since 311053 and always

มีไม่กี่ทางที่เราจะมีโอกาสพูดทุกอย่างเพื่อระบายความในใจ 
นี่เป็นกระทู้แรกของเราที่อยากเล่า และระบายความรู้สึกกับคนคนหนึ่ง ถ้าทำให้ใครรำคาญเราขอโทษด้วยค่ะ

เราเคยคบกับแฟนคนนี้มาแล้ว1ครั้ง มันนานมามากแล้วตั้งแต่ปลายปี2553 หลังจากครบรอบ1ปีไม่นาน เขาก็บอกเลิกเรา เขาย้ายไปเรียนต่อที่อื่น หลังจากเลิกกันไปกว่าเราจะยอมรับและทำใจได้ก็นานเหมือนกัน เขาได้หายไปจากชีวิตเราไปเลยเป็นเวลาสองปีกว่าๆ แล้ววันหนึ่งเขาก็ทักมาอีกครั้งตอนปลายปี2556 ว่า “จำเราได้มั้ย” แน่นอนเราไม่เคยลืมเขาเลย เราตัดสินใจอยู่นานกว่าจะตอบไป และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เรากลับมาคุย และคบกันอีกครั้งในปี2557 

           2ปีแรกที่คบกัน ความรักของเราเป็นไปด้วยดี เรายังมีอะไรที่ยังต้องปรับเข้าหากัน เขาดีกับเรามาก แต่เราแย่เองที่ชอบไปงี่เง่าใส่เขา บางครั้งก็ทะเลาะกันรุนแรง แต่เราก็กลับมาคุยกันทุกครั้ง 
           ปีที่3ที่คบกัน เราสองคนโตขึ้นมาก เราเข้าใจกัน น้อยครั้งที่จะทะเลาะกัน ในปีนี้เขาป่วยหนัก และมีอาการซึมเศร้า เราต้องพยายามอดทน เปลี่ยนตัวเองโดยการไม่งี่เง่า ไม่หงุดหงิดใส่เขา และพยายามเข้าใจเขาทุกอย่าง เขาเรียนหนักมาก และมีอาการป่วย ทำให้เราไม่ค่อยมีเวลาคุยกัน บางครั้งคุยกันก็ทะเลาะบ้าง
 แต่ไม่รุนแรง ช่วงนั้นเรายังเจอกัน ความรู้สึกที่เรามีต่อเค้าก็ยังเหมือนเดิม
           ต้นปี2561 แฟนของเราได้เข้ารับการผ่าตัด และต้องพักฟื้นเป็นเวลานาน ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงที่แย่มากสำหรับเรา แพทย์เจ้าของไข้เป็นคนแจ้งข่าวและอาการของแฟน แพทย์พูดกับเราว่า การผ่าตัดเส้นเลือดในสมองอาจทำให้แฟนเราเสียชีวิต เป็นอัมพาต ปัญญาอ่อน จำอะไรไม่ได้เลย หรือเสียความทรงจำบางส่วน  ระหว่างที่รอ เราเครียดและคิดเรื่องเขาทุกวัน  
            วันหนึ่งแพทย์เจ้าของไข้พูดกับเราประมาณว่า ถ้าแฟนเราฟื้นมา ขอให้เราบอกเลิกแฟน ขอให้เป็นเพื่อนกัน เพราะแฟนมีความเครียดเรื่องเราและไม่ยอมเลิกกับเราตามที่แพทย์แนะนำ (เรากับแฟนทะเลาะกันในช่วงก่อนเข้ารับการผ่าตัด) เวลาที่แฟนเข้าพบจิตแพทย์ทุกครั้งที่เขาพูดจะมีชื่อเราเสมอ 
คำที่แพทย์พูดกับเรามันเป็นคำพูดที่ทำให้เราจุกมากๆ แต่เราก็พูดไปว่า ไม่ว่าจะยังไงเราจะไม่เลิก เราไม่คิดว่าจะต้องเลิกกับแฟนเพราะคำพูดของคนอื่น
           ประมาณสองสัปดาห์หลังผ่าตัดแฟนเราก็ฟื้น เขายังจำเราได้ แต่ก็มีบางอย่างที่ผิดปกติ เขายังต้องรักษาตัวต่อที่รพ. อยู่ในห้องที่เราเข้าไปเยี่ยมไม่ได้ ใน1วันแฟนเราจะต้องตรวจร่างกายหลายๆอย่าง แล้วก็อ่านหนังสือ มันทำให้เราไม่ค่อยได้คุยกันเลย ข้อความที่เราเคยคุยกัน ช่วงนั้นมีแค่คำว่าฝันดี เราน้อยใจ รู้สึกว่าเขาใส่ใจเราน้อยลง แต่เราก็ยังพยายามพูดให้กำลังใจเขาเสมอ 
แล้ววันหนึ่งแพทย์เจ้าของไข้ก็พูดอีกครั้งว่าแฟนเราเครียดกับเรื่องเรียน เพราะขาดเรียนไปเยอะ ทำให้ต้องตามสอบและเรียนเพิ่ม และเราเป็นคนที่ทำให้แฟนมีความเครียด (เราพูดกับแฟนบ่อยครั้งว่าไม่มีเวลาให้เรา เรารู้ว่าเขาป่วยแต่เราก็ต้องการเวลาบ้าง นั่นเป็นความงี่เง่าของเราเอง) แพทย์ได้ขอให้เราเลิกกับแฟนอีกครั้ง เพราะต้องการรักษาอาการป่วยและอาการซึมเศร้าของแฟนเรา
            เราไม่คิดเลยว่าการป่วยของแฟน มันจะเริ่มเปลี่ยนเขาไปทีละนิด เราไม่รู้ว่าเป็นเพราะความเครียดหลายๆอย่าง หรือเพราะเราเองที่ไม่ดี ที่ใส่ใจเขาไม่มากพอ เขาอารมณ์ร้ายขึ้น หงุดหงิดขึ้น จนเรารู้สึกแย่ และเราก็ทบทวนคำพูดของแพทย์อยู่นาน เพราะแพทย์คนนี้ดีกับแฟนเรามาก เราเลยเชื่อว่าเขาคงมีเหตุผลที่บอกให้เราเลิกกับแฟน เราเลยตัดสินใจบอกเลิกแฟนไปเพื่อให้การรักษาง่ายขึ้น
ตอนบอกเลิก เรารู้ตัวว่าเราแย่มากที่ใช้คำพูดแย่ๆกับเขา ไม่ได้บอกเลิกด้วยเหตุผล (ถ้าพูดดีๆเราเชื่อว่าเขาจะไม่ยอมเลิก) เรารักเขาและไม่อยากทำให้ชีวิตเขาแย่ลงอีกเลยบอกเลิกไป หลังจากบอกเลิกเขายังขอให้เราอยู่ แต่เราพูดว่าจะเลิก นั่นคือความผิดเราเองที่ทำแบบนี้ เราเสียใจ แต่เราก็ยังเชื่อใจเขาและคิดว่าถ้าเขาหายดีสักวันเขาจะกลับมา เราคิดเสมอว่าเขาจะรอเราเหมือนกัน
          จนถึงตอนนี้เดือนกว่าๆแล้วที่เราเลิกกัน แฟนของเราเขาเปลี่ยนไปทุกอย่าง เขาอาจลืมเราไปแล้ว  ชีวิตเขามีความสุขทั้งๆที่เมื่อก่อนเราเป็นคนที่ทำให้เขามีความสุข มาถึงตอนนี้เราก็กลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว การเปลี่ยนไปของเขามันทำให้เราเสียใจมากกว่าเดิม 
           said to M : เราแค่อยากเธอบอกว่าคำพูดโง่ๆที่เราพูดกับเธอไปในวันที่เราเลิกกัน เราไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนั้น และเราไม่เคยอยากเลิกกับเธอ 
เราขอโทษนะทุกครั้งที่ทำให้เธอเสียใจ ทุกคำพูดร้ายๆที่เราพูดออกไป เรารู้ว่าบางอย่างมันเลวร้ายเกินจะให้อภัย เราขอโทษและขอบคุณทุกอย่างดีๆที่เธอทำให้เรา 
           ยังมีความฝันอีกหลายอย่างที่เราฝันและอยากทำด้วยกัน แต่เราไม่มีโอกาสได้ทำมันอีกแล้ว ยังไงช่วยทำให้มันเป็นจริงด้วยนะ
วันนี้เธอเปลี่ยนไปแล้ว เธอคงไม่สนใจว่าเราจะพูดอะไร หรือเธออาจจะไม่ได้อ่านข้อความนี้ด้วยซ้ำ แต่อย่างน้อยเราก็ได้ระบายความรู้สึกออกมา 
           เราอยากให้เธอรู้ว่า ความรักของเราที่มีต่อเธอยังเหมือนเดิม และ   เธอไม่จำเป็นต้องกลับมา ถ้าเธอเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ
           ตอนนี้หลายๆอย่างอาจจะเปลี่ยนไป หรือไม่มีอะไรเป็นเหมือนเดิม 
ขอแค่ให้เธอเข้าใจว่าเรารักเธอ และไม่เคยตั้งใจจะเลิกกับเธอ และเราจะคิดถึงเธอคนเดิมที่เคยรักเราเสมอ 


Always  ...M...: )
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่