สวัสดียามเช้าวันจันทร์ วันทำงานวันแรกของสัปดาห์ครับ พี่ๆน้องๆ ชาว ขาS และ ขาL & ชาว Put,Call Option ทุกๆท่าน
เมื่อวานศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนี SET Index เคลื่อนไหวแกว่งตัวในกรอบแคบๆ (1782 – 1799 จุด) ด้วยปัจจัยต่างประเทศ ที่เข้ามากดดันบรรยากาศ
การลงทุน ไม่ว่าจะเป็น การขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ เมื่อค่ำคืนวันที่ 21 มีนาคม ที่ผ่านมา และ การทำสงครามการค้า (Trade War)
ระหว่างสหรัฐอเมริกา กับ ประเทศจีน โดยที่ประธนาธิบดี โดนัล ทรัมป์ ได้ประกาศเก็บภาษีสินค้าที่มาจากจีน และ ทางการจีนก็ตอบโต้
ด้วยเรียกเก็บภาษี ที่นำเข้ามาจากสหรัฐอเมริกา ด้วยเช่นกัน ซึ่งได้ทำให้นักลงทุนเกิดความหวั่นวิตก สะท้อนได้จากดัชนี Dow Jones ที่ปรับตัว
ร่วงลงแรง 2 วัน ร่วงไปแล้ว 1100 จุด แต่อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไทย แทบไม่ได้สะทก สะท้านแม้แต่น้อย ปิดตัวไปที่ระดับ 1794 จุด -4.34 จุด
ดังนั้น วันนี้มาติดตามกันต่อ ดัชนีตลาดหุ้นไทย จะสามารถฟื้นตัวกลับขึ้นไปยืนเหนือ 1800 จุด ได้อีกครั้ง หรือไม่
Fundamental
"เอเชียเช้านี้" ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดตลาดลดลงในวันนี้ หลังจากดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กดิ่งลงอย่างหนักเมื่อวันศุกร์
เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่า สงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐจะกระทบเศรษฐกิจโลก ดัชนีฮั่งเส็งลดลง 42.22 จุด หรือ -0.14% เปิดที่ 30,267.07 จุด
"ฝั่งยุโรป" ตลาดหุ้นยุโรปปิดร่วงลงเป็นวันที่ 3 ติดต่อกันในวันศุกร์ (23 มี.ค.) เนื่องจากความวิตกกังวลที่ว่า สงครามการค้าระหว่างสหรัฐ
และจีนอาจจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก
ดัชนี Stoxx Europe 600 ร่วงลง 3.33 จุด หรือ -0.90% ปิดที่ 365.82 จุด ซึ่งเป็นระดับปิดต่ำสุดในรอบกว่าหนึ่งปี และร่วงลง 3.2% ตลอดทั้งสัปดาห์
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 11,886.31 จุด ร่วงลง 213.77 จุด หรือ -1.77%
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,095.22 จุด ลดลง 71.99 หรือ -1.39%
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,921.94 จุด ลดลง 30.65 จุด หรือ -0.44%
ตลาดหุ้นยุโรปได้รับแรงกดดันจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้า หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ลงนามในคำสั่งประธานาธิบดี
เพื่อเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนวงเงิน 6 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยระบุว่าเป็นการลงโทษจีนที่ได้ขโมยทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัทสหรัฐ
ด้านรัฐบาลจีนตอบโต้ด้วยการประกาศมาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐวงเงิน 3 พันล้านดอลลาร์ โดยพุ่งเป้าเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐจำนวน 128 รายการ
ขณะเดียวกัน นักลงทุนรอดูการประชุมสุดยอดผู้นำสหภาพยุโรปในกรุงบรัสเซลส์ว่าที่ประชุมจะอนุมัติรับรองข้อตกลง Brexit ของอังกฤษหรือไม่ ทั้งนี้
EU และอังกฤษสามารถบรรลุข้อตกลงในการยืดเวลาให้อังกฤษยังคงอยู่ใน EU ต่อไปจนถึงสิ้นปี 2563 แต่จะมีบทบาทและอำนาจที่ลดน้อยลง โดยทั้ง
2 ฝ่ายกำหนดช่วงเวลาในการดำเนินกระบวนการเปลี่ยนผ่านเป็นเวลา 21 เดือนนับตั้งแต่วันที่ 29 มี.ค.2562 จนถึงสิ้นปี 2563 ก่อนที่อังกฤษจะแยกตัว
ออกจาก EU อย่างสมบูรณ์
การกำหนดระยะเวลาในการเปลี่ยนผ่านดังกล่าว มีเป้าหมายเพื่อให้ภาคธุรกิจและพลเมืองทั้งในอังกฤษและ EU มีเวลามากขึ้นในการเตรียมพร้อมสำหรับการแยกตัวของอังกฤษออกจาก EU และจะช่วยให้คณะเจรจาของอังกฤษและ EU มีเวลาในการสรุปการเจรจาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ฝ่าย
ขณะเริ่มปี 2564 โดยเป็นที่คาดการณ์กันในวงกว้างว่าผู้นำชาติยุโรปจะรับรองข้อตกลงดังกล่าว
หุ้นดอยซ์แบงก์ ลดลง 2.9% หุ้นธิสเซ่นครุปป์ กลุ่มอุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่ของเยอรมนี ร่วง 2.93% หุ้นคอนติเนนทอล บริษัทผู้ผลิตยางรถยนต์ ลบ 2.83% หุ้นโฟลค์สวาเกน ลบ 2.70%
หุ้นมิชลิน ผู้ผลิตยางรถยนต์ฝรั่งเศส ร่วง 3.21% หุ้นแซง-โกแบ็ง ผู้ผลิตวัสดุก่อสร้าง ลดลง 2.67%
หุ้นปับลิซีส บริษัทโฆษณารายใหญ่อันดับสามของโลกสัญชาติฝรั่งเศส ปรับตัวขึ้น 0.54% หุ้นอาโทส ผู้ให้บริการดิจิทัล บวก 0.50%
"ฝั่งสหรัฐ" ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 400 จุดเมื่อวันศุกร์ (23 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกเกี่ยวกับสงคราม
การค้าระหว่างสหรัฐและจีน ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก โดยความกังวลดังกล่าวได้บดบังปัจจัยบวกจากยอด
สั่งซื้อสินค้าคงทนที่พุ่งสูงสุดรอบ 8 เดือน รวมถึงการที่สหรัฐเลี่ยงชัตดาวน์ครั้งที่ 3 ในปีนี้ได้ หลังปธน.ทรัมป์ลงนามร่างงบประมาณ 1.3 ล้านล้าน
ดอลลาร์
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ร่วงลง 424.69 จุด หรือ -1.77 ปิดที่ 23,533.20 จุด ซึ่งเป็นระดับปิดต่ำสุดในปีนี้
ดัชนี S&P500 ลดลง 55.43 จุด หรือ -2.10% ปิดที่ 2,588.26 จุด
ดัชนี Nasdaq ลดลง 174.01 จุด หรือ -2.43% ปิดที่ 6,992.67 จุด
สำหรับทั้งสัปดาห์ ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวลดลง 5.7% ดัชนี S&P 500 ร่วง 6% และ Nasdaq ดิ่งลง 6.5% นับเป็นสัปดาห์ที่ทั้งสามดัชนีร่วงหนักสุด
ในรอบกว่าสองปี ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กยังคงได้รับแรงกดดันต่อเนื่องจากเมื่อวันพฤหัสบดีที่นักลงทุนกระหน่ำเทขายจนส่งผลให้ดัชนีดาวโจนส์ปิดร่วงลงไปกว่า 700 จุด ภายหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ลงนามในคำสั่งประธานาธิบดี เพื่อเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนวงเงิน 6 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยระบุว่าเป็นการลงโทษจีนที่ได้ขโมยทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัทสหรัฐ ด้านรัฐบาลจีนตอบโต้ด้วยการประกาศ
มาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐวงเงิน 3 พันล้านดอลลาร์ โดยพุ่งเป้าเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐจำนวน 128 รายการ
ทั้งนี้ ความวิตกกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนได้บดบังปัจจัยอื่นๆในตลาด โดยประธานาธิบดีทรัมป์ได้ลงนามในร่างงบประมาณ 1.3
ล้านล้านดอลลาร์ ภายหลังจากที่วุฒิสภาสหรัฐลงมติอนุมัติร่างกฎหมายงบประมาณดังกล่าวด้วยคะแนนเสียง 65 ต่อ 32 และสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ
ได้ลงมติอนุมัติด้วยคะแนนเสียง 256 ต่อ 167
หากปธน.ทรัมป์ไม่ลงนามในร่างกฎหมายงบประมาณวงเงิน 1.3 ล้านล้านดอลลาร์ก่อนกำหนดเส้นตายในเวลาเที่ยงคืนวันศุกร์ตามเวลาสหรัฐ
หรือตรงกับวันเสาร์เวลา 11.00 น.ตามเวลาไทย สหรัฐก็จะเผชิญกับการปิดหน่วยงานของรัฐ (ชัตดาวน์) เป็นครั้งที่ 3 ในปีนี้
อย่างไรก็ตาม ปธน.ทรัมป์ได้วิพากษ์วิจารณ์กระบวนการเร่งรีบอนุมัติร่างงบประมาณซึ่งมีรายละเอียดมากกว่า 2,200 หน้า แต่เพิ่งมีการแจกจ่าย
เมื่อวันพุธ พร้อมกล่าวว่า เขาจะไม่มีวันลงนามในร่างกฎหมายแบบนี้อีกต่อไป
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานเมื่อวันศุกร์ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐ เช่น เครื่องบิน รถยนต์ และเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป พุ่งขึ้น 3.1% ในเดือนก.พ. ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.ปีที่แล้ว
หลังจากร่วงลง 3.5% ในเดือนม.ค.
การพุ่งขึ้นของยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนได้รับแรงหนุนจากการทะยานขึ้นของคำสั่งซื้อเครื่องบินพาณิชย์
ส่วนยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนพื้นฐาน ซึ่งเป็นคำสั่งซื้อสินค้าทุนที่ไม่รวมเครื่องบิน และสินค้าด้านอาวุธ โดยเป็นสิ่งบ่งชี้แผนการใช้จ่ายของภาคธุรกิจ
พุ่งขึ้น 1.8% ในเดือนก.พ. ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นมากที่สุดในรอบ 5 เดือน และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.8% หลังจากร่วงลง 0.4%
ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายปี ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนพื้นฐานดีดตัวขึ้น 7.4% ในเดือนก.พ. ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ยอดขาย
บ้านใหม่ลดลงเป็นเดือนที่ 3 ในก.พ. โดยร่วงลง 0.6% เมื่อเทียบรายเดือน สู่ระดับ 618,000 ยูนิต หลังจากแตะระดับ 622,000 ยูนิตในเดือนม.ค.
Credit : สำนักข่าวอินโฟวเควสท์
Technical Analysis
SET Index TF Day: ภาพใหญ่ยังคงมุมมองเคลื่อนไหว Sideway ในกรอบ (1760 – 1850 จุด) แต่ในเมื่อวานศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนีได้ย่อตัวลงมา
ที่ระดับ 1780 จุด ซึ่งเป็นแนวรับสำคัญอีกระดับ และท้ายที่สุด ดัชนีก็สามารถฟื้นตัวขึ้นไปได้อย่างแข็งแกร่ง พร้อมกับปิดแท่งเทียนไปแบบ
“Bullish Closing Marubozu” และแนวโน้มวันนี้คาดว่า ดัชนีน่าจะฟื้นตัวกลับขึ้นไปยืนเหนือระดับ 1800 จุด ได้อีกครั้ง //แต่ถ้าหากไม่สามารถ
ผ่านขึ้นไปได้ ก็อาจจะมีย่อตัวหลุดเส้นแนวรับ Uptrend Channel และไถลลงไปทดสอบ Low 1760 อีกครั้ง ก็เป็นได้
S50H18 TF Day: เมื่อวานศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนีได้ร่วงลงไปทดสอบเส้นแนวรับที่สำคัญ ของ “Uptrend Channel” และท้ายที่สุดแล้ว ดัชนีก็สามารถ
ฟื้นตัวขึ้นมาได้พร้อมกับแท่งเทียน “Bullish Meeting Lines” ซึ่งแนวโน้มวันนี้คาดว่า ดัชนีมีโอกาสขึ้นไปทดสอบแนวต้าน 1190 จุด ซึ่งต้องมาดู
กันว่าดัชนีจะสามารถผ่านขึ้นไปได้หรือไม่ หากผ่านขึ้นไปได้ ก็จะเป็นการยืนยันรูปแบบ Continuation ที่เรียกว่า “Bullish Pennant” พร้อมจะกลับไปทดสอบ 1220 จุด อีกครั้ง //แต่ถ้าหากไม่สามารถผ่าน 1190 จุด ขึ้นไปได้ แล้วย่อตัวร่วงกหลุดเส้นแนวรับสำคัญลงไป ก็จะเป็นการยืนยัน “Bearish Pennant” ซึ่งอาจจะมีการ พักฐาน ตามมาก็เป็นได้
S50H18 TF60 Min: มุมมองของภาพใหญ่ ยังคงเป็นขาขึ้นที่แข็งแกร่ง (Strong Uptrend Channel) แม้ว่าเมื่อวานศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนีจะย่อตัวลงไปทดสอบ กรอบแนวรับล่าง ท้ายที่สุดแล้ว ก็สามารถฟื้นตัวขึ้นไปปิด Gap ที่เปิดไว้ในช่วงเช้าได้สำเร็จ และกำลังตั้งท่าขึ้นไปทดสอบ 1190 จุด จุด ซึ่งต้องมาดูกันว่าดัชนีจะสามารถผ่านขึ้นไปได้หรือไม่ หากผ่านขึ้นไปได้ ก็จะเป็นการยืนยันรูปแบบ Continuation ที่เรียกว่า “Bullish Pennant” พร้อมจะกลับไปทดสอบ 1220 จุด อีกครั้ง //แต่ถ้าหากไม่สามารถผ่าน 1190 จุด ขึ้นไปได้ แล้วย่อตัวร่วงกหลุดเส้นแนวรับสำคัญลงไป ก็จะเป็นการยืนยัน “Bearish Pennant” ซึ่งอาจจะมีการ พักฐาน ตามมาก็เป็นได้
Resistance 1181 1185 1188 1190 1195 / 1800 1810 1818 1825
Support 1175 1170 1166 1160 1155 / 1790 1785 1780 1775
*EOD End of day
ผิดพลาดประการใดโปรดชี้แนะ
สำหรับพี่ๆ น้องๆ ที่ เล่น Put,Call Option ครับ ผมอาจจะไม่ ถนัดด้านนี้
แต่ ในกระทู้นี้ รับรองว่ามี จอมขมังเวทย์ Option เยอะครับ เชิญแชร์ iDea เจ๋งๆ เด็ดๆ / หรือข้อสงสัย สอบถามกันตามสบายเลยครับ
กู๊ดมอนิ่ง ชาว ขาS และ ขาL & ชาว Put,Call (26 Mar 18)
สวัสดียามเช้าวันจันทร์ วันทำงานวันแรกของสัปดาห์ครับ พี่ๆน้องๆ ชาว ขาS และ ขาL & ชาว Put,Call Option ทุกๆท่าน
เมื่อวานศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนี SET Index เคลื่อนไหวแกว่งตัวในกรอบแคบๆ (1782 – 1799 จุด) ด้วยปัจจัยต่างประเทศ ที่เข้ามากดดันบรรยากาศ
การลงทุน ไม่ว่าจะเป็น การขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ เมื่อค่ำคืนวันที่ 21 มีนาคม ที่ผ่านมา และ การทำสงครามการค้า (Trade War)
ระหว่างสหรัฐอเมริกา กับ ประเทศจีน โดยที่ประธนาธิบดี โดนัล ทรัมป์ ได้ประกาศเก็บภาษีสินค้าที่มาจากจีน และ ทางการจีนก็ตอบโต้
ด้วยเรียกเก็บภาษี ที่นำเข้ามาจากสหรัฐอเมริกา ด้วยเช่นกัน ซึ่งได้ทำให้นักลงทุนเกิดความหวั่นวิตก สะท้อนได้จากดัชนี Dow Jones ที่ปรับตัว
ร่วงลงแรง 2 วัน ร่วงไปแล้ว 1100 จุด แต่อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไทย แทบไม่ได้สะทก สะท้านแม้แต่น้อย ปิดตัวไปที่ระดับ 1794 จุด -4.34 จุด
ดังนั้น วันนี้มาติดตามกันต่อ ดัชนีตลาดหุ้นไทย จะสามารถฟื้นตัวกลับขึ้นไปยืนเหนือ 1800 จุด ได้อีกครั้ง หรือไม่
Fundamental
"เอเชียเช้านี้" ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดตลาดลดลงในวันนี้ หลังจากดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กดิ่งลงอย่างหนักเมื่อวันศุกร์
เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่า สงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐจะกระทบเศรษฐกิจโลก ดัชนีฮั่งเส็งลดลง 42.22 จุด หรือ -0.14% เปิดที่ 30,267.07 จุด
"ฝั่งยุโรป" ตลาดหุ้นยุโรปปิดร่วงลงเป็นวันที่ 3 ติดต่อกันในวันศุกร์ (23 มี.ค.) เนื่องจากความวิตกกังวลที่ว่า สงครามการค้าระหว่างสหรัฐ
และจีนอาจจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก
ดัชนี Stoxx Europe 600 ร่วงลง 3.33 จุด หรือ -0.90% ปิดที่ 365.82 จุด ซึ่งเป็นระดับปิดต่ำสุดในรอบกว่าหนึ่งปี และร่วงลง 3.2% ตลอดทั้งสัปดาห์
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 11,886.31 จุด ร่วงลง 213.77 จุด หรือ -1.77%
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,095.22 จุด ลดลง 71.99 หรือ -1.39%
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,921.94 จุด ลดลง 30.65 จุด หรือ -0.44%
ตลาดหุ้นยุโรปได้รับแรงกดดันจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้า หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ลงนามในคำสั่งประธานาธิบดี
เพื่อเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนวงเงิน 6 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยระบุว่าเป็นการลงโทษจีนที่ได้ขโมยทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัทสหรัฐ
ด้านรัฐบาลจีนตอบโต้ด้วยการประกาศมาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐวงเงิน 3 พันล้านดอลลาร์ โดยพุ่งเป้าเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐจำนวน 128 รายการ
ขณะเดียวกัน นักลงทุนรอดูการประชุมสุดยอดผู้นำสหภาพยุโรปในกรุงบรัสเซลส์ว่าที่ประชุมจะอนุมัติรับรองข้อตกลง Brexit ของอังกฤษหรือไม่ ทั้งนี้
EU และอังกฤษสามารถบรรลุข้อตกลงในการยืดเวลาให้อังกฤษยังคงอยู่ใน EU ต่อไปจนถึงสิ้นปี 2563 แต่จะมีบทบาทและอำนาจที่ลดน้อยลง โดยทั้ง
2 ฝ่ายกำหนดช่วงเวลาในการดำเนินกระบวนการเปลี่ยนผ่านเป็นเวลา 21 เดือนนับตั้งแต่วันที่ 29 มี.ค.2562 จนถึงสิ้นปี 2563 ก่อนที่อังกฤษจะแยกตัว
ออกจาก EU อย่างสมบูรณ์
การกำหนดระยะเวลาในการเปลี่ยนผ่านดังกล่าว มีเป้าหมายเพื่อให้ภาคธุรกิจและพลเมืองทั้งในอังกฤษและ EU มีเวลามากขึ้นในการเตรียมพร้อมสำหรับการแยกตัวของอังกฤษออกจาก EU และจะช่วยให้คณะเจรจาของอังกฤษและ EU มีเวลาในการสรุปการเจรจาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ฝ่าย
ขณะเริ่มปี 2564 โดยเป็นที่คาดการณ์กันในวงกว้างว่าผู้นำชาติยุโรปจะรับรองข้อตกลงดังกล่าว
หุ้นดอยซ์แบงก์ ลดลง 2.9% หุ้นธิสเซ่นครุปป์ กลุ่มอุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่ของเยอรมนี ร่วง 2.93% หุ้นคอนติเนนทอล บริษัทผู้ผลิตยางรถยนต์ ลบ 2.83% หุ้นโฟลค์สวาเกน ลบ 2.70%
หุ้นมิชลิน ผู้ผลิตยางรถยนต์ฝรั่งเศส ร่วง 3.21% หุ้นแซง-โกแบ็ง ผู้ผลิตวัสดุก่อสร้าง ลดลง 2.67%
หุ้นปับลิซีส บริษัทโฆษณารายใหญ่อันดับสามของโลกสัญชาติฝรั่งเศส ปรับตัวขึ้น 0.54% หุ้นอาโทส ผู้ให้บริการดิจิทัล บวก 0.50%
"ฝั่งสหรัฐ" ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 400 จุดเมื่อวันศุกร์ (23 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกเกี่ยวกับสงคราม
การค้าระหว่างสหรัฐและจีน ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก โดยความกังวลดังกล่าวได้บดบังปัจจัยบวกจากยอด
สั่งซื้อสินค้าคงทนที่พุ่งสูงสุดรอบ 8 เดือน รวมถึงการที่สหรัฐเลี่ยงชัตดาวน์ครั้งที่ 3 ในปีนี้ได้ หลังปธน.ทรัมป์ลงนามร่างงบประมาณ 1.3 ล้านล้าน
ดอลลาร์
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ร่วงลง 424.69 จุด หรือ -1.77 ปิดที่ 23,533.20 จุด ซึ่งเป็นระดับปิดต่ำสุดในปีนี้
ดัชนี S&P500 ลดลง 55.43 จุด หรือ -2.10% ปิดที่ 2,588.26 จุด
ดัชนี Nasdaq ลดลง 174.01 จุด หรือ -2.43% ปิดที่ 6,992.67 จุด
สำหรับทั้งสัปดาห์ ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวลดลง 5.7% ดัชนี S&P 500 ร่วง 6% และ Nasdaq ดิ่งลง 6.5% นับเป็นสัปดาห์ที่ทั้งสามดัชนีร่วงหนักสุด
ในรอบกว่าสองปี ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กยังคงได้รับแรงกดดันต่อเนื่องจากเมื่อวันพฤหัสบดีที่นักลงทุนกระหน่ำเทขายจนส่งผลให้ดัชนีดาวโจนส์ปิดร่วงลงไปกว่า 700 จุด ภายหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ลงนามในคำสั่งประธานาธิบดี เพื่อเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนวงเงิน 6 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยระบุว่าเป็นการลงโทษจีนที่ได้ขโมยทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัทสหรัฐ ด้านรัฐบาลจีนตอบโต้ด้วยการประกาศ
มาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐวงเงิน 3 พันล้านดอลลาร์ โดยพุ่งเป้าเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐจำนวน 128 รายการ
ทั้งนี้ ความวิตกกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนได้บดบังปัจจัยอื่นๆในตลาด โดยประธานาธิบดีทรัมป์ได้ลงนามในร่างงบประมาณ 1.3
ล้านล้านดอลลาร์ ภายหลังจากที่วุฒิสภาสหรัฐลงมติอนุมัติร่างกฎหมายงบประมาณดังกล่าวด้วยคะแนนเสียง 65 ต่อ 32 และสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ
ได้ลงมติอนุมัติด้วยคะแนนเสียง 256 ต่อ 167
หากปธน.ทรัมป์ไม่ลงนามในร่างกฎหมายงบประมาณวงเงิน 1.3 ล้านล้านดอลลาร์ก่อนกำหนดเส้นตายในเวลาเที่ยงคืนวันศุกร์ตามเวลาสหรัฐ
หรือตรงกับวันเสาร์เวลา 11.00 น.ตามเวลาไทย สหรัฐก็จะเผชิญกับการปิดหน่วยงานของรัฐ (ชัตดาวน์) เป็นครั้งที่ 3 ในปีนี้
อย่างไรก็ตาม ปธน.ทรัมป์ได้วิพากษ์วิจารณ์กระบวนการเร่งรีบอนุมัติร่างงบประมาณซึ่งมีรายละเอียดมากกว่า 2,200 หน้า แต่เพิ่งมีการแจกจ่าย
เมื่อวันพุธ พร้อมกล่าวว่า เขาจะไม่มีวันลงนามในร่างกฎหมายแบบนี้อีกต่อไป
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานเมื่อวันศุกร์ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐ เช่น เครื่องบิน รถยนต์ และเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป พุ่งขึ้น 3.1% ในเดือนก.พ. ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.ปีที่แล้ว
หลังจากร่วงลง 3.5% ในเดือนม.ค.
การพุ่งขึ้นของยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนได้รับแรงหนุนจากการทะยานขึ้นของคำสั่งซื้อเครื่องบินพาณิชย์
ส่วนยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนพื้นฐาน ซึ่งเป็นคำสั่งซื้อสินค้าทุนที่ไม่รวมเครื่องบิน และสินค้าด้านอาวุธ โดยเป็นสิ่งบ่งชี้แผนการใช้จ่ายของภาคธุรกิจ
พุ่งขึ้น 1.8% ในเดือนก.พ. ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นมากที่สุดในรอบ 5 เดือน และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.8% หลังจากร่วงลง 0.4%
ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายปี ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนพื้นฐานดีดตัวขึ้น 7.4% ในเดือนก.พ. ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ยอดขาย
บ้านใหม่ลดลงเป็นเดือนที่ 3 ในก.พ. โดยร่วงลง 0.6% เมื่อเทียบรายเดือน สู่ระดับ 618,000 ยูนิต หลังจากแตะระดับ 622,000 ยูนิตในเดือนม.ค.
Credit : สำนักข่าวอินโฟวเควสท์
Technical Analysis
SET Index TF Day: ภาพใหญ่ยังคงมุมมองเคลื่อนไหว Sideway ในกรอบ (1760 – 1850 จุด) แต่ในเมื่อวานศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนีได้ย่อตัวลงมา
ที่ระดับ 1780 จุด ซึ่งเป็นแนวรับสำคัญอีกระดับ และท้ายที่สุด ดัชนีก็สามารถฟื้นตัวขึ้นไปได้อย่างแข็งแกร่ง พร้อมกับปิดแท่งเทียนไปแบบ
“Bullish Closing Marubozu” และแนวโน้มวันนี้คาดว่า ดัชนีน่าจะฟื้นตัวกลับขึ้นไปยืนเหนือระดับ 1800 จุด ได้อีกครั้ง //แต่ถ้าหากไม่สามารถ
ผ่านขึ้นไปได้ ก็อาจจะมีย่อตัวหลุดเส้นแนวรับ Uptrend Channel และไถลลงไปทดสอบ Low 1760 อีกครั้ง ก็เป็นได้
S50H18 TF Day: เมื่อวานศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนีได้ร่วงลงไปทดสอบเส้นแนวรับที่สำคัญ ของ “Uptrend Channel” และท้ายที่สุดแล้ว ดัชนีก็สามารถ
ฟื้นตัวขึ้นมาได้พร้อมกับแท่งเทียน “Bullish Meeting Lines” ซึ่งแนวโน้มวันนี้คาดว่า ดัชนีมีโอกาสขึ้นไปทดสอบแนวต้าน 1190 จุด ซึ่งต้องมาดู
กันว่าดัชนีจะสามารถผ่านขึ้นไปได้หรือไม่ หากผ่านขึ้นไปได้ ก็จะเป็นการยืนยันรูปแบบ Continuation ที่เรียกว่า “Bullish Pennant” พร้อมจะกลับไปทดสอบ 1220 จุด อีกครั้ง //แต่ถ้าหากไม่สามารถผ่าน 1190 จุด ขึ้นไปได้ แล้วย่อตัวร่วงกหลุดเส้นแนวรับสำคัญลงไป ก็จะเป็นการยืนยัน “Bearish Pennant” ซึ่งอาจจะมีการ พักฐาน ตามมาก็เป็นได้
S50H18 TF60 Min: มุมมองของภาพใหญ่ ยังคงเป็นขาขึ้นที่แข็งแกร่ง (Strong Uptrend Channel) แม้ว่าเมื่อวานศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนีจะย่อตัวลงไปทดสอบ กรอบแนวรับล่าง ท้ายที่สุดแล้ว ก็สามารถฟื้นตัวขึ้นไปปิด Gap ที่เปิดไว้ในช่วงเช้าได้สำเร็จ และกำลังตั้งท่าขึ้นไปทดสอบ 1190 จุด จุด ซึ่งต้องมาดูกันว่าดัชนีจะสามารถผ่านขึ้นไปได้หรือไม่ หากผ่านขึ้นไปได้ ก็จะเป็นการยืนยันรูปแบบ Continuation ที่เรียกว่า “Bullish Pennant” พร้อมจะกลับไปทดสอบ 1220 จุด อีกครั้ง //แต่ถ้าหากไม่สามารถผ่าน 1190 จุด ขึ้นไปได้ แล้วย่อตัวร่วงกหลุดเส้นแนวรับสำคัญลงไป ก็จะเป็นการยืนยัน “Bearish Pennant” ซึ่งอาจจะมีการ พักฐาน ตามมาก็เป็นได้
Resistance 1181 1185 1188 1190 1195 / 1800 1810 1818 1825
Support 1175 1170 1166 1160 1155 / 1790 1785 1780 1775
*EOD End of day
ผิดพลาดประการใดโปรดชี้แนะ
สำหรับพี่ๆ น้องๆ ที่ เล่น Put,Call Option ครับ ผมอาจจะไม่ ถนัดด้านนี้
แต่ ในกระทู้นี้ รับรองว่ามี จอมขมังเวทย์ Option เยอะครับ เชิญแชร์ iDea เจ๋งๆ เด็ดๆ / หรือข้อสงสัย สอบถามกันตามสบายเลยครับ