คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 4
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ได้บัญญัติเรื่องทางจำเป็นไว้ในมาตรา ๑๓๔๙ ว่า “ที่ดินแปลงใดมีที่ดินแปลงอื่นล้อมอยู่จนไม่มีทางออกถึงทางสาธารณะได้ไซร้ ท่านว่าเจ้าของที่ดินแปลงนั้นจะผ่านที่ดินซึ่งล้อมอยู่ไปสู่ทางสาธารณะได้ ในเรื่องการขอใช้ทางจำเป็น กฎหมายบังคับว่า ผู้มีสิทธิจะผ่านต้องใช้ค่าทดแทนให้แก่เจ้าของที่ดินที่ล้อมอยู่ โดยค่าทดแทนอาจมีได้ ๒ ประการ คือ
๑. ค่าทดแทนเพื่อความเสียหายอันเกิดจากการที่มีทางผ่าน จะเสียหายมากหรือน้อยก็แล้วแต่ชนิดของทางที่ผ่าน เช่น จำต้องตัดต้นไม้บางต้นเพื่อให้ทำทางผ่านไปได้
๒. ค่าทดแทนที่เป็นค่าใช้ที่ดินของเขาเป็นทาง การที่ต้องมีทางผ่านไปย่อมทำให้เจ้าของที่ดิน ไม่ได้ใช้ที่ดินตรงนั้นทำประโยชน์ได้ตามประสงค์ การใช้ค่าทดแทนในกรณีนี้คล้ายกับเป็นค่าเช่า จะตกลงกันเป็นรายปีหรือเป็นเงินก้อนก็ได้
นอกจากทางจำเป็นจะมีขึ้นได้ดังได้กล่าวข้างต้นแล้ว ในมาตรา ๑๓๕๐ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ยังได้บัญญัติว่า “ถ้าที่ดินแบ่งแยกหรือแบ่งโอนกันเป็นเหตุให้แปลงหนึ่ง ไม่มีทางออกไปสู่ทาง สาธารณะไซร้ ท่านว่าเจ้าของที่ดินแปลงนั้นมีสิทธิเรียกร้องเอาทางเดินตามมาตราก่อนได้เฉพาะบนที่ดินแปลงที่ได้แบ่งแยกหรือแบ่งโอนกัน และไม่ต้องเสียค่าทดแทน” ตัวอย่างเช่น ที่ดินโฉนดเลขที่ ** มีชื่อนาย ก. เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ ด้านหนึ่งของที่ดินแปลงนี้จะอยู่ติดทางสาธารณประโยชน์ ต่อมา นาย ก. ได้จดทะเบียนแบ่งขายที่ดินแปลงนี้ออกไปอีกหลายแปลง และได้แบ่งขายที่ดินแปลงแยกแปลงหนึ่ง คือ โฉนดเลขที่ *** ให้แก่ นาย ว. ที่ดินโฉนดเลขที่ *** ที่นาย ว. ซื้อมาเป็นที่ดินที่อยู่ด้านในสุดและไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะ ดังนี้ นาย ว. ย่อมมีสิทธิที่จะเดินผ่านที่ดินโฉนดเลขที่ ** ของนาย ก. ได้โดยไม่ต้องเสียค่าทดแทน
สรุป คุณสามารถร้องขอทางจำเป็นได้แต่ต้องเสียค่าตอบแทนให้เจ้าของที่ดิน แต่ถ้าเป้นที่ดินที่เคยเป็นแปลงเดียวกันมาก่อนแบ่งแยกให้คุณ คุณก็ไม่ต้องเสียค่าทดแทน
อ้างอิง http://www.dol.go.th/lo/smt/article/article13.htm ครับ
๑. ค่าทดแทนเพื่อความเสียหายอันเกิดจากการที่มีทางผ่าน จะเสียหายมากหรือน้อยก็แล้วแต่ชนิดของทางที่ผ่าน เช่น จำต้องตัดต้นไม้บางต้นเพื่อให้ทำทางผ่านไปได้
๒. ค่าทดแทนที่เป็นค่าใช้ที่ดินของเขาเป็นทาง การที่ต้องมีทางผ่านไปย่อมทำให้เจ้าของที่ดิน ไม่ได้ใช้ที่ดินตรงนั้นทำประโยชน์ได้ตามประสงค์ การใช้ค่าทดแทนในกรณีนี้คล้ายกับเป็นค่าเช่า จะตกลงกันเป็นรายปีหรือเป็นเงินก้อนก็ได้
นอกจากทางจำเป็นจะมีขึ้นได้ดังได้กล่าวข้างต้นแล้ว ในมาตรา ๑๓๕๐ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ยังได้บัญญัติว่า “ถ้าที่ดินแบ่งแยกหรือแบ่งโอนกันเป็นเหตุให้แปลงหนึ่ง ไม่มีทางออกไปสู่ทาง สาธารณะไซร้ ท่านว่าเจ้าของที่ดินแปลงนั้นมีสิทธิเรียกร้องเอาทางเดินตามมาตราก่อนได้เฉพาะบนที่ดินแปลงที่ได้แบ่งแยกหรือแบ่งโอนกัน และไม่ต้องเสียค่าทดแทน” ตัวอย่างเช่น ที่ดินโฉนดเลขที่ ** มีชื่อนาย ก. เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ ด้านหนึ่งของที่ดินแปลงนี้จะอยู่ติดทางสาธารณประโยชน์ ต่อมา นาย ก. ได้จดทะเบียนแบ่งขายที่ดินแปลงนี้ออกไปอีกหลายแปลง และได้แบ่งขายที่ดินแปลงแยกแปลงหนึ่ง คือ โฉนดเลขที่ *** ให้แก่ นาย ว. ที่ดินโฉนดเลขที่ *** ที่นาย ว. ซื้อมาเป็นที่ดินที่อยู่ด้านในสุดและไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะ ดังนี้ นาย ว. ย่อมมีสิทธิที่จะเดินผ่านที่ดินโฉนดเลขที่ ** ของนาย ก. ได้โดยไม่ต้องเสียค่าทดแทน
สรุป คุณสามารถร้องขอทางจำเป็นได้แต่ต้องเสียค่าตอบแทนให้เจ้าของที่ดิน แต่ถ้าเป้นที่ดินที่เคยเป็นแปลงเดียวกันมาก่อนแบ่งแยกให้คุณ คุณก็ไม่ต้องเสียค่าทดแทน
อ้างอิง http://www.dol.go.th/lo/smt/article/article13.htm ครับ
แสดงความคิดเห็น
สอบถามเกี่ยวกับเรื่องที่ดิน ที่อยู่อาศัย
สวัสดีครับผมมีเรื่องราว และปัญหาอยากสอบถามผู้รู้ ดังนี้ครับ
- พื้นที่สีฟ้าเป็นของ น. ซึ่งนางสาว น. ได้รับมาจาก ยาย น. ให้ แม่ น. และตกมาถึง นางสาว น.
- พื้นที่สีเหลือง(พื้นที่ตาบอด)คือ บ้านพี่ชาย ที่ได้รับตกทอด มาจาก ยาย ให้น้า และน้าก็มอบให้พี่ชาย
- พื้นที่สีแดงคือพื้นที่ของ น. เป็นทางที่ใช้เข้า-ออก ถนนได้ทางเดียว ที่ใช้ร่วมกันมากับบ้านพี่ชาย นานกว่า30ปี
- พื้นที่สีเทา คือถนน บางแวก
เรื่องมีอยู่ว่าทางสีแดงนั้นได้มีการตกลงกันปากเปล่าตั้งแต่รุ่นยาย ของ น. และ พี่ชาย ว่า ให้พื้นที่สีแดงเป็นทางเข้าออก
โดยไม่คิดค่าอะไรทั้งสิ้น จึงได้ใช้พื้นที่สีแดงนั้นเป็นทางเข้าออกมากว่า30ปี
จนมาถึงรุ่นของ น. อยู่ดีๆ น. ก็มาบอกกับทางพี่ชายว่า จะขอเก็บค่าผ่านทางบนพื้นที่สีแดง (กว้าง ประมาณ 3เมตร ยาวประมาณ 50เมตร )
ซึ่งจะขอเก็บเป็นรายเดือน เดือนละ 800 บาท ซึ่งทางพี่ชาย ได้ยื่นข้อเสนอ ว่าขอจ่ายครั้งเดียว 20,000 บาท เพื่อเป็นค่าอาศัยเข้าออก
แต่ น.ไม่ยอม จะขอเก็บเป็นรายเดือน และได้บอกว่า ถ้าทางพี่ชายไม่ยอม จะนำสังกะสีมาล้อม บริเวณที่ดินของเข้า ซึ่งก็กลายเป็นว่า ปิดหน้าบ้านพี่ชายไปโดยปริยาย จึงอยากรบกวนสอบถาม ผู้ที่มีความรู้ด้านกฎหมาย หรือท่านผู้เคยมีประสบการณ์ คล้ายแบบนี้ ว่าจะมีแนวทางแก้ไข อย่างไรได้บ้างครับ