เราสามารถ'รักใครคนนึง'มากเท่าที่เราอยากจะรักได้ แต่เราไม่สามารถทำให้ใครคนนั้น'รักเรา'ได้อย่างที่เรารักเขา

*** เราตั้งกระทู้แค่เพียงต้องการระบายความอึดอัดในใจ และอยากให้กำลังใจตัวเองค่ะ 😢***

เรากับเขาคบกันมานาน 5 ปี คบตั้งแต่สมัยเรียน ถ้าย้อนไปในวันแรกเราเริ่มคบกัน เขาเป็นคนนึงที่ดีสำหรับเรามากๆ คอยดูแลและซัพพอร์ตเราในหลายๆเรื่อง แต่เขาจะเป็นคนอารมณ์ร้อน ติดเพื่อน หัวอ่อน(กับเพื่อน) ก็ตามเด็กผู้ชายในวัยเรียนทั่วไปที่ติดเพื่อนตามประสา ตอนที่เขาคบกับแฟนเก่าก่อนที่จะมาคบกับเรา เราก็เห็นเขาเคยแอบนอกใจแฟนเก่าอยู่บ่อยๆ และเป็นคนเจ้าชู้ แต่เราก็คิดว่าเราสามารถเปลี่ยนเขาได้ แต่ความเป็นจริงแล้ว
.
.
.
 เราไม่สามารถเปลี่ยนใครได้
ถ้าเขาไม่เปลี่ยนตัวเอง
.
.
.
เขาเข้ามาในช่วงจังหวะชีวิตที่เรามีปัญหา เขาคอยปกป้องและอยู่เคียงข้างเราตลอด ในช่วงแรกทุกอย่างมันลงตัวไปหมด เขาเป็นคนดี ดูและเราอย่างดี อยากพาเราไปรู้จักกับครอบครัวของเขา อยากให้เราเป็นส่วนนึงในครอบครัว หลังจากที่คบกันได้เพียง 2 เดือน เขาพาเราไปที่บ้าน พาไปรู้จักกับครอบครัวของเขา ซึ่งมันก็เป็นไปในทางที่ดี เราทั้งคู่ผ่านปัญหาและดิ้นรนมาด้วยกัน จากเดินกลับบ้าน ช่วยเหลือกันมาเรื่อยๆ ปั่นจักรยาน ขับมอไซค์ จนมีรถยนต์ในทุกวันนี้ ในช่วงปี-2 ปีแรก เป็นช่วงที่ดีมากๆ เขาพูดกับเราไว้ประโยคนึงว่า 'เขาอยากดูแลเราและครอบครอบเราสบาย' เป็นประโยคที่เราอ่านแล้วเรายอมรับว่าดีใจ ปลื้มใจ และจำขึ้นใจมากๆ เพราะเราเป็นคนรักครอบครัวมากๆ
.
.
.
ซึ่งบางประโยคอาจไม่มีความหมายกับคนพูด
แต่มีความหมายต่อจิตใจกับคนฟังมาก
.
.
.
เราก็วาดฝันอนาคตไว้กับเขามากมาย เราคาดหวังว่านี่แหละคือคู่ชีวิตและอนาคตที่เราสองคนใช้ร่วมกัน ความสัมพันธ์ของเรากับครอบครัวของเขาก็ดีขึ้นเรื่อยๆ พ่อแม่เขาก็น่ารักมาก เหมือนเราเป็นลูกเขาคนนึง แต่พอย่างเข้าปีที่ 3 ทุกอย่างเริ่มเปลี่ยนไป เขาเริ่มติดเพื่อน ไม่กลับบ้าน โหลดแอพแชทมาเล่น เรากับเขาเริ่มมีปัญหากัน เขาเริ่มละเลยเรามากขึ้นเรื่อยๆทุกวัน ในตอนนั้นเรามองปัญหานี้เป็นปัญหาใหญ่ และเป็นปัญหาเดียวที่แก้ไม่ได้(ดีหมดยกเว้นติดเพื่อน) ทางแม่ของเขาก็โทรมาหาเราตลอดให้ช่วยดูแล เพราะกับแม่ เขาก็ยังไม่เคารพและไม่เชื่อฟัง (นับประสาอะไรกับเรา) มันทำให้เรากับเขามีปัญหามากขึ้นด้วย จนเราเหนื่อยที่จะตามแล้ว เราเลยปล่อยๆไป แต่เขาก็ไม่ได้สนใจอะไรเรา จนย่างเข้าสู่ปีที่ 4 มันเริ่มแย่ขึ้นเรื่อยๆ เราจับได้ว่าเขาแอบคุยกับคนอื่น เขาก็ไม่ได้รู้สึกสำนึกผิดอะไร จนเราได้คุยกับผญคนนั้น ต่างคนต่างเลิกรากันไป เราให้อภัยและตั้งใจจะเริ่มใหม่ เราให้ความไว้ใจ ไม่เช็คไม่ตามอะไร เราคิดว่าคนเราสามารถคิดผิดพลาดกันได้ แต่ไม่เลยค่ะ จนไม่นานมานี้เราจับได้ว่าเขาแอบคุยกับคนอื่นอีก คราวนี้นัดเจอกันโดยที่เราไม่รู้มานานหลายเดือนหรืออาจจะเป็นปี เราก็ไม่อาจทราบได้ พากันไปที่บ้าน(พ่อแม่เขาก็ไม่รู้) จุดนี้เรารับไม่ได้จริงๆ เราช็อคผิดหวังจนเราเป็นโรคซึมเศร้า จนต้องเข้ารพ.ได้ยามาทานเลยทีเดียว  เราเคลียร์กับผญคนนั้นเรียบร้อย แต่เราก็เลิกไม่ได้ ก็เพราะเราไม่รักตัวเองไง มัวแต่ทุ่มเทความรักให้กับคนอื่นมากเกินไป
.
.
.
เราควรจะรักตัวเองให้มากๆ
เพราะตอนเราเจ็บไม่มีใครมาช่วยเราเจ็บ
.
.
.
ในความคิดเราคิดว่าผญ.ทุกคนคงไม่มีใครอยากเป็นรอง หรืออยู่ในจุดที่ทำผิด เมื่อเรารู้ว่าเราอยู่ในจุดที่ไม่สมควรอยู่ เราควรถอยห่าง แต่ไม่ค่ะตรรกะนี้ใช้ไม่ได้กับผญ.ทุกคน ลับหลังเราเขายังแอบคุยแอบติดต่อกันอยู่ตลอดพอเราจับได้ เขาก็จะเปลี่ยนหนทางที่ใช้ติดต่อกันอยู่เสมอ เราไม่รู้ว่าเดือนนั้นเป็นช่วงติดสัตว์หรือเปล่า 555 ก็อย่างที่เขาบอกว่า
.
.
.
ความละอายใจใช้ได้เฉพาะกับคนที่มีเหมือนกัน
.
.
.
เราก็โง่ค่ะ ยังไม่รักตัวเองอีก เพราะเราคาดหวังอนาคตไว้และไม่เคยเผื่อใจกับความผิดหวังเลย ก็ยังทนอยู่ต่อไปจนวันนึงเขาได้พูดกับเราประมาณว่า 'เราไม่ต้องจริงจัง และไม่ต้องคาดหวังในตัวเขา' เวลาเขาพูดประโยคที่เขาบอกกับเรามันรุนแรงมาก ด่าเราสาระพัด😂 ยอมรับนะคะเสียใจมาก มันทรมานจริงๆ แต่มันคือความจริงที่เราต้องยอมรับ และควรหันมารักตัวเองได้แล้ว เราต้องทำให้ได้ค่ะ
.
.
.
ถ้าเราไม่คาดหวัง ก็จะไม่ผิดหวัง
.
.
.
อยากให้ทุกคนรักตัวเองให้มากๆและอย่าคาดหวังอะไรมากเกินไป มันส่งผลเสียหลายๆอย่างในชีวิต คนที่มีคนที่รักอยู่ข้างๆจับมือกันให้แน่นๆ มีปัญหาอย่าข้ามผ่านควรปรับความเข้าใจกันตั้งแต่เนินๆเพื่อไม่ให้เป็นปัญหาเรื้อรัง ในโลกนี้ไม่มีอะไรเป็นของเราหรอกค่ะ อย่าจมปรักหรือคาดหวังอะไรมากเกินไป คนที่ทุกข์คือเรา และเราก็ไม่สามารถบังคับให้ใครรักเราให้เท่าที่เรารักเขาได้หรอกค่ะ 'รักควรเผื่อใจ'.

ขอบคุณที่อ่านจบนะคะ และให้กำลังใจทุกคนที่กำลังเจอเรื่องแย่ๆในชีวิตนะคะ เดี๋ยวมันก็ผ่านไปค่ะ แค่สู้กับมัน
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่