แก้ปัญหาความรักของตัวเองไม่ได้ ทั้งๆที่เป็นคนชี้แนะให้คนอื่นอยู่บ่อยครั้ง

สวัสดีคะ กระทู้นี้เป็นกระทู้แรก ของฉันบนเว็บพันทิพ
ถ้าผิดพลาดประการใดต้องขอ อภัย ณ ที่นี้ด้วย

เรื่องของฉันเกิดขึ้นไม่นานมานี้ ประมาณ2เดือนที่แล้ว

ฉันเคยจิตตก และคิดฆ่าตัวตายมาแล้ว เพราะรักทางไกล ฉันเคยชอบคนๆนึง ที่รู้จักกันมา4ปีเคยเห็นหน้าแทบจะนับครั้งได้ ฉันรู้จักคนๆนี้ผ่านกลุ่มที่ชื่นชอบการแต่งรถในเฟสบุ๊ค ฉันชอบรถยนต์ และรถ มอไซ แต่ยังไม่มีรถเป็นของตัวเองเลยได้แต่ติดตามพูดคุยในกลุ่ม แต่ก็ตอบสนองความชอบของตัวเองด้วยการเล่นเกม และฉันได้รู้จักเขาเพราะเขาชอบเล่นเกมเช่นเดียวกับฉัน เริ่มติดต่อกันแรกๆคุยด้วยแชทเฟสบุ๊ค รู้จักไปซักพักเริ่มไม่สะดวกกับการพูดคุย เพราะต้องพับจอมาพิมท์แชทตลอด จึงเริ่มโทร สไกป์ คุยกันเราจะเล่นเกม เวลา 4ทุ่ม-ตี3 เกือบทุกวัน พอเราเริ่มทำความรู้จักกันระหว่างนั้นก็มีเพื่อนๆในกลุ่มเข้ามาเล่นด้วยเป็นระยะๆ แต่ส่วนมากจะเล่นเกมกับคนนี้ หลังจากผ่านมาได้ 5-6เดือน ฉันก็เริ่มรู้สึกตัวว่า เราเข้ากันได้ดีมาก ทั้งความชอบที่เหมือนกัน สไตล์ที่คล้ายๆกัน
ลักษณะการตัดสินใจที่คล้ายๆกัน ทำให้คุยกันถูกคอ และเข้าใจกันดีมากๆ พอเราเข้าใจกันมากขึ้น เราเริ่มที่จะเปิดเผย เรื่องของตัวเอง เช่นชีวิต กินอยู่ยังไง ครอบครัวเป็นยังไง การใช้ชีวิตเป็นยังไง ทั้งหมดที่เล่าให้กันฟังนั้นไม่มีการบังคับเลยแม้แต่น้อย เราทั้ง2เต็มใจที่จะเหล่าให้กันและกันฟัง พอระยะเวลา ผ่านมา นานมากๆ เราได้ได้รู้ว่าเขาชีวิตเป็นยังไง เขาเป็นคนที่ น่าสงสารทางบ้าน พ่อแม่หวง แม้แต่พ่อแม่เองยังไม่ลงลอยกัน ทะเลาะกันเป็นประจำ เขาบอกว่าตอนเด็กเคยฆ่าตัวตายมาแล้ว เพราะได้ยินพ่อแม่ทะเลาะกัน และแม่เขาพูดว่า "ฉันอยู่ก็เพราะลูก" เขาเลยฆ่าตัวตายด้วยการผูกคอ แต่ไม่ตายเพราะเชือกหลุด เขาได้ไปหาจิตแพท์ แต่เขาบอกว่า ก็แค่ให้ยามากิน ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นเขาจึงทน ทรมานกับการใช้ชีวิตที่ต้องทำตามคำสั่งพ่อแม่ตลอดเวลา พ่อแม่บอกอะไรต้องทำตาม จนอายุเขามากขึ้น มากพอที่จะจบ ป.ตรี แต่เขาเรียนไม่จบเพราะทำตามที่แม่บอก แม่บอกต้องเรียนวิศวะ เขาก็เรียนวิศวะ โดยที่ไม่ดูตัวเองว่าเรียนไหวไหม พอเรียนมาปี4 กำลังจะจบ คือคะแนนไม่มีไม่มีอะไรเลย จนถึงปีสุดท้าย เขาบอกว่าถ้ามีใบเกรดหรือใบรีไทย์ ส่งมาที่บ้านเขาจะฆ่าตัวตายทันที

ใน ขณะ เดียวกัน

ตอนที่เขาเล่าเรื่องนี้ให้ฉันฟัง ฉันกำลังอยู่ในช่วงที่แย่ที่สุดของชีวิต
ตัวฉันเป็น พี่คนโตของบ้าน แต่ทำตัวไม่สมกับเป็นพี่คนโต เรียนไม่ได้เรื่อง ก่อเรื่องขึ้นมาเยอะในอดีต ฉันเคยเป็นเด็กแว๊น ฉันเคยมีเรื่องกันในโรงเรียนบ่อยครั้ง บอกได้ว่าฉัน "เลวมาก" ในอดีตฉันจึงไม่สมควรจะเป็นพี่คนโตของใคร ช่วงแย่ๆของฉันเกิดขึ้น ในตอนที่ฉันต้องไปช่วยแม่ เก็บร้านขายข้าวในตอนเย็นหลังจากขายมาทั้งวัน แต่ในวันนั้นฉันทำงานมาเหนื่อยมาก และไม่มีแรงจะทำอะไรแล้ว ฉันจึงบอกน้องให้ไปช่วยแม่เก็บร้าน แต่น้องไม่ยอมไปช่วย ทำให้แม่ต้องเก็บร้านคนเดียวในวันนั้น พอกลับมาที่บ้าน พ่อฉันก็กลับมาและพากันออกไปกินข้าวนอกบ้าน และได้มีการพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องเมื่อตอนเย็น ทุกคนในบ้านมารุมด่ารุมว่าที่ฉันคนเดียวในตอนนั้น ฉันจำสติหลุดและพูดออกไปแรงมาก ว่า "เหนื่อยมากทำอะไรต่อไม่ไหวแล้ว แล้วทำไมไอ้2คนนั้นไม่ยอมไปช่วยทั้งๆที่มันอยู่บ้านเฉยๆทำไมต้องมาลงที่***คนเดียวด้วยทำไม" และเขางั้นเหตุผลว่า ก็ฉันเป็นพี่คนโต ฉันร้องให้ในตอนนั้น พ่อของฉันพูดขึ้นมาว่า "ถ้าเก่งออกจากบ้านหลังนี้ไปเลย!!"ฉันสติหลุดและเดินกลับบ้านเอง ถึงแม้พ่อฉันจะขับรถมาจอดรับ ฉันก็ไม่ยอมขึ้น ฉันกลับมาถึงบ้านดึกมีกุญแจส่วนตัว จึงเข้าบ้านได้ ฉันมานั่งกอดเข่าตัวเองร้องให้ไป ฉันนึกถึงเขาคนนั้น และเปิดคอม คอล สไกป์ไปหาเขาและเหล่าเรื่องทั้งหมดให้เขาฟังเขาไม่ปลอบอะไร แต่เขา เข้าใจความรู้สึกฉันแน่นอน

มาต่อเรื่องราวกันต่อ

ในตอนคืนนั้นเขาบอกฉันว่า เวลาที่จะฆ่าตัวตายใกล้เข้ามาแล้ว จากที่เขาดูเวลาและใบเกรดจะมาส่ง มันใกล้เข้ามาแล้ว ฉันจึงบอก และแนะนำเขาว่า มันต้องมีทางอื่นสิ ลองทำตามใจตัวเอง ถ้าไม่มีความสุข ก็ลองทำอะไร นอกกรอบดูลองทำในทิ่งที่ชอบที่ยังไม่เคยทำ ฉันพยาช่วยเขาหาทางช่วยเขา คิดทุกวิถีทางจนลืมเรื่องของตัวเองไปเลย แันบอกให้เขาไปพบจิตแพท์ ดูพยามโน่มน้าว ฉันยอมออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด แค่เขายอมไป แต่ดูเหมือนว่า เขาจะไม่ชอบที่ฉันทำ และฉันไป เค้นเขามากเกินไป เขาจึงตัดสายฉัน ฉันโทรกลับก็ไม่ติด ฉันคิดว่า เน็ตคงจะหลุดบ้านเขาเน็กหลุดบ่อยวันนั้นเลยนอนก่อน
วันต่อมา ฉันมาโทรหาเขาเวลาเดิม แต่กังไม่ติด ฉันพยามโทรทุกๆ 20นาที ตั้งแต่3ทุ่มถึงตี3 ในตอนนั้นฉันนอนไม่หลับแล้ว
อีก2-3วัน ฉันพยามโทรหาเขาทุกทาง ทั้งในเกม และเบอร์โทรศัพท์ ทั้ง สไกป์ แต่ไม่มีการตอบรับไดๆเลยฉันเหนื่อยมากและท้อมาก ทั้งบ้านก็คุยกับใครไม่ได้ แถมคนสำคัญที่เคยคุยด้วยตลอด ก็ไม่รับสาย ฉันรู้สึกแย่ที่สุดถึงขึ้นละเมอ เอามีดในครัวมาถือเพื่อจะปาดแขนตัวเอง แต่ฉันกลัวและไม่กล้าทำฉันจึงรวบรวมความคิด และหาทางที่จะช่วยเขา เขาไปค้นข้อมูลที่เคยส่งเคย บอกที่อยู่บ้านฉันหาที่อยู่บ้านเขาเจอ และกะว่าจะไปหาเขาถึงที่ (ปล. ฉันอยู่ ตจว.ทางภาคอีสาน เขาอยู่ กทม. ) ฉันรวมเงินเก็บ ลางาน และขอให้เพื่อน อีกคนไปเป็นเพื่อนด้วยฉันโดยสารโดยรถไฟเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ที่ให้เพื่อนฉันไปด้วยเพื่อเตือนสติไม่ให้ฉันทำอะไรโง่ เช่นการโดดรถไฟ ไปกลางทาง ฉันออกเดินทางค่ำและถึงเช้าในวันถัดมา ระหว่างทางฉันคิดไปไกลมากๆเขาอาจจะเกลียดฉันแล้ว พอลงรถฉันรีบเช่ารถมอไซ เพื่อไปที่บ้านเขา ฉันมั้นใจว่า เวลานั้น ตอนนั้น วันนั้น เขาต้องอยู่บ้าน แน่ๆ ฉันไปวนหาอยู่นาน แต่ก็เจอ เพราะเขาบอกว่าเขาขับรถรุ่นอะไร จะมีรถคันนั้นจอดอยู่หน้าบ้าน ฉันไปถึงเวลา 9.30 ฉันพยามตะโกนหาเขาโทรเข้ามือถือ และฉันได้ยิงเสียงมือถือ เขาแน่นอน แต่ไม่มีการรับสาย ฉันโทรย้ำๆ แต่แล้วเสียงมือถือเขาก็เงียบและโทรไม่ติด ฉันตัดสินใจ ตะโกนเรียกแบบรัวๆ จน พ่อลงมา ฉันบอกพ่อเขาว่ามาหา*** พ่อเขาบอกจะไปเรียกมาให้ ผ่านไปซักพัก แม่เขามารับหน้าเอง และบอกว่า เขาไม่อยู่ไปเรียน(วันอาทิตย์)ฉันจึงเข้าใจเรื่องที่เขาเคยบอกว่าพ่แแม่เขาเป็นยังไง ทั้งๆที่ได้ยินเสียงมือถือ แต่บอกว่าไม่อยู่ ฉันจึงเข้าไปนั่งคุยซักพัก แม่เขามีหลุดปากมาว่า ถ้า***ตื่นเอ้ย ถ้ากลับมาแล้วจะบอกให้นะ ฉันให้เบอร์โทรเอาไว้ ณ เวลา 12.20ฉันก็กลับที่พักเพื่อนอนถึงที่พัก 13.40 บนรถไฟไม่ได้นอนเลย ตื่นมาช่วง 1-2ทุ่ม (กว่าจะนอนหลับได้กินเวลาไป1-2ชั้วโมง) ฉันออกมาหาอะไรกินและ กลับเข้าที่พัก นอนต่อ เวลา 23.20 ขณะที่ฉันกหลับอยู่ก็มีคนโทรเข้าและขึ้นชื่อ*** เขาคนนั้นโทรกลับมา ตอนนั้นฉันร้องให้ออกมา และกดรับสาย เขาถามว่านี่ใช้เบอร์ฉันไหมฉันบอกใช่ เขาบอกว่า เมื่อเช้าที่มาหาเขาไม่รู้ตัว ถ้าเขารู้ว่าเป็นฉัน เขาจะลงมาพบฉัน แต่ตอนที่เขาตื่นแม่เขามาบอกว่ามีคนแปลกหน้ามาหา ที่ทางไม่น่าไว้ใจ และบอกอีกว่า คนแบบฉันไม่น่าคบ เขาบอกอีก ที่เขาตัดสายในตอนนั้นเพราะโดนกดดันมากเกินไป ซึงฉันรู้ตัว มันทำให้เขากดดันและไม่อยากคุยด้วย ฉันขอให้เขาออกมาเจอวันพรุ่งนี้ ที่หน้าซอยก็ได้ แปปเดียวก็ได้ เขา ตกลง และก็วางสาย ในคืนนั้นฉันโล่งใจมาก และดีใจที่เขายังไม่เกลียดฉัน ในวันต่อมาฉันไปเจอเขาที่หน้าซอยบ้าน เขาต้องขอทางบ้านออกมาด้วยข้ออ้าง ไปเซเว่น เพื่อมาเจอฉัน
พอฉันได้เจอกับเขา ฉันกลับร้องให้ไม่ออก แต่ดีใจมากๆ ฉันได้ขอให้เขากลับเป็นเหมือนเดิม คุยกันเหมือนเดิม ฉันจะไม่กดดันไม่เค้นไม่ถามเรื่องทางบ้านอีกแล้วเขาก็ตกลง และคุยกันอีกนิดหน่อย และแยกย้าย ฉันพอเพื่อนฉันไปซื้อของ เพื่อเป็นการตอบแทนที่มาเป็นเพื่อนโดยซื้อของให้
และเดินทางกลับบ้านในคืนนั้นด้วยรถไฟ ระหว่างนั้นฉันก็โทรหาเขา และคุยบนรถไฟ แต่เหมือนจะไม่สะดวก เพราะเสียงดังเลยวางสาย พอถึงบ้าน ฉันก็สลบไปแบบเร็วมาก เสื้อผ้ายังไม่เปลี่ยน หนักสุดคือรองเท้าไม่ถอด พอตื่นมาเวลา 1ทุ่ม ฉันโทร สไกป์หาเขา ไม่ติด ฉันไม่เอะใจ พอ5ทุ่ม ฉันโทรหาไม่ติด พยามจะไม่คิดมาก วันต่อมาเวลา 2ทุ่ม โทรหา ก็ยังไม่ติด ฉันเริ่มคิดมากวันต่อมาก็โทรไม่ติด2-3วันฉันโทรไม่ติด ฉันร้องให้อีกครั้ง คิดว่าสิ่งที่ทำไป มันช่วยอะไรไม่ได้เลยเหรอ เวลาผ่านไป1อาทิตย์ ตั้งแต่ฉันกลับมา เขาไม่รับสายเลย พอเวลาถึง 00.00 ของวันที่ 7ตั้งแต่กลับมา ฉันโทรไป และเขารับสาย คำพูดแรกฉันถามไปว่า ทำไมไม่รับสาย เขาบอก 1.ไปจุ้นจ้านชีวิตเขามากเกินไป 2.ไปหาถึงที่บ้านไปตะโกนเรียนหน้าบ้าน 3.พูดกดดันเขามากเกินไป
สิ่งที่เขาบอกมาฉันคิดว่าสิ่งที่ทำลงไปมันเกินไปจริงๆแต่ เขาไม่เห็นเจตนาที่ฉันอยากจะช่วย และเขาไม่เคยมีฉันในสายตาเลย ในวันนั้น ฉันพูดคุยกับเขาเพียงไม่ถึงชั่วโมง ฉันบอกขอไปนอนก่อนและวางสายไป คืนนั้นทั้งคืน ฉันเริ่มรู้ว่าเขาไม่เคยมีฉันในสายตา ในหัวใจเลย เขามองฉันเป็นแค่ ตัวจุ่นจ้านชีวิต
แต่อีกใจนึงฉันก็คิดว่าไม่เป็นไรแค่ได้คุยกับเขาเหมือนเดิมก็พอแล้ว ฉันคิดมากและนอนไม่หลับอีก แต่วันแต่มาฉันคุยเฟสกับเขาตามปกติ จนถึงตอนที่ ทางบ้านฉันให้ฉันไปกินข้าวด้วยเพื่อปรับความเข้าใจ แต่ใน ขณะเดียวกัน ฉันกำลังคุยกับเขาในแชทเฟสบุ๊คอยู่เหมือนกัน ทำให้ การคุยกับครอบครัวไม่มีอะไรดีขึ้นเพราะฉันไม่เอะปากออกแม้แต่คำเดียว     ซักพักเขาก็เริ่มพูดเรื่องของที่บ้านเขาขึ้นมา แต่ฉันพยามที่จะเมินเขาไม่ยอมหยุด บอกว่าไปทำอย่างนั้นทะเลาะอย่างนี้ อยากจะออกจากตรงนี้จะบ้าตาแล้ว ฉันเลยแนะนำเขา ให้คิดนอกกรอบ ทำตัวนอกกรอบ ทำสิ่งที่ชอบ แค่นั้นก็จะสบายใจ เขาตอบกลับมา การคิดนอกกรอบ เป็นสิ่งที่เด็กดีไม่ทำ ฉันบอก ให้ลองทำสิ่งที่เด็กดีไม่ทำเพื่อทำให้ตัวเองมีความสุข เราพูด ถึงเรื่องนอกรอบ และการเป็นเด็กดี วนอยู่นาน
มันทำให้ฉันหมดความอดทน และบอกไปว่า ถ้าไม่ยอมคิดนอกกรอบและทำสิ่งที่ชอบได้ ก็ไม่มีทางมีความสุขหรอก เขาก็ตอบกลับมา เออกูอยากทำสิ่งที่ชอบโว้ย แต่กูไม่อยากเป็นเด็กไม่ดี กูอยากเป็นเด็กดี!! ฉันตอบคำสุดท้าย งั้นก็เชิญเป็นเด็กดีของต่อไปและตายไปกับความดีที่มีความสุขของเถอะ!!

และฉันก็กดจอมือถือจนแตกและร้องให้ในร้านอาหารต่อหน้าครอบครัวฉัน

ฉันเลิกติดต่อกับเขาตั้งแต่นั้นมาแต่ไม่ได้บล๊อกแต่อย่างได ทำให้เวลาฉันเข้าเกมฉันจะเห็นเขาออนไลย์อยู่ แต่ฉันไม่คิดจะทักไปหาเขา

แต่เวลาฝ่านไป เป็ดเดือน ฉันก็ยังลืมไม่ได้และคิดมาก ทำห้เวลาที่ฉัน ทะเลาะกับที่บ้าน ฉันจะคิดลบมาก และ มีความคิดฆ่าตัวตาย ถึงจะพยามห้ามตัวเองเอาไว้ แต่ไม่รู้จะห้ามได้ถึงเมื่ิอไหร่

ฉันมาระบายในพันทิพเพื่ออยากจะรู้ความคิดเห็นของเพื่อนพี่ๆในนี้ ว่าคิดอย่างไร หวังว่าจะมีคนเข้าใจฉัน ฉันไม่สามารถเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง เพราะไม่มีคนเข้าใจฉัน

ขอบคุณพันทิพที่ ที่ให้พื้นที่เล่าประสบณ์การ ขอบคุณค่ะ
อมยิ้ม04
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่