ในเมื่อมีค่ายที่จ่ายค่าคลื่นตามกรอบเวลาไม่ไหว
นั่นคือการประมูลที่ผิดกติกา ซึ่งก็ต้องหาทางออก และการหาทางออกที่ดีสุดและเป็นประโยชน์แก่ทุกฝ่าย ด้วยการยืดเวลาจ่ายค่าคลื่น 900 แน่ใจแล้วหรือว่ามันคือทางออกที่ดีที่สุด
มีนักวิชาการใหญ่คัดค้านการใช้ ม.44 ยืดเวลาจ่ายค่าคลื่น 900 เพราะเปรียบเสมือนการเลือกปฏิบัติ เอื้อประโยชน์ต่อฝ่ายหนึ่ง ไม่ยุติธรรม ต่อผู้ไม่ชนะการประมูล ซ้ำการใช้มาตรา 44 ต่อธุรกิจใหญ่ ยังมีผลการลดความน่าเชื่อถือการลงทุนในประเทศด้วย
http://www.springnews.co.th/view/218394
อีกอย่างหนึ่งไม่มีอะไรการันตีได้ว่า ค่ายที่ขอยืดเวลาจ่ายค่าคลื่น 900 จะสามารถจ่ายค่าคลื่นได้ตามกรอบเวลาที่ยืดจริงหรือไม่
ถ้าจ่ายไม่ได้ขึ้นมา ใครจะรับผิดชอบความเสียหายต่อรัฐเล่า ให้ผู้ที่ออกนโยบายขยายเวลาจ่ายค่าคลื่น 900 ออกมารับผิดชอบเงินจำนวนหลักหมื่นล้านมั้ย
เพราะฉะนั้นก็ควรหาทางออกให้ดี ไม่ใช่หาทางออกแบบไม่คิดหน้าคิดหลัง หนำซ้ำยังมีความคิดขยายเวลาจ่ายค่าคลื่น 900 เพื่อให้ค่ายต่างๆเกิดความคล่องตัวในการประมูลปี 61 อีก มันไม่เป็นการเห็นแก่เงินเกินไปหรือ
หนี้เก่าก็ยังไม่หมด ยังจะให้ก่อหนี้ใหม่ ด้วยความฝันว่า จะได้เงินก้อนใหญ่อีกก้อนหนึ่ง
http://www.magawn19.com/2018/03/dtac-2561-ais-true-2561_63.html?m=1
ทำไมไม่ฝันบ้างว่าจะเกิดหนี้เป็นดินพอกหางหมูแก่ภาครัฐ เป็นปัญหาไปเรื่อยๆไม่รู้จักจบสิ้น
ทางออกของปัญหาที่สดใสกว่าคือการคืนใบอนุญาตคลื่น 900 มาให้แก่ภาครัฐได้กลับมาประมูลใหม่ ได้เงินมากเท่าไรก็เท่านั้น ไม่ใช่เพ้อฝันจะเอาเงินลมๆอย่างเคยวาดฝันไว้
แล้วเปลี่ยนกติกาว่าให้จ่าย 50% ของมูลค่าคลื่นในงวดแรกของการประมูล เหมือนคลื่น 1800
ส่วนการแก้ไขเมื่อค่ายบอกว่าลูกค้าจะมีปัญหาการใช้บริการเมื่อไม่มีคลื่น 900 ก็คือให้เร่งติดตั้งเสา 4G 1800 ไปในพื้นที่ต่างๆให้ได้มากที่สุด เพื่อชดเชยการบริการคลื่น 900 เสียไป โดยให้เวลาการติดตั้งไปใน 1 ปี แล้วจึงคืนคลื่น 900 แก่ภาครัฐไป
ระหว่างยืดเวลาจ่ายค่าคลื่น 900 กับคืนใบอนุญาตคลื่น 900 อย่างไหนเป็นทางออกที่ดีกว่ากัน
นั่นคือการประมูลที่ผิดกติกา ซึ่งก็ต้องหาทางออก และการหาทางออกที่ดีสุดและเป็นประโยชน์แก่ทุกฝ่าย ด้วยการยืดเวลาจ่ายค่าคลื่น 900 แน่ใจแล้วหรือว่ามันคือทางออกที่ดีที่สุด
มีนักวิชาการใหญ่คัดค้านการใช้ ม.44 ยืดเวลาจ่ายค่าคลื่น 900 เพราะเปรียบเสมือนการเลือกปฏิบัติ เอื้อประโยชน์ต่อฝ่ายหนึ่ง ไม่ยุติธรรม ต่อผู้ไม่ชนะการประมูล ซ้ำการใช้มาตรา 44 ต่อธุรกิจใหญ่ ยังมีผลการลดความน่าเชื่อถือการลงทุนในประเทศด้วย http://www.springnews.co.th/view/218394
อีกอย่างหนึ่งไม่มีอะไรการันตีได้ว่า ค่ายที่ขอยืดเวลาจ่ายค่าคลื่น 900 จะสามารถจ่ายค่าคลื่นได้ตามกรอบเวลาที่ยืดจริงหรือไม่
ถ้าจ่ายไม่ได้ขึ้นมา ใครจะรับผิดชอบความเสียหายต่อรัฐเล่า ให้ผู้ที่ออกนโยบายขยายเวลาจ่ายค่าคลื่น 900 ออกมารับผิดชอบเงินจำนวนหลักหมื่นล้านมั้ย
เพราะฉะนั้นก็ควรหาทางออกให้ดี ไม่ใช่หาทางออกแบบไม่คิดหน้าคิดหลัง หนำซ้ำยังมีความคิดขยายเวลาจ่ายค่าคลื่น 900 เพื่อให้ค่ายต่างๆเกิดความคล่องตัวในการประมูลปี 61 อีก มันไม่เป็นการเห็นแก่เงินเกินไปหรือ
หนี้เก่าก็ยังไม่หมด ยังจะให้ก่อหนี้ใหม่ ด้วยความฝันว่า จะได้เงินก้อนใหญ่อีกก้อนหนึ่ง
http://www.magawn19.com/2018/03/dtac-2561-ais-true-2561_63.html?m=1
ทำไมไม่ฝันบ้างว่าจะเกิดหนี้เป็นดินพอกหางหมูแก่ภาครัฐ เป็นปัญหาไปเรื่อยๆไม่รู้จักจบสิ้น
ทางออกของปัญหาที่สดใสกว่าคือการคืนใบอนุญาตคลื่น 900 มาให้แก่ภาครัฐได้กลับมาประมูลใหม่ ได้เงินมากเท่าไรก็เท่านั้น ไม่ใช่เพ้อฝันจะเอาเงินลมๆอย่างเคยวาดฝันไว้
แล้วเปลี่ยนกติกาว่าให้จ่าย 50% ของมูลค่าคลื่นในงวดแรกของการประมูล เหมือนคลื่น 1800
ส่วนการแก้ไขเมื่อค่ายบอกว่าลูกค้าจะมีปัญหาการใช้บริการเมื่อไม่มีคลื่น 900 ก็คือให้เร่งติดตั้งเสา 4G 1800 ไปในพื้นที่ต่างๆให้ได้มากที่สุด เพื่อชดเชยการบริการคลื่น 900 เสียไป โดยให้เวลาการติดตั้งไปใน 1 ปี แล้วจึงคืนคลื่น 900 แก่ภาครัฐไป