือกว่าเรามากนัก วันนั้นไทยไม่เสียประตูหรอกครับ แต่แผนแบบที่ไทยเล่นหรือการบีบเพรสแบบญี่ปุ่นก็ตาม ถ้าเจอพวกความสามารถเฉพาะตัวสูงๆ เร็วมากๆสัก3-4 คน ระบบโซนแตกทันทีครับ ผมเห็นมานักต่อนักแล้ว ยิ่งคลาสนักเตะไทยกับสโลวะเกียคนละคลาสเลย การตั้งโซนรับแบบวันนั้นคือถูกต้องแล้วครับ...
ซึ่งการตั้งรับลึกเป็นโซนบอกเลยว่าเป็นสิ่งที่ดีนะ เพราะจะทำให้คู่ต่อสู้เล่นยาก การเจอทีมที่ระดับไม่เหนือกว่าเรามากนัก วันนั้นไทยไม่เสียประตูหรอกครับ แต่แผนแบบที่ไทยเล่นหรือการบีบเพรสแบบญี่ปุ่นก็ตาม ถ้าเจอพวกความสามารถเฉพาะตัวสูงๆ เร็วมากๆสัก3-4 คน ระบบโซนแตกทันทีครับ ผมเห็นมานักต่อนักแล้ว ยิ่งคลาสนักเตะไทยกับสโลวะเกียคนละคลาสเลย การตั้งโซนรับแบบวันนั้นคือถูกต้องแล้วครับ...
oatzhu ถูกใจ, MaizeBlue ถูกใจ, NBA Live 95 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1184973 ถูกใจ, GumpAndNash ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1076854 ถูกใจ, นิลพัฒน์ ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3470033 ถูกใจ, SATOSAN ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 703501 ถูกใจรวมถึงอีก 12 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กรณีศึกษา: เกมรับทีมชาติไทยจุดอ่อนเพียบ! ไร้สูตรการเข้าทำ! และ 3 ลูกที่โดนลงโทษมาจากลูกสูตรของ สโลวาเกีย ทั้งสิ้น
จะเห็นได้ว่าไม่ว่าทีมชาติไทยกี่ยุค ก็ยังมีปัญหาเรื่องเกมรับรั่วซ้ำซากอยู่ร่ำไป รวมไปถึงเราไม่มีสูตรการเข้าทำที่ฝึกซ้อมและนำมาใช้ในสถานการณ์รูปเกมการบุกต่างๆ ซึ่งจะเห็นได้ว่า ทั้งสองลูกที่เรานั้นไม่ได้มาจากกันเซตโอเพ่นเพลขึ้นไป แต่กลับกัน การบุกทำเกมของทีมชาติสโลวาเกีย มีระบบแบบแผน สูตรการเข้าทำที่แน่นอน ซึ่งมันต้องมีการฝึกซ้อมกันมาเป็นอย่างดีนั่นเอง
ในส่วนของเกมรับนั้น จุดอ่อนบอลไทยที่เห็นได้ชัดคือ การอ่านทางบอลและประกบมาร์คคนไม่มีบอล เราไม่ได้ถูกสอนมาอย่างเป็นระบบเหมือนมาตรฐานในแบบฉบับที่ถูกต้อง
1 คนเข้า Tackle 1 คนประกบตัววิ่ง ซึ่งบอลไทยส่วนใหญ่มักจะมองแต่คนมีบอลกันหมด แต่ลืมมองตัววิ่งเติมเกม พอบอลออกจากเท้าคู่แข่งก็มักจะเข้าถึงตัวไม่ทัน
และแดนกลางชะลอเกมบุกของทีมชาติไทยเราโดนประจำปล่อยให้คู่แข่งเล่นง่าย ไม่มีตัวซ้อนตำแหน่ง รวมไปถึงการโรเตชั่นสลับตำแหน่งในการคุมโซนในแนวป้องกัน การร่นถอยตั้งรับที่ค่อนข้างไม่เป็นระบบ ทำให้เราหลุดตำแหน่งง่าย เปิดพื้นที่ให้คู่แข่ง ลงมาซ้อนรองรับตำแหน่งกันไม่ทัน เวลาโดนบุกแบบสายฟ้าแล่บมักจะทำให้เกมรับหลุดลุ่ยเข้าไปยิงได้ง่ายๆ
ซึ่งรวมไปถึงการเคลื่อนตัวเข้าเล่นตามโมเมนตั้มของการเดินทางของบอล นักเตะไทยโดยรวมขยับตัวกันน้อย และชอบไปอยู่ด้านหลังคู่แข่งทำให้เพื่อนร่วมทีมออกบอลได้ยาก รวมถึงเคลื่อนตัวหาพื้นที่ว่างเข้ารับบอล ซึ่งต่างจากการเล่นมาตรฐานยุโรป มีตัวช่วยขยับเข้ามารับบอลทำให้ออกบอลได้ง่าย
ส่วนทีมชาติไทยเราพอไม่เจอใครเข้ามารับบอล พอโดนกดดันมาร์คตัวประกบเต็ม ก็ต้องโยนวัดดวงกันไปในที่สุดนั่นเอง
3 ลูกที่โดนลงโทษมาจากลูกสูตรของ สโลวาเกีย ทั้งสิ้น ซึ่งระบบทีมชาติไทยไม่มีให้เห็น
จะเห็นได้ว่ามีบางช่วงที่ทีมชาติไทยกดดันได้ดี แต่การตั้งรับอย่างเป็นระบบของสโลวาเกีย ทำให้ไทยไม่สามารถทำอะไรได้ถนัด พอไทยเสียก็สามารถพลิกจากรับเป็นรุกมาโต้กลับแบบสายฟ้าแล่บได้ทันที จากแดนหลังที่ไปตั้งรับในแดนตัวเองกันหมด ทุกตำแหน่งรู้หน้าที่ทันทีเมื่อทีมตัวเองได้บอลมาเล่น ทั้งตัวมีบอลและไม่มีบอล รู้ว่าจะวิ่งเติมกันยังไง วิ่งอย่างไรให้ได้เปรียบในการเล่นบอล จะเห็นได้ว่าสโลวาเกียโต้กลับไม่มากจังหวะก็ถึงหน้าประตูระยะทำการอย่างรวดเร็ว นักเตะตัวรุกมาจากไหนไม่รู้มากันพรึ่บยกแผง เข้าทำเกมกันเร็วมากและแม่นยำ ซึ่งตรงนี้นี่เองที่เราต้องทำการบ้านฝึกซ้อมทีมเกมบุกให้เกิดความชำนาญอย่างเป็นประจำให้ใกล้เคียงกับมาตรฐานยุโรปให้มากที่สุด ถ้าเราต้องการขึ้นแท่นไปอยู่ในระดับที่สูงกว่าอาเซียน
มาดูกันว่า สโลวาเกียเขาขยับเคลื่อนตัวและสลับโลเตชั่นตำแหน่งอย่างเป็นระบบอย่างไร ทั้งเกมรับและเกมรุก มีรูปแบบที่หลากหลาย
ต้องเร่งแก้ไขแล้ว ไม่อย่างนั้น เอเชียนคัพใกล้จะถึงนี้อาจลำบากแน่ๆ
เป็นกรณีศึกษาอย่างบูราณาการไม่วิจารณ์ส่งเดช กำจัดจุดอ่อนที่ตัวเองมีให้หมดไป แต่แล้วไซร้ ไม่ยอมรับความจริง เราก็ก้าวข้ามไม่ได้นั่นเอง