กระทู้นี้จะเน้นในเรื่องของที่พักราคาหลักร้อย ใน อ.ปัว และ อ.เมือง จ.น่าน เป็นหลักค่ะ และมีแถมร้านอาหารอร่อยและราคาถูกด้วย ส่วนเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวนั้นมีคนทำรีวิวเยอะแยะมากมายอยู่แล้วก็ข้าม ๆ ไปเนอะ
ทริปนี้คือการเที่ยวแบคแพคคนเดียวตามประสา โดยเน้นกินอยู่อย่างประหยัดค่ะไปมาเมื่อช่วงต้นปี หลักคือไปวิ่งงานพูคาน่านฟ้าด้วย คือคืนแรกเราเดินทางไปอ.ปัวก่อนเลยค่ะ ความจริงอยากหาที่พักแบบ ดอร์ม แต่หาไม่ได้เลยที่ปัว เลยหาพวกโฮมสเตย์ ที่ไม่ไกลจากวัดภูเก็ต เพราะดูแล้วตัวเองน่าจะเที่ยวแต่แถวนั้นนั่นแหละ พักแค่คืนเดียวคงจะไม่ไหนมาก จนเสิร์ชเจอ ไตลื้อโฮมสเตย์ ดูราคาแล้วไม่แพงมาก มีเบอร์โทรด้วยโทรไปสอบถามแล้วยังต่อรองราคาได้อีก เป็นห้องแอร์ แต่ตอนนั้นไปแม้แต่พัดลมยังไม่เปิดเลยค่ะ หนาวมาก
ตอนลงรถโดยสารมาถึง อ.ปัว กะเดินหาอะไรกินก่อน มาเจอร้านนี้ค่ะ อยู่ใกล้ ๆ ปั๊มเลย ทางไปวัดภูเก็ตพอดี
สั่งเย็นตาโฟกิน อร่อยดีค่ะ สะอาด ราคาปกติ
กินเสร็จขี้เกียจเดินย้อนไปหามอเตอร์ไซด์รับจ้าง เลยเดินหน้าไปเรื่อย ๆ แค่ 3 กิโลเอง วิ่งมากกว่านั้นยังวิ่งได้ เลยเดินจนถึงที่พักเลยค่ะ
ไตลื้อโฮมสเตย์ ตอนโทรไปจองก็โอนเงินไปให้เรียบร้อยค่ะ เพราะเค้าไม่ได้เข้าร่วม agoda booking พวกนี้ค่ะ

ห้องเค้ามีเยอะค่ะ วันนั้นเป็นแขกรายแรก ได้ห้องข้างบันไดชั้นล่าง ที่เห็นประตูปิดอยู่นั่นเลยค่ะ

มาถึงช่วงบ่าย ๆ เห็นว่าที่นี่เค้ามีชุดให้เช่าไทลื้อด้วย เลยคิดว่าขอเช่าจากที่นี่ดีกว่า จะได้ใส่ได้นาน ๆ ดี ได้ความว่าค่าเช่าชุดที่นี่ 150 บาทค่ะ แต่คือได้ใส่เครื่องเต็มทั้งตัว เลยต่อรองเค้าเหลือ 100 บาท เค้าก็ให้ค่ะ แต่งตัวทำผมให้เรียบร้อย เครื่องประดับประโคมใส่ให้เต็มที่ แถมน้า(น้องสาวเจ้าของ) ยังถ่ายรูปให้ พาไปถ่ายรูปตามจุดถ่ายรูปต่าง ๆ ในที่พัก และนั่งมอเตอร์ไซด์พาไปวัดภูเก็ตด้วย นี่ถ้าใครมาถึงเช้าจะใส่ทั้งวันก็ได้ค่ะเค้าบอก เราให้น้าถ่ายรูปให้สักพัก เราก็ขออยู่วัดภูเก็ตต่อและเดินกลับเองค่ะ

วันนั้นใส่ถึงเย็นเลยค่ะ กว่าจะแต่งก็บ่ายสามแล้ว มีเวลาน้อยเลยเที่ยวแค่วัดภูเก็ต ก่อนกลับเจอร้านนี้ค่ะ

คือเป็นร้านขายก๋วยเตี๋ยว ที่มีขนมจีนน้ำเงี๊ยว และส้มตำด้วยค่ะ อยู่ด้านล่าง ถ้าใครลงจากวัดมาเดินเล่นที่ร้านกาแฟก็จะเห็นค่ะ ลืมถ่ายรูปด้านนอกมา ก่อนถึงร้านนี้ก็จะมีโต๊ะตัวเล็ก ๆ ตั้งเป็นแถว เค้าเอาของมาขายเล็ก ๆ น้อย ๆ เราก็ได้น้ำมะพร้าวเพียว ๆ มากิน แล้วก็ซื้อกล้วยฉาบไว้กินเล่นอร่อยมากถุงละ 10 บาทค่ะ ได้อะโวคาโดมา 1 ลูก ให้เค้าผ่าให้เรียบร้อยและขอน้ำผึ้งเค้าด้วยค่ะ เอามาตักกินตอนดึกๆ อ่ะร้านนี้เราก็สั่งน้ำเงี๊ยวเลยค่ะ อร่อยมาก ถั่วงอกแบบธรรมชาติหัวโตๆ ผอม ๆ อร่อยมากเลยค่ะ อิ่มแล้วนะ แต่เวลาเดินทางทีไรอยากกินส้มตำทุกที เลยสั่งส้มตำมากิน อร่อยอีก วันรุ่งขึ้นเลยมากินอีกค่ะ ก่อนเดินทางกลับ สั่งเมนูเดิมเลย ขายถูกด้วยค่ะ ถ้าจำไม่ผิดอย่างละ 30 บาทมั๊งคะ
วันที่2 ตื่นเช้าที่ไตลื้อมีอาหารเช้าเป็นข้าวต้มให้ด้วยค่ะ ก่อนเช็คเอาท์มีเวลาช่วงเช้าเลยขอยืมมอเตอร์ไซด์ของที่พักไปเที่ยวร้านกาแฟชื่อดังค่ะ ตอนแรกไม่ได้กะว่าจะไป เพราะรู้ว่าไปลำบาก แต่เมื่อวานน้าเค้าพูดเชียร์ ตอนเช้าที่เราเดินไปเที่ยวอีกวัดใกล้ ๆ ที่พักอาจารย์เจ้าของเองก็พูดเชียร์ว่าเอารถมอเตอร์ไซด์ไปใช้ได้นะ เราก็เลยค่ะ ยืมก็ยืมค่ะ กลับมาจากวัดสาย ๆ เลยเอามอเตอร์ไซด์ออก
วัดสวนดอก

ตลกเจ้าตัวนี้ค่ะ นั่งชมวิวบนกำแพงตั้งนาน
อาจารย์เจ้าของเค้าใจดีมากค่ะ ตอนกลับจะไปขึ้นรถที่ตัวเมืองปัว อาจารย์เค้าก็ขับรถไปส่งค่ะ เค้าบอกขามาไม่โทรมาก่อนจะได้ไปรับด้วยค่ะ

คืนที่ 2 เดินทางไปพักในตัวเมืองน่าน พักที่นี่คืนแรกค่ะ มีการเปลี่ยนแผน ตอนแรกจะไปนอนโฮมสเตย์บ้านผาขน แต่โทรสอบถามแล้วได้ความว่าอยู่ไกลจากตัวเมืองเยอะและไม่มีรถประจำทางไปเลยต้องเปลี่ยนมานอนในเมือง
ห้องสมุด บ้าน ๆ น่าน ๆ ที่นี่ก็คือ inbox ไปถาม ถึงได้รู้ว่ามีว่างห้องนึงราคาถูกกว่าใน agoda เพราะตอนแรกเช็ค agoda ราคานี้ไม่มี เลยจองแค่1 คืน เพราะ 2 คืนหลังจองไว้ได้ก่อนแล้วอีกที่

เจ้าของบอกว่าอดีตเป็นห้องที่นักเขียนเค้ามาเช่าทีละนาน ๆ มานั่งเขียนหนังสือค่ะ ห้องนี้จะอยู่คนเดียวทั้งบ้านเลย เมื่อร้านกาแฟปิดบริการแล้ว ห้องน้ำอยู่ชั้นล่าง เป็นห้องพัดลม ซึ่งไม่ต้องเปิดอีกแล้วค่ะ หนาวมาก ความจริงแล้วเราเป็นคนขี้กลัวนะคะ อยู่บ้านไม้คนเดียวแบบนี้ แต่ก็เอาค่ะถือว่าฝึกฝนตัวเอง พอถึงเวลากลางคืนจริง ๆ หนาวจนลืมกลัวผีเลยค่ะ

ชอบที่นี่ตรงที่เป็นร้านกาแฟแล้วมีห้องสมุดให้อ่านด้วยนี่แหละค่ะ คืนนั้นกว่าจะนอนก็อาศัยอ่านหนังสือเอาให้ง่วงนี่แหละค่ะ

เค้ามีจักรยานให้ยืมฟรีด้วยค่ะ เลยใช้บริการทั้งตอนเย็นและเช้าอีกวันเลยค่ะ เย็นวันแรกปั่นไปกินหมาล่าที่ร้านอะไรไม่รู้จำชื่อไม่ได้ไม้ละ 5 บาท เห็นตอนนั่งรถโดยสารไปอ.ปัว แต่งร้านสไตล์โบฮีเมี่ยนน่ารักมากค่ะ เลยตลาดตอนเย็นและร้านหมาล่าไม้ละ 10 บาทไปอีกหน่อย

บรรยากาศบนบ้านค่ะ ที่เป็นห้องสมุดและห้องพักข้าง ๆ กันค่ะ
เจอร้านข้าวซอยอร่อยอีกร้านนึงค่ะ เป็นมื้อบ่ายๆ วันนั้น

ข้าวซอยเค้าอร่อยเข้มข้นมากเลยค่ะ ราคา 40 รึยังไงนี่แหละ ป้ายนั้นเค้าบอกว่าเป็นป้ายเก่าค่ะ ต้องดูราคาจากป้ายรายการที่ติดในร้านนะคะ
ถนนเส้นนั้นได้ลองของอร่อย ๆ อีกหลายอย่างค่ะ (เส้นร้านโฮ่ง)

มีเบเกอรี่ร้านนี้ ครั้งแรกแวะเพราะเห็นว่ามีทาร์ตมะพร้าวค่ะ แต่เค้าขายยกชิ้นใหญ่เลย กลัวจะกินไม่ไหวเลยซื้อขนมปังนมสดนี่มากินค่ะ อร่อยมาก แต่วันจะกลับซื้อทาร์ตมะพร้าว ขนมปังนมสด กะขนมปังสังขยามากินที่บ้าน ขนมปังนมสดชนะเลิศเลยค่ะ

มีร้านหมาล่าด้วยค่ะ แต่งร้านสไตล์จีนชื่อก็จีนจ๋าเลย

ไม้ละ 5 บาทเหมือนกัน คนมาซื้อกันเยอะมาก ชอบกินแบบไม้ละ 5 เพราะจะได้กินได้หลากหลายแบบ กินแล้วก็อร่อยแต่ลิ้นไม่ชาเหมือนร้านแรกค่ะ ร้านแรกที่กินชอบมากกว่า

ออกจากร้านหมาล่าเจอนี่อีก

ชอบกินปีกไก่เขย่ามากค่ะ ร้านนี้เค้าทอดได้แป้งกรอบอร่อยด้วย

ซื้อไปนั่งแทะที่ห้อง อิ่มมาก
มื้อเย็นตอนอยู่ในเมือง 2 วันหลัง ก็ไปฝากท้องที่นี่ 2 วันเลยค่ะ วันแรกซื้อที่ตลาด

เค้าจัดขันโตกให้เราซื้ออาหารจากถนนคนเดินมานั่งกินได้ตามสบายเลยค่ะ มี 2 ด้าน ด้านที่มีเวทีดนตรีใหญ่ ๆ คนจะเต็มเร็วมาก แต่อีกด้านก็นั่งได้ค่ะ คนไม่เยอะเท่า เราลองนั่งดู 2 ด้านแล้ว ก็ชอบด้านที่มีดนตรีสดนั่นแหละ
และมีร้านขนมจีนน้ำเงี๊ยวราคาถูกอยู่ติด ๆ กับ ที่พักบ้าน ๆ น่าน ๆ ด้วย ร้านนี้เค้าปิดเสาร์อาทิตย์ค่ะ วันจันทร์ก่อนเรากลับเราไปลองกิน อร่อยมากค่ะ ถูกด้วย ชามละ 20 บาทเอง

และก็มีอีกเจ้านึง ขนมจีนน้ำเงี๊ยว ร้านนี้เราเห็นมีเด็ก ๆ มานั่งกินกันเยอะมาก เป็นร้านอาหารตามสั่ง แต่มีขนมจีนน้ำเงี๊ยวด้วย เลยลองสั่งมากิน อร่อยอีกแล้ว ชามละ 30 บาท

ร้านจะอยู่ตรงข้ามกับวัดที่อยู่ในซอยบ้าน ๆ น่าน ๆ น่ะค่ะ ตรงข้ามร้านจะมีร้านขายของชำ มีน้องหมาที่ชอบนอนอาบแดด เจอกันทุกวันค่ะตัวนี้

เค้าไม่ชอบให้คนแปลกหน้าจับค่ะ แต่ถ้ามีขนมหมาให้นี่นั่งสวัสดีได้เลยค่ะ ยายเค้าลองให้ป้อนเค้าดูเค้าก็นั่งโชว์ไหว้จริง ๆ ค่ะ
ที่พัก 2 คืนหลัง เราพักที่นี่ค่ะ น่านคำนึงโฮมสเตย์

พี่แหม่มเจ้าของที่พักใจดีมากค่ะ เรามาได้คุยกันจริง ๆ เอาวันจะกลับ เพราะตอนกลางวันส่วนใหญ่จะเที่ยวอยู่ข้างนอกค่ะ วันจะกลับเราต้องนั่งรถทัวร์น่านระยองเที่ยวเย็นแน่ะ เลยถามพี่เค้าว่าขอเช็คเอาท์ช้าสุดได้เท่าไหร่คะ พี่แกถามและรู้เวลาว่าจะกลับเย็นมาก แกเช็คห้องแล้วว่างก็ให้อยู่ได้ยันจะขึ้นรถเลยค่ะ แถมตอนจะกลับแกยังพาไปเที่ยววัดเขาน้อยที่เป็นจุดชมวิวบนเขาในเมืองและไปส่งที่ขนส่งให้อีก นี่แหละข้อดีของการพักโฮมสเตย์ ถูกและดีจริง ๆ ถึงจะไม่สะดวกสบายเหมือนมาตรฐานโรงแรม แต่ก็รู้สึกดีทุกครั้งที่ได้พักค่ะ
มีร้านส้มตำแนะนำอีกร้านนึงค่ะ ร้านนี้บังเอิญปั่นจักรยานหาเรื่อยเปื่อยไปจนเจอวัดศรีบุญเรืองที่ตอนวิ่ง วิ่งผ่านแล้วเห็นว่าสวยดี ปั่นจักรยานมาเจอเลยแวะชมหน่อย ตอนจะปั่นกลับเข้าเมือง เห็นตรงก่อนขึ้นสะพานมีร้านส้มตำที่ตามหาค่ะ เลยแวะกิน อร่อยอีกแล้ว แต่วันนั้นไปบ่ายมากแล้วไก่ย่างเลยหมด ได้เป็นเอ็นข้อไก่ทอดมาแทน รสชาติอร่อยแต่แป้งเค้าแข็งมาก เลยบอกเค้าไปแล้วค่ะ เค้าก็อ้าวหรอไม่ได้ชิม ไปกินใหม่น่าจะปรับปรุงแล้วค่ะ แต่ส้มตำอร่อยมาก ราคาไม่แพงด้วยค่ะ
พิกัดที่พักและร้านอาหารที่กล่าวถึง สามารถเสิร์ชหาได้ค่ะ ส่วนร้านอาหารจะสามารถหาเจอได้ง่าย ๆ ค่ะ หลงไปหลงมาก็เจอถนนเมืองน่านแคบมาก
[CR] แนะนำที่พักโฮมสเตย์ ในจ.น่านค่ะ
ทริปนี้คือการเที่ยวแบคแพคคนเดียวตามประสา โดยเน้นกินอยู่อย่างประหยัดค่ะไปมาเมื่อช่วงต้นปี หลักคือไปวิ่งงานพูคาน่านฟ้าด้วย คือคืนแรกเราเดินทางไปอ.ปัวก่อนเลยค่ะ ความจริงอยากหาที่พักแบบ ดอร์ม แต่หาไม่ได้เลยที่ปัว เลยหาพวกโฮมสเตย์ ที่ไม่ไกลจากวัดภูเก็ต เพราะดูแล้วตัวเองน่าจะเที่ยวแต่แถวนั้นนั่นแหละ พักแค่คืนเดียวคงจะไม่ไหนมาก จนเสิร์ชเจอ ไตลื้อโฮมสเตย์ ดูราคาแล้วไม่แพงมาก มีเบอร์โทรด้วยโทรไปสอบถามแล้วยังต่อรองราคาได้อีก เป็นห้องแอร์ แต่ตอนนั้นไปแม้แต่พัดลมยังไม่เปิดเลยค่ะ หนาวมาก
ตอนลงรถโดยสารมาถึง อ.ปัว กะเดินหาอะไรกินก่อน มาเจอร้านนี้ค่ะ อยู่ใกล้ ๆ ปั๊มเลย ทางไปวัดภูเก็ตพอดี
สั่งเย็นตาโฟกิน อร่อยดีค่ะ สะอาด ราคาปกติ
กินเสร็จขี้เกียจเดินย้อนไปหามอเตอร์ไซด์รับจ้าง เลยเดินหน้าไปเรื่อย ๆ แค่ 3 กิโลเอง วิ่งมากกว่านั้นยังวิ่งได้ เลยเดินจนถึงที่พักเลยค่ะ
ไตลื้อโฮมสเตย์ ตอนโทรไปจองก็โอนเงินไปให้เรียบร้อยค่ะ เพราะเค้าไม่ได้เข้าร่วม agoda booking พวกนี้ค่ะ
ห้องเค้ามีเยอะค่ะ วันนั้นเป็นแขกรายแรก ได้ห้องข้างบันไดชั้นล่าง ที่เห็นประตูปิดอยู่นั่นเลยค่ะ
มาถึงช่วงบ่าย ๆ เห็นว่าที่นี่เค้ามีชุดให้เช่าไทลื้อด้วย เลยคิดว่าขอเช่าจากที่นี่ดีกว่า จะได้ใส่ได้นาน ๆ ดี ได้ความว่าค่าเช่าชุดที่นี่ 150 บาทค่ะ แต่คือได้ใส่เครื่องเต็มทั้งตัว เลยต่อรองเค้าเหลือ 100 บาท เค้าก็ให้ค่ะ แต่งตัวทำผมให้เรียบร้อย เครื่องประดับประโคมใส่ให้เต็มที่ แถมน้า(น้องสาวเจ้าของ) ยังถ่ายรูปให้ พาไปถ่ายรูปตามจุดถ่ายรูปต่าง ๆ ในที่พัก และนั่งมอเตอร์ไซด์พาไปวัดภูเก็ตด้วย นี่ถ้าใครมาถึงเช้าจะใส่ทั้งวันก็ได้ค่ะเค้าบอก เราให้น้าถ่ายรูปให้สักพัก เราก็ขออยู่วัดภูเก็ตต่อและเดินกลับเองค่ะ
วันนั้นใส่ถึงเย็นเลยค่ะ กว่าจะแต่งก็บ่ายสามแล้ว มีเวลาน้อยเลยเที่ยวแค่วัดภูเก็ต ก่อนกลับเจอร้านนี้ค่ะ
คือเป็นร้านขายก๋วยเตี๋ยว ที่มีขนมจีนน้ำเงี๊ยว และส้มตำด้วยค่ะ อยู่ด้านล่าง ถ้าใครลงจากวัดมาเดินเล่นที่ร้านกาแฟก็จะเห็นค่ะ ลืมถ่ายรูปด้านนอกมา ก่อนถึงร้านนี้ก็จะมีโต๊ะตัวเล็ก ๆ ตั้งเป็นแถว เค้าเอาของมาขายเล็ก ๆ น้อย ๆ เราก็ได้น้ำมะพร้าวเพียว ๆ มากิน แล้วก็ซื้อกล้วยฉาบไว้กินเล่นอร่อยมากถุงละ 10 บาทค่ะ ได้อะโวคาโดมา 1 ลูก ให้เค้าผ่าให้เรียบร้อยและขอน้ำผึ้งเค้าด้วยค่ะ เอามาตักกินตอนดึกๆ อ่ะร้านนี้เราก็สั่งน้ำเงี๊ยวเลยค่ะ อร่อยมาก ถั่วงอกแบบธรรมชาติหัวโตๆ ผอม ๆ อร่อยมากเลยค่ะ อิ่มแล้วนะ แต่เวลาเดินทางทีไรอยากกินส้มตำทุกที เลยสั่งส้มตำมากิน อร่อยอีก วันรุ่งขึ้นเลยมากินอีกค่ะ ก่อนเดินทางกลับ สั่งเมนูเดิมเลย ขายถูกด้วยค่ะ ถ้าจำไม่ผิดอย่างละ 30 บาทมั๊งคะ
วันที่2 ตื่นเช้าที่ไตลื้อมีอาหารเช้าเป็นข้าวต้มให้ด้วยค่ะ ก่อนเช็คเอาท์มีเวลาช่วงเช้าเลยขอยืมมอเตอร์ไซด์ของที่พักไปเที่ยวร้านกาแฟชื่อดังค่ะ ตอนแรกไม่ได้กะว่าจะไป เพราะรู้ว่าไปลำบาก แต่เมื่อวานน้าเค้าพูดเชียร์ ตอนเช้าที่เราเดินไปเที่ยวอีกวัดใกล้ ๆ ที่พักอาจารย์เจ้าของเองก็พูดเชียร์ว่าเอารถมอเตอร์ไซด์ไปใช้ได้นะ เราก็เลยค่ะ ยืมก็ยืมค่ะ กลับมาจากวัดสาย ๆ เลยเอามอเตอร์ไซด์ออก
วัดสวนดอก
ตลกเจ้าตัวนี้ค่ะ นั่งชมวิวบนกำแพงตั้งนาน
อาจารย์เจ้าของเค้าใจดีมากค่ะ ตอนกลับจะไปขึ้นรถที่ตัวเมืองปัว อาจารย์เค้าก็ขับรถไปส่งค่ะ เค้าบอกขามาไม่โทรมาก่อนจะได้ไปรับด้วยค่ะ
คืนที่ 2 เดินทางไปพักในตัวเมืองน่าน พักที่นี่คืนแรกค่ะ มีการเปลี่ยนแผน ตอนแรกจะไปนอนโฮมสเตย์บ้านผาขน แต่โทรสอบถามแล้วได้ความว่าอยู่ไกลจากตัวเมืองเยอะและไม่มีรถประจำทางไปเลยต้องเปลี่ยนมานอนในเมือง
ห้องสมุด บ้าน ๆ น่าน ๆ ที่นี่ก็คือ inbox ไปถาม ถึงได้รู้ว่ามีว่างห้องนึงราคาถูกกว่าใน agoda เพราะตอนแรกเช็ค agoda ราคานี้ไม่มี เลยจองแค่1 คืน เพราะ 2 คืนหลังจองไว้ได้ก่อนแล้วอีกที่
เจ้าของบอกว่าอดีตเป็นห้องที่นักเขียนเค้ามาเช่าทีละนาน ๆ มานั่งเขียนหนังสือค่ะ ห้องนี้จะอยู่คนเดียวทั้งบ้านเลย เมื่อร้านกาแฟปิดบริการแล้ว ห้องน้ำอยู่ชั้นล่าง เป็นห้องพัดลม ซึ่งไม่ต้องเปิดอีกแล้วค่ะ หนาวมาก ความจริงแล้วเราเป็นคนขี้กลัวนะคะ อยู่บ้านไม้คนเดียวแบบนี้ แต่ก็เอาค่ะถือว่าฝึกฝนตัวเอง พอถึงเวลากลางคืนจริง ๆ หนาวจนลืมกลัวผีเลยค่ะ
ชอบที่นี่ตรงที่เป็นร้านกาแฟแล้วมีห้องสมุดให้อ่านด้วยนี่แหละค่ะ คืนนั้นกว่าจะนอนก็อาศัยอ่านหนังสือเอาให้ง่วงนี่แหละค่ะ
เค้ามีจักรยานให้ยืมฟรีด้วยค่ะ เลยใช้บริการทั้งตอนเย็นและเช้าอีกวันเลยค่ะ เย็นวันแรกปั่นไปกินหมาล่าที่ร้านอะไรไม่รู้จำชื่อไม่ได้ไม้ละ 5 บาท เห็นตอนนั่งรถโดยสารไปอ.ปัว แต่งร้านสไตล์โบฮีเมี่ยนน่ารักมากค่ะ เลยตลาดตอนเย็นและร้านหมาล่าไม้ละ 10 บาทไปอีกหน่อย
บรรยากาศบนบ้านค่ะ ที่เป็นห้องสมุดและห้องพักข้าง ๆ กันค่ะ
เจอร้านข้าวซอยอร่อยอีกร้านนึงค่ะ เป็นมื้อบ่ายๆ วันนั้น
ข้าวซอยเค้าอร่อยเข้มข้นมากเลยค่ะ ราคา 40 รึยังไงนี่แหละ ป้ายนั้นเค้าบอกว่าเป็นป้ายเก่าค่ะ ต้องดูราคาจากป้ายรายการที่ติดในร้านนะคะ
ถนนเส้นนั้นได้ลองของอร่อย ๆ อีกหลายอย่างค่ะ (เส้นร้านโฮ่ง)
มีเบเกอรี่ร้านนี้ ครั้งแรกแวะเพราะเห็นว่ามีทาร์ตมะพร้าวค่ะ แต่เค้าขายยกชิ้นใหญ่เลย กลัวจะกินไม่ไหวเลยซื้อขนมปังนมสดนี่มากินค่ะ อร่อยมาก แต่วันจะกลับซื้อทาร์ตมะพร้าว ขนมปังนมสด กะขนมปังสังขยามากินที่บ้าน ขนมปังนมสดชนะเลิศเลยค่ะ
มีร้านหมาล่าด้วยค่ะ แต่งร้านสไตล์จีนชื่อก็จีนจ๋าเลย
ไม้ละ 5 บาทเหมือนกัน คนมาซื้อกันเยอะมาก ชอบกินแบบไม้ละ 5 เพราะจะได้กินได้หลากหลายแบบ กินแล้วก็อร่อยแต่ลิ้นไม่ชาเหมือนร้านแรกค่ะ ร้านแรกที่กินชอบมากกว่า
ออกจากร้านหมาล่าเจอนี่อีก
ชอบกินปีกไก่เขย่ามากค่ะ ร้านนี้เค้าทอดได้แป้งกรอบอร่อยด้วย
ซื้อไปนั่งแทะที่ห้อง อิ่มมาก
มื้อเย็นตอนอยู่ในเมือง 2 วันหลัง ก็ไปฝากท้องที่นี่ 2 วันเลยค่ะ วันแรกซื้อที่ตลาด
เค้าจัดขันโตกให้เราซื้ออาหารจากถนนคนเดินมานั่งกินได้ตามสบายเลยค่ะ มี 2 ด้าน ด้านที่มีเวทีดนตรีใหญ่ ๆ คนจะเต็มเร็วมาก แต่อีกด้านก็นั่งได้ค่ะ คนไม่เยอะเท่า เราลองนั่งดู 2 ด้านแล้ว ก็ชอบด้านที่มีดนตรีสดนั่นแหละ
และมีร้านขนมจีนน้ำเงี๊ยวราคาถูกอยู่ติด ๆ กับ ที่พักบ้าน ๆ น่าน ๆ ด้วย ร้านนี้เค้าปิดเสาร์อาทิตย์ค่ะ วันจันทร์ก่อนเรากลับเราไปลองกิน อร่อยมากค่ะ ถูกด้วย ชามละ 20 บาทเอง
และก็มีอีกเจ้านึง ขนมจีนน้ำเงี๊ยว ร้านนี้เราเห็นมีเด็ก ๆ มานั่งกินกันเยอะมาก เป็นร้านอาหารตามสั่ง แต่มีขนมจีนน้ำเงี๊ยวด้วย เลยลองสั่งมากิน อร่อยอีกแล้ว ชามละ 30 บาท
ร้านจะอยู่ตรงข้ามกับวัดที่อยู่ในซอยบ้าน ๆ น่าน ๆ น่ะค่ะ ตรงข้ามร้านจะมีร้านขายของชำ มีน้องหมาที่ชอบนอนอาบแดด เจอกันทุกวันค่ะตัวนี้
เค้าไม่ชอบให้คนแปลกหน้าจับค่ะ แต่ถ้ามีขนมหมาให้นี่นั่งสวัสดีได้เลยค่ะ ยายเค้าลองให้ป้อนเค้าดูเค้าก็นั่งโชว์ไหว้จริง ๆ ค่ะ
ที่พัก 2 คืนหลัง เราพักที่นี่ค่ะ น่านคำนึงโฮมสเตย์
พี่แหม่มเจ้าของที่พักใจดีมากค่ะ เรามาได้คุยกันจริง ๆ เอาวันจะกลับ เพราะตอนกลางวันส่วนใหญ่จะเที่ยวอยู่ข้างนอกค่ะ วันจะกลับเราต้องนั่งรถทัวร์น่านระยองเที่ยวเย็นแน่ะ เลยถามพี่เค้าว่าขอเช็คเอาท์ช้าสุดได้เท่าไหร่คะ พี่แกถามและรู้เวลาว่าจะกลับเย็นมาก แกเช็คห้องแล้วว่างก็ให้อยู่ได้ยันจะขึ้นรถเลยค่ะ แถมตอนจะกลับแกยังพาไปเที่ยววัดเขาน้อยที่เป็นจุดชมวิวบนเขาในเมืองและไปส่งที่ขนส่งให้อีก นี่แหละข้อดีของการพักโฮมสเตย์ ถูกและดีจริง ๆ ถึงจะไม่สะดวกสบายเหมือนมาตรฐานโรงแรม แต่ก็รู้สึกดีทุกครั้งที่ได้พักค่ะ
มีร้านส้มตำแนะนำอีกร้านนึงค่ะ ร้านนี้บังเอิญปั่นจักรยานหาเรื่อยเปื่อยไปจนเจอวัดศรีบุญเรืองที่ตอนวิ่ง วิ่งผ่านแล้วเห็นว่าสวยดี ปั่นจักรยานมาเจอเลยแวะชมหน่อย ตอนจะปั่นกลับเข้าเมือง เห็นตรงก่อนขึ้นสะพานมีร้านส้มตำที่ตามหาค่ะ เลยแวะกิน อร่อยอีกแล้ว แต่วันนั้นไปบ่ายมากแล้วไก่ย่างเลยหมด ได้เป็นเอ็นข้อไก่ทอดมาแทน รสชาติอร่อยแต่แป้งเค้าแข็งมาก เลยบอกเค้าไปแล้วค่ะ เค้าก็อ้าวหรอไม่ได้ชิม ไปกินใหม่น่าจะปรับปรุงแล้วค่ะ แต่ส้มตำอร่อยมาก ราคาไม่แพงด้วยค่ะ
พิกัดที่พักและร้านอาหารที่กล่าวถึง สามารถเสิร์ชหาได้ค่ะ ส่วนร้านอาหารจะสามารถหาเจอได้ง่าย ๆ ค่ะ หลงไปหลงมาก็เจอถนนเมืองน่านแคบมาก