ขอย้อนกลับไปเล่าความชุ่ยตั้งแต่เริ่มต้นนะคะ
เดือน 10/2557 ดิฉันไปแจ้งขอยกเลิกหมายเลขโทรศัพท์ที่ศูนย์บริการ TRUE และเจ้าหน้าที่รับเรื่องดำเนินการยกเลิกพร้อมออกเอกสารใบรับเรื่องไว้ให้เป็นหลักฐาน และแจ้งว่าจะมีบิลเรียกเก็บค่าบริการอีก 1 รอบบิล เนื่องจากยังไม่ตัดรอบบิลจึงชำระ ณ วันนั้นไม่ได้ ซึ่งดิฉันรับทราบและไปดำเนินการชำระค่าบริการของรอบบิลหลังจากนั้นในเดือนถัดมา
เดือน 12/2557 ได้รับใบแจ้งค่าบริการเรียกเก็บมาอีก ดิฉันจึงต้องกลับไปติดต่อที่ศูนย์บริการอีกครั้ง เพื่อยืนยันว่าหมายเลขนี้แจ้งยกเลิกไปแล้วทำไมจึงยังมีค่าบริการเรียกเก็บมาอยู่ เจ้าหน้าที่ที่รับเรื่องคราวนี้เป็นคนละคนกันยืนยันหนักแน่นว่าหมายเลขนี้ยังไม่ถูกยกเลิก โชคดีที่ดิฉันยังเก็บหลักฐานใบแจ้งยกเลิกและใบเสร็จที่ชำระค่าบริการทั้งหมดแล้วเอาไว้อยู่ เมื่อเจ้าหน้าที่เห็นเอกสารจึงเชื่อแล้วบอกว่า เจ้าหน้าที่คนก่อนยังไม่ได้ทำเรื่องยกเลิกให้เลย แต่เดี๋ยวจะทำการยกเลิกให้ทันที..... ดิฉันให้เจ้าหน้าที่เซ็นรับเรื่องไว้ให้ และขอเก็บเอกสารไว้
เมื่อเร็วๆ นี้ ดิฉันได้รับจดหมายจากสำนักกฎหมายส่งมาทั้งที่บ้าน และ ที่ทำงาน เป็นจดหมายติดตามทวงหนี้ของตัวแทนที่ดำเนินการติดตามหนี้ให้ TRUE ดิฉันโกรธมาก ว่าทำไมถึงมีจดหมายแบบนี้ส่งมาถึงที่ทำงาน ในจดหมายให้หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อกลับของเจ้าหน้าที่ไว้ สำหรับกรณีต้องการยุติข้อพิพาทหรือค่าใช้จ่ายที่อาจจะเกิดขึ้นในการดำเเนินการ ดิฉันจึงตั้งสติ โทรกลับไปถามว่าค่าใช้จ่ายดังกล่าวเกิดจากรอบบิลไหน ทางเจ้าหน้าที่แจ้งว่า เกิดจากรอบบิลเดือน 12/2557 แต่ดิฉันยกเลิกหมายเลขนี้ตั้งแต่เดือน 10/2557 แล้วทำไมถึงเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นได้ เจ้าหน้าที่ตัวแทนติดตามหนี้บอกว่าเค้าไม่รู้เรื่องรายละเอียด เค้ามีหน้าที่ติดตามหนี้ตามที่ TRUE ส่งรายชื่อมาให้เท่านั้น ให้ติดต่อศูนย์บริการ เราจึงลองโทรหา call center ซึ่งก็ได้แต่แจ้งว่าไม่ทราบค่ะ ต้องติดต่อที่สาขา

.... ดิฉันได้แต่เซ็งและยังไม่มีโอกาสได้ไปติดต่อที่ศูนย์บริการ
จนกระทั่งเมื่อวานนี้ มีจดหมายทวงหนี้ส่งมาที่บ้านอีก แต่ดิฉันย้ายออกมาอยู่บ้านสามีแล้ว มีแวะกลับไปบ้างเป็นครั้งคราว คุณน้าที่อยู่ที่บ้านเห็นจดหมายจึงนำไปจ่ายให้เรียบร้อย แล้วมาบอกดิฉันวันนี้ว่าจ่ายให้แล้ว .....
ยอดเงินจะว่าเยอะก็ไม่เยอะค่ะ จะว่าน้อยก็ไม่น้อยนะคะ 500 กว่าบาท แต่ดิฉันว่ามันไม่ใช่เรื่องที่เราต้องมาเสียเงินจำนวนนี้ให้กับความชุ่ยของคนในองค์กรหนึ่ง ดิฉันต้องการให้เค้าคืนเงินจำนวนนั้นด้วย เพราะไม่ใช่ความผิดของเราซักนิด ไม่รู้ว่าจะเป็นไปได้รึเปล่า คงจะต้องทั้งเสียเวลา เสียค่าน้ำมัน และเสียสุขภาพจิต
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เอกสารหลักฐานในการติดต่อเรื่องต่างๆ สำคัญนะคะ อย่างดิฉันเกือบทิ้งไปหลายรอบแล้วแต่ตัดใจเก็บเป็นเศษขยะให้รกแฟ้มไปก่อน สุดท้ายได้ใช้ประโยชน์จริงๆ หากเพื่อนๆ มีคำแนะนำอะไรดีดี บอกกันได้นะคะ
แชร์ประสบการณ์แย่ๆ กับ TRUE - ถูกตามทวงหนี้ที่ไม่ได้ก่อ
เดือน 10/2557 ดิฉันไปแจ้งขอยกเลิกหมายเลขโทรศัพท์ที่ศูนย์บริการ TRUE และเจ้าหน้าที่รับเรื่องดำเนินการยกเลิกพร้อมออกเอกสารใบรับเรื่องไว้ให้เป็นหลักฐาน และแจ้งว่าจะมีบิลเรียกเก็บค่าบริการอีก 1 รอบบิล เนื่องจากยังไม่ตัดรอบบิลจึงชำระ ณ วันนั้นไม่ได้ ซึ่งดิฉันรับทราบและไปดำเนินการชำระค่าบริการของรอบบิลหลังจากนั้นในเดือนถัดมา
เดือน 12/2557 ได้รับใบแจ้งค่าบริการเรียกเก็บมาอีก ดิฉันจึงต้องกลับไปติดต่อที่ศูนย์บริการอีกครั้ง เพื่อยืนยันว่าหมายเลขนี้แจ้งยกเลิกไปแล้วทำไมจึงยังมีค่าบริการเรียกเก็บมาอยู่ เจ้าหน้าที่ที่รับเรื่องคราวนี้เป็นคนละคนกันยืนยันหนักแน่นว่าหมายเลขนี้ยังไม่ถูกยกเลิก โชคดีที่ดิฉันยังเก็บหลักฐานใบแจ้งยกเลิกและใบเสร็จที่ชำระค่าบริการทั้งหมดแล้วเอาไว้อยู่ เมื่อเจ้าหน้าที่เห็นเอกสารจึงเชื่อแล้วบอกว่า เจ้าหน้าที่คนก่อนยังไม่ได้ทำเรื่องยกเลิกให้เลย แต่เดี๋ยวจะทำการยกเลิกให้ทันที..... ดิฉันให้เจ้าหน้าที่เซ็นรับเรื่องไว้ให้ และขอเก็บเอกสารไว้
เมื่อเร็วๆ นี้ ดิฉันได้รับจดหมายจากสำนักกฎหมายส่งมาทั้งที่บ้าน และ ที่ทำงาน เป็นจดหมายติดตามทวงหนี้ของตัวแทนที่ดำเนินการติดตามหนี้ให้ TRUE ดิฉันโกรธมาก ว่าทำไมถึงมีจดหมายแบบนี้ส่งมาถึงที่ทำงาน ในจดหมายให้หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อกลับของเจ้าหน้าที่ไว้ สำหรับกรณีต้องการยุติข้อพิพาทหรือค่าใช้จ่ายที่อาจจะเกิดขึ้นในการดำเเนินการ ดิฉันจึงตั้งสติ โทรกลับไปถามว่าค่าใช้จ่ายดังกล่าวเกิดจากรอบบิลไหน ทางเจ้าหน้าที่แจ้งว่า เกิดจากรอบบิลเดือน 12/2557 แต่ดิฉันยกเลิกหมายเลขนี้ตั้งแต่เดือน 10/2557 แล้วทำไมถึงเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นได้ เจ้าหน้าที่ตัวแทนติดตามหนี้บอกว่าเค้าไม่รู้เรื่องรายละเอียด เค้ามีหน้าที่ติดตามหนี้ตามที่ TRUE ส่งรายชื่อมาให้เท่านั้น ให้ติดต่อศูนย์บริการ เราจึงลองโทรหา call center ซึ่งก็ได้แต่แจ้งว่าไม่ทราบค่ะ ต้องติดต่อที่สาขา
จนกระทั่งเมื่อวานนี้ มีจดหมายทวงหนี้ส่งมาที่บ้านอีก แต่ดิฉันย้ายออกมาอยู่บ้านสามีแล้ว มีแวะกลับไปบ้างเป็นครั้งคราว คุณน้าที่อยู่ที่บ้านเห็นจดหมายจึงนำไปจ่ายให้เรียบร้อย แล้วมาบอกดิฉันวันนี้ว่าจ่ายให้แล้ว .....
ยอดเงินจะว่าเยอะก็ไม่เยอะค่ะ จะว่าน้อยก็ไม่น้อยนะคะ 500 กว่าบาท แต่ดิฉันว่ามันไม่ใช่เรื่องที่เราต้องมาเสียเงินจำนวนนี้ให้กับความชุ่ยของคนในองค์กรหนึ่ง ดิฉันต้องการให้เค้าคืนเงินจำนวนนั้นด้วย เพราะไม่ใช่ความผิดของเราซักนิด ไม่รู้ว่าจะเป็นไปได้รึเปล่า คงจะต้องทั้งเสียเวลา เสียค่าน้ำมัน และเสียสุขภาพจิต
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เอกสารหลักฐานในการติดต่อเรื่องต่างๆ สำคัญนะคะ อย่างดิฉันเกือบทิ้งไปหลายรอบแล้วแต่ตัดใจเก็บเป็นเศษขยะให้รกแฟ้มไปก่อน สุดท้ายได้ใช้ประโยชน์จริงๆ หากเพื่อนๆ มีคำแนะนำอะไรดีดี บอกกันได้นะคะ