ขอพื้นที่เล็กๆ ระบายเรื่องเล็กๆ

สวัสดี นี่เป็นกระทู้แรกที่เราตั้งขึ้น (และถือกระทู้เสี่ยงตีนมากๆ) อาจจะโดนด่าว่าปัญญาอ่อน ไม่มีหัวคิด ไม่มีสมองหรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ว่าเรารู้สึกกดดันกับสถานการณ์ที่ต้องพบเจอมาก ปัญหาเราอาจจะไม่ยิ่งใหญ่ ดราม่า กดดันมากมายเหมือนคนอื่น แต่สำหรับเราถือว่าเครียด อึดอัด กดดันพอสมควร จึงอยากตั้งกระทู้เพื่อหาแนวทางการแก้ไขกับความคิดตัวเองหรือระบายสิ่งที่อยู่ในใจก่อนที่จะเก็บไว้คนเดียวจนในที่สุดก็ระเบิดตัวตายด้วยความเครียดซะก่อน

               เรื่องราวและความเป็นมาไม่มีอะไรมาก เป็นเรื่องเกี่ยวกับครอบครัวฐานะปานกลางพ่วงด้วยหนี้สินเล็กๆ เมื่อก่อนพ่อแม่ก็รักกันดีเนี่ยแหละ แต่เห็นว่าพ่อไม่เอาไหน เอาแต่เล่นการพนันติดเหล้า ไร้ความรับผิดชอบ ไม่เอาอะไรทั้งนั้นแม่ก็เลยหนีพ่อแยกทางกัน ซึ่งหมายความว่าทิ้งพ่อ ดังนั้นพวกเราเหล่าเด็กน้อยไม่รู้ความก็เลยติดสอยห้อยตามมาอยู่กับแม่ (จะว่าย้ายหนีก็ไม่ได้เพราะบ้านพวกเขาก็ห่างกันไม่ถึงกิโล) พวกเราสี่พี่น้องก็เลยกำพร้าพ่อมาอยู่กับยายแทน ส่วนแม่ไปทำงานหาเงินส่ง

                ฉะนั้นในวัยเด็กจึงห่างกับแม่มากๆ พอยายตายพวกเราก็เลยต้องอยู่กันเอง ดูแลกันเอง ซักผ้า หุงข้าว ทำกับข้าวพาน้องไปโรงเรียน ทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ดูแลกันตะมุ๊ตะมิ๊ ไม่มีคนควบคุม

                ประเด็นมันอยู่ที่ แทบไม่อยู่ด้วยกันก็เลยอาจไม่สนิทกัน ไม่เข้าใจกัน รู้สึกไม่ชิน ทำให้เวลาเจอกันเลยรู้สึกเกร็งๆ อาจเพราะแม่ทำงานเหนื่อย เลี้ยงลูกสี่คนด้วยตัวคนเดียว ภาระมากมายที่ต้องแบกรับ ดังนั้นพอกลับมาที่บ้านมาเจออะไรที่..ยังไงล่ะ ขัดหูขัดตาก็เลยอารมณ์เสีย แล้วพออารมณ์เสียก็จะด่าเหมือนเอา M16 มายิงกราดในสงครามที่ทั้งตัวเรามีเพียงแค่เกราะเลเวล1 จะสู้ก็ไม่ได้ จะหนีข้างหลังก็ทางตัน ยิ่งด่าลื่นยิ่งหาเรื่องมาด่าได้ บางทีนั่งอยู่เฉยๆ ก็โดยด่าเฉย บอกว่าเหนื่อยที่ต้องมาเลี้ยงพวกบ้างล่ะ ถ้ากูเอาพวกไปปล่อยทิ้งวัดคงสบายไปนานแล้วไม่ต้องมาเหนื่อยคนเดียวแบบนี้ พอพูดอะไรไปตอนนั้นก็จะยิ่งเพิ่มเลเวลความโกรธเข้าไปอีก 'ใครสั่งใครสอนให้เถียง เดี๋ยวกูตบให้ฟันร่วงหมดปาก' ทำหน้าไม่พอใจไม่ได้ แสดงอารมณืต่อต้านไม่ได้ อารมณ์ประมาณว่า ฉันจะด่าใครก็ห้ามพูดห้ามโต้แย้ง บางทีเรื่องที่ไม่สมควรขุดมาด่าก็เอามาด่าได้ คือด่าด้วยน้ำเสียงจริงจังเกรี้ยวกราดมากๆ คือตอนโมโหเหมือนเขาเกลียดเรามากอะไรแบบนั้นอ่ะ

                ใครคิดยังไงไม่รู้นะ อาจจะแบบว่าก็แม่น่ะเออ จะบ่นจะด่าก็เป็นเรื่องปกติป่ะไรงี้ ฮื่อ...สำหรับเราไม่ถือว่าไม่โอเค ด่าจนอยากจะร้องไห้ ด่าจนรู้สึกเหมือนตัวเองไร้ค่า เหมือนเราเป็นกาฝาก เหมือนมีเราแล้วทำให้เขาลำบาก เขาชอบด่าให้รู้สึกแบบนี้ อะไรที่ไม่พอใจเขาอยากด่าก็ด่า อยากว่าก็ว่าเหมือนเขาไม่คิดจะยั้งรักษาความรู้สึกเราบ้าง กลับเดือนละครั้งก็เกร็งกัน อารมณ์ดีก็ดีไป แต่ถ้าอารมณ์เสียขึ้นมาล่ะก็ นรกชัดๆบางครั้งเราก็มีความคิดว่าเออ ถ้าตอนนั้น ตอนที่ด่าอยู่เนี่ยแหละ เราเดินออกจากบ้านปิดประตูใส่หน้าดังปั๊ง เดินดุ่มไปที่สะพานโดดน้ำตาย วันต่อมาลอยขึ้นอืดเขาจะเสียใจที่พูดที่ทำกับเราแบบนั้นไหม เขาจะคิดได้แล้วลดละเลิกด่าลูกแบบนั้นไหม

                พอจะเข้ามหาลัยเขาก็เริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิตเรามากกว่าเดิม เริ่มบอกให้เรียนนั่น เรียนนี่ เรียนอย่างนี้ไม่ดีจะไปทำมาหา-อะไร อยากให้เรียนพยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล พวกอะไรเกี่ยวกับโรงบาลเนี่ยอยากให้เรียนนัก แต่ประเด็นคือเราเกลียดยิ้มเลยอะไรพวกนี้เนี่ย ความคิดกับสุขภาพจิตตัวเองก็ป่วยหนักอยู่แล้ว ยังจะให้ไปอยู่ที่แบบนั้นอีกเหรอ ไม่เอาอ่ะ ดื้อเงียบไม่ยอมไปสอบแล้วโกหกว่าไปสอบแต่ไม่ติด เออเนี่ย แล้วก็พาไปสอบอีก ดันติดวิศวะ ม. นึง ก็ถือว่าหินมาก ฟลุ๊คติดได้ไงไม่รู้ เขาก็เลยว่าเอาที่นี่แหละ เราจะสอบที่อื่นเขาก็ไม่ให้ไป ทะเลาะกันหนักมากตอนนั้น เพราะในความคิดเราคือ ที่นั่นค่าหน่วยกิตแพงมาก เรียนก็เรียนเกือบทั้งปี มีตั้งสามเทอมค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนอีกล่ะ ที่บ้านใช่ว่าจะรวยน่าจะไม่ไหว เราบอกไปเขาก็ว่าเขาไหว เออ วิศวะเลยนะ เราก็ไม่ได้โง่ขนาดนั้นหรอก แต่เป็นคนไม่ชอบตัวเลข ตรรกศาสตร์ ไม่ชอบคำนวน ความสามารถในการเรียนรู้ด้านนี้ต่ำกว่าปกติ แต่ถ้าเป็นเรื่องวาดรูป ศิลปะ สายภาษานี่รู้ตัวเองเลยว่าไปได้แต่เต็มใจอย่างยิ่งที่จะไป แต่เขาไม่ให้ไป เขาว่าจบแล้วจะทำงานอะไร วิ่งวุ่นหางานอีก ที่นี่เลย อัตราการจบมาได้ทำงานสูงมาก ยืนยันสิทธิ์จ่ายเงินเรียบร้อย สุดท้ายก็เลยได้เรียนที่นั่น

                แล้วเป็นไงล่ะ แคลคูลัส เคมี ฟิสิกส์ เทอมแรกผ่านแบบหวุดหวิด ที่ทำได้ดีมากๆ ดันเป็นวิชาภาษาอังกฤษได้ B มา ส่วนไอ้ที่เหลือก็ D D+ C มั่ง C+ มั่ง ส่วนเทอมนี้มีแวว F กลับบ้านปิดเทอมมาก็บอกเขาว่าถ้าไม่ไหวจะเอายังไง ทำงานได้ไหม ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยก็มีเยอะ เพราะว่าเรียนก็เป็นซะแบบนี้ ค่าใช้จ่ายถึงเราจะประหยัดใช้แค่วันละร้อย แม่ก็ยังเหนื่อยหัวหมุน แล้วเป็นไงล่ะ ก็โดนด่าอีกจะไปทำงานอะไร แล้วเรียนไปด้วยทำงานไปด้วยจะเรียนอะไร เรียนแล้วจบมาจะได้งานทำจริงเหรอ จะไปหาที่เรียนใหม่ก็ไม่มีเงินแล้ว ค่าใช้จ่ายก่อนเข้าเรียนเยอะมาก หาเงินส่งให้เรียนเหนื่อยจะตาย
แล้วก็ใส่ๆ มา

                โดนสวนมาแบบนี้ก็ต้องมาคิดทบทวนตัวเอง เออ มันเป็นความผิดเราทุกอย่างเลยเหรอวะ พอแผนที่วางไว้มันกำลังพังก็กลายเป็นเราเหรอ อยู่ด้วยความหวังของเขาว่าเราต้องเป็นแบบนี้ เราต้องทำแบบนี้ พอเราแหกคอก เราไม่ทำ หรือเราทำพลาดมันก็กลายเป็นเราผิดทุกอย่าง ไม่ใช่ว่าแม่ไม่ดี
แม่ดีมากเลยแหละที่เลี้ยงลูกคนเดียวมาได้ขนาดนี้ ในแง่ความรับผิดชอบและบทบาทหน้าที่เขาทำได้ดีหลายอย่าง แต่มันติดอยู่แค่นี้ ทุกวันนี้ก็ยังถามตัวเองว่าอยู่ไปทำไม ทางที่เราเลือกเองไม่ได้ ชีวิตที่ต้องกดดันกับคำพูดที่มีแต่แง่ลบ มันอึดอัดแต่มันพูดไม่ได้ เขาไม่เข้าใจและไม่ยอมเข้าใจเรา เราอยากพูด แต่พอแย้งกับความคิดเขาเราจะกลายเป็นฝ่ายผิดทันที

                บางทีมันก็รู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว เมื่อไหร่มันจะสิ้นสุด อยากหนีออกไปจากตรงนั้น หนีจากทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ต้องคิดถึงบาปบุญคุณโทษ หายไปจากโลกนี้ซะ ไปเล่าระบายให้ใครฟัง เขาไม่เข้าใจเราถึงจุดนั้น ความรู้สึกของเรา เขาไม่เห็นว่ามันจะต้องอะไรขนาดนั้น แค่แม่บ่นแค่แม่ด่าใครๆ ก็เป็นกัน บางคนเจอมาหนักกว่านี้อีกยังทนได้เลย เหมือนเราโดนแค่นี้ทำตัวโอเวอร์

                เราไม่รู้ว่ะ มันรู้สึกแย่มากที่ได้ยินคำปลอบแบบนั้น คนเรามันไม่เหมือนกัน ลักษณะนิสัย การถูกเลี้ยงดู ความคิดความอดทนไม่เหมือนกัน เราไม่รู้ว่าคนอื่นมาเจอจะเป็นยังไงแต่สำหรับเรามันถือว่าแย่มาก อยู่กับแม่เราเกร็งมาก ทำอะไรก็ต้องระวังตลอดเวลา กลัวว่าทำผิดนิดเดียวเขาก็จะอารมณ์เสียแล้วด่า มันเป็นอารมณ์ที่เหมือนกำลังจะเป็นบ้าตายอ่ะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่