เนื้อหามาจากเพจที่ผมทำขึ้นเองนะครับ
โดยผมไม่ได้ทำงานทางสายการเงินแต่อย่างใด
และไม่แสวงหาผลประโยชน์อะไรจากการทำเพจ
แค่มีความรู้ทางการเงินในระดับนึง
และอยากแชร์ความรู้ให้คนอื่นได้รู้บ้างเท่านั้นครับ
แวะเยี่ยมชมเพจผมได้ที่
https://www.facebook.com/smartmoneymorefun/
ถ้าถูกใจก็ ไลค์ แชร์ หรือจะคอมเม้นติชม แนะนำได้เลยนะครับ
ขอบคุณครับ
..............................
วันนี้เราจะมาชวนคุยเกี่ยวกับ
แนวทางการบริหารรายจ่ายอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ไม่ใช่แค่เพียงเก็บเงินได้ แต่ต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีสม่ำเสมอ
ซึ่งแนวทางที่เราจะพูดถึงเรียกว่า JARs System
ซึ่งเทคนิคนี้เป็นวิธีการบริหารรายได้แบบง่าย ๆ
ที่สามารถทำได้จริง โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านการเงินมากมายครับ
คนจำนวนหนึ่ง
ประสบกับปัญหาการควบคุมรายจ่ายครับ
เมื่อมีรายได้เข้ามา
เขาก็พร้อมจะเปลี่ยนแปลงมัน
ไปเป็นรายจ่ายเพื่อตอบสนองความต้องการของตน
ได้อย่างรวดเร็วแบบไม่น่าเชื่อ
จากที่เคยคิดว่าจะเก็บเงินได้
พอรู้สึกตัวอีกทีกลายเป็นแค่จะกินอยู่ก็ไม่พอเสียแล้ว
แล้วจะไปออมได้อย่างไร
การบริหารรายจ่ายได้ดี
ย่อมทำให้เราสามารถใช้ชีวิตในแบบที่เราต้องการได้อย่างสมดุล
ไม่อดอยากเกินไป ไม่ฟุ่มเฟือยเกินไป
ไม่อดมื้อกินมื้อ มีเงินเก็บเพื่อเป้าหมายสำคัญต่าง ๆ
มีการพัฒนาตนเอง และสิ่งสำคัญคือมีความสุขด้วยครับ

ความสำคัญของการวางแผนเกษียณ
ตอนที่ 4 : ทำไม???เราถึงควรวางแผนเกษียณตั้งแต่เริ่มทำงาน
https://goo.gl/wDhRxM

1_ตัดออมก่อนทันทีที่ได้รับรายได้_
>>>FFA+LTSS+EDU=3000+3000+3000฿
ต้องยอมรับว่าคนส่วนใหญ่ไม่มีวินัยทางการเงินดีพอครับ การคิดว่าจะใช้จ่าย 21000฿ ให้เหลือ 9000฿ ในปลายเดือน
อาจจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยาก อาจจะทำไม่ได้ทุกเดือน
หากเปลี่ยนเป็นตัดออมก่อนทันทีเลย 9000฿ แล้วไปใช้เงิน 21000฿ แบบไม่ต้องกังวล น่าจะเป็นเรื่องที่ชัวร์กว่าครับ
โดยเงินออมควรเป็นคนละบัญชีกับเงินที่ใช้จ่าย
และการออมคนละกลุ่มกันก็ควรแยกบัญชีเช่นกัน เพื่อป้องกันการใช้เงินเกินจนมั่วครับ

2_จัดสรรรายจ่ายจำเป็น
>>>NEC=16500฿
โดยต้องแบ่งเป็นรายจ่ายคงที่ และรายจ่ายผันแปรครับ
รายจ่ายคงที่คือรายจ่ายที่มาแน่นอนเป็นประจำค่อนข้างคงที่
รายจ่ายผันแปรคือรายจ่ายที่ไม่แน่นอนมากบ้างน้อยบ้าง ตามการใช้ชีวิตประจำวัน
สมมตินาย N มีรายจ่ายคงที่ คือค่าเช่าห้อง 4000฿ ค่าโทรศัพท์ 500฿ ค่าซักรีด 800฿
NEC เมื่อลบด้วยรายจ่ายคงที่แล้ว = 11200฿
นำมาหารด้วย จำนวนวันในเดือนนั้น เช่น 30 วัน
นาย N สามารถใช้รายจ่ายผันแปรได้วันละ 373฿
และพยายามอย่าใช้เกิน หากใช้เงินเกินเช่น วันนี้ไปกินข้าวร้านแพง 1373฿
นาย N อาจจะต้องประหยัดใช้เงินเพียง 273฿ ไปอีกสิบวัน
หากเขาไม่คุมรายจ่ายเมื่อใช้เงินเกินไปเรื่อย ๆ ปลายเดือนเขาอาจจะต้องดำรงชีวิตด้วยมาม่าแน่นอนครับ

3_บริหารรายจ่ายอื่น ๆ ไม่ให้เกินงบ
>>>PLAY=3000฿
>>>GIVE=1500฿
ควรจดบันทึกทุกครั้งเมื่อมีการจ่ายสองรายการนี้ เพื่อเตือนตัวเองไม่ให้ใช้เงินสองก้อนนี้เกิดงบ
เพราะหากเราซื้อของสะสม หรือไปปาร์ตี้ฉลองมากเกินไป
มันอาจจะเบียดบังรายจ่ายจำเป็น ทำให้เราต้องมีคุณภาพชีวิตที่ย่ำแย่ลงครับ
(มาม่าเพื่อนเกลอแล้วเจอกัน)

4_ทบทวนรายการใช้จ่ายเมื่อสิ้นเดือน
หากนาย N ใช้จ่ายบางรายการไม่หมด
เช่น NEC เหลือ 1000 PLAY เหลือ 200 GIVE เหลือ 500 นาย N สามารถนำเงิน 1700฿
ไปจัดสรรไปเพิ่มงบเดือนหน้า
เช่น เพิ่ม LTSS+1000=>4000
NEC+200=16700 PLAY+500=>3500
อยากเพิ่มอะไรก็เพิ่มตามต้องการอย่างอิสระครับ

ปล.เราอาจจะสามารถแบ่งประเภทของ JARs ได้ตามใจชอบ
เช่น TRAVEL HOME COSMETIC(ผู้หญิงน่าจะมี)
LUCK(เผื่อคนอยากซื้อหวยเสี่ยงดวง)
หรืออะไรก็ได้ที่คุณให้ความสำคัญกับมัน
อยากจะเก็บเงินเพื่อมัน
หรืออยากจะจำกัดงบประมาณของมัน
ปล.2.คนบางคนอาจจะใช้วีธีใช้ก่อนออมทีหลังได้
ถ้าหากเค้ามีวินัยทางการเงินเพียงพอ
ปล.3.ช่วงแรก ๆ ที่ใช้หลัก JARs รับรองเลยว่า
คุณจะต้องอึดอัดแน่นอน
เพราะถูกจำกัดรายจ่ายด้านต่าง ๆ
แต่ถ้าคุณมีวินัยและความอดทนเพียงพอ
เชื่อเถอะว่าทำไปสักพักเดี๋ยวก็ชินครับ
(^o^) เปย์อย่างไร ไม่ให้ต้องกินแต่มาม่าช่วงปลายเดือน #SMMF
โดยผมไม่ได้ทำงานทางสายการเงินแต่อย่างใด
และไม่แสวงหาผลประโยชน์อะไรจากการทำเพจ
แค่มีความรู้ทางการเงินในระดับนึง
และอยากแชร์ความรู้ให้คนอื่นได้รู้บ้างเท่านั้นครับ
แวะเยี่ยมชมเพจผมได้ที่
https://www.facebook.com/smartmoneymorefun/
ถ้าถูกใจก็ ไลค์ แชร์ หรือจะคอมเม้นติชม แนะนำได้เลยนะครับ
ขอบคุณครับ
..............................
วันนี้เราจะมาชวนคุยเกี่ยวกับ
แนวทางการบริหารรายจ่ายอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ไม่ใช่แค่เพียงเก็บเงินได้ แต่ต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีสม่ำเสมอ
ซึ่งแนวทางที่เราจะพูดถึงเรียกว่า JARs System
ซึ่งเทคนิคนี้เป็นวิธีการบริหารรายได้แบบง่าย ๆ
ที่สามารถทำได้จริง โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านการเงินมากมายครับ
คนจำนวนหนึ่ง
ประสบกับปัญหาการควบคุมรายจ่ายครับ
เมื่อมีรายได้เข้ามา
เขาก็พร้อมจะเปลี่ยนแปลงมัน
ไปเป็นรายจ่ายเพื่อตอบสนองความต้องการของตน
ได้อย่างรวดเร็วแบบไม่น่าเชื่อ
จากที่เคยคิดว่าจะเก็บเงินได้
พอรู้สึกตัวอีกทีกลายเป็นแค่จะกินอยู่ก็ไม่พอเสียแล้ว
แล้วจะไปออมได้อย่างไร
การบริหารรายจ่ายได้ดี
ย่อมทำให้เราสามารถใช้ชีวิตในแบบที่เราต้องการได้อย่างสมดุล
ไม่อดอยากเกินไป ไม่ฟุ่มเฟือยเกินไป
ไม่อดมื้อกินมื้อ มีเงินเก็บเพื่อเป้าหมายสำคัญต่าง ๆ
มีการพัฒนาตนเอง และสิ่งสำคัญคือมีความสุขด้วยครับ
ความสำคัญของการวางแผนเกษียณ
ตอนที่ 4 : ทำไม???เราถึงควรวางแผนเกษียณตั้งแต่เริ่มทำงาน
https://goo.gl/wDhRxM
1_ตัดออมก่อนทันทีที่ได้รับรายได้_
>>>FFA+LTSS+EDU=3000+3000+3000฿
ต้องยอมรับว่าคนส่วนใหญ่ไม่มีวินัยทางการเงินดีพอครับ การคิดว่าจะใช้จ่าย 21000฿ ให้เหลือ 9000฿ ในปลายเดือน
อาจจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยาก อาจจะทำไม่ได้ทุกเดือน
หากเปลี่ยนเป็นตัดออมก่อนทันทีเลย 9000฿ แล้วไปใช้เงิน 21000฿ แบบไม่ต้องกังวล น่าจะเป็นเรื่องที่ชัวร์กว่าครับ
โดยเงินออมควรเป็นคนละบัญชีกับเงินที่ใช้จ่าย
และการออมคนละกลุ่มกันก็ควรแยกบัญชีเช่นกัน เพื่อป้องกันการใช้เงินเกินจนมั่วครับ
2_จัดสรรรายจ่ายจำเป็น
>>>NEC=16500฿
โดยต้องแบ่งเป็นรายจ่ายคงที่ และรายจ่ายผันแปรครับ
รายจ่ายคงที่คือรายจ่ายที่มาแน่นอนเป็นประจำค่อนข้างคงที่
รายจ่ายผันแปรคือรายจ่ายที่ไม่แน่นอนมากบ้างน้อยบ้าง ตามการใช้ชีวิตประจำวัน
สมมตินาย N มีรายจ่ายคงที่ คือค่าเช่าห้อง 4000฿ ค่าโทรศัพท์ 500฿ ค่าซักรีด 800฿
NEC เมื่อลบด้วยรายจ่ายคงที่แล้ว = 11200฿
นำมาหารด้วย จำนวนวันในเดือนนั้น เช่น 30 วัน
นาย N สามารถใช้รายจ่ายผันแปรได้วันละ 373฿
และพยายามอย่าใช้เกิน หากใช้เงินเกินเช่น วันนี้ไปกินข้าวร้านแพง 1373฿
นาย N อาจจะต้องประหยัดใช้เงินเพียง 273฿ ไปอีกสิบวัน
หากเขาไม่คุมรายจ่ายเมื่อใช้เงินเกินไปเรื่อย ๆ ปลายเดือนเขาอาจจะต้องดำรงชีวิตด้วยมาม่าแน่นอนครับ
3_บริหารรายจ่ายอื่น ๆ ไม่ให้เกินงบ
>>>PLAY=3000฿
>>>GIVE=1500฿
ควรจดบันทึกทุกครั้งเมื่อมีการจ่ายสองรายการนี้ เพื่อเตือนตัวเองไม่ให้ใช้เงินสองก้อนนี้เกิดงบ
เพราะหากเราซื้อของสะสม หรือไปปาร์ตี้ฉลองมากเกินไป
มันอาจจะเบียดบังรายจ่ายจำเป็น ทำให้เราต้องมีคุณภาพชีวิตที่ย่ำแย่ลงครับ
(มาม่าเพื่อนเกลอแล้วเจอกัน)
4_ทบทวนรายการใช้จ่ายเมื่อสิ้นเดือน
หากนาย N ใช้จ่ายบางรายการไม่หมด
เช่น NEC เหลือ 1000 PLAY เหลือ 200 GIVE เหลือ 500 นาย N สามารถนำเงิน 1700฿
ไปจัดสรรไปเพิ่มงบเดือนหน้า
เช่น เพิ่ม LTSS+1000=>4000
NEC+200=16700 PLAY+500=>3500
อยากเพิ่มอะไรก็เพิ่มตามต้องการอย่างอิสระครับ
ปล.เราอาจจะสามารถแบ่งประเภทของ JARs ได้ตามใจชอบ
เช่น TRAVEL HOME COSMETIC(ผู้หญิงน่าจะมี)
LUCK(เผื่อคนอยากซื้อหวยเสี่ยงดวง)
หรืออะไรก็ได้ที่คุณให้ความสำคัญกับมัน
อยากจะเก็บเงินเพื่อมัน
หรืออยากจะจำกัดงบประมาณของมัน
ปล.2.คนบางคนอาจจะใช้วีธีใช้ก่อนออมทีหลังได้
ถ้าหากเค้ามีวินัยทางการเงินเพียงพอ
ปล.3.ช่วงแรก ๆ ที่ใช้หลัก JARs รับรองเลยว่า
คุณจะต้องอึดอัดแน่นอน
เพราะถูกจำกัดรายจ่ายด้านต่าง ๆ
แต่ถ้าคุณมีวินัยและความอดทนเพียงพอ
เชื่อเถอะว่าทำไปสักพักเดี๋ยวก็ชินครับ