ทดสอบความรู้และผลของการปฏิบัติด้วย " การป่วย "

กระทู้สนทนา
ก่อนหน้ามีกระทู้เกี่ยวกับ จิตก่อนตาย แล้วผมได้เข้าไปคอมเม้นท์เอาไว้เกี่ยวกับเรื่องการป่วยนี้ พอมานึกดูอีกทีน่าจะมีประโยชน์แก่พี่ๆเพื่อนๆ ตอนแรกก็คิดอยู่นานว่าจะโพสต์ดีมั้ยเพราะความรู้ตัวเองยังเท่าหางอึ่งกลัวผิด แต่พอคิดอีกทีเอาไงเอากันถ้าผิดเราก็น้อบรับ แต่ถ้าสิ่งที่ผมนำมาแชร์นี้ถ้ามีคนสักหนึ่งคนลองไปทำดูถือว่าประสบผลสำเร็จแล้วครับ

คำสอนนี้ผมได้มาจากพระรูปหนึ่งที่ผมเคารพ (ผมเคารพพระทุกรูป) โดยก่อนหน้านี้ผมมีความคิดอยู่ในใจเสมอว่าสิ่งที่เราศึกษาในพระพุทธศาสนานี้จริงๆแล้วเราเอาไปใช้อะไร ใช้ยังไง ใช้ตอนใหน ใช้อย่างไรกับความรู้ที่เรามี ไม่ว่าจะเป็นความรู้ทาง สมถะ วิปัสนา สติปัฏฐาน ฯลฯ พอจะมีอะไรเป็นตัววัดความรู้นี้มั้ยว่าเรารู้จริงหรือเปล่า หรือเข้าทำนองความรู้ท่วมหัวแต่เอาตัวไม่รอด (พูดกับตัวเองนะครับ) โดยตัวผมเองนั้นคิดว่าพอมีความรู้ในระดับนึง

ปกติผมชอบอ่านคำสอนของพระต่างๆโดยไม่เลือก ง่ายๆคืออ่านหมด เพราะผมอ่านพระไตรปิฎกไม่ค่อยเข้าใจ จนมาเจอคำสอนหนึ่ง (จากรูปที่บอกไว้ตอนต้น) บอกว่า ถ้าอยากวัดความรู้ที่เรามีจงใช้ " ตอนป่วย" เป็นตัววัดเพราะสภาพใกล้เคียงตอนตายมากที่สุด ยิ่งป่วยหนักเท่าไหร่ยิ่งดีเพราะจะยิ่งเหมือนตอนใกล้ตายมากที่สุด ร่างกายจะหนัก ทุกขเวทนาจะถาโถมเข้ามา จิตคิดโน่น นี่ นั่น สารพัด และความรู้ที่เรามีกันที่ศึกษากัน ปฏิบัติกันนั้นจริงๆแล้วท้ายที่สุดต้องเอาไปใช้ตอนตาย และต้องใช้ทุกคน  อ่านจบผมชอบมาก จำไว้ในใจอยู่ตลอด

จากนั้นผมก็ใช้ชีวิตปกติ ศึกษา อ่าน ปฏิบัติตามคำสอนต่างๆที่สนใจจนมีความคิดว่าเราก็ใช้ได้ในระดับนึง(มารู้ทีหลังว่าไอ้ความคิดตัวนี้เป็นกิเลสตัว มานะ )
จนในที่สุดวันที่รอคอยก็มาถึงคือ ป่วย นอนซมอยู่ 3 วัน มีอาการปวดหัว ตัวร้อน แสบคอ ในขณะที่นอนอยู่นึกถึงคำสอนนี้ขึ้นมาได้ ก็เอาเลยครับไม่รอช้า
เพราะตอนนั้นมีความรู้เรื่องสมาธิอยู่พอสมควร ผลที่ออก อิอิอิ ไม่ต้องสืบ ไม่รอด จอดสนิท ทรงอารมณ์ไม่ได้เลยครับ ทั้ง 3 วัน  ป่วยครั้งแรกสอบตก 0 เต็ม 10

ต่อมาป่วยอีกผมก็ทำเหมือนเดิม เพิ่มเติมด้วยวิปัสนา ผลออกมาเหมือนเดิม ไม่รอด จอดสนิท แถมได้ฟุ้งกระจายเพิ่ม ป่วยครั้งที่สองก็ยังสอบตกเก็บคะแนน 0 เต็ม 10 ไปนอนกอดเช่นเดิมเหมือนครั้งแรก

พอหายป่วยกลับมานั่งคิด ตอนเราตายจริงๆมันจะมีโอกาสให้เราแก้ตัวเหมือนตอนป่วยไหม ตอนเราป่วยเราหายได้ เริ่มใหม่ได้ แต่ตอนตายไม่ได้แน่ ตายแล้วตายเลยถ้าเราคุมอะไรไม่ได้เสร็จแน่นอน สิ่งที่เรียนมา รู้มา ที่ว่าตัวเราเองเก่งนั่น นี่ สุดท้ายก็เป็นอย่างที่คิดตอนแรกจริงๆ คือความรู้ท่วมหัวแต่เอาตัวไม่รอด ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปอีกเรื่อยๆ คำเดียว แย่ ขนาดตอนป่วยยังทำอะไรไม่ได้สักอย่าง ก็ไม่ต้องพูดถึงตอนตายเพราะตอนนั้นมีโอกาสครั้งเดียว

หลังจากคิดได้ดังนั้นผมเน้นปฏิบัติอย่างเดียวเลยครับ ต้องเอาชนะความป่วยนี้ให้ได้ เมื่อป่วยครั้งใด ก็ดีใจแร๊ะว่าโอกาสทำข้อสอบมาอีกแล้ว จากแรกๆไม่ได้เลย พอทำมาเรื่อยๆๆๆ เริ่มดีขึ้นไม่ติด 0 เริ่มได้คะแนนบ้างเล็กน้อย สามารถคุมอารมณ์ได้อย่างที่ตั้งใจไว้ จนกระทั่งปัจจุบันนี้ผมยังทำอยู่เป็นปกติ ป่วยเมื่อไหร่ยิ้มอย่างเดียว ถามตัวเองเรามีอะไรก้าวหน้าบ้าง หรือ เท่าเดิม หรือ แย่ลง ป่วยครั้งนี้มาลองดู

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคงพอมีประโยชน์นะครับ เขียนจากประสบการณ์ส่วนตัวอาจใช้ภาษาบ้านๆไปบ้าง ถ้าใครสนใจนำไปใช้กับตัวเองได้ครับ

ปล.ใครมีประสบการณ์อะไรมาสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้กันครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่