'ประเทศไทย' ติดอันดับ 8 ประเทศที่ดีที่สุดสำหรับการลงทุน ณ ขณะนี้ จากทั้งหมด 20 อันดับ จัดโดย U.S. News และรายงานของ World Bank Group
-5 มี.ค. 61- U.S. News (ยู.เอส. นิวส์) ได้ทำการวิเคราะห์รายงานของ ‘เวิลด์ แบงก์ กรุ๊ป’ (World Bank Group) และจัดอันดับ “ประเทศที่ดีที่สุดสำหรับการลงทุน ณ ขณะนี้” ซึ่งมีการวิเคราะห์จากหลายปัจจัย อาทิ ประชากรในประเทศ, สภาพแวดล้อม, เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ, นวัตกรรม, ทักษะแรงงาน, ความชำนาญทางเทคโนโลยี, พลวัตนิยม และคอร์รัปชัน เป็นต้น โดยจากการจัดอันดับในครั้งนี้ ประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ติดอยู่ในท็อป 10 กว่า 5 ประเทศ ‘ฟิลิปปินส์’ เป็นอันดับ 1 ประเทศที่ดีที่สุดสำหรับการลงทุน รองลงมา คือ อินโดนีเซีย ส่วน ‘ประเทศไทย’ อยู่อันดับ 8 มี มูลค่า GDP 406.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (การเติบโตของ GDP : 3.2%)
20 อันดับ ประเทศที่ดีที่สุด (เหมาะสม-คุ้มค่า) สำหรับการลงทุน ณ ขณะนี้
อันดับ 1 ฟิลิปปินส์
ประชากร : 103.3 ล้านคน
มูลค่า GDP : 304.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
การเติบโตของ GDP : 6.9%
อันดับ 2 อินโดนีเซีย
ประชากร : 261.1 ล้านคน
มูลค่า GDP : 932.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
การเติบโตของ GDP : 5%
อันดับ 3 โปแลนด์
ประชากร : 37.9 ล้านคน
มูลค่า GDP : 469.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
การเติบโตของ GDP : 2.9%
อันดับ 4 มาเลเซีย
ประชากร ; 31.2 ล้านคน
มูลค่า GDP : 296.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
การเติบโตของ GDP 4.2%
อันดับ 5 สิงคโปร์
ประชากร : 5.6 ล้านคน
มูลค่า GDP : 297 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
การเติบโตของ GDP : 2%
อันดับ 6 ออสเตรเลีย
ประชากร : 24.1 ล้านคน
มูลค่า GDP : 1.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
การเติบโตของ GDP : 2.8%
อันดับ 7 สเปน
ประชากร : 46.4 ล้านคน
มูลค่า GDP : 1.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
การเติบโตของ GDP : 3.3%
อันดับ 8 ไทยแลนด์
ประชากร : 68.9 ล้านคน
มูลค่า GDP : 406.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
การเติบโตของ GDP : 3.2%
อันดับ 9 อินเดีย
ประชากร : 1.3 พันล้านคน
มูลค่า GDP : 2.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
การเติบโตของ GDP : 7.1%
อันดับ 10 โอมาน
ประชากร : 4.4 ล้านคน
มูลค่า GDP : 66.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
การเติบโตของ GDP --%
อันดับ 11 สาธารณรัฐเช็ก
ประชากร : 10.6 ล้านคน
มูลค่า GDP : 192.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
การเติบโตของ GDP : 2.6%
อันดับ 12 ฟินแลนด์
ประชากร : 5.5 ล้านคน
มูลค่า GDP : 236.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
การเติบโตของ GDP : 1.9%
อันดับ 13 อุรุกวัย
ประชากร : 3.4 ล้านคน
มูลค่า GDP : 52.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
การเติบโตของ GDP : 1.5%
อันดับ 14 ตุรกี
ประชากร : 79.5 ล้านคน
มูลค่า GDP : 857.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
การเติบโตของ GDP : 3.2%
อันดับ 15 ไอร์แลนด์
ประชากร : 4.8 ล้านคน
มูลค่า GDP : 294.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
การเติบโตของ GDP : 5.1%
อันดับ 16 เนเธอร์แลนด์
ประชากร : 17 ล้านคน
มูลค่า GDP : 770.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
การเติบโตของ GDP : 2.2%
อันดับ 17 สหราชอาณาจักร
ประชากร : 65.6 ล้านคน
มูลค่า GDP : 2.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
การเติบโตของ GDP : 1.8%
อันดับ 18 บราซิล
ประชากร : 207.7 ล้านคน
มูลค่า GDP : 1.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
การเติบโตของ GDP : -3.6%
อันดับ 19 ฝรั่งเศส
ประชากร : 66.9 ล้านคน
มูลค่า GDP : 2.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
การเติบโตของ GDP : 1.2%
อันดับ 20 ชิลี
ประชากร : 17.9 ล้านคน
มูลค่า GDP : 247 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
การเติบโตของ GDP : 1.6%
ขณะที่ รายงานดัชนีความสามารถทางการแข่งขันระดับโลก (Global Competitiveness Index : GCI) ที่เปรียบเทียบความสามารถทางการแข่งขันของ 137 ประเทศทั่วโลก ประจำปี 2017-2018 ประเทศที่ได้อันดับ 1-10 คือ สวิตเซอร์แลนด์ ตามมาด้วย สหรัฐอเมริกา, สิงคโปร์, เนเธอร์แลนด์, เยอรมนี, ฮ่องกง, สวีเดน, สหราชอาณาจักร, ญี่ปุ่น และฟินแลนด์ (ตามลำดับ) โดย ‘ประเทศไทย’ อยู่ในอันดับ 32 มีคะแนน 4.7 จากคะแนนเต็ม 7 คะแนน ซึ่งมีตัวชี้วัด 114 ตัว จัดแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ใน 12 ด้าน
ทั้งนี้ ‘ประเทศไทย’ ได้รับอันดับในระดับสูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก ในด้านการเงินและการตลาด คือ การจัดหาเงินทุนผ่านทางตลาดทุนในประเทศ (Financing Through Local Equity Market), ความพร้อมของบริการทางการเงิน (Availability of Financial Services), ความแข็งแกร่งของระบบธนาคาร (Soundness of Banks) และความเพียงพอของทุนร่วมเสี่ยง (Venture Capital Availability) อยู่ในอันดับ 20, 23, 27 และ 27 (ตามลำดับ)
http://www.thansettakij.com/content/265402
อ่านข่าวเก่าๆค่ะ.....✌✌✌✌✌✌✌
ธนาคารโลกอัพเกรดไทยน่าลงทุน ปรับขึ้นอันดับ 46ของโลก รั้งที่ 3 อาเซียน
Posted: 1 year ago

รายงานผลการวิจัยประเทศที่มีความสะดวกในการเข้าไปประกอบธุรกิจ (Doing Business 2017) จากธนาคารโลก หรือ World Bank ซึ่งเป็นการสำรวจความยากง่ายในการประกอบธุรกิจประเทศสมาชิกของธนาคารโลกจำนวน 190 ประเทศ ปรากฏว่า ประเทศไทยขยับการจัดอันดับมาอยู่ที่ 46 จากปีก่อนอยู่ที่อันดับ 49 ซึ่งปรับขึ้น 3 อันดับ ใน 50 ประเทศแรกที่มีความสะดวกในการประกอบธุรกิจ
ทั้งนี้ประเทศไทยยังได้รับอันดับที่ 3 ในแถบอาเซียน รองจากสิงคโปร์ อันดับ 2 ของโลก และมาเลเซีย อันดับ 23 ของโลก ส่วนลำดับที่ 4-10 ได้แก่ บรูไนดาลุสซาลาม อันดับ 72 เวียดนาม อันดับ 82 อินโดนีเซีย อันดับ 91 ฟิลิปปินส์ อันดับ 99 กัมพูชา อันดับ 131 ลาว อันดับ 170 เมียนมา และอันดับ 175 ติมอร์เลสเต
ส่วนประเทศที่ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ใน 5 อันดับแรก ในรายงาน Doing Business 2017 ได้แก่ อันดับ 1 นิวซีแลนด์ อันดับ 2 สิงคโปร์ อันดับ 3 เดนมาร์ก อันดับ 4 เขตปกครองพิเศษฮ่องกง และ อันดับ 5 เกาหลีใต้
ส่วนประเทศไทยได้รับคะแนนจากรายงาน Doing Business 2017 เพิ่มขึ้นเป็น 72.53 คะแนน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 71.65 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน โดยรวมแล้ว ประเทศไทยสามารถลดช่องว่างในการดำเนินงานและช่วงห่างจากประเทศชั้นนำต่าง ๆ ได้ ซึ่งถือว่ามีคะแนนขยับเข้าใกล้กลุ่มประเทศที่มีความสะดวกในการทำธุรกิจมากที่สุดซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว (OECD)
นอกจากนี้ ประเทศไทยมีผลการจัดอันดับดีขึ้นใน 5 ด้าน คือ ด้านการเริ่มต้นธุรกิจ จากอันดับที่ 96 ขึ้นมาอยู่ที่ 78 ด้านการได้รับสินเชื่อจากอันดับที่ 97 อยู่ที่อันดับ 82 ด้านการคุ้มครองผู้ลงทุนจากอันดับที่ 36 มาอยู่ที่ 27 ด้านการบังคับให้เป็นไปตามข้อตกลงจากอันดับที่ 57 มาอยู่ที่ 51 และด้านการแก้ไขปัญหาล้มละลายจากอันดับที่ 49 มาอยู่ที่ 23
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
https://daily.rabbit.co.th/%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%99-%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%9A-46

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พอใจที่ได้รับทราบว่าสำนักข่าว U.S. News & World Report ได้เผยแพร่ผลการจัดอันดับประเทศที่ดีที่สุดในโลกในด้านต่าง ๆ ประจำปี 2561 บนเว็บไซต์ usnews.com
โดยประเทศไทยยังคงครองแชมป์อันดับ 1 จากทั้งหมด 80 ประเทศทั่วโลกในเรื่องการเป็นประเทศที่เหมาะสมสำหรับการเริ่มต้นธุรกิจ (Best Countries to Start a Business) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และยังเป็นประเทศที่น่าลงทุน (Best Countries to Invest In) อันดับที่ 8 จาก 25 ประเทศทั่วโลก
"นายกฯ เน้นย้ำว่า รัฐบาลพยายามเป็นอย่างมากที่จะสร้างบรรยากาศให้เอื้ออำนวยต่อการค้าการลงทุนในประเทศไทย เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ก่อให้เกิดการจ้างงาน สร้างรายได้ตั้งแต่ระดับนักธุรกิจลงไปถึงผู้ใช้แรงงานและผู้มีรายได้น้อย ซึ่งผลการจัดอันดับนี้ถือเป็นสิ่งยืนยันว่าชาวต่างชาติมีความเชื่อมั่นที่จะเข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทย โดยเหตุผลหลักมาจากการที่รัฐบาลได้ลดขั้นตอนการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจและลดค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการลง"
ทั้งนี้ ผลการจัดอันดับดังกล่าวยังสอดคล้องกับการจัดอันดับความยากง่ายในการประกอบธุรกิจของธนาคารโลก ประจำปี 2561 ที่จัดให้ไทยอยู่ในอันดับที่ดีขึ้นถึง 20 อันดับจากเดิมอยู่ในอันดับ 46 ในปี 2560 เป็นอันดับที่ 26 ในปี 2561 สืบเนื่องจากการปรับลดขั้นตอนการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจจากเดิม 5 ขั้นตอนใช้เวลา 25.5 วัน เหลือเพียง 3 ขั้นตอน ใช้เวลา 2 วัน และการลดค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการจากเดิม 6,600 บาท เหลือเพียง 5,800 บาท"
นายกรัฐมนตรียังกล่าวด้วยว่า ผลจากการจัดอันดับ จะเห็นได้ว่าประเทศไทยยังมีจุดเด่นในสายตาของชาวต่างชาติอีกหลายด้าน เช่น
• อันดับ 1 ประเทศที่เหมาะสำหรับการเริ่มต้นธุรกิจมากที่สุดในโลก
• อันดับ 5 ประเทศที่เหมาะสำหรับการมาศึกษาต่อมากที่สุดในโลก
• อันดับ 8 ประเทศที่เหมาะสำหรับการมาลงทุนมากที่สุดในโลก
• อันดับ 9 ประเทศที่เหมาะสำหรับการเดินทางมาเที่ยวคนเดียวมากที่สุดในโลก
• อันดับ 20 ประเทศที่เหมาะสำหรับการเริ่มต้นทำงานมากที่สุดในโลก
• อันดับ 20 ประเทศที่เหมาะสำหรับการเกษียณอายุมากที่สุดในโลก
• อันดับ 27 ประเทศที่ดีที่สุดในโลกในภาพรวม
• อันดับ 28 ประเทศที่มีการวางแผนอนาคตมากที่สุดในโลก
ขณะที่การจัดอันดับประเทศที่ดีที่สุดในโลกประจำปีนี้ของเว็บไซต์ usnews.com นั้น ภาพรวมประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 27 จาก 80 ประเทศ (ปีที่แล้วอยู่ในอันดับที่ 26) โดยใช้เกณฑ์ชี้วัดจากหลายด้านเช่น คุณภาพชีวิตของประชากร วัฒนธรรม การศึกษา การเมือง เศรษฐกิจและการลงทุน ซึ่งเว็บไซต์ดังกล่าวร่วมกับ "วายแอนด์อาร์" เอเยนซีชื่อดังระดับโลก และ "คณะพาณิชยศาสตร์วอร์ตัน มหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย" ที่ถือเป็นสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของโลก
https://money.sanook.com/542097/
รัฐบาลลุงตู่ เก่งมากค่ะ...




ปรบมือให้นะคะ...
เย้..!!!!
🇹🇭 🌐~มาลาริน~ ข่าวดีมากๆค่ะ...'ไทย' ติดอันดับ 8 ของโลก "ประเทศน่าลงทุน"จาก 20 อันดับ จัดโดย U.S. News และWorld Bank
-5 มี.ค. 61- U.S. News (ยู.เอส. นิวส์) ได้ทำการวิเคราะห์รายงานของ ‘เวิลด์ แบงก์ กรุ๊ป’ (World Bank Group) และจัดอันดับ “ประเทศที่ดีที่สุดสำหรับการลงทุน ณ ขณะนี้” ซึ่งมีการวิเคราะห์จากหลายปัจจัย อาทิ ประชากรในประเทศ, สภาพแวดล้อม, เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ, นวัตกรรม, ทักษะแรงงาน, ความชำนาญทางเทคโนโลยี, พลวัตนิยม และคอร์รัปชัน เป็นต้น โดยจากการจัดอันดับในครั้งนี้ ประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ติดอยู่ในท็อป 10 กว่า 5 ประเทศ ‘ฟิลิปปินส์’ เป็นอันดับ 1 ประเทศที่ดีที่สุดสำหรับการลงทุน รองลงมา คือ อินโดนีเซีย ส่วน ‘ประเทศไทย’ อยู่อันดับ 8 มี มูลค่า GDP 406.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (การเติบโตของ GDP : 3.2%)
20 อันดับ ประเทศที่ดีที่สุด (เหมาะสม-คุ้มค่า) สำหรับการลงทุน ณ ขณะนี้
อันดับ 1 ฟิลิปปินส์
ประชากร : 103.3 ล้านคน
มูลค่า GDP : 304.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
การเติบโตของ GDP : 6.9%
อันดับ 2 อินโดนีเซีย
ประชากร : 261.1 ล้านคน
มูลค่า GDP : 932.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
การเติบโตของ GDP : 5%
อันดับ 3 โปแลนด์
ประชากร : 37.9 ล้านคน
มูลค่า GDP : 469.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
การเติบโตของ GDP : 2.9%
อันดับ 4 มาเลเซีย
ประชากร ; 31.2 ล้านคน
มูลค่า GDP : 296.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
การเติบโตของ GDP 4.2%
อันดับ 5 สิงคโปร์
ประชากร : 5.6 ล้านคน
มูลค่า GDP : 297 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
การเติบโตของ GDP : 2%
อันดับ 6 ออสเตรเลีย
ประชากร : 24.1 ล้านคน
มูลค่า GDP : 1.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
การเติบโตของ GDP : 2.8%
อันดับ 7 สเปน
ประชากร : 46.4 ล้านคน
มูลค่า GDP : 1.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
การเติบโตของ GDP : 3.3%
อันดับ 8 ไทยแลนด์
ประชากร : 68.9 ล้านคน
มูลค่า GDP : 406.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
การเติบโตของ GDP : 3.2%
อันดับ 9 อินเดีย
ประชากร : 1.3 พันล้านคน
มูลค่า GDP : 2.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
การเติบโตของ GDP : 7.1%
อันดับ 10 โอมาน
ประชากร : 4.4 ล้านคน
มูลค่า GDP : 66.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
การเติบโตของ GDP --%
อันดับ 11 สาธารณรัฐเช็ก
ประชากร : 10.6 ล้านคน
มูลค่า GDP : 192.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
การเติบโตของ GDP : 2.6%
อันดับ 12 ฟินแลนด์
ประชากร : 5.5 ล้านคน
มูลค่า GDP : 236.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
การเติบโตของ GDP : 1.9%
อันดับ 13 อุรุกวัย
ประชากร : 3.4 ล้านคน
มูลค่า GDP : 52.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
การเติบโตของ GDP : 1.5%
อันดับ 14 ตุรกี
ประชากร : 79.5 ล้านคน
มูลค่า GDP : 857.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
การเติบโตของ GDP : 3.2%
อันดับ 15 ไอร์แลนด์
ประชากร : 4.8 ล้านคน
มูลค่า GDP : 294.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
การเติบโตของ GDP : 5.1%
อันดับ 16 เนเธอร์แลนด์
ประชากร : 17 ล้านคน
มูลค่า GDP : 770.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
การเติบโตของ GDP : 2.2%
อันดับ 17 สหราชอาณาจักร
ประชากร : 65.6 ล้านคน
มูลค่า GDP : 2.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
การเติบโตของ GDP : 1.8%
อันดับ 18 บราซิล
ประชากร : 207.7 ล้านคน
มูลค่า GDP : 1.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
การเติบโตของ GDP : -3.6%
อันดับ 19 ฝรั่งเศส
ประชากร : 66.9 ล้านคน
มูลค่า GDP : 2.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
การเติบโตของ GDP : 1.2%
อันดับ 20 ชิลี
ประชากร : 17.9 ล้านคน
มูลค่า GDP : 247 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
การเติบโตของ GDP : 1.6%
ขณะที่ รายงานดัชนีความสามารถทางการแข่งขันระดับโลก (Global Competitiveness Index : GCI) ที่เปรียบเทียบความสามารถทางการแข่งขันของ 137 ประเทศทั่วโลก ประจำปี 2017-2018 ประเทศที่ได้อันดับ 1-10 คือ สวิตเซอร์แลนด์ ตามมาด้วย สหรัฐอเมริกา, สิงคโปร์, เนเธอร์แลนด์, เยอรมนี, ฮ่องกง, สวีเดน, สหราชอาณาจักร, ญี่ปุ่น และฟินแลนด์ (ตามลำดับ) โดย ‘ประเทศไทย’ อยู่ในอันดับ 32 มีคะแนน 4.7 จากคะแนนเต็ม 7 คะแนน ซึ่งมีตัวชี้วัด 114 ตัว จัดแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ใน 12 ด้าน
ทั้งนี้ ‘ประเทศไทย’ ได้รับอันดับในระดับสูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก ในด้านการเงินและการตลาด คือ การจัดหาเงินทุนผ่านทางตลาดทุนในประเทศ (Financing Through Local Equity Market), ความพร้อมของบริการทางการเงิน (Availability of Financial Services), ความแข็งแกร่งของระบบธนาคาร (Soundness of Banks) และความเพียงพอของทุนร่วมเสี่ยง (Venture Capital Availability) อยู่ในอันดับ 20, 23, 27 และ 27 (ตามลำดับ)
http://www.thansettakij.com/content/265402
อ่านข่าวเก่าๆค่ะ.....✌✌✌✌✌✌✌
ธนาคารโลกอัพเกรดไทยน่าลงทุน ปรับขึ้นอันดับ 46ของโลก รั้งที่ 3 อาเซียน
Posted: 1 year ago
รายงานผลการวิจัยประเทศที่มีความสะดวกในการเข้าไปประกอบธุรกิจ (Doing Business 2017) จากธนาคารโลก หรือ World Bank ซึ่งเป็นการสำรวจความยากง่ายในการประกอบธุรกิจประเทศสมาชิกของธนาคารโลกจำนวน 190 ประเทศ ปรากฏว่า ประเทศไทยขยับการจัดอันดับมาอยู่ที่ 46 จากปีก่อนอยู่ที่อันดับ 49 ซึ่งปรับขึ้น 3 อันดับ ใน 50 ประเทศแรกที่มีความสะดวกในการประกอบธุรกิจ
ทั้งนี้ประเทศไทยยังได้รับอันดับที่ 3 ในแถบอาเซียน รองจากสิงคโปร์ อันดับ 2 ของโลก และมาเลเซีย อันดับ 23 ของโลก ส่วนลำดับที่ 4-10 ได้แก่ บรูไนดาลุสซาลาม อันดับ 72 เวียดนาม อันดับ 82 อินโดนีเซีย อันดับ 91 ฟิลิปปินส์ อันดับ 99 กัมพูชา อันดับ 131 ลาว อันดับ 170 เมียนมา และอันดับ 175 ติมอร์เลสเต
ส่วนประเทศที่ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ใน 5 อันดับแรก ในรายงาน Doing Business 2017 ได้แก่ อันดับ 1 นิวซีแลนด์ อันดับ 2 สิงคโปร์ อันดับ 3 เดนมาร์ก อันดับ 4 เขตปกครองพิเศษฮ่องกง และ อันดับ 5 เกาหลีใต้
ส่วนประเทศไทยได้รับคะแนนจากรายงาน Doing Business 2017 เพิ่มขึ้นเป็น 72.53 คะแนน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 71.65 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน โดยรวมแล้ว ประเทศไทยสามารถลดช่องว่างในการดำเนินงานและช่วงห่างจากประเทศชั้นนำต่าง ๆ ได้ ซึ่งถือว่ามีคะแนนขยับเข้าใกล้กลุ่มประเทศที่มีความสะดวกในการทำธุรกิจมากที่สุดซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว (OECD)
นอกจากนี้ ประเทศไทยมีผลการจัดอันดับดีขึ้นใน 5 ด้าน คือ ด้านการเริ่มต้นธุรกิจ จากอันดับที่ 96 ขึ้นมาอยู่ที่ 78 ด้านการได้รับสินเชื่อจากอันดับที่ 97 อยู่ที่อันดับ 82 ด้านการคุ้มครองผู้ลงทุนจากอันดับที่ 36 มาอยู่ที่ 27 ด้านการบังคับให้เป็นไปตามข้อตกลงจากอันดับที่ 57 มาอยู่ที่ 51 และด้านการแก้ไขปัญหาล้มละลายจากอันดับที่ 49 มาอยู่ที่ 23
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พอใจที่ได้รับทราบว่าสำนักข่าว U.S. News & World Report ได้เผยแพร่ผลการจัดอันดับประเทศที่ดีที่สุดในโลกในด้านต่าง ๆ ประจำปี 2561 บนเว็บไซต์ usnews.com
โดยประเทศไทยยังคงครองแชมป์อันดับ 1 จากทั้งหมด 80 ประเทศทั่วโลกในเรื่องการเป็นประเทศที่เหมาะสมสำหรับการเริ่มต้นธุรกิจ (Best Countries to Start a Business) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และยังเป็นประเทศที่น่าลงทุน (Best Countries to Invest In) อันดับที่ 8 จาก 25 ประเทศทั่วโลก
"นายกฯ เน้นย้ำว่า รัฐบาลพยายามเป็นอย่างมากที่จะสร้างบรรยากาศให้เอื้ออำนวยต่อการค้าการลงทุนในประเทศไทย เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ก่อให้เกิดการจ้างงาน สร้างรายได้ตั้งแต่ระดับนักธุรกิจลงไปถึงผู้ใช้แรงงานและผู้มีรายได้น้อย ซึ่งผลการจัดอันดับนี้ถือเป็นสิ่งยืนยันว่าชาวต่างชาติมีความเชื่อมั่นที่จะเข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทย โดยเหตุผลหลักมาจากการที่รัฐบาลได้ลดขั้นตอนการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจและลดค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการลง"
ทั้งนี้ ผลการจัดอันดับดังกล่าวยังสอดคล้องกับการจัดอันดับความยากง่ายในการประกอบธุรกิจของธนาคารโลก ประจำปี 2561 ที่จัดให้ไทยอยู่ในอันดับที่ดีขึ้นถึง 20 อันดับจากเดิมอยู่ในอันดับ 46 ในปี 2560 เป็นอันดับที่ 26 ในปี 2561 สืบเนื่องจากการปรับลดขั้นตอนการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจจากเดิม 5 ขั้นตอนใช้เวลา 25.5 วัน เหลือเพียง 3 ขั้นตอน ใช้เวลา 2 วัน และการลดค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการจากเดิม 6,600 บาท เหลือเพียง 5,800 บาท"
นายกรัฐมนตรียังกล่าวด้วยว่า ผลจากการจัดอันดับ จะเห็นได้ว่าประเทศไทยยังมีจุดเด่นในสายตาของชาวต่างชาติอีกหลายด้าน เช่น
• อันดับ 1 ประเทศที่เหมาะสำหรับการเริ่มต้นธุรกิจมากที่สุดในโลก
• อันดับ 5 ประเทศที่เหมาะสำหรับการมาศึกษาต่อมากที่สุดในโลก
• อันดับ 8 ประเทศที่เหมาะสำหรับการมาลงทุนมากที่สุดในโลก
• อันดับ 9 ประเทศที่เหมาะสำหรับการเดินทางมาเที่ยวคนเดียวมากที่สุดในโลก
• อันดับ 20 ประเทศที่เหมาะสำหรับการเริ่มต้นทำงานมากที่สุดในโลก
• อันดับ 20 ประเทศที่เหมาะสำหรับการเกษียณอายุมากที่สุดในโลก
• อันดับ 27 ประเทศที่ดีที่สุดในโลกในภาพรวม
• อันดับ 28 ประเทศที่มีการวางแผนอนาคตมากที่สุดในโลก
ขณะที่การจัดอันดับประเทศที่ดีที่สุดในโลกประจำปีนี้ของเว็บไซต์ usnews.com นั้น ภาพรวมประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 27 จาก 80 ประเทศ (ปีที่แล้วอยู่ในอันดับที่ 26) โดยใช้เกณฑ์ชี้วัดจากหลายด้านเช่น คุณภาพชีวิตของประชากร วัฒนธรรม การศึกษา การเมือง เศรษฐกิจและการลงทุน ซึ่งเว็บไซต์ดังกล่าวร่วมกับ "วายแอนด์อาร์" เอเยนซีชื่อดังระดับโลก และ "คณะพาณิชยศาสตร์วอร์ตัน มหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย" ที่ถือเป็นสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของโลก
https://money.sanook.com/542097/
รัฐบาลลุงตู่ เก่งมากค่ะ...
ปรบมือให้นะคะ...
เย้..!!!!