เห็นความหยาบคายในกระทู้ตามหาเจ้าของ (ผมก็เคยเห็น แต่ไม่ได้จำ ไม่มีในความทรงจำ)
แล้วผมตกใจครับ
(ซึ่งเป็นเศษเสี้ยวของความหยาบคายทั้งหมด)
กรณีที่เป็นคดีความหลายคดีอยู่ตอนนี้
ที่นำเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายนั้น เรียกได้ว่าเป็น หลักฐานเชิงประจักษ์
เช่น นาย ก. หมิ่น นางสาว ข. ด้วยถ้อยคำว่า ......................................
นางสาว ข. ก็นำถ้อยคำ ..................................... เข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย
ตรงนี้ไม่เท่าไร
แต่ที่น่าห่วงก็คือ
หลักฐานแวดล้อม อย่างกระทู้ "@@@@ ตามหาเจ้าของ @@@@"
ที่เห็นคำโพสต์แล้ว น่าตกใจมากครับ น่าตกใจแบบไม่น่าเชื่อว่า
มนุษย์คนหนึ่งจะสามารถใช้ถ้อยคำอย่างนั้นได้
เมื่อถึงชั้นศาล การแสดงหลักฐานเชิงประจักษ์ที่นำมาสู่การฟ้องร้อง
บวก หลักฐานแวดล้อม เพื่อแสดงให้ศาลท่านเห็นว่า จำเลยมีพฤติกรรมอย่างไร แสดงเจตนาแค่ไหน
ผมว่า สาหัสครับ
ก็ลอง ๆ คิดดู ว่าหากใครก็ตามเป็นผู้พิพากษา ได้เห็นคำหมิ่นในบรรยายฟ้อง ว่าขนาดนั้นแล้ว
พอได้เห็นหลักฐานแวดล้อม ที่หยาบคายกว่าคำหมิ่นจะเห็นว่าจำเลยเป็นคนอย่างไร
จะพิพากษาตามหลักฐานแบบเมตตารอลงอาญา หรือ ลงโทษให้เข็ดหลาบ
โดยเฉพาะ คดีที่เป็นเรื่องที่ว่า ผู้ชาย หมิ่นประมาทผู้หญิงด้วยถ้อยคำหยาบคาย และด่าหยาบ ๆ คาบ ๆ แบบเหลือรับ
ผู้ชายด่าผู้ชายด้วยกัน ผู้หญิงหมิ่นผู้หญิงด้วยกัน ยังพอเมตตาได้
แต่ผู้ชายหมิ่นผู้หญิงแบบหยาบคายสุด ๆ หลายกรรมหลายวาระ ไม่ใช่อารมณ์ชั่ววูบ แต่เป็นเจตนาและอุปนิสัยแท้ ๆ
กฎหมายยึดหลักว่า กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา
ทางอาญา ถือเจตนาเป็นหลัก
เจตนาชัด หลายกรรมหลายวาระ
คุกครับ
เฮ้อออ....
กมฺมุนา วตฺตตี โลโก
สัตว์โลก ย่อมเป็นไปตามกรรม
คนเรา บางครั้ง ก็ไม่เคยรู้เคยรับว่าตัวเองทำอะไรผิด
บอกตามตรงครับ เห็นแล้วผมตกใจ ก็ลอง ๆ คิดดูนะครับ หากว่าใครเป็นผู้พิพากษาในวันนั้น ............. ตระกองขวัญ
แล้วผมตกใจครับ
(ซึ่งเป็นเศษเสี้ยวของความหยาบคายทั้งหมด)
กรณีที่เป็นคดีความหลายคดีอยู่ตอนนี้
ที่นำเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายนั้น เรียกได้ว่าเป็น หลักฐานเชิงประจักษ์
เช่น นาย ก. หมิ่น นางสาว ข. ด้วยถ้อยคำว่า ......................................
นางสาว ข. ก็นำถ้อยคำ ..................................... เข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย
ตรงนี้ไม่เท่าไร
แต่ที่น่าห่วงก็คือ
หลักฐานแวดล้อม อย่างกระทู้ "@@@@ ตามหาเจ้าของ @@@@"
ที่เห็นคำโพสต์แล้ว น่าตกใจมากครับ น่าตกใจแบบไม่น่าเชื่อว่า
มนุษย์คนหนึ่งจะสามารถใช้ถ้อยคำอย่างนั้นได้
เมื่อถึงชั้นศาล การแสดงหลักฐานเชิงประจักษ์ที่นำมาสู่การฟ้องร้อง
บวก หลักฐานแวดล้อม เพื่อแสดงให้ศาลท่านเห็นว่า จำเลยมีพฤติกรรมอย่างไร แสดงเจตนาแค่ไหน
ผมว่า สาหัสครับ
ก็ลอง ๆ คิดดู ว่าหากใครก็ตามเป็นผู้พิพากษา ได้เห็นคำหมิ่นในบรรยายฟ้อง ว่าขนาดนั้นแล้ว
พอได้เห็นหลักฐานแวดล้อม ที่หยาบคายกว่าคำหมิ่นจะเห็นว่าจำเลยเป็นคนอย่างไร
จะพิพากษาตามหลักฐานแบบเมตตารอลงอาญา หรือ ลงโทษให้เข็ดหลาบ
โดยเฉพาะ คดีที่เป็นเรื่องที่ว่า ผู้ชาย หมิ่นประมาทผู้หญิงด้วยถ้อยคำหยาบคาย และด่าหยาบ ๆ คาบ ๆ แบบเหลือรับ
ผู้ชายด่าผู้ชายด้วยกัน ผู้หญิงหมิ่นผู้หญิงด้วยกัน ยังพอเมตตาได้
แต่ผู้ชายหมิ่นผู้หญิงแบบหยาบคายสุด ๆ หลายกรรมหลายวาระ ไม่ใช่อารมณ์ชั่ววูบ แต่เป็นเจตนาและอุปนิสัยแท้ ๆ
กฎหมายยึดหลักว่า กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา
ทางอาญา ถือเจตนาเป็นหลัก
เจตนาชัด หลายกรรมหลายวาระ
คุกครับ
เฮ้อออ....
กมฺมุนา วตฺตตี โลโก
สัตว์โลก ย่อมเป็นไปตามกรรม
คนเรา บางครั้ง ก็ไม่เคยรู้เคยรับว่าตัวเองทำอะไรผิด