ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนยัน หากมุ่งมั่นฟื้นคืนประชาธิปไตยผ่านการเลือกตั้ง ไทยต้องเลิกจำกัดเสรีภาพขั้นพื้นฐาน เปิดพื้นที่แก่กิจกรรมทางการเมือง
เมื่อวันพุธที่ 7 มีนาคม ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ
ซาอิด ราอัด อัล-ฮุสเซน นำเสนอรายงานสถานการณ์ที่น่าห่วงกังวลของประเทศต่างๆ ทั่วโลกในที่ประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนที่นครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์
ในกรณีของประเทศไทย ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนกล่าวว่า รัฐบาลไทยยังคงปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงออก เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และเสรีภาพในการชุมนุม
“ผมยังคงได้รับรายงานเกี่ยวกับการใช้กระบวนการยุติธรรมในการกลั่นแกล้งและข่มขู่คุกคามนักปกป้องสิทธิมนุษยชน สื่อมวลชน นักการเมือง และนักกิจกรรมภาคประชาสังคม ซึ่งได้แสดงออกโดยชอบในประเด็นทางสังคมและการเมือง” อัลฮุสเซนกล่าว
ข้าหลวงใหญ่ฯ ยังกล่าวอีกว่า หากประเทศไทยมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตยโดยวิถีทางการเลือกตั้ง นับเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งที่ไทยจะต้องยุติการจำกัดเสรีภาพขั้นพื้นฐานต่างๆโดยทันที รวมถึงเสรีภาพในการเคลื่อนไหวทางการเมือง
เขาบอกด้วยว่า ตนยินดีที่รัฐบาลไทยประกาศให้สิทธิมนุษยชนเป็นวาระแห่งชาติ และตนปรารถนาที่จะหารือกับทางการไทยถึงแนวทางดำเนินงานในเรื่องนี้.
ที่มา : UN Human Rights Office of the High Commissioner
JJNY : ยูเอ็นแนะไทย ‘เลิกจำกัดเสรีภาพ’
เมื่อวันพุธที่ 7 มีนาคม ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ซาอิด ราอัด อัล-ฮุสเซน นำเสนอรายงานสถานการณ์ที่น่าห่วงกังวลของประเทศต่างๆ ทั่วโลกในที่ประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนที่นครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์
ในกรณีของประเทศไทย ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนกล่าวว่า รัฐบาลไทยยังคงปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงออก เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และเสรีภาพในการชุมนุม
“ผมยังคงได้รับรายงานเกี่ยวกับการใช้กระบวนการยุติธรรมในการกลั่นแกล้งและข่มขู่คุกคามนักปกป้องสิทธิมนุษยชน สื่อมวลชน นักการเมือง และนักกิจกรรมภาคประชาสังคม ซึ่งได้แสดงออกโดยชอบในประเด็นทางสังคมและการเมือง” อัลฮุสเซนกล่าว
ข้าหลวงใหญ่ฯ ยังกล่าวอีกว่า หากประเทศไทยมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตยโดยวิถีทางการเลือกตั้ง นับเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งที่ไทยจะต้องยุติการจำกัดเสรีภาพขั้นพื้นฐานต่างๆโดยทันที รวมถึงเสรีภาพในการเคลื่อนไหวทางการเมือง
เขาบอกด้วยว่า ตนยินดีที่รัฐบาลไทยประกาศให้สิทธิมนุษยชนเป็นวาระแห่งชาติ และตนปรารถนาที่จะหารือกับทางการไทยถึงแนวทางดำเนินงานในเรื่องนี้.
ที่มา : UN Human Rights Office of the High Commissioner