มิโลวาน ราเยวัช:'เหรียญที่เราได้รับวันนี้เปรียบเสมือนเหรียญทอง' & กดไลค์ให้เลย!กุนซือสโลวักบอก2แข้งเจลีก"ช้างศึก"โดนใจ

ไทย 2 - 3 สโลวาเกีย : ช้างศึกแพ้ทีมอันดับ 29 โลกสุดสนุกชวดแชมป์คิงส์ คัพ

แม้พลาดแชมป์ไปอย่างน่าเสียดาย แต่ขุนพลช้างศึกก็สู้กับทีมอันดับ 29 ของโลกได้แบบสุดมันส์


เมื่อวันที่ 25 มีนาคม การแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยบิลพระราชทานคิงส์คัพ 2018 ครั้งที่ 46 นัดชิงชนะเลิศระหว่าง ทีมชาติไทย พบ ทีมชาติสโลวาเกีย ที่สนาม ราชมังคลากีฬาสถาน เวลา 19.30 น.

ช้างศึกเกมแรกเอาชนะจุดโทษ กาบอง 4-2 (0-0) เกมนี้ไร้ปัญหาการจัดทัพโดยส่ง 4 นักเตะที่ค้าแข้งในต่างประเทศลงสนามครบครัน นำโดย กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ , ธีรศิลป์ แดงดา , ธีราทร บุญมาทัน และ ชนาธิป สรงกระสินธ์  ส่วน มงคล ทศไกร สลัดอาการบาดเจ็บฟิตกลับมาสองสนามต่อเนื่อง

ส่วน สโลวาเกีย เกมแรกเอาชนะ ยูเออี 2-1 เกมนี้มีการเปลี่ยนแปลงผู้เล่นจากเกมนัดแรกอยู่หลายตำแหน่ง ผู้รักษาประตูเป็น มิชาล ซุลลา ขณะที่คู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟเป็น มาร์ติน สเคอร์เทล ยืนคู่กับ ลูโบเมียร์ ซัตก้า โดยดร็อป มิลาน สคริเนียร์ แนวรับจากอินเตอร์ มิลาน ส่วนแผงมิดฟิลด์พัก สตานิสลาฟ โลบอตก้า เช่นเดียวกับ มิชาล ดูริส หัวหอกตัวเก่งของทีม

เริ่มเกมเพียง 3 น. สโลวาเกีย ได้ทักทายก่อนจากลูกโหม่งของ อดัม เมค แต่หลุดออกคานไปนิดเดียว

น.10 หลังพยายามตั้งเกมบุกอยู่นาน สโลวาเกีย ก็มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 เมื่อ โรเบิร์ต มัค กระชากบอลหนี ฟิลิป โรลเลอร์ เข้ามาในเขตโทษก่อนตวัดย้อนหลังมาให้ ออนเดรจ ดูดา วิ่งเข้ามายิงทางเข้าเสาแรกเข้าไปไม่เหลือ

น.19 สโลวาเกีย ได้ลุ้นประตูที่สองเมื่อ โรเบิร์ต มัค ได้จังหวะกระชากบอลหนี ฟิลิป โรลเลอร์ เข้าไปในเขตโทษอีกครั้งแต่คราวนี้ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ยังออกมาล้มตัวเซฟไว้ทัน

น.23 ไทย ตั้งเกมบุกและได้ลุ้นประตูตีเสมอเมื่อ มงคล ทศไกร หลุดไปทางฝั่งขวาก่อนครอสบอลไปในเขตโทษที่มี ธีรศิลป์ แดงดา อยู่แต่ มาร์ติน สเคอร์เทล ยังเคลียร์ออกหลังไว้ทัน

น.30 ไทย เกือบได้ประตูตีเสมอ เมื่อ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ กระชากบอลหนีแนวรับสโลวาเกียเข้าไปในเขตโทษก่อนซัดด้วยขวาหลุดออกคานไปนิดเดียว

น.34 สโลวาเกีย ขยับสกอร์เป็น 2-0 เมื่อ เอริค พาซินต้า ดึงหลอกผู้เล่นไทยหน้ากรอบเขตโทษก่อนจ่ายทะลุแผงหลังทั้ง เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว และ พรรษา เหมวิบูลย์ ไปถึง โรเบิร์ต มัค เข้าไปยิงหนีตัว กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ เข้าไป

น.42 ไทย มาได้ประตูตีไข่แตกเมื่อ มิชาล ซุลลา นายด่านทีมเยือนจ่ายบอลพลาดไปติด ธีรศิลป์ แดงดา ในเขตโทษก่อนที่หัวหอกจากซานเฟรชเช ฮิโรชิมา จะตวัดไปให้ จักรพันธ์ แก้วพรม วิ่งยิงด้วยขวาเข้าไปไม่เหลือ ช้างศึก ไล่มา 1-2 และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

ครึ่งหลัง ทีมชาติไทย ทำการเปลี่ยนแปลงผู้เล่นคนแรกส่ง บดินทร์ ผาลา ลงสนามแทน มงคล ทศไกร

น.51 ไทย หวิดได้ประตูตีเสมอเมื่อ ชนาธิป สรงกระสินธ์ เก็บตกบอลเคลียร์ในกรอบเขตโทษแต่งบอลหนึ่งจังหวะซัดด้วยขวาบอลพุ่งตรงกรอบแต่ มิชาล ซุลลา ยังพุ่งปัดไว้ทันก่อนจะถูกเคลียร์ออกหลังไป

น.68 สโลวาเกีย ตั้งเกมและสวนกลับเร็วเมื่อ ออนเดรจ ดูดา แต่งบอลให้ เอริค พาซินต้า ได้ปั่นด้วยซ้ายโค้งเสียบมุมสามเหลี่ยมเข้าไปอย่างสวยงาม

น.69 ไทย ได้ประตูตีตื้นเมื่อ มิชาล ซุลลา ออกบอลช้าผู้ตัดสินเป่าให้เป็นลูกฟรีคิกสองจังหวะหน้าเขตโทษแต่ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ซัดติดกำแพง

น. 78 ไทย มาได้ประตูไล่มาเป็น 2-3 เมื่อ นูรูล ศรียานเก็ม เปิดลูกฟรีคิกทางฝั่งขวาบอลทะลักมาทางเสาสองและเป็น พรรษา เหมวิบูลย์ หลุดตัวประกบยิงเข้าไปไม่เหลือ

เวลาที่เหลือไม่มีสกอร์เพิ่มเติมเป็น ทีมชาติสโลวาเกีย เอาชนะ ทีมชาติไทย ไปได้ 3-2 คว้าแชมป์คิงส์คัพ ครั้งที่ 46 ไปครองอีกทั้งยังเป็นแชมป์สมัยที่สองหลังเคยคว้ามาได้ในปี 2004

รายชื่อ11 ตัวจริงของทั้งสองทีม

ทีมชาติไทย : กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ (GK) , พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา (สิโรจน์ ฉัตรทอง น.75), ธีราทร บุญมาทัน , เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว , พรรษา เหมวิบูลย์ , จักรพันธ์ แก้วพรม(นูรูล ศรียานเก็ม น.63) ,ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ , ธีรศิลป์ แดงดา , มงคล ทศไกร (บดินทร์ ผาลา น.45), ฟิลิป โรลเลอร์ , ชนาธิป สรงกระสินธ์

ทีมชาติสโลวาเกีย :มิชาล ซุลลา(GK) , มาร์ติน สเคอร์เทล (มิลาน สคริเนียร์ น.72), บอริส เซคูลิช , ยาน เกรกุส , ออนเดรจ ดูดา , อดัม เนเมค , โรเบิร์ต มาซาน , เอริก ซาโบ(สตานิสลาฟ โลบอตก้า น.60) , ลูโบเมียร์ ซัตก้า , โรเบิร์ต มัค (โรเบิร์ต รุชนัค น.80), เอริค พาซินต้า

credit : www.fourfourtwo.com/th

VIDEO : ชมช้างศึกสู้สุดใจก่อนพ่ายทีมอันดับ 29 โลก

ทัพช้างศึก สู้สุดความสามารถ ก่อนจะพ่ายให้กับสโลวาเกีย และพลาดโอกาสป้องกันแชมป์คิงส์ คัพ ไปแบบน่าเสียดาย


ศึกคิงส์ คัพ ครั้งที่ 46 นัดชิงชนะเลิศ ทีมชาติไทย ไม่อาจต้านความแข็งแกร่งของทีมชาติสโลวาเกีย ทีมอันดับ 29 ของโลกไว้ได้ ส่งผลให้ต้องเสียบัลลังก์ต่อคู่แข่งที่บุกมาคว้าแชมป์ถึงราชมังคลาฯ

ครึ่งแรกทัพช้างศึกโดนผู้มาเยือนยิงนำไปก่อนถึง 2-0 ในนาทีที่ 10 และ 34 ก่อนที่ไทยจะไล่ตีตื้นได้จาก จักรพันธ์ แก้วพรม 2-1 แต่หลังจากนั้น นาทีที่ 68 เอริค พาซินด้า ยิงให้สโลวักหนีห่างไปเป็น 3-2 แม้ พรรษา เหมวิบูลย์ จะยิงเพิ่มให้ไทย 2-3 แต่ไม่อาจไล่ทันจบเกม สโลวาเกีย เอาชนะไปด้วยสกอร์ดังกล่าว และกลายเป็นแชมป์สมัยที่สองในรายการนี้ หลังเคยบุกมาครองแชมป์คิงส์ คัพ เมื่อปี 2004

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
credit : www.fourfourtwo.com/th

ดีกว่าทุกอย่าง! เปิดสถิติไทยแพ้สโลวาเกียสุดมัน

แม้จะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ แต่สถิติหลังเกมปรากฏว่าทัพช้างศึกทำได้ยอดเยี่ยมทีเดียว

ทีมชาติไทย ภายใต้การคุมทีมของ มิโลวาน ราเยวัช ไม่สามารถป้องกันแชมป์คิงส์ คัพ ครั้งที่ 46 ไว้ได้ เมื่อแพ้ต่อทีมชาติสโลวาเกีย ในนัดชิงชนะเลิศ 2-3 อย่างไรก็ตามสถิติหลังจบ 90 นาที กลับชี้ว่าขุนพลช้างศึกนั้นมีผลงานยอดเยี่ยม แม้จะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ก็ตาม

ทัพช้างศึกเริ่มต้นไม่ดีนักหลังถูกยิงนำไปก่อนตั้งแต่ต้นเกม อย่างไรก็ตามสถิติหลังเกมปรากฏว่าทีมชาติไทยเป็นฝ่ายครองบอลได้มากถึง 54% ส่วนสโลวาเกีย ครองบอล 46% ยิ่งไปกว่านั้นขุนพลช้างศึกมีโอกาสยิงเยอะกว่าคู่แข่งถึง 5 ครั้ง จากการยิงทั้งหมด 13 ครั้ง โดยแบ่งเป็นยิงเข้ากรอบ 5 ครั้ง และหลุดกรอบ 8 ครั้ง ส่วนสโลวาเกีย ยิงไป 6 ครั้ง และยิงออกนอกกรอบ 2 ครั้ง

นอกจากนี้ทีมชาติไทย ยังบุกกดดันสโลวาเกีย จนได้ลูกเตะมุมมากถึง 9 ครั้ง ส่วนสโลวาเกีย มีเพียง 2 ครั้งเท่านั้น และทั้งสองทีมรับใบเหลืองไปฝ่ายละใบ


credit : www.fourfourtwo.com/th

มิโลวาน ราเยวัช : 'เหรียญที่เราได้รับวันนี้เปรียบเสมือนเหรียญทอง'

การแข่งขันนัดชิงชนะเลิศ คิงส์ คัพ 2018 หรือครั้งที่ 46 จบลงด้วยชัยชนะของสโลวาเกีย ทีมอันดับ 29 ของโลก ห่างจากไทยที่อยู่อันดับ 135 ของโลกกว่า 100 อันดับ แต่ทัพ "ช้างศึก" ภายใต้การคุมทีมของมิโลวาน ราเยวัช เฮดโค้ชชาวเซิร์บกลับเล่นได้อย่างสูสีกับทีมเยือนที่นำโดย มาร์ติน สเคอร์เทล อดีตกองหลังระดับโลกของลิเวอร์พูล ที่ปัจจุบันค้าแข้งกับเฟเนร์บาห์เช่ ในตุรกี

สกอร์ 2 - 3 ที่ทีมชาติไทยแพ้ในเกมนี้ สร้างเสียงชื่นชมให้กับแฟนบอลทั่วประเทศ รวมถึงแฟนบอลกว่า 45,000 คนในสนามราชมังคลากีฬาสถาน

“ผมภูมิใจกับลูกทีมอย่างมาก ที่แสดงออกมาถึงพยายามออกมาตลอดทั้งเกม เมื่อมองไปที่อันดับโลกแล้ว เราเป็นทีมมีอันดับต่ำสุดในการแข่งขันครั้งนี้ คู่ต่อสู้ในเกมนี้ของเรา เล่นได้เร็วและแข็งกร่ง เหรียญที่เราได้รับวันนี้ เปรียบเสมือนเหรียญทองของเรา” มิโล เริ่มกล่าวหลังจบเกม

“ผมคิดว่าเรามีการพัฒนาขึ้นมา ในหลายๆด้าน ทั้งเกมรับ และเกมรุก แต่ที่ผ่านมา เรามีเวลาเตรียมทีมค่อนข้างน้อย อย่างเกมแรก เรามีเวลาเตรียมทีมแค่สองวัน จากนั้นเราได้พักอีกสองเพื่อฟื้นฟูร่างกาย ก่อนลงเล่นนัดชิง แต่หลังจากนี้เราจะมีเวลามากขึ้น”

“แน่นอนว่า ผมภาคภูมิใจกับเหล่านักเตะของเรา แม้ว่าผลการแข่งขันวันนี้เราจะแพ้ แต่เราสามารถสร้างความลำบากให้กับทีมที่มีอันดับโลกห่างกับเราเป็น 100 อันดับ ถือเป็นการต่อสู้ยอดเยี่ยมมาก”

(การแพ้ในเกมนี้ อาจะมีผลต่อการจับสลากเอเชียนคัพ ที่ทำให้เราไปไม่ถึงโถที่ 3) มิโล ตอบว่า “นี่คือความตั้งใจของผม ที่ได้บอกสมาคมฯ ให้หาทีมแข็งแกร่งมาเจอกับเรา มันไม่สำคัญหรอกว่า เราจะอยุ่โถ 3 หรือ โถ 4 เพราะเป้าหมายสำคัญเราอยู่ที่การสร้างผลงานที่ดีในรอบสุดท้าย เอเชียนคัพ” กุนซือจอมแท็คติกกล่าวทิ้งท้าย


credit : www.fourfourtwo.com/th

คำหวานจากยอดแข้ง! 'ชนาธิป' เฉลยบทสนทนากับมิดฟิลด์เซาธ์แฮมป์ตัน

มิดฟิลด์เบอร์ 18 ตัวเก่งทีมชาติไทยให้สัมภาษณ์ถึงความพ่ายแพ้ต่อทีมชาติสโลวาเกีย ที่มีอันดับสูงกว่าไทยถึง 106 อันดับ

ชนาธิป สรงกระสินธ์ กองกลางทีมชาติไทยกล่าวถึงความพ่ายแพ้ต่อทีมชาติสโลวาเกีย ทีมอันดับที่ 29 ของโลกในศึกชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์ คัพ ครั้งที่ 46 ว่า ตัวเขาเอง พร้อมเพื่อนๆ ร่วมทีมเล่นกันได้อย่างดีที่สุด และสุดความสามารถกันทุกคนแล้ว แต่มากกว่าผลแพ้ชนะเกมนี้ คือ ประสบการณ์ที่ได้รับจากนักเตะระดับยุโรป

ไทยแพ้สโลวาเกียแบบชนะใจแฟนบอลท่ามกลางผู้ชม 45,000 คนในสนามราชมังคลากีฬาสถาน โดยหนึ่งในนักเตะที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจนแยน โคซัค กุนซือสโลวักถึงกับเอ่ยปากชม คือ ชนาธิป สรงกระสินธ์ คนนี้

"ความจริงคือเราห่างจากเขาเป็นร้อยอันดับ ทางนั้นเล่นอยู่ในยุโรปแล้ว ส่วนเรายังเล่นในอาเซียนอยู่เลย การได้ประสบการณ์จากเกมแบบนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุดแล้ว ส่วนผลแพ้ชนะเป็นอีกเรื่องนึงมากกว่า" "การไปเล่นในยุโรปเป็นเรื่องของอนาคต ซึ่งผมก็ยังไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร"

ผู้สื่อข่าวสอบถามต่อว่า ชนาธิป ได้พูดคุยอะไรกับ มาริโอ เลอมิน่า มิดฟิลด์ทีมชาติกาบองจากเซาธ์แฮมป์ตัน ชนาธิปตอบว่า "ตอนที่ผมคุยกับเลอมิน่าหลังเกม ผมบอกกับเขาว่าได้ติดตามการเล่นที่เซาธ์แฮมป์ตันอยู่บ้าง แล้วก็บอกว่ารู้จักกับ (มายะ) โยชิดะ เขาบอกว่าผมเป็นนักเตะที่ดีที่สุดเลย และหวังว่าจะได้ไปเล่นที่อังกฤษในอนาคต"


credit : www.fourfourtwo.com/th

กดไลค์ให้เลย! กุนซือสโลวัก บอก 2 แข้งเจลีก "ช้างศึก" โดนใจ

แยน โคซัค หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติ สโลวาเกีย ออกมาแสดงความชื่นชมขุนพลทีมชาติไทย ที่แม้เป็นฝ่ายพ่ายไป 2-3 แต่ทำกลับทำผลงานได้ยอดเยี่ยม พร้อมยกย่อง 2 แข้งตัวเก่งช้างศึกอย่าง ธีรศิลป์ แดงดา และ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ว่าเป็นผู้เล่นที่ดี และมีอนาคตไกล

สโลวาเกีย บุกมาเอาชนะทีมชาติไทย ด้วยสกอร์ 3-2 ครองเป็นแชมป์คิงส์ คัพ สมัยที่สองในรายการนี้ หลังเคยบุกมาคว้าแชมป์ เมื่อปี 2004 โดยเกมนี้ ธีรศิลป์ แดงดา และ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม และมีส่วนสำคัญที่ทำให้ช้างศึกต่อกรกับทีมอันดับ 29 ของโลกได้แบบสูสี

"อยากขอขอบคุณประเทศไทยและชาวไทยที่ได้ดูแลทีมของผมเป็นอย่างดี” กุนซือสโลวัก เริ่มกล่าว

“เราได้แต่ประสบการณ์ดีๆ ดีใจมากที่ได้มาร่วมแข่งขันครั้งนี้ การแข่งขันครั้งนี้เราได้แข่งกับหลายๆชาติในหลายทวีปซึ่งแต่ละทีมก็มีสิ่งที่ดีแตกต่างกันไป เรายังได้เห็นบรรยากาศที่ดี และถือว่าบรรลุเป้าหมายที่เราได้แข่งกับทีมเจ้าภาพ"

"ไทยเป็นคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่ง แม้ว่าเราจะมีนักเตะที่ดีกว่าและอันดับห่างกัน 100 แต่ไทยยังเป็นทีมที่มีน้ำใจนักกีฬา มีใจสู้ แม้ว่าจะถูกนำไป 2-0 แต่ ก็มีการปรับเกมมาสู้ได้ดี ผู้เล่นที่ผมชอบมากที่สุดคือเบอร์ 18 และ เบอร์ 10 ผมคิดว่าเขาเป็นผู้เล่นที่ดีและอนาคตไกล” โคซัค ทิ้งท้าย


credit : www.fourfourtwo.com/th
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่