อยากฟังประสบการณ์คนที่เคยทำงานประจำแล้วลาออกไปเป็นtraderค่ะ

ตอนนี้เราทำงานประจำ (เงินเดือนคิดว่าเยอะพอควร )แต่เรารู้สึกเบื่อ ไม่มีความสุข
แต่ทุกครั้งที่เปิดหน้าจอเทรด ดูกราฟ ตีกราฟ วิเคราะห์วอลุม พูดคุยเรื่องหุ้นกลับมีความสุขมาก ไม่ว่าจะขาดทุนหรือกำไร ไม่เยอะ
แน่นอนว่าเราไม่เก่งพอที่จะเทรดเทรดชนะเงินของงานประจำได้ แต่เรากลับมามีความสุขที่ได้เทรด
งานเราทำพร้อมกัน2อย่างไม่ได้ทุกวัน  แต่ใน1สัปดาห์จะมี1วันที่พอมีเวลาดูจอเยอะ  (เป็นวันเดียวในสัปดาห์ที่มีความสุข)
ลึกๆคิดว่าถ้าเก็บเงินได้ส่วนนึงอาจลาออกไปเป็น trader แต่ไม่รู้ว่าอีกนานเท่าไหร่




เลยอยากฟังประสบการณ์คนที่เคยทำงานประจำแล้วลาออกไปเทรดค่ะ  
ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยนะคะ ขอบคุณค่ะ

สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 12
บอกก่อนน่ะ  ใน  100  คน
5  คน  ร่ำรวยสร้างฐานะได้จากหุ้น  มีอิสรภาพทางการเงิน  เลิกเมื่อไหร่ก็มีกิน
5  คน  มีรายได้จากหุ้น  แต่หยุดไม่ได้  หยุด  คือ  อด  ขาดรายได้
90  คน  เจ๊ง  มีหลายแบบ  แบบลงทุนแป๊บเดียวหมดก็เลิก  หรือ  แบบหลายปีเงินหมดเลิก
           หรือแบบไปๆมาๆ  หายเป็นช่วง   หรือ  แบบลงทุนเหมือนเข้าบ่อนเสียบ่อยๆ  ไม่หมด  มีเติมเรื่อยๆ  ไม่เลิก
           (พวกกลุ่มนี้  คือ  ไม่สามารถหาวิธีที่เล่นแล้วกำไรได้เหมาะกับตนเองนั่นเอง   ///ถ้าหาได้ก็คงไม่เจ๊ง

ขั้นต่อมา  คุณจะเบื่อมาก  ยิ่งในช่วงแรก  ยิ่งปีแรก  จากคนทำงานประจำแล้วมาเป็น Full Time  Trader
เคว้งคว้าง  คือ  ไม่ค่อยได้คุยอะไรกับใคร  พบปะผู้คน  เวลามันว่างมาก  แล้วอยู่กับบ้านด้วย
บางคนถึงกับธาตุไฟเสีย  เครียด  นอนไม่หลับ  กินไม่ได้  ท้องผูกท้องเสีย  กังวล   หงุดหงิด  บางคนเป็นโรคซึมเศร้า

ขั้นต่อมา  ช่วงแรกเหมือนได้กำไร Frist  Lucky  แต่แล้วจะขาดทุนต่อเหนื่องหนักๆ  หลายครั้ง  บางที่หลายเดือนติดต่อกัน
บางทีข้ามปี  หรือ  หลายปี  เลยทีเดียว  ดังนั้นช่วงนี้จะหนักสุด  เงินเยอะก็เจ๊งเยอะได้

ผลสุดท้าย
กลุ่มแรก คือ  สายเทคนิด  เป็น Trader  แบบเล่นสั้น  แพ้ชนะ  ในวัน  เล่นสั้น  บางคนใช้เวลา  1-2  ปี  
ก็วัดผลได้แล้วว่า  ประสพความสำเร็จในการเล่นหุ้นหรือล้มเหลว  คือ  เลิกกลับไปทำงานต่อ  หรือทำธรกิจอย่างอื่น

กลุ่มสอง  VI  หรือนักเล่นเก็งกำไรระยะกลาง-ยาว  พวกนี้ไม่ได้ซื้อทุกวัน  บางเดือนไม่ซื้อไม่ขายก็มี
พวกนี้กว่าจะรู้ว่ารอดหรือไม่  คือ  5  ปี  ไปแล้ว  บางคนถอดใจก่อนก็มี  บางคนทู้ซี้ทั้งที่ไม่ชนะ

สรุป
สำหรับสายเทคนิค  2  ปี  สำหรับสาย VI  หรือนักเล่นเก็งกำไรระยะกลาง-ยาว 5 ปีขึ้นไป
จึงจะสามารถบอกได้ว่าประสพความสำเร็จในการเล่นหุ้นหรือไม่  ต่ำกว่านั้นวัดอะไรไม่ได้
คือเวลา  และภาวะตลาดจะเป็นเครื่องพิสูทธิ์  เวลาน้อยไปพิสูทะ์อะไรไม่ได้

คือถ้าด้วยภายในเวลาที่ว่าไว้  ถ้าเล่นแล้วไม่กำไร  
แสดงว่าไม่สามารถหาวิธีที่ทำกำไรที่เหมาะกัยตัวเองได้  ควรหยุดแล้วเลิกไปทำอย่างอื่นดีกว่า

แต่บอกให้ช่วงที่คุณยังหาวิธีที่ทำกำไรไม่ได้( แน่นอน  คือ  ไม่เท่าทุน  ก็ขาดทุน)  แต่คุณจะเสียเวลา
(ไม่ต่ำกว่า 2 สำหรับสายเทคนิคเก็งกำไรระยะสั้น  เดย์เทรด  
และ  5  ปี  ขึ้นไปสำหรับ VI  และสายเก็งกำรไระยะกลางยาว)
คุณจะเวลาที่ว่านี้เสียอะไรหลายๆอย่าง  คุณจะท้อมาก  จิตตกมาก  มีอาการธาตุไฟแตก  คุณจะทนไหวไม๊

บางคนทนไม่ไหว  ถึงทุนไม่หมด  เลิกไปก็มี
แต่บางคน  หากทุนไม่หมดก่อน  และอดทน  และมีความสามารถ
ที่จะหาวิธีที่เล่นแล้วกำไรเหมาะสมกับตัวเองได้  ก็จะประสพความสำเร็จ

ผมชอบ  หนึ่งจักรวาล  ศิลปินเปียโน ที่เป็น  กรรมการใน The Mask Singer  เค้าพูดว่า
"ทุกคนอยากเป็นอย่างผมที่ประสพความสำเร็จในวันนี้  แต่เชื่อเถอะไม่มีใครอยากเป็นอย่างผมในอดีตหรอก"

ผมฟังแล้วผมรู้สึกเลย  คือ  ใครก็อยากชนะ  อยากประสพความสำเร็จ
แต่รู้ไหมว่า  กว่าจะมีวันนี้  เดินทาง  ใช้เวลา  ฝึกฝน  ฝ่าฟัน  อดทน  ทรมาน  อย่างแสนสาหัสมาขนาดไหน

อาจาร์ยที่สอนผมเล่นหุ้น  เคยบอกเลย  เค้าแทบหมดตัวปี  2533  ตอนสงคราวอ่าว
และแทบจะฆ่าตัวตาย  เพราะหมดตัวเลย  ตอน  2540  ต้มยำกุ้ง   แต่ตอนนี้พอร์ตเค้า  9 หลัก  ปลายๆ

เค้าสอนอีกว่า  ถ้าจะเล่นหุ้น  ต้องอยู่กับหุ้นให้ได้  
หมายความว่า ไม่ว่าตลาดจะเป็นยังไง  พอร์ตจะขาดทุนเท่าไหร่   ต้องไม่เครียด  ไม่กลัว  ไม่กังวัล
ถ้าเล่นหุ้นแล้วอยู่กับหุ้นไม่ได้  เลิกซะไปทำอย่างอื่นเถอะ

มีคนจ้างผมสอนเล่นหุ้น  ผมเรียก  1  ล้านบาท  ปรากฎมีเอากันน่ะหลายคน(แต่ผมก็ไม่สอนน่ะ)
เรียกไปอย่างนั้นแหละเพราะไม่อยากสอน  เสียเวลา เพราะต้องใช้เวลาสอน  1 ปีเต็ม
เสียสมาธิในการดูหุ้น  เทรดหุ้นด้วย  เพราะต้องสอนตอนที่ผมกำลังดูหุ้น  เทรดหุ้นด้วย  

เพื่อนหลายคนบอกให้ไปเป็นวิทยากร บรรยายให้พวก ป.โทฟัง  
ผมบอกสอนแค่ไม่กี่วัน  ไม่กี่ชั่วโมง  ไม่กี่วัน  คนรู้ก็ไม่หมด  ยิ่งไม่เคยเทรดด้วย
ไม่มีประโยชน์อันใดเลย

หรือขายคอร์ท  ได้ชื่อเสียง  ได้ค่าบรรยายด้วย
ผมบอกเสียเวลา  เรื่องเงินแค่นั้น  ผมหาเอาจากตลาดหุ้นก็ได้
พวกขายคอร์ส  ถ้าเก่งจริง  เทรดเองได้เงินง่ายกว่า  จะมาเสียเวลาทำไม  

ผมได้แต่ทำ Project  เล็กๆ  คือ  ปีไหน  อยากสอน  จะรับ  1  คน  ไม่เก็บค่าเรียน
เงื่อนไข  ต้องออกจากงานประจำ  และห้ามทำงานใดๆ ในระหว่างเรียนหุ้นกับผม 1 ปีเต็ม
ทุกวันที่ตลาดหุ้นเปิด  ต้องมาบ้านผม 8.30-17.30  เรียนตั้งแต่ก่อนตลาดเปิด
ขณะตลาดเปิด  และหลังตลาดปิด   เพื่อดูหุ้น ดูตลาด ฝึกเล่นหุ้นกับผม  ตอนผมเล่นนี่แหละ
จบครบหนึ่งปี  ผมแถมเงินให้  ไปทำทุนต่อด้วย

ถ้าเรียนแล้วท้อ  เลิกได้  หรือเรียนแล้วผมดูแล้วไม่ได้เรื่อง  ผมไล่ออกกลางเทอมเลยน่ะ

เท่าที่ผ่านมาผมสอนไปแล้ว  ไม่กี่คน  แต่ละคนก็ไปสร้างตัวต่อ  สร้างความมั่งคั่ง  สร้างฐานะด้วยหุ้นต่อไปได้เอง



อัศวินขี่ม้าขาว
ความคิดเห็นที่ 7
การออกจากงานประจำเพราะความเบื่อหน่าย ...ด้วยความหวังดี ผมอยากให้เปลี่ยน Mindset เป็น Investor แทน Trader ครับ ...เหตุผล
-คนรอบข้างที่เป็น Trader เคยสังเกตมาหลายคนแล้ว มีโอกาสต่ำกว่า 50% ที่จะยืนระยะได้นานๆ ปัจจุบันใช้แนว Investor เป็นหลักกันทุกคน
-เวลาเป็น Investor หัวใจของมันคือการหาหุ้นเปลี่ยนชีวิต แบบลงเงิน 2-3 ล้าน แล้วได้ Return 2-3 เท่า แบบนี้เรียกได้ว่าตีแตกหุ้นตัวนั้นครับ
-การเป็น Investor โอกาสพลาดก็มี แต่โอกาสพลาดจะต่ำกว่า Trader เพราะเรามีการติดตามกิจการไปเรื่อยๆ ถ้าเราเห็นข้อมูลที่มีผลกระทบต่อโครงสร้างกิจการ บางครั้งเราจะไหวตัวทันหรือก่อนที่เทคนิคจะเกิด (โดยเฉพาะจังหวะเทกระจาด)
-Investor+Trader มันจะดีมาก หากเราเข้าถูกจังหวะตั้งแต่ราคาเตี้ยๆ แต่ต้องตระหนักว่าการซื้อๆขายๆยิ่งบ่อย จะทำให้เราติดพนันและลืมหลักการที่สำคัญข้อหนึ่ง คือการทนถือ ...Return 2-3 เท่า ถ้าเกิดกับหุ้นพื้นฐาน คงไม่ได้ใช้เวลาแค่ 2-3 เดือนแต่เป็นปี
-สิ่งที่คล้ายๆกันของ Investor และ Trader คือการทำซ้ำสิ่งที่ถูกต้อง ...แต่การทำซ้ำแบบ Investor มักจะได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า

ถ้าหยุดไม่ได้ที่จะเป็น Trader ก็อย่าใช้ทุนเกิน 30% ครับ อีก 70% ขอให้ใช้ชีวิตในการเป็น Investor ครับ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่