'UN' ขอบคุณ 'ประยุทธ์' เปลี่ยนไทยดีขึ้นหลายด้าน

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยภายหลัง นายยูริ เฟโดทอฟ (Yury Fedotov) รองเลขาธิการสหประชาชาติ (United Nations Under-Secretary-General) และผู้อำนวยการบริหาร (Executive Director) ของสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติหรือ UNODC เข้าเยี่ยมคารวะว่า

รองเลขาธิการสหประชาชาติขอบคุณ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ที่ได้พบกันเมื่อหลายปีก่อน และทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้น ในมาตรการป้องกันยาเสพติด การค้ามนุษย์ ปัญหาการทุจริตคอรัปชั่น และกระบวนการยุติธรรม รวมถึงการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของประชาชนโดยใช้ศาสตร์พระราชา และการพัฒนาทางเลือก
โดยจากนี้รองเลขาธิการสหประชาชาติ และ UNODC พร้อมให้การสนับสนุนในทุกด้าน ซึ่งหลังจากนี้จะมีการประชุมร่วมกันในประเด็นปัญหายาเสพติด ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย พร้อมยืนยันว่าทุกฝ่ายเร่งต่อสู้และสานต่อโครงการที่สำคัญ ที่จะเร่งแก้ไขปัญหาอาชญากรรม ยาเสพติด การค้ามนุษย์ และคอร์รัปชั่น
ยิ่งโดยเฉพาะโครงการควบคุม ดูแล การผลิตและส่งออกยาเสพติด ในบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ การร่วมมือกับกลุ่มสมาชิกในอาเซียนและนอกอาเซียน อาทิ กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม ไทย และจีน ซึ่งกระทรวงต่างประเทศ และกระทรวงยุติธรรม จะดำเนินการแลกเปลี่ยนข้อมูลต่อไป
นอกจากนี้รองเลขาธิการสหประชาชาติ และ UNODC ยังได้ชื่นชมประเทศไทย ที่มีการจัดลำดับดัชนีภาพลักษณ์ทุจริตประจำปี 2560 สูงขึ้นกว่าปี 2559 พร้อมทั้งชื่นชมมาตรการที่รัฐบาลได้ดำเนินการมาโดยตลอด ส่งผลต่อภาพลักษณ์ประเทศในทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งหลังจากนี้จะต้องสร้างจิตสำนึกให้กับทุกคนทุกระดับ เพื่อลบล้างวัฒนธรรมการทุจริตที่ฝังตัวอยู่ในสังคมไทย
https://news.sanook.com/5569634/

วันนี้ (22 ก.พ. 61) เว็บไซต์ www.transparency.org ขององค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ เผยแพร่ดัชนีการรับรู้การทุจริตประจำปี 2017 (Corruption Perception Index-CPI หรือ ซีพีไอ) ซึ่งจะเปิดเผยให้เห็นภาพลักษณ์การคอร์รัปชันในภาครัฐทั่วโลกประจำปี พ.ศ. 2560 โดยเป็นการจัดอันดับ 180 ประเทศทั่วโลก
ผลปรากฏว่าครั้งนี้ ประเทศไทยได้คะแนนซีพีไอมากขึ้นจากปีที่แล้ว 2 คะแนน คือ 37 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน ทำให้ขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 96 จากเมื่อปีที่แล้ว (พ.ศ.2559) ไทยได้คะแนน 35 คะแนน และอยู่ที่อันดับ 101
ขณะที่ประเทศนิวซีแลนด์ ขึ้นเป็นอันดับ 1 ด้วยคะแนนซีพีไอ 89 คะแนน แม้คะแนนจะลดลงจากปีก่อน คือ 90 คะแนนก็ตาม ส่วนอันดับ 2 คือประเทศเดนมาร์ก ที่เคยได้อันดับ 1 ในปีที่แล้ว ปีนี้ได้คะแนนไป 88 คะแนน ตามมาด้วยประเทศฟินแลนด์ อันดับ 3 ประเทศนอร์เวย์ อันดับ 4 และประเทศสวิตเซอร์แลนด์ อันดับ 5
ส่วนประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้คะแนนสูงกว่าประเทศไทย เช่น ประเทศสิงคโปร์ได้ 84 คะแนน อยู่อันดับที่ 6, ประเทศติมอร์ เลสเต 38 คะแนน อยู่อันดับที่ 91, ประเทศมาเลเซีย 47 คะแนน อยู่อันดับที่ 62 และประเทศที่ได้อันดับเท่ากับไทย คือ ประเทศอินโดนีเซียได้ 37 คะแนน อยู่ที่ลำดับที่ 96
https://news.thaipbs.or.th/content/270455
ป.ป.ส.แถลงผลลุยจับยาเสพติด 87 ราย ขยายผลยึดทรัพย์ 60 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 15 ก.พ. นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เปิดปฏิบัติการ “1386 ทั่วไทย ประชาชนปลอดภัยยาเสพติด” ครั้งที่ 4/2561 ตามแผนประชารัฐร่วมใจ ปลอดภัยยาเสพติด ปี 2561 ณ ศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงาน ป.ป.ส. โดยสนธิกำลังร่วมกับตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง รวมทั้งสิ้น 497 นาย ดำเนินการปิดล้อมตรวจค้นหมู่บ้าน/ชุมชน ตามแผนประชารัฐร่วมใจ ปลอดภัยยาเสพติด ปี 2561 จำนวน 8 อำเภอ ใน 5 จังหวัด ได้แก่ ระยอง บุรีรัมย์ เชียงใหม่ กาญจนบุรี และสงขลา โดยดำเนินการกับเป้าหมายบุคคลรวม 87 ราย

สรุปผลการปฏิบัติการ สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด รวม 87 ราย โดยเป็นผู้ค้า ครอบครองเพื่อจำหน่ายยาเสพติด 22 ราย ครอบครองยาเสพติด 27 ราย และนำผู้เสพ 38 ราย เข้าสู่กระบวนการบำบัด สามารถยึดของกลางยาบ้า 41,546 เม็ด ไอซ์ 50 กรัม กัญชา 433 กรัม กระท่อม 260 กรัม น้ำกระท่อม 5.9 กิโลกรัม อาวุธปืน 5 กระบอก และยึดทรัพย์สินมูลค่ารวม 60,000,000 บาท

นายศิรินทร์ยา กล่าวว่า “ปฏิบัติการ 1386 ทั่วไทย ปลอดภัยยาเสพติด ซึ่งสำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมกับตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ดำเนินการต่อเนื่องมาตลอดตั้งแต่ปี 2559 มุ่งเน้นการปราบปรามกลุ่มนักค้ายาเสพติดในหมู่บ้าน/ชุมชนที่สร้างความเดือดร้อน และมีการร้องเรียนมายังสำนักงาน ป.ป.ส. ผ่านสายด่วน 1386 จดหมายร้องเรียน หรือช่องทางอื่นๆ ส่งผลให้สามารถลดความเดือดร้อนของประชาชนจากปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในหมู่บ้าน/ชุมชนได้
นายศิรินทร์ยา กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 10 ก.พ. ที่ผ่านมา กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ร่วมกับ ป.ปส.ภาค 5 จับกุมผู้ต้องหา 1 ราย พร้อมของกลางไอซ์ 500 กิโลกรัม ยาบ้า 708,000 เม็ด ส่วนวันนี้ได้ขยายผลยึดทรัพย์ผู้สั่งการทั้งหมด 87 ราย รวมมูลค่า 60,000,000 บาท และจับกุมผู้ต้องหา 1 ราย พร้อมของกลางยาบ้า 11 เม็ด และขยายผลตรวจค้นยาเสพติดเพิ่มเติมได้ของกลางยาบ้า จำนวน 8,470 เม็ด รวมทั้งสิ้น 8,481 เม็ด

“ภายใต้การปฏิบัติการตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2560-15 ก.พ. 2561 ได้ดำเนินการปิดล้อมตรวจค้นหมู่บ้าน/ชุมชนทั่วประเทศ รวม 44 จังหวัด ซึ่งเป็นเป้าหมายจากการร้องเรียนและจากการสืบสวน รวม 553 ราย สามารถจับกุมผู้ค้ายาเสพติด 192 ราย นำผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัด 361 ราย ยึดยาบ้า 1,034,620 เม็ด เฮโรอีน 8.46 กิโลกรัม ไอซ์ 289.97 กรัม กัญชา 460.93 กิโลกรัม ฝิ่นสุก 5.1 กรัม กระท่อม 3,660 กรัม น้ำกระท่อม 14.40 กิโลกรัม อาวุธปืน 47 กระบอก กระสุนปืน 184 นัด พร้อมยึดทรัพย์สินมูลค่ารวม 73,087,340 บาท ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสยาเสพติดได้ที่สายด่วน ป.ป.ส. โทร. 1386” เลขาธิการ ป.ป.ส.กล่าว
https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_756483

ศาสตร์พระราชา การพัฒนาที่ยั่งยืน

นิด้าโพลเผย ปชช.หนุนรัฐบาลยึดแนวทาง"ศาสตร์พระราชา"แก้ปัญหา ศก.
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ นิด้าโพล เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนจากทั่วประเทศจำนวน 1,251 คน เรื่อง "การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาล"
สำรวจการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ประชาชนเห็นว่าทำแล้วจะสามารถแก้ไขปัญหาได้มากที่สุด
ร้อยละ 28.70 ระบุ การแก้ปัญหาตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง/ศาสตร์พระราชา
ร้อยละ 18.31 ระบุ การลดค่าครองชีพ เช่น ค่าไฟฟ้าฟรี รถเมล์ฟรี ตรึงราคาก๊าซ/ราคาน้ำมัน
ขณะที่ร้อยละ 16.95 ระบุ การแก้ไขปัญหาการว่างงานและพื้นที่ทำกิน
ร้อยละ 12.79 ระบุ การจัดการเลือกตั้ง เพื่อสร้างภาพลักษณ์และความมั่นใจให้ต่างชาติเข้ามาลงทุน
ร้อยละ 9.67 ระบุ การกระจายงานและรายได้ไม่ให้กระจุกอยู่ตามหัวเมืองใหญ่
ร้อยละ 5.52 ระบุ การออกนโยบายสนับสนุนให้คนในประเทศใช้จ่ายมากขึ้น เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
ร้อยละ 3.84 ระบุ การสนับสนุนการส่งออกและการลงทุนจากต่างชาติ
และร้อยละ 4.24 ระบุ อื่นๆ ได้แก่ การแก้ปัญหาคอร์รัปชัน การแก้ไขปัญหาด้านพืชผลทางการเกษตร
https://mgronline.com/uptodate/detail/9600000131226

ปลื้มมใจนะคะ ที่องค์การโลกชื่นชมไทย
ในระบอบการปกครองแบบนี้ยังสามารถทำได้ดี เป็นที่ถูกใจองค์การของโลก
ระบอบไหนไม่สำคัญ..เรื่องแบบนี้ในรัฐบาลที่ตั้งใจจริงจึงจะทำได้ค่ะ
🌐🇹🇭~มาลาริน~เรื่องดีๆก็ต้องชมค่ะ....'UN' ขอบคุณ 'ประยุทธ์' เปลี่ยนไทยดีขึ้นหลายด้าน
พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยภายหลัง นายยูริ เฟโดทอฟ (Yury Fedotov) รองเลขาธิการสหประชาชาติ (United Nations Under-Secretary-General) และผู้อำนวยการบริหาร (Executive Director) ของสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติหรือ UNODC เข้าเยี่ยมคารวะว่า
รองเลขาธิการสหประชาชาติขอบคุณ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ที่ได้พบกันเมื่อหลายปีก่อน และทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้น ในมาตรการป้องกันยาเสพติด การค้ามนุษย์ ปัญหาการทุจริตคอรัปชั่น และกระบวนการยุติธรรม รวมถึงการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของประชาชนโดยใช้ศาสตร์พระราชา และการพัฒนาทางเลือก
โดยจากนี้รองเลขาธิการสหประชาชาติ และ UNODC พร้อมให้การสนับสนุนในทุกด้าน ซึ่งหลังจากนี้จะมีการประชุมร่วมกันในประเด็นปัญหายาเสพติด ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย พร้อมยืนยันว่าทุกฝ่ายเร่งต่อสู้และสานต่อโครงการที่สำคัญ ที่จะเร่งแก้ไขปัญหาอาชญากรรม ยาเสพติด การค้ามนุษย์ และคอร์รัปชั่น
ยิ่งโดยเฉพาะโครงการควบคุม ดูแล การผลิตและส่งออกยาเสพติด ในบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ การร่วมมือกับกลุ่มสมาชิกในอาเซียนและนอกอาเซียน อาทิ กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม ไทย และจีน ซึ่งกระทรวงต่างประเทศ และกระทรวงยุติธรรม จะดำเนินการแลกเปลี่ยนข้อมูลต่อไป
นอกจากนี้รองเลขาธิการสหประชาชาติ และ UNODC ยังได้ชื่นชมประเทศไทย ที่มีการจัดลำดับดัชนีภาพลักษณ์ทุจริตประจำปี 2560 สูงขึ้นกว่าปี 2559 พร้อมทั้งชื่นชมมาตรการที่รัฐบาลได้ดำเนินการมาโดยตลอด ส่งผลต่อภาพลักษณ์ประเทศในทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งหลังจากนี้จะต้องสร้างจิตสำนึกให้กับทุกคนทุกระดับ เพื่อลบล้างวัฒนธรรมการทุจริตที่ฝังตัวอยู่ในสังคมไทย
https://news.sanook.com/5569634/
วันนี้ (22 ก.พ. 61) เว็บไซต์ www.transparency.org ขององค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ เผยแพร่ดัชนีการรับรู้การทุจริตประจำปี 2017 (Corruption Perception Index-CPI หรือ ซีพีไอ) ซึ่งจะเปิดเผยให้เห็นภาพลักษณ์การคอร์รัปชันในภาครัฐทั่วโลกประจำปี พ.ศ. 2560 โดยเป็นการจัดอันดับ 180 ประเทศทั่วโลก
ผลปรากฏว่าครั้งนี้ ประเทศไทยได้คะแนนซีพีไอมากขึ้นจากปีที่แล้ว 2 คะแนน คือ 37 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน ทำให้ขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 96 จากเมื่อปีที่แล้ว (พ.ศ.2559) ไทยได้คะแนน 35 คะแนน และอยู่ที่อันดับ 101
ขณะที่ประเทศนิวซีแลนด์ ขึ้นเป็นอันดับ 1 ด้วยคะแนนซีพีไอ 89 คะแนน แม้คะแนนจะลดลงจากปีก่อน คือ 90 คะแนนก็ตาม ส่วนอันดับ 2 คือประเทศเดนมาร์ก ที่เคยได้อันดับ 1 ในปีที่แล้ว ปีนี้ได้คะแนนไป 88 คะแนน ตามมาด้วยประเทศฟินแลนด์ อันดับ 3 ประเทศนอร์เวย์ อันดับ 4 และประเทศสวิตเซอร์แลนด์ อันดับ 5
ส่วนประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้คะแนนสูงกว่าประเทศไทย เช่น ประเทศสิงคโปร์ได้ 84 คะแนน อยู่อันดับที่ 6, ประเทศติมอร์ เลสเต 38 คะแนน อยู่อันดับที่ 91, ประเทศมาเลเซีย 47 คะแนน อยู่อันดับที่ 62 และประเทศที่ได้อันดับเท่ากับไทย คือ ประเทศอินโดนีเซียได้ 37 คะแนน อยู่ที่ลำดับที่ 96
https://news.thaipbs.or.th/content/270455
ป.ป.ส.แถลงผลลุยจับยาเสพติด 87 ราย ขยายผลยึดทรัพย์ 60 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 15 ก.พ. นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เปิดปฏิบัติการ “1386 ทั่วไทย ประชาชนปลอดภัยยาเสพติด” ครั้งที่ 4/2561 ตามแผนประชารัฐร่วมใจ ปลอดภัยยาเสพติด ปี 2561 ณ ศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงาน ป.ป.ส. โดยสนธิกำลังร่วมกับตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง รวมทั้งสิ้น 497 นาย ดำเนินการปิดล้อมตรวจค้นหมู่บ้าน/ชุมชน ตามแผนประชารัฐร่วมใจ ปลอดภัยยาเสพติด ปี 2561 จำนวน 8 อำเภอ ใน 5 จังหวัด ได้แก่ ระยอง บุรีรัมย์ เชียงใหม่ กาญจนบุรี และสงขลา โดยดำเนินการกับเป้าหมายบุคคลรวม 87 ราย
สรุปผลการปฏิบัติการ สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด รวม 87 ราย โดยเป็นผู้ค้า ครอบครองเพื่อจำหน่ายยาเสพติด 22 ราย ครอบครองยาเสพติด 27 ราย และนำผู้เสพ 38 ราย เข้าสู่กระบวนการบำบัด สามารถยึดของกลางยาบ้า 41,546 เม็ด ไอซ์ 50 กรัม กัญชา 433 กรัม กระท่อม 260 กรัม น้ำกระท่อม 5.9 กิโลกรัม อาวุธปืน 5 กระบอก และยึดทรัพย์สินมูลค่ารวม 60,000,000 บาท
นายศิรินทร์ยา กล่าวว่า “ปฏิบัติการ 1386 ทั่วไทย ปลอดภัยยาเสพติด ซึ่งสำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมกับตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ดำเนินการต่อเนื่องมาตลอดตั้งแต่ปี 2559 มุ่งเน้นการปราบปรามกลุ่มนักค้ายาเสพติดในหมู่บ้าน/ชุมชนที่สร้างความเดือดร้อน และมีการร้องเรียนมายังสำนักงาน ป.ป.ส. ผ่านสายด่วน 1386 จดหมายร้องเรียน หรือช่องทางอื่นๆ ส่งผลให้สามารถลดความเดือดร้อนของประชาชนจากปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในหมู่บ้าน/ชุมชนได้
นายศิรินทร์ยา กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 10 ก.พ. ที่ผ่านมา กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ร่วมกับ ป.ปส.ภาค 5 จับกุมผู้ต้องหา 1 ราย พร้อมของกลางไอซ์ 500 กิโลกรัม ยาบ้า 708,000 เม็ด ส่วนวันนี้ได้ขยายผลยึดทรัพย์ผู้สั่งการทั้งหมด 87 ราย รวมมูลค่า 60,000,000 บาท และจับกุมผู้ต้องหา 1 ราย พร้อมของกลางยาบ้า 11 เม็ด และขยายผลตรวจค้นยาเสพติดเพิ่มเติมได้ของกลางยาบ้า จำนวน 8,470 เม็ด รวมทั้งสิ้น 8,481 เม็ด
“ภายใต้การปฏิบัติการตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2560-15 ก.พ. 2561 ได้ดำเนินการปิดล้อมตรวจค้นหมู่บ้าน/ชุมชนทั่วประเทศ รวม 44 จังหวัด ซึ่งเป็นเป้าหมายจากการร้องเรียนและจากการสืบสวน รวม 553 ราย สามารถจับกุมผู้ค้ายาเสพติด 192 ราย นำผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัด 361 ราย ยึดยาบ้า 1,034,620 เม็ด เฮโรอีน 8.46 กิโลกรัม ไอซ์ 289.97 กรัม กัญชา 460.93 กิโลกรัม ฝิ่นสุก 5.1 กรัม กระท่อม 3,660 กรัม น้ำกระท่อม 14.40 กิโลกรัม อาวุธปืน 47 กระบอก กระสุนปืน 184 นัด พร้อมยึดทรัพย์สินมูลค่ารวม 73,087,340 บาท ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสยาเสพติดได้ที่สายด่วน ป.ป.ส. โทร. 1386” เลขาธิการ ป.ป.ส.กล่าว
https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_756483
ศาสตร์พระราชา การพัฒนาที่ยั่งยืน
นิด้าโพลเผย ปชช.หนุนรัฐบาลยึดแนวทาง"ศาสตร์พระราชา"แก้ปัญหา ศก.
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ นิด้าโพล เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนจากทั่วประเทศจำนวน 1,251 คน เรื่อง "การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาล"
สำรวจการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ประชาชนเห็นว่าทำแล้วจะสามารถแก้ไขปัญหาได้มากที่สุด
ร้อยละ 28.70 ระบุ การแก้ปัญหาตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง/ศาสตร์พระราชา
ร้อยละ 18.31 ระบุ การลดค่าครองชีพ เช่น ค่าไฟฟ้าฟรี รถเมล์ฟรี ตรึงราคาก๊าซ/ราคาน้ำมัน
ขณะที่ร้อยละ 16.95 ระบุ การแก้ไขปัญหาการว่างงานและพื้นที่ทำกิน
ร้อยละ 12.79 ระบุ การจัดการเลือกตั้ง เพื่อสร้างภาพลักษณ์และความมั่นใจให้ต่างชาติเข้ามาลงทุน
ร้อยละ 9.67 ระบุ การกระจายงานและรายได้ไม่ให้กระจุกอยู่ตามหัวเมืองใหญ่
ร้อยละ 5.52 ระบุ การออกนโยบายสนับสนุนให้คนในประเทศใช้จ่ายมากขึ้น เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
ร้อยละ 3.84 ระบุ การสนับสนุนการส่งออกและการลงทุนจากต่างชาติ
และร้อยละ 4.24 ระบุ อื่นๆ ได้แก่ การแก้ปัญหาคอร์รัปชัน การแก้ไขปัญหาด้านพืชผลทางการเกษตร
https://mgronline.com/uptodate/detail/9600000131226
ปลื้มมใจนะคะ ที่องค์การโลกชื่นชมไทย
ในระบอบการปกครองแบบนี้ยังสามารถทำได้ดี เป็นที่ถูกใจองค์การของโลก
ระบอบไหนไม่สำคัญ..เรื่องแบบนี้ในรัฐบาลที่ตั้งใจจริงจึงจะทำได้ค่ะ