รู้เฉพาะอารมณ์ที่เป็นปัจจุบัน
จะเห็นปรมัติอารมณ์
เห็นปรมัติธรรม
สติรู้ที่กาย แล้วปัจจุบันเกิดอารมณ์อะไรก็ให้รู้
แต่อย่าไปนึกดูท่ีกาย จะเป็นการไปดูเป็นอนาคตไป
ไปจ้องดูในอารมณ์ที่ยังไม่เกิด
สติรู้ที่เวทนา ให้ดูอารมณ์ที่เกิดในขณะจิตที่รู้สึกเวทนา
อย่าไปจ้อง ว่าเวทนาต้องเป็นแบบนี้ ตามบัญญัติ
แล้วก็ไปนึกอารมณ์ขึ้นมาเป็นอนาคต ไม่เป็นปัจจุบัน
สติอยู่ที่จิต เวลามีอารมณ์เกิดขึ้นก็ดูอารมณ์เฉพาะหน้า
อย่าไปนึกจ้องที่จิต ว่าจะมีกิเลสอะไร ว่าจะไม่มีกิเลส เฉยๆๆ
นึกแล้วอารมณ์ที่เรานึกจะเป็นอารมณ์ที่เราบัญญัติขึ้นมาเอง ไปหลอกจิต
สติอยู่ที่ ธรรมารมณ์ ว่าชอบใจ ไม่ชอบใจ ไม่ต้องไปนึก
เอาอารมณ์ที่เกิดเฉพาะเท่านั้นดูแค่นั้น
ใจจะได้ไม่ส่าย ไปมา ใจจะนิ่งคอยดูอารมณ์ที่เกิดเฉพาะหน้า
เห็นเป็นปรมัติธรรม เห็นอารมณ์ที่เป็นปัจจุบัน
ใจกลับกลอกเพราะไม่รู้จัก กาล
จะเห็นปรมัติอารมณ์
เห็นปรมัติธรรม
สติรู้ที่กาย แล้วปัจจุบันเกิดอารมณ์อะไรก็ให้รู้
แต่อย่าไปนึกดูท่ีกาย จะเป็นการไปดูเป็นอนาคตไป
ไปจ้องดูในอารมณ์ที่ยังไม่เกิด
สติรู้ที่เวทนา ให้ดูอารมณ์ที่เกิดในขณะจิตที่รู้สึกเวทนา
อย่าไปจ้อง ว่าเวทนาต้องเป็นแบบนี้ ตามบัญญัติ
แล้วก็ไปนึกอารมณ์ขึ้นมาเป็นอนาคต ไม่เป็นปัจจุบัน
สติอยู่ที่จิต เวลามีอารมณ์เกิดขึ้นก็ดูอารมณ์เฉพาะหน้า
อย่าไปนึกจ้องที่จิต ว่าจะมีกิเลสอะไร ว่าจะไม่มีกิเลส เฉยๆๆ
นึกแล้วอารมณ์ที่เรานึกจะเป็นอารมณ์ที่เราบัญญัติขึ้นมาเอง ไปหลอกจิต
สติอยู่ที่ ธรรมารมณ์ ว่าชอบใจ ไม่ชอบใจ ไม่ต้องไปนึก
เอาอารมณ์ที่เกิดเฉพาะเท่านั้นดูแค่นั้น
ใจจะได้ไม่ส่าย ไปมา ใจจะนิ่งคอยดูอารมณ์ที่เกิดเฉพาะหน้า
เห็นเป็นปรมัติธรรม เห็นอารมณ์ที่เป็นปัจจุบัน