[CR] เขื่อนเชี่ยวหลาน ปลีกวิเวกสู่โลกส่วนตัว ตัดขาดโลก ปลดปล่อยหัวใจ และสมองไปกับสายน้ำและผืนป่า ตอนที่ 1








สวัสดีค่ะ ต้องขอแนะนำตัวก่อน ว่าชื่อ แจนนะคะ และเป็นครั้งแรกของการเขียนรีวิวบทความท่องเที่ยวเป็นครั้งแรก อาจจะมีบางอย่างที่ตกหล่นไปบ้างต้องขออภัยล่วงหน้าค่ะ

เอาล่ะเรามาเริ่มที่ความคิดที่อยากจะไปก่อนนะคะ แจนเดินทางไปที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีด้วยที่มี Mindset ไว้ว่า อยากปลีกวิเวกเนื่องจากเป็นคนเมืองแบบสุดๆ เกิดและเติบโตในกทม. ไม่มีแม้กระทั่งบ้านนอกเป็นของตนเอง ดูน่าสงสารไหมคะ แต่ก็เป็นแบบนั้นจริงๆ 555 แจนเดินทางครั้งนี้กับเพื่อนอีกหนึ่งคน เป็นผู้หญิงสองคนเหงาๆ โสดๆ ชีวิตเครียดๆ ต้องการปลีกวิเวกสุดๆ อันที่จริงนั้น เรามีครอบครัวทางฝั่งเพื่อนมาจอยที่ปลายทางที่สุราษฎร์ฯ นะคะ แต่รีวิวนี้คงไม่พูดถึงท่านมาก แต่เอาเป็นว่าจะได้ไม่สงสัยว่าบางภาพใครถ่ายรูปให้เรา 55555 ต้องบอกว่าใครใคร่ไปให้ปล่อยทางโลกให้ได้หน่อยนะคะ เพราะสัญญาณโทรศัพท์คือพินาศมาก ไม่มีบริการจ้า แต่ยกเว้น Ais นะจ๊ะ นางชนะได้โล่ไปเลยโทรเข้าก็ได้ เล่นเนตก็ได้บ้าง แต่ข้อแนะนำไม่ควรไปนั่งเล่นโทรศัพท์ในขณะที่บรรยากาศดีงามเบอร์นี้เนอะ ปล่อยสมองบ้างค่ะ เพราะตัวเราเองก็ขาดรายได้ไปเยอะ เพราะทริปนี้ 555 ลูกค้าติดต่อไม่ได้จ้าาา

เริ่มเดินทางกันเถอะจ้าาา
วันที่ 1 เดินทางไปที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี วันที่ 25 ธันวาคม 2560 (วันศริตมาสเลยทีเดียวจ้าา) แจนกับเพื่อนโดยสารทางรถไฟตู้นอนไปนะคะ เนื่องจากอันตัวแจนนี้อยากไปคูลๆ บนรถไฟ ซึ่งคาดหวังว่าจะเป็นรถไฟใหม่ แต่จองผิดจ้าาา ได้ตู้เก่าแต่เป็นตู้นอนเหมือนกัน แต่สภาพคือแบบเก่าสมใจอ่ะค่ะ ราคาก็ไม่ค่อยน่ารักเท่าไหร่ (แพงกว่าเครื่องบินราคาโปร) แต่ข้อดีของการเดินทางด้วยรถไฟคือ ได้นอนจริงๆ คือนอนลงกับเตียงเลยจริงๆ แต่เสียงแบบดังมากก การขับกระชากเว่อร์ บวกกับช่วงคริตมาสนี่ฝรั่งทั้งตู้นอนค่าาา ฝรั่งรัสเซียด้วยจ้าาา ขึ้นมาก็พีคเลย เจอฝรั่งอยู่ในห้องที่อิชั้นนอนแบบสาวโสดกันสองคน ไอ้เราก็นึกว่าผิดห้องแต่ที่แท้นางคือเมาแล้วแอบเข้าไปให้ห้อง พี่เจ้าหน้าที่รถไฟเค้าก็ไล่ให้แบบโหดๆ สั-รัสเซียเช่นกัน ภาษาอังกฤษแบบคูลๆ No drink No Samui you knowww!!! ขำก็ขำ คือฝรั่งมันก็เมาเว่อๆ คือจริงๆ กลัวมาก คือ ห้องฝรั่งขี้เมาติดแบบแค่ประตูกั้นกลางอ่ะมันจะพยายามเข้ามาข่มขืนเมื่อไหร่ก็ได้อ่ะจริงๆ ก็ค่อนข้างอันตรายมากสำหรับผู้หญิงอันนี้ไม่แนะนำเลยค่ะ แต่ส่ิงที่ดีคือห้องเราติดกับเจ้าหน้าที่รถไฟ เค้าดูแลอย่างดีบอกมีอะไรเรียกพี่เลยจ้าา แต่เราก็แบบจะทันไหมจ๊าาาพี่จ๋าาา ถ้ามีอะไร ก็ตามนั้น นอนไม่หลับเกือบทั้งคืนอ่ะจริงๆ แล้ว 5555 ไอ้ฝรั่งขี้เมาก็หลับไปแล้วสักพัก คือได้ยินเสียงกรน แต่เที่ยงคืนนางตื่นมากินอีกแล้วมาเล่นกลอนประตูหน้าห้องอี๊กกกก โอ้ยยย ทำไรไม่ได้ สวดมนต์ค่ะ!! ส่งผีไปหลอกมัน จนปัญญาแล้วจ้าาา 55555 สรุปได้นอนไม่กี่ชั่วโมงสัก 7 โมงเช้าก็ถึงสุราษฎร์ฯ แล้วจ้าาาา





วันที่ 2
เมื่อถึงสถานีรถไฟสุราษฎร์ธานีสุดสดใส นอนก็น้อย กลิ่นสนิมงี้เต็มตัว สดใสมากกก ต่อจากนี้คือเดินทางไปท่าเรือเพื่อขึ้นเรือที่เราติดต่อไว้ คือทางที่พักที่เราไปพักนั้นอยู่ในเขตอุทยาน จึงเป็นที่พักอุทยานในราคาย่อมเยาว์ค่ะ เราไปในราคา เบาๆ หัวละ 3,000.- พัก 2 แพ 3 วัน 2 คืน อาหาร 6 มื้อ บวกกับค่าเข้าอุทยานอีกคนละ 40.- ค่าเรือคือรวมอยู่ในค่าหัวแล้วค่ะ ซึ่งต้องจองล่วงหน้า 60 วันเท่านั้น ซึ่งเราจองผ่านทางหนูดี ค่ะ ซึ่งเค้าจะแนะนำการเดินทางให้ การเที่ยวภาคใต้คือดีตรงนี้ค่ะ จะมีดีลให้เราเดินทางง่ายเสมอ ทางหนูดีได้ให้เบอร์รถตู้โดยสารมาไว้ เพื่อที่เราถึงสถานีนางจะวนเข้ามารับเราไปที่ท่าเรือค่ะ ซึ่งใช้เวลาเดินทางประมาณ 30-45 นาทีได้ โดยเรานัดเวลากับทางเรือได้ว่าจะให้เค้ามารับกี่โมง เรานัดเค้าไว้ที่ประมาณ 11.00-12.00 น. ค่าา นางก็พาไปขึ้นเรือพร้อมแนะนำคนขับเรือที่จะดูแลเราตลอดทริป


วันนั้นคือลมแรงมากก ฝนทำท่าจะตกปรอยๆ นั่งเรือคือเปียกไปทั้งตัวและหัวใจจริงๆ คือถ้าเตรียมสบู่ ยาสระผมมาคืออาบน้ำได้อย่างสมบูรณ์แบบมาก 555


การแว๊นเรือหางยาวเป็นประสบการณ์ที่หน้าประทับใจมาก คือรอบตัวคือไม่มีฝั่งมีแต่ เขา น้ำ ฟ้า หรือคิดง่ายๆ เรือล่มไป ไม่น่าจะรอด นอกจากเป็นอาหารปลาใต้เขื่อน 5555


อันนี้ที่จริงคือสวยงามและประทับใจมากนะคะ มองไปไกลสุดลูกหูลูกตา พร้อมกับสัญญานโทรศัพท์ที่ค่อยๆ หายไปทีละขีดๆ เหมือนคอยเตือนให้เรายอมรับความปลีกวิเวกที่กำลังเข้ามาเรื่อยๆ


ลมที่ปะทะหน้าคือดีมาก ดีแบบหน้าที่ฉีดโบท็อกก็คงต้องย่นได้ เพราะความรุนแรงของสายลม ปากเปิกเก็บให้อยู่นะคะ เผลอเปิดมาน้ำลายมีสิทธิ์ไหลย้อย อรทัย 5555 แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการนั่งเรือหางยาวในเขื่อนคือดีย์ ชอบ และนั่งทั้งวันก็ได้ ถ้าไม่เปียก 5555 วิวดีงามมากกกกก





หลังจากล่องเรือได้สักประมาณ 20-25 นาที เราก็ถึงที่พักแล้วจ้า ที่แรกที่เราพักก็คือ แพคลองคละ ค่าาาา ที่พักจะใช้ระยะในการเดินทางไปถึง ค่อนข้างออกไปไกลๆ สักหน่อย


อย่างที่บอกว่าเป็นแพอุทยานที่อยู่ในอุทยานเขาสกค่ะ ผู้ดูแลเราในแพนี้ก็จะเป็นเจ้าหน้าที่อุทยานทั้งนั้นเลยค่ะ ดูแลกันแบบง่ายๆ กินง่าย อยู่ง่ายไม่หรูหราเหมือนแพเอกชนทั่วไป ห้องน้ำรวมนาจาาา





ห้องพักมีหลายระดับ หลายราคานะคะ มีทั้งแบบแอร์ และไม่แอร์ เตียงนอนห้องน้ำรวมและแยก ซึ่งเราก็พักแบบสุดในอารมณ์ง่ายๆ ไม่เอาความสะดวก สบายใดๆ ที่เรามีอยู่แล้วที่เมืองศิวิไลซ์ เรือนไม้ไผ่เลยจ้าา


แต่วิวนี่ราคาหลักล้านนาจาา มองนิ่งๆ แล้วหยุดสมองได้เลย


ถ่ายรูป Check-in ว่ามาถึงแล้วสักหน่อย แต่ลง Social ไม่ได้เด้ออ เก็บไว้ในใจนาจา
ถ่ายแล้วต้องเก็บไว้อวดตัวเองคนเดียวก่อนนน 555 เอาจริงๆ คือความอึดอัดเล็กๆ ไอ้เรามนุษย์ชอบอัพเดทอยู่แล้ว
แต่ก็นะดีท็อกซ์ โซเชี่ยลไปในตัวด้วย


อันนี้คือสภาพห้องนอนของเรา ซึ่งรกไปแล้ว ก่อนหน้านี่ถ่ายไม่ทันจริงๆ 5555 การ การนอนแพต้องยอมรับในความยวบให้ได้นะคะ เดินทีสะเทือนไปทั้งแผ่นดิน และข้างๆ ห้องคือมีเด็กเด้อออ แอบปวดหัวเบาๆ แต่ก็ไม่สามารถต้านทานความง่วงที่อดนอนเมื่อวานได้ เลยได้งีบไปเบาๆ ไม่ร้อนนะคะ ถึงแม้จะมีแค่พัดลม แต่ลมโกรกอยู่ตลอดอยู่ แต่ร้อนแดดอยู่บ้าง



ในห้องนอนจะมีฟูกง่ายๆ นอนได้ สะอาด ผ้านอนเปลี่ยนใหม่ แต่ผ้าห่มบางไปหน่อย ใครขี้หนาวเตรียมของตัวเองไปเผื่อด้วยนาจา จะได้ไม่ต้องทนหนาว เพราะกลางคืนก็หนาวเอาการอยู่


ในห้องมีปลั๊กไฟ มีพัดลมเรียบร้อย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น แม้มือถือจะไม่ค่อยได้ใช้ แต่ใครใคร่จะชาร์จแบตต้องชาร์จที่ส่วนกลางเพราะที่ห้องปั่นไฟให้ใช้เป็นเวลาค่าา หรือเตรียมพาวเวอร์แบงค์ไปก็ได้นะ


พอตื่นแล้วก็ไปลุยน้ำกันเถอะะะ น้ำใสมากกกก ใสระดับสิบเต็มสิบ คือมันคือการสะท้อนของแสงแดดแล้ววิวภูเขาอ่ะค่ะ สวยในสวยยยสุดด แต่น้ำลึกมากกกกนะคะ เพราะฉะนั้นการลงน้ำสมควรที่จะต้องใส่ชูชีพตลอดเวลา


ส่วนกิจกรรมภายในที่พัก นอกจากการเล่นน้ำแล้วก็จะมีพายเรือแคนูค่ะ สามารถพายได้โดยเสียเงินค่ามัดจำพายจำนวน 100.- ก็พายเล่นได้แล้ว คือความจริงกิจกรรมมันจะมีที่เป็นแพ็คเกจด้วยนะคะที่ซื้อมาพร้อมที่พักแต่ทางเราไม่ต้องการเลยไม่ได้ซื้อไว้ จะเป็นพวกเดินทางเส้นทางธรรมชาติค่ะ


ถ่ายรูปสวยๆ ก่อนลงน้ำจ้าา เตรียมชุดเล่นน้ำให้เรียบร้อย เมื่อแดดร่ม ลมตก เราก็ลงน้ำาาา


ใส่ชูชีพให้พร้อมแล้วลงไปเลยจ้าาา





เมื่อเล่นน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราก็แต่งตัวเพื่อมาถ่ายรูปกับบรรยากาศยามเย็นตอนพระอาทิตย์ตกดินภาพจะมิดๆ หน่อยเพราะย้อนแสงค่ะ ลมดี หมอกลงอากาศฟอกปอกชัดๆ


นั่งมองภูเขานิ่งๆ พร้อมหมอกขาวๆ สวยๆ จิตใจคือนิ่งมากกก


พระอาทิตย์ตกดินแล้วจ้าาาา แสงสะท้อนลงผิวน้ำ คือดีงามพระราม 8 มากกก ถ่ายรูปมายังไงก็ไม่เท่าตาเห็นจริงๆ


พื้นหญ้านี้คือหญ้าเทียมที่เค้าปูไว้ที่แพนะคะ เราก็ลงไปเกือกกลิ้ง ถ่ายรูปได้ นอนมองฟ้าก็ได้ เช่นกัน


ถึงเวลากินข้าวละจ้าาาาา ตรงนี้คือโต๊ะที่ทางพี่พักจัดเตรียมให้นักท่องเที่ยว หลายๆ กรุ๊ปมากินข้าวได้ที่นี่เลย


ที่โต๊ะจะมองเห็นวิวของที่พักได้เลยยยย ตอนมืดๆ สวยมากๆ


อาหารมาแล้วจ้าาาา คือดี คืองามม เป็นอาหารพื้นบ้านทางภาคใต้ เติมไม่อั้นด้วยนะเออ ยกเว้นปลาทอดนะคะ กินแบบมีความสุขมากกกกก นี่คืออาหารมื้อเย็นนะคะ ตอนกลางวันก็มีแต่ลืมถ่ายไว้ไม่หรูหราเท่านี้แต่กินได้รสชาดผ่านและโอเคค่ะ ซึ่งเมื่อกินข้าวเสร็จทางแพคลองคละได้มีการสอบถามว่าโต๊ะไหนต้องการไปทานอาหารเช้าส่องสัตว์บ้างไหม โดยสบทนทุนค่าอุปกรณ์ส่องสัตว์ตามศรัทธาเราก็โอเคตกลงจัดไป โดยนัดเวลาตั้งแต่ 7.00 น.

ต่อที่ความคิดเห็นนะคะ
ชื่อสินค้า:   เขื่อนเชี่ยวหลาน จ.สุราษฎร์ธานี, เขื่อนรัชประภา
คะแนน:     
**CR - Consumer Review : ผู้เขียนรีวิวนี้เป็นผู้ซื้อสินค้าหรือเสียค่าบริการเอง ไม่มีผู้สนับสนุนให้สินค้าหรือบริการฟรี และผู้เขียนรีวิวไม่ได้รับสิ่งตอบแทนในการเขียนรีวิว
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่