สวัสดีค่ะ
เราคบกับแฟนมาได้ 2ปีกว่าแล้วค่ะ แฟนเราอายุมากกว่าเราประมาณ 6 ปี
ครอบครัวแฟนมีกัน 4คนค่ะเนื่องจากคุณแม่แฟนท่านเสียไปแล้ว มีพ่อ พี่สาวคนโต พี่สาวคนรอง และตัวเค้าที่เป็นลูกหลงและเป็นน้องคนสุดท้อง
ซึ่งพี่สาวคนโตแต่งงานไปแล้ว จึงเหลือเค้ากับพี่สาวคนกลางอยู่กับพ่อสามคน
ที่บ้านของแฟนทุกคนต้องคอยดูแลคุณพ่อค่ะ เพราะท่านมีโรคประจำตัว ต้องคอยสลับกันอยู่เป็นเพื่อนพ่อ
วันไหนคนไหนไปหาแฟน อีกคนต้องอยู่บ้านกับพ่อ เวลาทานข้าวเย็นเสร็จต้องนั่งดูทีวีด้านล่างเป็นเพื่อนพ่อก่อน
และด้วยความที่แฟนเราเป็นผู้ชายคนเดียวในบ้าน ทุกวันอาทิตย์จะต้องไปช่วยพ่อซื้อของเข้าร้านทุกอาทิตย์ค่ะ
ส่วนเราเป็นลูกคนเดียว ในครอบครัวของเรา พ่อแม่รับราชการทั้งคู่ ทำให้เราโตมาแบบอิสระ ต้องหัดทำงานบ้านและดูแลตัวเองทุกอย่างตั้งแต่เด็กๆ
เวลาเราอยู่บ้านของเรา ด้วยความที่บ้านของเราอยู่แบบสบายๆ ช่วยกันทำงานบ้าน ทำความสะอาดบ้าน และมีแม่บ้านมาทำความสะอาดสองอาทิตย์ครั้ง
กลับบ้านมากินข้าวเสร็จก้อแยกย้ายกันเข้าห้องส่วนตัว เนื่องจากพ่อแม่เราค่อนข้างงานเยอะ ส่วนเราก็มีโลกส่วนตัวสูงชอบขลุกอยู่ในห้อง อ่านนิยาย เล่นโทรศัพท์ตามประสาวัยรุ่น
เรื่องมีอยู่ว่า มีช่วงนึงที่ครอบครัวของเรามีปัญหา ทำให้ต้องเข้ามาทำงานในกรุงเทพค่ะ แฟนก็อาสาให้เราไปอาศัยชั่วคราวอยู่บ้านของเค้า
เพราะสภาพจิตใจเราแย่มากในตอนนั้น เค้าบอกรอให้สภาพจิตใจเราดีขึ้น ค่อยกลับมาอยู่คอนโดที่แม่ซื้อเอาไว้ ซึ่งพ่อแม่ของเรารับรู้ค่ะ เราพักห้องพี่สาวคนโตของแฟนที่แต่งงานออกไปแล้ว และใช้ห้องน้ำร่วมกับพี่สาวอีกคนนึงของแฟนเราค่ะ
เรามาอยู่บ้านเค้า เราก็พยายามปรับตัว เช่น จากที่ไม่เคยมีการนั่งดูทีวีหลังกินข้าวเราก็ต้องนั่งอยู่ข้างล่างกับทุกคน ซึ่งถ้าเป็นบ้านเราเองทุกคนก็อาจจะแยกย้ายเข้าห้องกันหมดแล้ว
หรือการเก็บเตียงนอนทุกวัน ซึ่งอยู่บ้านเรา เราก็เก็บบ้างไม่เก็บบ้าง และการดูแลรักษาความสะอาดและความเรียบร้อยในห้องน้ำ เช่น เก็บเศษผม
แต่เราก็โดนพี่สาวของแฟนว่ามาทางแฟนอยู่บ่อยๆว่าเราทำไม่สะอาด ไม่ดีอย่างโน้นอย่างนี้ เราก็เสียใจนะคะ แต่พยายามละเอียด ทำให้สะอาดขึ้น
จนมีอยู่วันหนึ่ง เราตื่นมาเข้าห้องน้ำกลางดึกค่ะ แล้วใช้กระดาษทิชชู่จนมันหมดพอดี พอทำธุระเสร็จเราง่วงนอนมากเลยเดินกลับไปนอนทำให้ลืมเติมกระดาษม้วนใหม่
ตื่นเช้ามา แฟนเราไปเข้าห้องน้ำที่ห้องน้ำด้านล่าง เราก็ได้ยินเสียงพี่สาวแฟนเดินปึงปังลงมาจากชั้น 3 มาเข้าห้องน้ำ แล้วก็ได้ยินเสียง โครมโวยวาย ประมาณว่า
“ทำไมหมดแล้วแม้งไม่เปลี่ยน เมื่อไหร่

จะไปๆสักทีวะ”
เราได้ยินคำนั้นน้ำตาเราไหลพรากเลยค่ะ แฟนเราเข้าห้องน้ำเสร็จเดินเข้าห้องมาหาก็คกใจ ถามว่าเราเป้นอะไร เราก็เล่าเรื่องให้ฟัง เค้าก็บอกไม่มีอะไรหรอก พี่สาวเค้าเป็นคนใจร้อน ก็บ่นไปแบบนั้นเอง แต่เราบอกเราทนไม่ไหวแล้วค่ะ เราเก็บเสื้อผ้าจะออกจาหบ้านเค้ากลับมาอยู่ที่คอนโดที่แม่เราซื้อเอาไว้
แฟนบอกให้รอเค้าแปบนึง เค้าอาบน้ำแล้วเดี๋ยวจะไปส่ง
เราไม่รอค่ะเก็บกระเป๋าแล้วออกมาเลย ปัจจุบันก็กลับมาอยู่ที่คอนโดของครอบครัว อยู่คนเดียวเพราะพ่อแม่อยู่ต่างจังหวัด
แฟนเรามาหาเราบ่อยเท่าที่เค้าทำได้ มาค้างบ้างถ้าไม่ตรงกับวันที่พี่สาวเค้าไปค้างบ้านแฟน ทำให้เค้าต้องอยู่เป็นเพื่อนพ่อ
วันเสาร์แฟนต้องตื่นมาพาพ่อไปกินข้าว ทำงานบ้าน ทำอะไรให้เรียบร้อยก่อน ถึงจะออกมาหาเราได้ กว่าจะเจอกันก็ช่วงเย็น
การไปเที่ยว ก็ต้องทำแพลน ไม่ให้ตรงกับที่พี่สาวเค้าไม่อยู่
และล่าสุด เราก็เหมือนโดนว่าจากทางพี่สาวของเค้าอีกว่าเราไม่ค่อยเข้าหา คือ เราเป็นคนขี้อายอ่ะค่ะ แล้วเป็นคนที่ประหม่า ไม่กล้าเข้าหาคนอื่นก่อน ซึ่งแฟนเรารู้ดี ว่าเราเป็นแบบนั้น ตั้งแต่เค้าเริ่มมาจีบเราใหม่ๆ เจอหน้ากันครั้งแรกเราไม่กล้าคุยอะไรกับเค้าด้วยซ้ำ จนแยกย้ายกันเราถึงมาคิดได้ว่ากลัวเค้าเสียความรู้สึก อุตส่าขับรถมาตั้งไกลเพื่อมาเจอหน้าเราครั้งแรก คิดได้ก็ตอนเค้าขับรถกลับบ้านแล้ว เราเลยโทรไปขอโทษเค้า ว่าเราเขิน เราไม่รู้จะคุยอะไร แต่ไม่ใช่ไม่รู้สึกดีนะ แต่แค่อายๆ เขินๆอ่ะค่ะ เราเป็นคนแบบนี้จิงๆ
เราแค่อยากมาระบายค่ะ เราก็ไม่รู้จะทำยังไง ถามว่าอึดอัดมั้ยเราอึดอัดมากค่ะ
แต่เพื่อนๆ พี่ๆน้องๆที่รู้จักเราและแฟนเราทุกคน บอกเราง่าให้อดทน ผู้ชายดีๆและเข้ากับครอบครัวเราได้แบบนี้หายาก
เราเข้าใจค่ะ เพราะแฟนเราเป็นคนดีมาก ภาระทางบ้านก็เยอะ ทำงานก็เหนื่อย ยังต้องคอยมาหาเรา
วันที่เราเก็บกระเป๋าออกจากบ้านเค้ามา เราได้เห็นน้ำตาลูกผู้ชายของแฟนเลยค่ะ
เรารักแฟนเรามาก แต่คำพูดของพี่สาวเค้าวันนั้นมันยังดังอยู่ในหัวเราตลอดเลย
แฟนก็คอยบอกว่าอย่าคิดมาก นี่พ่อยังถามถึงเลยว่าเดี๋ยวนี้ไม่ไปพักที่บ้านเลย พี่สาวเค้าก็ไม่ได้พูดว่าอะไร
แต่เหมือนใจเรามันมีแผลไปแล้วอ่ะค่ะ ใครเคยเจอเหตุการณ์คล้ายๆเรามั้ยคะ
ต่อสู้กับมันยังไงคะ แล้วทำยังไงให้ความรู้สึกที่เสียไปกลับมาดีเหมือนเดิมคะ
จะทำยังไงดีกับสภาพจิตใจ
เราคบกับแฟนมาได้ 2ปีกว่าแล้วค่ะ แฟนเราอายุมากกว่าเราประมาณ 6 ปี
ครอบครัวแฟนมีกัน 4คนค่ะเนื่องจากคุณแม่แฟนท่านเสียไปแล้ว มีพ่อ พี่สาวคนโต พี่สาวคนรอง และตัวเค้าที่เป็นลูกหลงและเป็นน้องคนสุดท้อง
ซึ่งพี่สาวคนโตแต่งงานไปแล้ว จึงเหลือเค้ากับพี่สาวคนกลางอยู่กับพ่อสามคน
ที่บ้านของแฟนทุกคนต้องคอยดูแลคุณพ่อค่ะ เพราะท่านมีโรคประจำตัว ต้องคอยสลับกันอยู่เป็นเพื่อนพ่อ
วันไหนคนไหนไปหาแฟน อีกคนต้องอยู่บ้านกับพ่อ เวลาทานข้าวเย็นเสร็จต้องนั่งดูทีวีด้านล่างเป็นเพื่อนพ่อก่อน
และด้วยความที่แฟนเราเป็นผู้ชายคนเดียวในบ้าน ทุกวันอาทิตย์จะต้องไปช่วยพ่อซื้อของเข้าร้านทุกอาทิตย์ค่ะ
ส่วนเราเป็นลูกคนเดียว ในครอบครัวของเรา พ่อแม่รับราชการทั้งคู่ ทำให้เราโตมาแบบอิสระ ต้องหัดทำงานบ้านและดูแลตัวเองทุกอย่างตั้งแต่เด็กๆ
เวลาเราอยู่บ้านของเรา ด้วยความที่บ้านของเราอยู่แบบสบายๆ ช่วยกันทำงานบ้าน ทำความสะอาดบ้าน และมีแม่บ้านมาทำความสะอาดสองอาทิตย์ครั้ง
กลับบ้านมากินข้าวเสร็จก้อแยกย้ายกันเข้าห้องส่วนตัว เนื่องจากพ่อแม่เราค่อนข้างงานเยอะ ส่วนเราก็มีโลกส่วนตัวสูงชอบขลุกอยู่ในห้อง อ่านนิยาย เล่นโทรศัพท์ตามประสาวัยรุ่น
เรื่องมีอยู่ว่า มีช่วงนึงที่ครอบครัวของเรามีปัญหา ทำให้ต้องเข้ามาทำงานในกรุงเทพค่ะ แฟนก็อาสาให้เราไปอาศัยชั่วคราวอยู่บ้านของเค้า
เพราะสภาพจิตใจเราแย่มากในตอนนั้น เค้าบอกรอให้สภาพจิตใจเราดีขึ้น ค่อยกลับมาอยู่คอนโดที่แม่ซื้อเอาไว้ ซึ่งพ่อแม่ของเรารับรู้ค่ะ เราพักห้องพี่สาวคนโตของแฟนที่แต่งงานออกไปแล้ว และใช้ห้องน้ำร่วมกับพี่สาวอีกคนนึงของแฟนเราค่ะ
เรามาอยู่บ้านเค้า เราก็พยายามปรับตัว เช่น จากที่ไม่เคยมีการนั่งดูทีวีหลังกินข้าวเราก็ต้องนั่งอยู่ข้างล่างกับทุกคน ซึ่งถ้าเป็นบ้านเราเองทุกคนก็อาจจะแยกย้ายเข้าห้องกันหมดแล้ว
หรือการเก็บเตียงนอนทุกวัน ซึ่งอยู่บ้านเรา เราก็เก็บบ้างไม่เก็บบ้าง และการดูแลรักษาความสะอาดและความเรียบร้อยในห้องน้ำ เช่น เก็บเศษผม
แต่เราก็โดนพี่สาวของแฟนว่ามาทางแฟนอยู่บ่อยๆว่าเราทำไม่สะอาด ไม่ดีอย่างโน้นอย่างนี้ เราก็เสียใจนะคะ แต่พยายามละเอียด ทำให้สะอาดขึ้น
จนมีอยู่วันหนึ่ง เราตื่นมาเข้าห้องน้ำกลางดึกค่ะ แล้วใช้กระดาษทิชชู่จนมันหมดพอดี พอทำธุระเสร็จเราง่วงนอนมากเลยเดินกลับไปนอนทำให้ลืมเติมกระดาษม้วนใหม่
ตื่นเช้ามา แฟนเราไปเข้าห้องน้ำที่ห้องน้ำด้านล่าง เราก็ได้ยินเสียงพี่สาวแฟนเดินปึงปังลงมาจากชั้น 3 มาเข้าห้องน้ำ แล้วก็ได้ยินเสียง โครมโวยวาย ประมาณว่า
“ทำไมหมดแล้วแม้งไม่เปลี่ยน เมื่อไหร่
เราได้ยินคำนั้นน้ำตาเราไหลพรากเลยค่ะ แฟนเราเข้าห้องน้ำเสร็จเดินเข้าห้องมาหาก็คกใจ ถามว่าเราเป้นอะไร เราก็เล่าเรื่องให้ฟัง เค้าก็บอกไม่มีอะไรหรอก พี่สาวเค้าเป็นคนใจร้อน ก็บ่นไปแบบนั้นเอง แต่เราบอกเราทนไม่ไหวแล้วค่ะ เราเก็บเสื้อผ้าจะออกจาหบ้านเค้ากลับมาอยู่ที่คอนโดที่แม่เราซื้อเอาไว้
แฟนบอกให้รอเค้าแปบนึง เค้าอาบน้ำแล้วเดี๋ยวจะไปส่ง
เราไม่รอค่ะเก็บกระเป๋าแล้วออกมาเลย ปัจจุบันก็กลับมาอยู่ที่คอนโดของครอบครัว อยู่คนเดียวเพราะพ่อแม่อยู่ต่างจังหวัด
แฟนเรามาหาเราบ่อยเท่าที่เค้าทำได้ มาค้างบ้างถ้าไม่ตรงกับวันที่พี่สาวเค้าไปค้างบ้านแฟน ทำให้เค้าต้องอยู่เป็นเพื่อนพ่อ
วันเสาร์แฟนต้องตื่นมาพาพ่อไปกินข้าว ทำงานบ้าน ทำอะไรให้เรียบร้อยก่อน ถึงจะออกมาหาเราได้ กว่าจะเจอกันก็ช่วงเย็น
การไปเที่ยว ก็ต้องทำแพลน ไม่ให้ตรงกับที่พี่สาวเค้าไม่อยู่
และล่าสุด เราก็เหมือนโดนว่าจากทางพี่สาวของเค้าอีกว่าเราไม่ค่อยเข้าหา คือ เราเป็นคนขี้อายอ่ะค่ะ แล้วเป็นคนที่ประหม่า ไม่กล้าเข้าหาคนอื่นก่อน ซึ่งแฟนเรารู้ดี ว่าเราเป็นแบบนั้น ตั้งแต่เค้าเริ่มมาจีบเราใหม่ๆ เจอหน้ากันครั้งแรกเราไม่กล้าคุยอะไรกับเค้าด้วยซ้ำ จนแยกย้ายกันเราถึงมาคิดได้ว่ากลัวเค้าเสียความรู้สึก อุตส่าขับรถมาตั้งไกลเพื่อมาเจอหน้าเราครั้งแรก คิดได้ก็ตอนเค้าขับรถกลับบ้านแล้ว เราเลยโทรไปขอโทษเค้า ว่าเราเขิน เราไม่รู้จะคุยอะไร แต่ไม่ใช่ไม่รู้สึกดีนะ แต่แค่อายๆ เขินๆอ่ะค่ะ เราเป็นคนแบบนี้จิงๆ
เราแค่อยากมาระบายค่ะ เราก็ไม่รู้จะทำยังไง ถามว่าอึดอัดมั้ยเราอึดอัดมากค่ะ
แต่เพื่อนๆ พี่ๆน้องๆที่รู้จักเราและแฟนเราทุกคน บอกเราง่าให้อดทน ผู้ชายดีๆและเข้ากับครอบครัวเราได้แบบนี้หายาก
เราเข้าใจค่ะ เพราะแฟนเราเป็นคนดีมาก ภาระทางบ้านก็เยอะ ทำงานก็เหนื่อย ยังต้องคอยมาหาเรา
วันที่เราเก็บกระเป๋าออกจากบ้านเค้ามา เราได้เห็นน้ำตาลูกผู้ชายของแฟนเลยค่ะ
เรารักแฟนเรามาก แต่คำพูดของพี่สาวเค้าวันนั้นมันยังดังอยู่ในหัวเราตลอดเลย
แฟนก็คอยบอกว่าอย่าคิดมาก นี่พ่อยังถามถึงเลยว่าเดี๋ยวนี้ไม่ไปพักที่บ้านเลย พี่สาวเค้าก็ไม่ได้พูดว่าอะไร
แต่เหมือนใจเรามันมีแผลไปแล้วอ่ะค่ะ ใครเคยเจอเหตุการณ์คล้ายๆเรามั้ยคะ
ต่อสู้กับมันยังไงคะ แล้วทำยังไงให้ความรู้สึกที่เสียไปกลับมาดีเหมือนเดิมคะ