สาเหตุที่ผมเกิดคำถามนี้ขึ้นมาเพราะว่ามีคนใกล้ๆตัวผมหลายคนทั้ง แม่ เพื่อน จะบอกว่าผมเป็นคนแปลกๆเสมอ ผมก็ไม่เข้าใจว่าผมเป็นคนแปลกยังไง ยาวหน่อยนะครับแต่ผมอยากทราบความเห็นจากทุกคนจริงๆว่าผมแปลกหรือผิดปกติหรือเปล่า
- เรื่องความรัก
ผมพึ่งจะอายุ 17 ครับ ไม่ได้คิดว่าการมีแฟนเป็นเรื่องสำคัญขนาดที่จะต้องรีบมีในวัยนี้ ผมมักจะโดนคำถามอยู่บ่อยๆว่าทำไมถึงไม่มีแฟน เหตุผลหลักๆที่ผมคิดได้คือ ผมกลัวการจากลา(ทั้งๆที่ไม่เคยมีแฟน) ผมรู้สึกว่าตัวเองดีไม่พอ(เวลาเจอใครที่หน้าตาดีกว่า ฐานะดีกว่าจะรู้สึกแพ้ รู้สึกว่าถ้ามีแฟน แฟนเราก็คงจะเลือกคนที่ดีกว่าแล้วทิ้งเราไป) และอีกเหตุผลคือ ผมไม่กล้าให้ใจใครครับ ถ้าสมมติผมชอบใครหรือรักใคร แล้วเค้าไม่รักตอบหรือให้ใจกลับผมจะรู้สึกเสียเปรียบและผิดหวังทำให้เป็นทุกข์อีก ผมเลยเลือกที่จะไม่หวังและไม่สนใจตั้งแต่แรก (ผมจะให้ใจแค่กับคนในครอบครัวครับ ผมคิดว่ามันเป็นความรักที่เป็นรักแท้ ยังไงเค้าก็ไม่มีวันทิ้งเรา) ทั้งหมดที่กล่าวมาในหัวข้อนี้คือหลักๆแล้วผมคิดว่า “คนเราเกิดมาคนเดียว ตายก็ตายคนเดียว ทำไมต้องมีความรักให้เป็นทุกข์ด้วยละ”
- เรื่องเป้าหมายในชีวิต
ผมเคยมีความคิดเล่นๆว่าจะบวชไปตลอดชีวิต เพราะคิดว่ามีความสุขมากกว่า เป็นการตัดขาดจากเรื่องทางโลก ไม่อยากใช้ชีวิตให้วุ่นวาย ไหนจะต้องเรียน ทำงาน แต่งงาน มีลูก รู้สึกมันเป็นอะไรที่ไม่จริง ดูปลอมอะครับ เหมือนแบบแล้วไงอะดิ้นรนตั้งมากมายสุดท้ายก็ตายอยู่ดี กลายเป็นคนที่ไม่อยากพยายามอะไรแล้ว ใช้ชีวิตเรื่อยๆเหมือนคนไม่มีเป้าหมายในชีวิต (ทั้งๆที่ในชีวิตจริงก็มีความสุขปกติ ไม่มีเรื่องให้เครียด)
- เรื่องความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง
ผมเห็นแก่ตัวจนไม่อยากคบใคร ? (เรื่องนี้ผมก็ไม่แน่ใจว่าผมเป็นคนแก่ตัวรึเปล่า ยกตัวอย่างเช่น ผมจะไม่ขอความช่วยเหลือจากใครเพราะถ้าเกิดสมมติว่าเค้าเคยช่วยเหลือผมแต่ถ้าวันนึงเค้าเดือดร้อนขึ้นมาเค้าก็จะใช้เป็นข้ออ้างในการที่จะขอความช่วยเหลือจากผม ถ้าอยู่เฉยๆ เค้าก็อาจจะไม่กล้าขอความช่วยเหลือ ถึงเค้าขอเราก็สามารถปฏิเสธได้ แต่ไม่ใช่ว่าผมไม่ช่วยเหลือใครนะ ขอทานผมก็ให้เงิน ทำบุญใส่บาตรผมก็ชอบทำ สุนัข,แมวจรจัดผมก็เคยซื้อของให้มันกิน) จะพูดยังไงดีละ ผมไม่ค่อยอยากมีปฏิสัมพันธ์กับใครแบบเกินขอบเขต อย่างเช่น คบเพื่อน ก็คุย เล่น เที่ยว ตามปกติหลังเลิกเรียน แต่ถ้ากลับบ้านมาผมจะตัดขาดจากเพื่อน รู้สึกว่าไม่มีความจำเป็นที่ต้องคุยกันอีก ที่โรงเรียนก็แค่ตามหน้าที่ ช่วยกันเรียน ช่วยกันทำงาน จะว่าไงดีละ ก็เหมือนที่พูดไปข้างบน ความสัมพันธ์ของเพื่อนมันไม่ได้ลึกซึ้งเหมือนคนในครอบครัว เลยรู้สึกว่าไม่มีความจำเป็นที่ต้องให้ใจไป
- เรื่องบาปบุญ
อันนี้เป็นเรื่องแปลกที่ผมสงสัยในตัวเองมากๆ ยกตัวอย่างเช่น ผมเคยเหยียบหอยทากตาย เหตุเกิดจากการที่ผมเข้าสวนไปเดินเล่นแล้วมันมืด ไม่ได้มองที่พื้นก็บังเอิญเหยียบไป พอได้ยินเสียง กร็อบ ผมนึกว่าเสียงเหยียบใบไม้แห้ง แต่มันไม่ใช่มันคือเสียงเปลือกหอยทากแตก ผมรู้สึกผิดมาก แต่ไม่ใช่ความเสียใจ เป็นความรู้สึกผิดที่ทำให้หนึ่งชีวิตต้องเสียไป ผมเลยสวดแผ่เมตตาให้มันครับ (แต่ไม่ได้เก็บมาคิดนะ ก็จบไปในวันนั้น) ยกตัวอย่างอีกหนึ่งเหตุการณ์ เวลาผมเห็นมดเดินอยู่ที่พื้น เพื่อนบางคนก็เดินเหยียบแบบไม่ใส่ใจ แต่ผมเลือกที่จะข้าม เพื่อนด่าผมว่า เว่อร์ ติงต๊อง ผมเลยให้เหตุผลว่า มันก็มีชีวิตเหมือนกัน ถ้า(ชื่อเพื่อนผม)เป็นมดแล้วโดนคนเหยียบแบบไม่รู้สึกถึงคุณค่าบ้างจะรู้สึกยังไง เรียกได้ว่าผมเห็นคุณค่าของชีวิตสัตว์มากๆ รู้สึกจะนอกเรื่องไปหน่อยเรื่องที่สงสัยคือเรื่องนี้ครับ เวลาผมทำพ่อแม่เสียใจผมกลับไม่รู้สึกอะไร แปลกไหม ? เคยจำได้ว่าตอนเด็กๆแม่ร้องไห้ผมนี่ร้องตามเลยนะ แต่ตอนนี้แม่ร้องไห้ ผมรู้สึกเฉยๆ ทำไมกัน ทำไมผมถึงเฉยๆ ไม่ได้รู้สึกเสียใจเหมือนแต่ก่อน ทั้งๆที่ถามว่ารักมั้ยก็รัก ถามว่ากลัวบาปมั้ยที่ทำแม่ร้องไห้ก็กลัว แต่กลับไม่รู้สึกผิด ทำไมกัน ? (รู้สึกแย่มากที่เหตุการณ์เหยียบหอยทากยังทำให้ผมรู้สึกผิดมากกว่าอีก พ่อเคยบอกผมว่าฆ่าสัตว์ตายกลัวบาป แต่เถียงพ่อเถียงแม่ ทำพ่อแม่เสียใจไม่กลัวบาป นั่นสิ ทำไมผมไม่กลัว แต่จะเรียกว่าเถียงก็ไม่ใช่นะผมแค่อธิบาย แต่ผู้ใหญ่มักจะมองไปในรูปแบบของการเถียงมากกว่า คือผมเป็นพวกนิยมความจริงน่ะครับ อะไรถูกก็คือถูก ผิดก็คือผิด ผมจะไม่ยอมเลย ถ้าพ่อผมทำผิดแต่พ่อไม่รู้สึกว่าตัวเองผิด ผมก็จะอธิบายให้พ่อฟังจนกว่าพ่อจะรู้ตัวว่าพ่อผิด แล้วเรื่องพวกนี้มักจะจบในรูปแบบของการที่พ่อมองว่าเถียงแล้วผมก็จะถูกดุอีกตามเคย เฮ้อ ผู้ใหญ่ทำผิดแต่เด็กเตือนไม่ได้.. ทำไมไม่มองกลางๆว่าทุกคนเท่าเทียมกัน มีสิทธิ์พูดตักเตือนกันได้บ้างนะ) อ้อ ก่อนจะจบมีอีกเรื่องครับ แม่ผมเป็นคนกลัวแมลงสาบ แล้วเวลาเจอแมลงสาบในบ้านแม่จะให้ผมตี แต่ผมไม่ชอบตี ผมกลัวบาป กลัวมันตาย หลายครั้งที่ผมพยายามเอาไม้กวาดตะปบมันไว้แล้วจะกวาดไปนอกบ้านแต่มันหลุดหนีไปได้ แม่ผมจะโกรธแล้วว่าผมว่ากลัวมันตาย กลัวบาป แต่ทำแม่เสียใจไม่กลัว (กลับมาเรื่องนี้อีกแล้ว..) ก็ผมสงสารมันนี่ หลายครั้งที่ผมตีมันแล้วมันพยายามที่จะลุกแล้วผมต้องตีมันอีกให้มันตาย ผมจะรู้สึกใจหายวูบ นี่เรากำลังพยายามฆ่าหนึ่งชีวิตอยู่นะ แต่ก็ต้องทำไม่อย่างนั้นก็ต้องทะเลาะกับแม่
จบแล้วครับ เขียนซะยาวเลย เป็นครั้งแรกที่เปิดเผยความในใจออกมาขนาดนี้ ปกติไม่ค่อยเล่าอะไรให้ใครฟัง ที่พิมพ์มาทั้งหมดก็อยากรู้ความเห็นจากทุกคนครับว่าผมแปลกไหม ? ต้องปรับเปลี่ยนความคิดอะไรบ้าง ?
ขอบคุณครับที่อ่านจนจบ
ผมมีความคิดที่แปลกหรือเปล่าครับ
- เรื่องความรัก
ผมพึ่งจะอายุ 17 ครับ ไม่ได้คิดว่าการมีแฟนเป็นเรื่องสำคัญขนาดที่จะต้องรีบมีในวัยนี้ ผมมักจะโดนคำถามอยู่บ่อยๆว่าทำไมถึงไม่มีแฟน เหตุผลหลักๆที่ผมคิดได้คือ ผมกลัวการจากลา(ทั้งๆที่ไม่เคยมีแฟน) ผมรู้สึกว่าตัวเองดีไม่พอ(เวลาเจอใครที่หน้าตาดีกว่า ฐานะดีกว่าจะรู้สึกแพ้ รู้สึกว่าถ้ามีแฟน แฟนเราก็คงจะเลือกคนที่ดีกว่าแล้วทิ้งเราไป) และอีกเหตุผลคือ ผมไม่กล้าให้ใจใครครับ ถ้าสมมติผมชอบใครหรือรักใคร แล้วเค้าไม่รักตอบหรือให้ใจกลับผมจะรู้สึกเสียเปรียบและผิดหวังทำให้เป็นทุกข์อีก ผมเลยเลือกที่จะไม่หวังและไม่สนใจตั้งแต่แรก (ผมจะให้ใจแค่กับคนในครอบครัวครับ ผมคิดว่ามันเป็นความรักที่เป็นรักแท้ ยังไงเค้าก็ไม่มีวันทิ้งเรา) ทั้งหมดที่กล่าวมาในหัวข้อนี้คือหลักๆแล้วผมคิดว่า “คนเราเกิดมาคนเดียว ตายก็ตายคนเดียว ทำไมต้องมีความรักให้เป็นทุกข์ด้วยละ”
- เรื่องเป้าหมายในชีวิต
ผมเคยมีความคิดเล่นๆว่าจะบวชไปตลอดชีวิต เพราะคิดว่ามีความสุขมากกว่า เป็นการตัดขาดจากเรื่องทางโลก ไม่อยากใช้ชีวิตให้วุ่นวาย ไหนจะต้องเรียน ทำงาน แต่งงาน มีลูก รู้สึกมันเป็นอะไรที่ไม่จริง ดูปลอมอะครับ เหมือนแบบแล้วไงอะดิ้นรนตั้งมากมายสุดท้ายก็ตายอยู่ดี กลายเป็นคนที่ไม่อยากพยายามอะไรแล้ว ใช้ชีวิตเรื่อยๆเหมือนคนไม่มีเป้าหมายในชีวิต (ทั้งๆที่ในชีวิตจริงก็มีความสุขปกติ ไม่มีเรื่องให้เครียด)
- เรื่องความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง
ผมเห็นแก่ตัวจนไม่อยากคบใคร ? (เรื่องนี้ผมก็ไม่แน่ใจว่าผมเป็นคนแก่ตัวรึเปล่า ยกตัวอย่างเช่น ผมจะไม่ขอความช่วยเหลือจากใครเพราะถ้าเกิดสมมติว่าเค้าเคยช่วยเหลือผมแต่ถ้าวันนึงเค้าเดือดร้อนขึ้นมาเค้าก็จะใช้เป็นข้ออ้างในการที่จะขอความช่วยเหลือจากผม ถ้าอยู่เฉยๆ เค้าก็อาจจะไม่กล้าขอความช่วยเหลือ ถึงเค้าขอเราก็สามารถปฏิเสธได้ แต่ไม่ใช่ว่าผมไม่ช่วยเหลือใครนะ ขอทานผมก็ให้เงิน ทำบุญใส่บาตรผมก็ชอบทำ สุนัข,แมวจรจัดผมก็เคยซื้อของให้มันกิน) จะพูดยังไงดีละ ผมไม่ค่อยอยากมีปฏิสัมพันธ์กับใครแบบเกินขอบเขต อย่างเช่น คบเพื่อน ก็คุย เล่น เที่ยว ตามปกติหลังเลิกเรียน แต่ถ้ากลับบ้านมาผมจะตัดขาดจากเพื่อน รู้สึกว่าไม่มีความจำเป็นที่ต้องคุยกันอีก ที่โรงเรียนก็แค่ตามหน้าที่ ช่วยกันเรียน ช่วยกันทำงาน จะว่าไงดีละ ก็เหมือนที่พูดไปข้างบน ความสัมพันธ์ของเพื่อนมันไม่ได้ลึกซึ้งเหมือนคนในครอบครัว เลยรู้สึกว่าไม่มีความจำเป็นที่ต้องให้ใจไป
- เรื่องบาปบุญ
อันนี้เป็นเรื่องแปลกที่ผมสงสัยในตัวเองมากๆ ยกตัวอย่างเช่น ผมเคยเหยียบหอยทากตาย เหตุเกิดจากการที่ผมเข้าสวนไปเดินเล่นแล้วมันมืด ไม่ได้มองที่พื้นก็บังเอิญเหยียบไป พอได้ยินเสียง กร็อบ ผมนึกว่าเสียงเหยียบใบไม้แห้ง แต่มันไม่ใช่มันคือเสียงเปลือกหอยทากแตก ผมรู้สึกผิดมาก แต่ไม่ใช่ความเสียใจ เป็นความรู้สึกผิดที่ทำให้หนึ่งชีวิตต้องเสียไป ผมเลยสวดแผ่เมตตาให้มันครับ (แต่ไม่ได้เก็บมาคิดนะ ก็จบไปในวันนั้น) ยกตัวอย่างอีกหนึ่งเหตุการณ์ เวลาผมเห็นมดเดินอยู่ที่พื้น เพื่อนบางคนก็เดินเหยียบแบบไม่ใส่ใจ แต่ผมเลือกที่จะข้าม เพื่อนด่าผมว่า เว่อร์ ติงต๊อง ผมเลยให้เหตุผลว่า มันก็มีชีวิตเหมือนกัน ถ้า(ชื่อเพื่อนผม)เป็นมดแล้วโดนคนเหยียบแบบไม่รู้สึกถึงคุณค่าบ้างจะรู้สึกยังไง เรียกได้ว่าผมเห็นคุณค่าของชีวิตสัตว์มากๆ รู้สึกจะนอกเรื่องไปหน่อยเรื่องที่สงสัยคือเรื่องนี้ครับ เวลาผมทำพ่อแม่เสียใจผมกลับไม่รู้สึกอะไร แปลกไหม ? เคยจำได้ว่าตอนเด็กๆแม่ร้องไห้ผมนี่ร้องตามเลยนะ แต่ตอนนี้แม่ร้องไห้ ผมรู้สึกเฉยๆ ทำไมกัน ทำไมผมถึงเฉยๆ ไม่ได้รู้สึกเสียใจเหมือนแต่ก่อน ทั้งๆที่ถามว่ารักมั้ยก็รัก ถามว่ากลัวบาปมั้ยที่ทำแม่ร้องไห้ก็กลัว แต่กลับไม่รู้สึกผิด ทำไมกัน ? (รู้สึกแย่มากที่เหตุการณ์เหยียบหอยทากยังทำให้ผมรู้สึกผิดมากกว่าอีก พ่อเคยบอกผมว่าฆ่าสัตว์ตายกลัวบาป แต่เถียงพ่อเถียงแม่ ทำพ่อแม่เสียใจไม่กลัวบาป นั่นสิ ทำไมผมไม่กลัว แต่จะเรียกว่าเถียงก็ไม่ใช่นะผมแค่อธิบาย แต่ผู้ใหญ่มักจะมองไปในรูปแบบของการเถียงมากกว่า คือผมเป็นพวกนิยมความจริงน่ะครับ อะไรถูกก็คือถูก ผิดก็คือผิด ผมจะไม่ยอมเลย ถ้าพ่อผมทำผิดแต่พ่อไม่รู้สึกว่าตัวเองผิด ผมก็จะอธิบายให้พ่อฟังจนกว่าพ่อจะรู้ตัวว่าพ่อผิด แล้วเรื่องพวกนี้มักจะจบในรูปแบบของการที่พ่อมองว่าเถียงแล้วผมก็จะถูกดุอีกตามเคย เฮ้อ ผู้ใหญ่ทำผิดแต่เด็กเตือนไม่ได้.. ทำไมไม่มองกลางๆว่าทุกคนเท่าเทียมกัน มีสิทธิ์พูดตักเตือนกันได้บ้างนะ) อ้อ ก่อนจะจบมีอีกเรื่องครับ แม่ผมเป็นคนกลัวแมลงสาบ แล้วเวลาเจอแมลงสาบในบ้านแม่จะให้ผมตี แต่ผมไม่ชอบตี ผมกลัวบาป กลัวมันตาย หลายครั้งที่ผมพยายามเอาไม้กวาดตะปบมันไว้แล้วจะกวาดไปนอกบ้านแต่มันหลุดหนีไปได้ แม่ผมจะโกรธแล้วว่าผมว่ากลัวมันตาย กลัวบาป แต่ทำแม่เสียใจไม่กลัว (กลับมาเรื่องนี้อีกแล้ว..) ก็ผมสงสารมันนี่ หลายครั้งที่ผมตีมันแล้วมันพยายามที่จะลุกแล้วผมต้องตีมันอีกให้มันตาย ผมจะรู้สึกใจหายวูบ นี่เรากำลังพยายามฆ่าหนึ่งชีวิตอยู่นะ แต่ก็ต้องทำไม่อย่างนั้นก็ต้องทะเลาะกับแม่
จบแล้วครับ เขียนซะยาวเลย เป็นครั้งแรกที่เปิดเผยความในใจออกมาขนาดนี้ ปกติไม่ค่อยเล่าอะไรให้ใครฟัง ที่พิมพ์มาทั้งหมดก็อยากรู้ความเห็นจากทุกคนครับว่าผมแปลกไหม ? ต้องปรับเปลี่ยนความคิดอะไรบ้าง ?
ขอบคุณครับที่อ่านจนจบ