ผมเกิดในครอบครัวใหญ่ มีพี่น้องน้าอา ครบ พ่อกับแม่ผมอยู่ต่างจังหวัดทำงาานที่อ่างทอง ซึ่งพอผมขึ้น มัธยม ผมก็ได้ถูกย้ายไปอยู่กับพ่อแม่
ซึ่งใชช่วงปี 1/4 ของปีแรกผมก็ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นมากมาย แต่พอหลังจากนั้น พ่อแม่ผมก็จะแสดงกริยาไม่ดีกับพี่ผมหรือคนอื่นๆ
พี่ผมอยู่ที่นั่น พอแม่เรียกใช้อะไรแม่ผมจะ ปา สิ่งของให้พี่ผมรู้สึก ส่วนพ่อผมมักจะเป็นคนขี้บ่น และเห็นแก่ตัว ทำอะไรผิดจะหาคนมารับผิดแถน
ซึ่งกริยาแบบนั้นที่ว่าแย่แล้ว ผม พี่ หรือคนในครอบครัวคนใกล้ๆชิวิต มักจะถูกนินทา แต่งสีจากพ่อผมและเอาไปประจานแบบเสียๆหายๆโดนไม่คำนึงถึงอนาคตอันใกล้ที่จะส่งผลต่อคนมองตัวผมและคนอื่นๆ ผมทนมา 2-3 ปีผมเลยเริ่มแสดงอาการต่อต้านเพราะตัวผมเป็นคนที่มักใช้ชีวิตกับตัวเองมักคุยกับตัวเองจึงมักใช้ สมาถิ ตลอดเวลา ผมมักจะ ถามเขา ว่าทำไมถึงทำแบบนี้ หรือการถามเชิงเถียง ที่รุ่นพ่อๆชอบบอกว่านั้นคือเถียง ซึ่งนั่นไม่ได้ผล เพราะเมื่อผมทำเมื่อไหร่ แม่มักจะมาบอกให้ หยุด!!เถียงเขา ซึ่งผมเป็นเด็กสายวิทย์คณิตที่มักชอบหาเหตุผลมาลองรับ ผมจึงถาม อัตโนมัตว่าทำไมเขาพูดแบบนั้น ซึ่งผลก็เหมือนเดิม ห้ามเถียง ห้ามเถียง ผมจึงได้สิ่งที่เข้าใจได้จริงเกี่ยวกับสังคมในไทยนี้ว่า เป็นเด็กถึงจะฉลาดแค่ใหนก็ไม่มีอานาจในการแสดงความคิดเห็น
ที่ผมบอกมานี้เป็นเพียงแค่ความคิดจากการมองภายนอก เท่านั้น แต่การแสดงนั้นเป็นแท้จริง
ผมจึงอยากหาทางออกว่าผมควรสนใจในสิ่งใด ปัจจุบันผมกำลังเร่งพัฒนาความสามารถให้หางานได้เร็วที่สุด
พ่อแม่ด่าเป็นอย่างเดียวเหตุผลไม่มีสักครั้งในชีวิต ทำไงดีครับ
ซึ่งใชช่วงปี 1/4 ของปีแรกผมก็ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นมากมาย แต่พอหลังจากนั้น พ่อแม่ผมก็จะแสดงกริยาไม่ดีกับพี่ผมหรือคนอื่นๆ
พี่ผมอยู่ที่นั่น พอแม่เรียกใช้อะไรแม่ผมจะ ปา สิ่งของให้พี่ผมรู้สึก ส่วนพ่อผมมักจะเป็นคนขี้บ่น และเห็นแก่ตัว ทำอะไรผิดจะหาคนมารับผิดแถน
ซึ่งกริยาแบบนั้นที่ว่าแย่แล้ว ผม พี่ หรือคนในครอบครัวคนใกล้ๆชิวิต มักจะถูกนินทา แต่งสีจากพ่อผมและเอาไปประจานแบบเสียๆหายๆโดนไม่คำนึงถึงอนาคตอันใกล้ที่จะส่งผลต่อคนมองตัวผมและคนอื่นๆ ผมทนมา 2-3 ปีผมเลยเริ่มแสดงอาการต่อต้านเพราะตัวผมเป็นคนที่มักใช้ชีวิตกับตัวเองมักคุยกับตัวเองจึงมักใช้ สมาถิ ตลอดเวลา ผมมักจะ ถามเขา ว่าทำไมถึงทำแบบนี้ หรือการถามเชิงเถียง ที่รุ่นพ่อๆชอบบอกว่านั้นคือเถียง ซึ่งนั่นไม่ได้ผล เพราะเมื่อผมทำเมื่อไหร่ แม่มักจะมาบอกให้ หยุด!!เถียงเขา ซึ่งผมเป็นเด็กสายวิทย์คณิตที่มักชอบหาเหตุผลมาลองรับ ผมจึงถาม อัตโนมัตว่าทำไมเขาพูดแบบนั้น ซึ่งผลก็เหมือนเดิม ห้ามเถียง ห้ามเถียง ผมจึงได้สิ่งที่เข้าใจได้จริงเกี่ยวกับสังคมในไทยนี้ว่า เป็นเด็กถึงจะฉลาดแค่ใหนก็ไม่มีอานาจในการแสดงความคิดเห็น
ที่ผมบอกมานี้เป็นเพียงแค่ความคิดจากการมองภายนอก เท่านั้น แต่การแสดงนั้นเป็นแท้จริง
ผมจึงอยากหาทางออกว่าผมควรสนใจในสิ่งใด ปัจจุบันผมกำลังเร่งพัฒนาความสามารถให้หางานได้เร็วที่สุด