JJNY : เอ๊ะ! ยังไง “ขิง” แยกทางลุงกำนัน มวลมหาประชาเหงา / อ่าน พรรค กปปส. อ่านท่าที ถาวร เสนเนียม ทะลุ ถึง "อนาคต"

กระทู้คำถาม
เอ๊ะ! ยังไง “ขิง” แยกทางลุงกำนัน มวลมหาประชาเหงา
http://www.komchadluek.net/news/scoop/315383

ที่ว่า “ขิง เอกนัฎ” จะไม่ทิ้ง ปชป.ไปซบพรรคลุงกำนัน เนื่องจาก “ลุง” นิพนธ์ พร้อมพันธุ์ ร้องขอให้อยู่ ปชป. เป็นความยากลำบากในการตัดสินใจของขิงอยู่นา!!

          พลันที่ตระกูล “เทือกสุบรรณ” ยืนยันถึงการตั้งพรรคมวลมหาประชาชนฯ ทุกสายตาจับจ้องไปที่พรรคประชาธิปัตย์ ฤาวงจรแห่งความแตกแยกจะหวนกลับมาอีกหน

          หลังเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2529 เกิดความขัดแย้งอันเนื่องมาจากความไม่พอใจในการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีของ พิชัย รัตตกุล ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในขณะนั้น ทำให้ “เฉลิมพันธ์ ศรีวิกรม์” แยกตัวออกมาตั้ง “กลุ่ม 10 มกรา”

          เมื่อ “ป๋าเปรม” ยุบสภา จัดให้มีการเลือกตั้งวันที่ 24 ก.ค.2531 ปรากฏว่า กลุ่ม 10 มกรา ได้ลาออกจากพรรค ปชป.มาจัดตั้ง “พรรคประชาชน” และมีอดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ ลาออกมาร่วมงานกันประมาณ 14-15 กว่าคน

          ปี 2531 “เฉลิมพันธุ์” เป็นหัวหน้าพรรคประชาชน แต่ปี 2561 “สุเทพ เทือกสุบรรณ” ขอเป็นแค่สมาชิกพรรคมวลมหาประชาชน

          อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่เคยเป็นแกนนำ กปปส. ยังไม่มีใครแสดงตัวชัดๆ ว่า จะลาออกจาก ปชป.มาสังกัดพรรคลุงกำนัน

          ยกเว้นตระกูล “เทือกสุบรรณ” แห่งสุราษฏร์ธานีคือ “ธานี เทือกสุบรรณ” (อดีต ส.ส.เขต 1) และ “เชน เทือกสุบรรณ” (อดีตเขต 4)

          จะว่าไปแล้ว สนามสุราษฏร์นั้น ก็มีความขัดแย้งระหว่าง “สุเทพ” กับ “บัญญัติ บรรทัดฐาน” เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว โดยอดีต ส.ส.สุราษฏร์บางคนก็อยู่กลุ่มบัญญัติ

          ส่วนที่สนามชุมพร “ลูกหมี” หรือ “ชุมพล จุลใส” อดีต ส.ส.ชุมพร เขต 1 เป็นคนใกล้ชิดที่ลุงกำนันปั้นมากับมือ จะย้ายมาสังกัดพรรคมวลมหาประชาชนฯ แน่นอน

          ก่อนหน้านั้น “ลูกหมี” มีความขัดแย้งอย่างรุนแรงกับอดีต ส.ส.ร่วมพรรคอย่าง สราวุธ อ่อนละมัย (เขต 2) และธีระชาติ ปางวิรุฬรักษ์ (เขต 3) ซึ่งทั้งสองคนเป็น “สายนายชวน”

          ย้อนขึ้นมาที่กรุงเทพฯ “เอกนัฏ พร้อมพันธุ์” อดีต ส.ส.กทม.เขต 29(หนองแขม-ทวีวัฒนา) ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของ ศรีสกุล เตชะไพบูลย์ ซึ่งมีรายงานข่าวล่าสุดว่า “ขิง เอกนัฎ” จะไม่ทิ้ง ปชป.ไปซบพรรคลุงกำนัน เนื่องจาก “ลุง” นิพนธ์ พร้อมพันธุ์ ร้องขอให้อยู่ ปชป.

          อีกประการหนึ่ง สมรภูมิกรุงเทพฯ หากไม่สวมเสื้อ ปชป. โอกาสชนะมีน้อย!!

          จะว่าไปแล้ว มันเป็นความยากลำบากในการตัดสินใจของ “ขิง เอกนัฎ” เพราะในการต่อสู้ของมวลมหาประชาชน เขาเป็นเหมือนเลขานุการส่วนตัวของลุงกำนัน

          แหล่งข่าวกล่าว นิพนธ์ พร้อมพันธุ์ เชื่อมั่นในชวน หลีกภัย ที่ประกาศให้สมาชิกพรรคยึดมั่นในอุดมการณ์ของพรรค และระบบรัฐสภา ไม่นำพาพรรคลงท้องถนน จึงไม่อยากให้หลานชายต้องไปอยู่กับ “พรรคเฉพาะกิจ”

          ส่วน “ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ” อดีต ส.ส.กทม.เขต 26(ราษฏร์บูรณะ ทุ่งครุ) ลูกเขยของ เฉลิมพันธ์ ศรีวิกรม์ จะมาสังกัดพรรคมวลมหาประชาชนฯ เพราะเขาก็เป็นคนที่ลุงกำนันปั้นมากับมือเช่นกัน

          “พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์” อดีต ส.ส.เขต 7(ห้วยขวาง วังทองหลาง) จะเป็นอีกคนหนึ่งที่คาดหมายว่า จะไม่กลับไปพรรค ปชป. และขออยู่เคียงข้างลุงกำนัน

          อดีตแกนนำ กปปส.คนอื่น อย่าง ถาวร เสนเนียม, สาทิตย์ วงศ์หนองเตย, วิทยา แก้วภราดัย, ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์, อิสสระ สมชัย ฯลฯ จะไม่มาร่วมงานกับลุงกำนันในสีเสื้อพรรคมวลมหาประชาชนฯ

          ดูจากสถานการณ์วันนี้ พรรคมวลมหาประชาชน อาจต้องหวัง “ยุทธศาสตร์อันดับ 2” ที่จะเก็บเกี่ยวคะแนนแต่ละเขต เพื่อให้ได้คะแนนรวมจำนวนมากพอจะได้ ส.ส.สัดส่วน ตามกฎหมายเลือกตั้งฉบับใหม่

          ในอนาคตพรรคมวลมหาประชาชนฯ จะจบลงด้วยการยุบพรรครวมกับพรรคอื่น เหมือนพรรคประชาชนหรือไม่? การเลือกตั้งครั้งหน้าจะให้คำตอบ



อ่าน พรรค กปปส. อ่านท่าที ถาวร เสนเนียม ทะลุ ถึง "อนาคต"
https://www.matichon.co.th/news/863893

ผู้เขียน    คอลัมน์หน้า 3 มติชน

ไม่ว่าพรรคมวลมหาประชาชนฯ จะมีการจัดตั้งขึ้นจริงตามที่ นายธานี เทือกสุบรรณ แถลงมาหรือไม่ แต่อนาคตของพรรคนี้ก็ดูได้ไม่ยาก

1 ดูจากบทบาทของ “มูลนิธิ

1 ดูจากบทบาทของบรรดาบุคคลที่เคยเป็นแกนนำของ “กปปส.” ซึ่งอยู่ในพรรคประชาธิปัตย์จะขานรับด้วยความคึกคักมากน้อยเพียงใด

หาก นายเอกณัฏ พร้อมพันธุ์ ยังเฉย

นั่นหมายความว่ามูลนิธิมวลมหาประชาชนฯ ก็จะมีบทบาทเช่นเดียวกันกับที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เคยประกาศ คือ ไม่ออกนอกหน้า

เพราะว่า นายเอกณัฏ พร้อมพันธุ์ คือ เลขานุการ

ขณะเดียวกัน หากไม่มีท่าทีใดๆ จากแกนนำ “กปปส.” ที่อยู่ภายในพรรคประชาธิปัตย์ก็ต้องยอมรับว่าพรรคมวลมหาประชาชนน่าจะไปลำบาก

ลำพัง นายธานี เทือกสุบรรณ คงไปไม่ถึงไหน

แม้ว่าเป้าหมาย 1 ของพรรคมวลมหาประชาชนฯ คือ การสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้สมความปรารถนาในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

และต้องการต่อสู้ ขับเคี่ยวกับ พรรคเพื่อไทย

กระนั้น 1 ซึ่งก่อให้เกิดผลสะเทือนตามมาโดยฉับพลันทันใดก็คือ เกิดความขัดแย้ง แตกแยกขึ้นภายในพรรคประชาธิปัตย์

เพราะฐานของ “กปปส.” คือ พรรคประชาธิปัตย์ คือ ภาคใต้และ กทม.

เมื่อเป็นเช่นนี้การเกิดขึ้นของพรรคมวลมหาประชาชนฯ ก็แทบไม่ก่อให้เกิดแรงสั่นสะเทือนอะไรขึ้นในพรรคเพื่อไทย

แม้ฐานพรรคเพื่อไทยจะมีใน กทม.บ้าง แต่ก็ไม่ใช่ภาคใต้

ในที่สุดแล้วปฏิบัติการของพรรคมวลมหาประชาชนฯ ก็เท่ากับพังทลายฐานกำแพงของพรรคประชาธิปัตย์อันถือว่าเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุดของตน

ความหมายก็คือ ดับเครื่องชนพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ใช่พรรคเพื่อไทย

ไม่ว่าความริเริ่มในเรื่องพรรคมวลมหาประชาชนฯ จะมีรากฐานมาจากอะไรและโดยการผลักดันของผู้ใด

ก็ต้องยอมรับว่าอาจก่อผลเสียมากกว่าผลดี

ผลเสีย 1 คือ การทำให้ กปปส.กับ คสช.เป็นอันเดียวกัน

บทบาทของ กปปส.นับแต่เดือนตุลาคม 2556 คนรู้สึกอยู่แล้วว่าเป็นการปูทางและสร้างเงื่อนไขในทางการเมืองเหมือนกับพันธมิตรประชาชนเคยทำก่อนรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549

พลันที่มีรัฐประหารในเดือนพฤษภาคม 2557 ก็เริ่มร้องอ้อ

ยิ่งเมื่อ กปปส.จัดตั้งพรรคมวลมหาประชาชนฯ ประกาศนโยบายเด่นชัดและหนึ่งเดียวคือรองรับกับการเป็นนายกรัฐมนตรี “คนนอก” ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

เสียงร้อง “อ๋อ” ก็จะประสานขึ้นอย่างเป็นเอกภาพ

ผลเสีย 1 ซึ่งจะสัมผัสได้นับแต่มีคำแถลงในเรื่องการจัดตั้งพรรคมวลมหาประชาชน ก็คือผลสะเทือนโดยตรงไปยังพรรคประชาธิปัตย์

ยิ่งทำให้คะแนนพรรคประชาธิปัตย์เป็นรองพรรคเพื่อไทยเพิ่มขึ้น

นับแต่วินาทีนี้เป็นต้นไปจึงไม่เพียงแต่ 1 จับตาติดตามท่าทีอันมาจาก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ หากแต่ 1 คือท่าทีอันมาจากแกนนำ “กปปส.” ที่ฝังตัวอยู่ในพรรคประชาธิปัตย์

เริ่มจาก นายถาวร เสนเนียม

ตามด้วย นายวิทยา แก้วภราดัย ตามด้วย นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตามด้วย นายอิสสระ สมชัย และที่ขาดไม่ได้ คือ นายเอกณัฏ พร้อมพันธุ์

หากคนเหล่านี้นิ่ง ไม่ยอมขยับขับเคลื่อนก็เท่ากับเป็น “คำตอบ”
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่