"บิ๊กตู่" ปลื้มได้เจอคนไทยในออสเตรเลีย
“บิ๊กตู่” พบคนไทยในออสเตรเลีย บอกเรื่องในประเทศลดราวาศอกไปมาก เพราะตัวเองเป็นกรรมการใหญ่ แนะช่วยสอดส่องใครมาเร่ร่อนแถวนี้ เหน็บคนไม่ผิดคงไม่หนี กลับไปตายไทยก็ยังไม่ได้ น้อยใจคนไทยบางคนยังรังเกียจไม่เหมือนอียู
เมื่อวันที่ 18 มี.ค. ที่นครซิดนีย์ ออสเตรเลีย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พบปะตัวแทนชุมชนคนไทยประมาณ 60 คนที่อาศัยอยู่ในออสเตรเลีย ระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน-ออสเตรเลีย สมัยพิเศษ 2018 ณ นครซิดนีย์ ออสเตรเลีย โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวกับตัวแทนชุมชนคนไทย ตอนหนึ่งว่า ขอบคุณที่ทุกคนมีส่วนร่วมในการเผยแพร่วัฒนธรรมไทยในออสเตรเลีย พร้อมขอให้ช่วยกันสร้างการรับรู้ที่ดีในต่างประเทศ แม้จะได้สัญชาติออสเตรเลียก็ขอให้อย่าลืมประเทศไทย ต้องยึดมั่น ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งขณะนี้ปัญหาความวุ่นวายในประเทศก็ลดลงไปเยอะ ตั้งแต่ที่ตนเข้ามาแก้ปัญหา พร้อมยืนยันรัฐบาลพยายามดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาทุกเรื่องและวางโครงสร้างประเทศไว้โดยจะเห็นชัดใน 4-5 ปีข้างหน้า
“เราต้องลดราวาศอก ในประเทศก็ลดราวาศอกไปเยอะ เพราะมีกรรมการใหญ่คือผมเอง เรื่องในประเทศไม่ต้องกังวล แต่ให้ช่วยดูด้วยว่าใครมาเร่ร่อนแถวนี้ ผมไม่ได้พูดถึงคนใดคนหนึ่ง 4 ปีที่ผ่านมาผมไม่ได้พัก ไม่ได้ไปไหนเลย ไปทำงานแล้วกลับบ้านตามเวลา วันเสาร์อาทิตย์ก็ไม่ได้พัก ไม่เคยไปไหนกับภรรยา ไม่เคยไปเดินห้างกับครอบครัว เดี๋ยวไปแล้วเกิดมีใครเอาอะไรมาขว้างผมก็เสียชื่อแล้ว ผมก็ยอม เพราะตัดสินใจมาแล้วที่วันนั้นผมตัดสินใจมามันจะเละไปกว่านี้ แต่จากนี้จะเละอีกหรือไม่ ผมก็ไม่รู้ผมทั้งทุกข์ทั้งสุข ทุกข์ที่ทุกคนคาดหวัง ถ้าทุกคนไม่ร่วมมือกี่ร้อยประยุทธ์ก็ทำไม่ได้ ไม่ใช่ผมหลงตัวเอง แต่ประเมินจากต่างประเทศเขาก็ยอมรับ แต่ก่อนเขาคิดว่าผมโง่ ที่ยกขบวนกันมาก็พูดกับเขารู้เรื่อง วันนี้อียูก็ไม่รังเกียจผมแล้ว เว้นคนไทยบางคนที่รังเกียจผมอยู่” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวช่วงหนึ่งถึงปัญหาการทุจริตในประเทศไทยว่ามีมานานแล้ว และต้องแก้ไข เพราะเป็นการทุจริตงบประมาณแผ่นดิน ยืนยันส่วนตัวไม่ได้ปกป้องพี่น้อง พร้อมย้ำในโครงการรับจำนำข้าวไม่ได้กลั่นแกล้งใครแต่เป็นการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม
เรื่องทุจริตมีมานานแล้ว ผมก็รื้อขึ้นมา ดูจากงบประมาณที่โดนโกงและถูกปกปิด ผมจัดการคนโกง เงินหลวงและที่บอกว่าผมปก ปิด ปกป้อง บอกว่ารักพี่รักน้อง อันนั้นเป็นอีกเรื่องเขาเอามาใส่จากไหนก็ต้องตอบคำถาม ป.ป.ช. เองดูแล้วเขาไม่ได้โกงเงินหลวง แต่คนโกงผมก็ต้องจัดการ ส่วนบางคนถ้าไม่ผิดก็คงไม่ต้องหนี ผมไม่ได้แกล้งเขา แต่ให้ดำเนินการตามกระบวนการ ส่วนคนที่หนีคดี อยู่ต่างประเทศ ถ้าเปลี่ยนพาสปอร์ตคงไม่สามารถตามได้ เพราะต่างประเทศอาจมองเป็นเรื่องการเมือง แต่คนหนีคงไม่มีความสุข เพราะกลับบ้านไปหาพี่น้องไม่ได้ แม้จะกลับไปตายประเทศไทยก็ไม่ได้ ส่วนที่ให้อินเตอร์โพลตามต้องให้เขาตอบมาก่อนว่าอยู่ประเทศไหน หากไม่แจ้งก็ทำอะไรไม่ได้ จับเองก็ไม่ได้ จับมาได้น้อยมาก“พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวว่าช่วงเดือนมิ.ย. จะเรียกทุกพรรคมาพูดคุย และสอบถามทุกพรรคว่าจะมีแนวทางในการพัฒนาประเทศอย่างไร และเห็นว่าการเมืองไทยต่อไปฝ่ายค้านและรัฐบาลต้องเดินไปด้วยกันเชื่อมต่อกัน สลายขั้ว เพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชน เท่าเทียมทั่วถึง พร้อมขอให้เชื่อมั่นในตนเอง เพราะที่ตัดสินใจมาเป็นนายกรัฐมนตรี เนื่องจากสถานการณ์เมื่อปี 57 เริ่มวุ่นวายมีการสะสมอาวุธ จึงออกมาหยุดทั้ง2 ฝ่ายไม่ให้สถานการณ์บานปลายและขอให้เชื่อมั่นว่าสิ่งที่ตนทำทั้งหมดจะเป็นการวางรากฐานที่ดีให้กับประเทศในอนาคต

อ่านต่อที่ :
https://www.dailynews.co.th/politics/633124
อ่านข้อความที่ลุงตู่เปิดใจคุยกับคนไทยในออสเตรเลีย
แล้วก็เห็นความมุ่งมั่นของท่านที่จะแก้ปัญหาให้บ้านเมืองนะคะ
คงกลับมาคงปลื้มใจที่โพลพบว่า...ประชาชนนิยมชมชอบผู้นำอย่างท่านให้เป็นที่ 1 ในประเทศ
รอคอยลุงตู่กลับบ้าน...ประเทศไทยค่ะ....💗💗💗💗💗💗
💓💌~มาลาริน~คิดถึงลุงตู่นะคะ...นำข่าวลุงตู่มาให้อ่านค่ะ...'บิ๊กตู่" ปลื้มได้เจอคนไทยในออสเตรเลีย
“บิ๊กตู่” พบคนไทยในออสเตรเลีย บอกเรื่องในประเทศลดราวาศอกไปมาก เพราะตัวเองเป็นกรรมการใหญ่ แนะช่วยสอดส่องใครมาเร่ร่อนแถวนี้ เหน็บคนไม่ผิดคงไม่หนี กลับไปตายไทยก็ยังไม่ได้ น้อยใจคนไทยบางคนยังรังเกียจไม่เหมือนอียู
เมื่อวันที่ 18 มี.ค. ที่นครซิดนีย์ ออสเตรเลีย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พบปะตัวแทนชุมชนคนไทยประมาณ 60 คนที่อาศัยอยู่ในออสเตรเลีย ระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน-ออสเตรเลีย สมัยพิเศษ 2018 ณ นครซิดนีย์ ออสเตรเลีย โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวกับตัวแทนชุมชนคนไทย ตอนหนึ่งว่า ขอบคุณที่ทุกคนมีส่วนร่วมในการเผยแพร่วัฒนธรรมไทยในออสเตรเลีย พร้อมขอให้ช่วยกันสร้างการรับรู้ที่ดีในต่างประเทศ แม้จะได้สัญชาติออสเตรเลียก็ขอให้อย่าลืมประเทศไทย ต้องยึดมั่น ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งขณะนี้ปัญหาความวุ่นวายในประเทศก็ลดลงไปเยอะ ตั้งแต่ที่ตนเข้ามาแก้ปัญหา พร้อมยืนยันรัฐบาลพยายามดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาทุกเรื่องและวางโครงสร้างประเทศไว้โดยจะเห็นชัดใน 4-5 ปีข้างหน้า
“เราต้องลดราวาศอก ในประเทศก็ลดราวาศอกไปเยอะ เพราะมีกรรมการใหญ่คือผมเอง เรื่องในประเทศไม่ต้องกังวล แต่ให้ช่วยดูด้วยว่าใครมาเร่ร่อนแถวนี้ ผมไม่ได้พูดถึงคนใดคนหนึ่ง 4 ปีที่ผ่านมาผมไม่ได้พัก ไม่ได้ไปไหนเลย ไปทำงานแล้วกลับบ้านตามเวลา วันเสาร์อาทิตย์ก็ไม่ได้พัก ไม่เคยไปไหนกับภรรยา ไม่เคยไปเดินห้างกับครอบครัว เดี๋ยวไปแล้วเกิดมีใครเอาอะไรมาขว้างผมก็เสียชื่อแล้ว ผมก็ยอม เพราะตัดสินใจมาแล้วที่วันนั้นผมตัดสินใจมามันจะเละไปกว่านี้ แต่จากนี้จะเละอีกหรือไม่ ผมก็ไม่รู้ผมทั้งทุกข์ทั้งสุข ทุกข์ที่ทุกคนคาดหวัง ถ้าทุกคนไม่ร่วมมือกี่ร้อยประยุทธ์ก็ทำไม่ได้ ไม่ใช่ผมหลงตัวเอง แต่ประเมินจากต่างประเทศเขาก็ยอมรับ แต่ก่อนเขาคิดว่าผมโง่ ที่ยกขบวนกันมาก็พูดกับเขารู้เรื่อง วันนี้อียูก็ไม่รังเกียจผมแล้ว เว้นคนไทยบางคนที่รังเกียจผมอยู่” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวช่วงหนึ่งถึงปัญหาการทุจริตในประเทศไทยว่ามีมานานแล้ว และต้องแก้ไข เพราะเป็นการทุจริตงบประมาณแผ่นดิน ยืนยันส่วนตัวไม่ได้ปกป้องพี่น้อง พร้อมย้ำในโครงการรับจำนำข้าวไม่ได้กลั่นแกล้งใครแต่เป็นการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม
เรื่องทุจริตมีมานานแล้ว ผมก็รื้อขึ้นมา ดูจากงบประมาณที่โดนโกงและถูกปกปิด ผมจัดการคนโกง เงินหลวงและที่บอกว่าผมปก ปิด ปกป้อง บอกว่ารักพี่รักน้อง อันนั้นเป็นอีกเรื่องเขาเอามาใส่จากไหนก็ต้องตอบคำถาม ป.ป.ช. เองดูแล้วเขาไม่ได้โกงเงินหลวง แต่คนโกงผมก็ต้องจัดการ ส่วนบางคนถ้าไม่ผิดก็คงไม่ต้องหนี ผมไม่ได้แกล้งเขา แต่ให้ดำเนินการตามกระบวนการ ส่วนคนที่หนีคดี อยู่ต่างประเทศ ถ้าเปลี่ยนพาสปอร์ตคงไม่สามารถตามได้ เพราะต่างประเทศอาจมองเป็นเรื่องการเมือง แต่คนหนีคงไม่มีความสุข เพราะกลับบ้านไปหาพี่น้องไม่ได้ แม้จะกลับไปตายประเทศไทยก็ไม่ได้ ส่วนที่ให้อินเตอร์โพลตามต้องให้เขาตอบมาก่อนว่าอยู่ประเทศไหน หากไม่แจ้งก็ทำอะไรไม่ได้ จับเองก็ไม่ได้ จับมาได้น้อยมาก“พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวว่าช่วงเดือนมิ.ย. จะเรียกทุกพรรคมาพูดคุย และสอบถามทุกพรรคว่าจะมีแนวทางในการพัฒนาประเทศอย่างไร และเห็นว่าการเมืองไทยต่อไปฝ่ายค้านและรัฐบาลต้องเดินไปด้วยกันเชื่อมต่อกัน สลายขั้ว เพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชน เท่าเทียมทั่วถึง พร้อมขอให้เชื่อมั่นในตนเอง เพราะที่ตัดสินใจมาเป็นนายกรัฐมนตรี เนื่องจากสถานการณ์เมื่อปี 57 เริ่มวุ่นวายมีการสะสมอาวุธ จึงออกมาหยุดทั้ง2 ฝ่ายไม่ให้สถานการณ์บานปลายและขอให้เชื่อมั่นว่าสิ่งที่ตนทำทั้งหมดจะเป็นการวางรากฐานที่ดีให้กับประเทศในอนาคต
อ่านต่อที่ : https://www.dailynews.co.th/politics/633124
อ่านข้อความที่ลุงตู่เปิดใจคุยกับคนไทยในออสเตรเลีย
แล้วก็เห็นความมุ่งมั่นของท่านที่จะแก้ปัญหาให้บ้านเมืองนะคะ
คงกลับมาคงปลื้มใจที่โพลพบว่า...ประชาชนนิยมชมชอบผู้นำอย่างท่านให้เป็นที่ 1 ในประเทศ
รอคอยลุงตู่กลับบ้าน...ประเทศไทยค่ะ....💗💗💗💗💗💗