[หนังโรงเรื่องที่ 218] Red Sparrow - คนดูต่างหาก ที่ไว้ใจใครไม่ได้เลย ; (Francis Lawrence, 2018)
by ตั๋วหนังมันแพง
คะแนนความชอบ : A++++ (จากสเกล D-A)
*ไม่มีการสปอยล์เนื้อเรื่องสำคัญ
เรื่องย่อ: เรื่องราวของ โดมินิก้า เอโกโรวา (Jennifer Lawrence) ถูกบังคับให้เข้ารับการฝึกฝนเพื่อเป็น "สแปร์โรว์" (Sparrow) นักล่อลวงสาวประจำกองกำลังรักษาความปลอดภัยรัสเซียผู้มีหน้าที่ใช้ร่างกายและเสน่ห์ของตนเพื่อล้วงความลับของเป้าหมายออกมา เป้าหมายแรกของเธอคือ เนท นาร์ช (Joel Edgerton) เจ้าหน้าที่ซีไอเอผู้รับผิดชอบสายข่าวของหน่วยงานข่าวกรองสายลับรัสเซีย ... เมื่อหญิงสาวผู้ช่ำชองในการหลอกและชายหนุ่มผู้ชำนาญในการลวงมาเจอกัน วังวนของการหลอกลวงอันไม่จบสิ้นจึงเกิดขึ้น
.
.
สำหรับผู้เขียนแล้ว ถือว่าเป็นหนังอีกเรื่องที่ทำได้ดีจากที่คาดหวังไว้มากพอสมควร คือมันเป็นหนังสายลับที่มีความเป็น "หนังสายลับ" เยอะและครบถ้วนมาก ไม่ว่าจะเป็นการทรมานรีดความลับอันโหดร้าย (ซึ่งภาพที่ออกมาในหนังมันโหดจริงๆ ) การหลอกลวงตลบแตลงที่ทำได้จนคนดูอยากเราปักใจเชื่อใครไม่ถูก
และที่ยอดเยี่ยมที่สุดคือการเฉือนคมกันระหว่างสายลับสองฝั่ง ซึ่งขอบอกเลยว่าหนังใช้เวลา 2 ชั่วโมง 19 นาทีได้คุ้มค่าจริงๆ แทบจะไม่มีส่วนไหนที่รู้สึกว่ามันอืด ช้า หรือน่าเบื่อเลย
.
"มนุษย์ทุกคนคือปริศนาของความต้องการ เธอต้องทำตัวเป็นชิ้นส่วนที่ขาดหาย แล้วพวกเขาจะยอมบอกเธอทุกอย่าง"
ประโยคนี้คือแก่นของความเป็น "สแปร์โรว์" และถือเป็นใจความสำคัญของหนังทั้งเรื่อง เพราะหากดูกันให้ชัดแล้ว ทุกๆ ตัวละครในเรื่องต่างก็มี "ความต้องการ" (Needs) เป็นแรงผลักจากลึกๆ ทั้งสิ้น
ซึ่งความต้องการในที่นี้ ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นแรงขับทางเพศ (Sex Drive) เสมอไป--แต่อาจจะเป็นปมด้อยที่เกิดจากครอบครัว หรือเหตุการณ์ในวัยเด็ก หรืออาจจะเป็น "ความโหยหา" กับบางสิ่งที่แม้แต่เจ้าตัวก็ยังไม่รู้ก็เป็นได้
.
.
เสน่ห์สำคัญที่สุดของหนังเรื่องนี้คือ "ศาสตร์แห่งการหลอกลวง" (The Art of Deception) ที่ตัวละครเอกทั้งชายหญิงต่างหยิบมาใช้ จนทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเขามันโรมรันพันตูยุ่งเหยิงไปหมด และในท้ายที่สุดแล้วมันก็กลายเป็นอะไรสักอย่างที่ต่างฝ่ายต่างก็เชื่อใจกันไม่ได้
"โดมินิก้า" ที่ถูกผูกมัดโดยมาตุภูมิ ในภารกิจล้วงเอาชื่อหนอนบ่อนไส้ที่คอยขายข้อมูลของรัสเซียให้กับสหรัฐออกมาจาก "เนท" เพื่อที่จะรับประกันความเป็นอยู่ที่ดีให้กับแม่ที่ป่วยหนัก ทำให้เธอต้องแสร้งทำเป็นเหยื่อผู้อ่อนแอหวังพึ่งพาเนทให้ช่วยกอบกู้ แต่ในอีกใจหนึ่งเธอก็คิดหวังจะหนีออกมาจากสภาพความเป็นอยู่ที่โหดร้าย จากสภาพสายลับที่เป็น "วัตถุทางเพศ" (Sex Object)
... แล้วความรู้สึกไหนเล่าที่เป็นของจริง? สิ่งไหนเล่าที่เป็น "ความต้องการ" ของเธอ?
"เนท" สายลับอเมริกันในมาดคนดีสุดขั้ว ผู้ได้รับมอบหมายให้ "ซื้อตัว" โดมินิก้าแล้วแปรพักต์มาเป็นสายลับฝั่งสหรัฐให้ได้ แต่ในภารกิจนี้เขาก็เกี่ยวพันกับเป้าหมายลึกซึ้งมากเกินไป จนในที่สุดตนก็มีท่าทีเหมือนอยากจะช่วยให้เธอหลุดออกมาจากพันธนาการของรัฐด้วย
ว่าแต่เขาคิดที่จะช่วยเธอจริงหรือเปล่า? หรือว่าความใจดีที่ดูเหมือนจะเกินจริงนั้นเป็นแค่ส่วนหนึ่งของภารกิจซื้อใจสายลับ ก็เท่านั้น?
.
.
ถือว่าเป็นบทบาทที่ "ทุ่มเท" และ "เปลืองเนื้อเปลืองตัว" ที่สุดของ "เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์" ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเปลือยเนื้อหนังแบบบุฟเฟ่ต์ไม่มีกั๊ก ฉากสื่อไปทางการร่วมเพศ และที่สำคัญคือ "ฉากนั้น" ที่ถึงกับทำให้คนดูอย่างเราๆ อึ้งไปทั้งโรงกันเลยทีเดียว (ณ ตอนนั้น ผู้เขียนเกิดสงสัยขึ้นมาเลยว่าพวกตัวประกอบที่เข้าฉากนั้นเขาจะรู้สึกกันยังไงวะเนี่ย)
กระนั้น การโป๊เปลือยของเธอก็ไม่ได้สักแต่ว่าใส่เข้ามาโชว์ของเฉยๆ แต่มันเป็นการเปลือยเพื่อรับใช้เจตนาของหนังและจุดยืนของตัวละครที่ต้องกล้าแกร่งในโลกที่โหดร้าย ดังนั้นการที่หนังและนักแสดงกล้าที่จะใส่ภาพนี้เข้ามาเพื่อย้ำรากฐานของหนังก็ถือว่าทำถูกต้องแล้ว
นี่คือบทบาทที่ใช่และเหมาะสมกับความเป็นตัว "เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์" มากที่สุด กับตัวละครที่ไม่ต้องแผดเสียงหรือส่งซีนอารมณ์ที่มากมายเกินความจำเป็น แต่แค่สื่ออารมณ์ทางสายตาและกิริยาท่าทางที่เปลี่ยนไปเล็กๆ น้อยๆ ก็เพียงพอแล้ว ... ความประทับใจนี้ลบภาพแย่ๆ ของเธอในหนังเรื่อง "Joy" ออกไปได้อย่างหมดจดเลยทีเดียว
.
.
ส่วนตัวคิดว่าหนังมันไม่ควรจะอยู่ในเรต 15 นะ เพราะว่ามันมีทั้งเลือด ฉากทารุณกรรมส่วนหนึ่ง ฉากส่อไปทางร่วมเพศ และที่สำคัญคือมีอวัยวะเพศให้เห็นชัดเจน (เล็กน้อย) ด้วย ยังไงก็ขอเตือนไว้ตรงนี้ว่าถ้าใครจะพาบุตรหลานไปดูก็ข้อให้ทบทวนดีๆ นะครับ
แต่ถ้าใครที่เป็นคอหนังสายลับแบบดั้งเดิมแล้ว ผู้เขียนก็เชื่อว่าคุณจะตกหลุมรักหนังเรื่องนี้ได้ไม่ยาก เนื่องจากความครบรสชาติและความดิบ-เถื่อนที่หนังกล้านำเสนอออกมาเพื่อความสมจริง ทั้งหมดทั้งมวลคือสิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นผลงานชั้นเลิศ และเป็นความบันเทิงขั้นสุดที่จะพาคุณลุ้นไปตลอดชั่วโมงหนังได้แน่นอน
ถูกใจกับรีวิวหรืออยากมาพูดคุยเกี่ยวกับหนังกัน ขอเชิญได้ที่เพจเฟซบุ๊ก "ตั๋วหนังมันแพง" นะครับ
[หนังโรงเรื่องที่ 218] Red Sparrow - คนดูต่างหาก ที่ไว้ใจใครไม่ได้เลย by ตั๋วหนังมันแพง
[หนังโรงเรื่องที่ 218] Red Sparrow - คนดูต่างหาก ที่ไว้ใจใครไม่ได้เลย ; (Francis Lawrence, 2018)
by ตั๋วหนังมันแพง
คะแนนความชอบ : A++++ (จากสเกล D-A)
*ไม่มีการสปอยล์เนื้อเรื่องสำคัญ
เรื่องย่อ: เรื่องราวของ โดมินิก้า เอโกโรวา (Jennifer Lawrence) ถูกบังคับให้เข้ารับการฝึกฝนเพื่อเป็น "สแปร์โรว์" (Sparrow) นักล่อลวงสาวประจำกองกำลังรักษาความปลอดภัยรัสเซียผู้มีหน้าที่ใช้ร่างกายและเสน่ห์ของตนเพื่อล้วงความลับของเป้าหมายออกมา เป้าหมายแรกของเธอคือ เนท นาร์ช (Joel Edgerton) เจ้าหน้าที่ซีไอเอผู้รับผิดชอบสายข่าวของหน่วยงานข่าวกรองสายลับรัสเซีย ... เมื่อหญิงสาวผู้ช่ำชองในการหลอกและชายหนุ่มผู้ชำนาญในการลวงมาเจอกัน วังวนของการหลอกลวงอันไม่จบสิ้นจึงเกิดขึ้น
.
สำหรับผู้เขียนแล้ว ถือว่าเป็นหนังอีกเรื่องที่ทำได้ดีจากที่คาดหวังไว้มากพอสมควร คือมันเป็นหนังสายลับที่มีความเป็น "หนังสายลับ" เยอะและครบถ้วนมาก ไม่ว่าจะเป็นการทรมานรีดความลับอันโหดร้าย (ซึ่งภาพที่ออกมาในหนังมันโหดจริงๆ ) การหลอกลวงตลบแตลงที่ทำได้จนคนดูอยากเราปักใจเชื่อใครไม่ถูก
และที่ยอดเยี่ยมที่สุดคือการเฉือนคมกันระหว่างสายลับสองฝั่ง ซึ่งขอบอกเลยว่าหนังใช้เวลา 2 ชั่วโมง 19 นาทีได้คุ้มค่าจริงๆ แทบจะไม่มีส่วนไหนที่รู้สึกว่ามันอืด ช้า หรือน่าเบื่อเลย
ประโยคนี้คือแก่นของความเป็น "สแปร์โรว์" และถือเป็นใจความสำคัญของหนังทั้งเรื่อง เพราะหากดูกันให้ชัดแล้ว ทุกๆ ตัวละครในเรื่องต่างก็มี "ความต้องการ" (Needs) เป็นแรงผลักจากลึกๆ ทั้งสิ้น
ซึ่งความต้องการในที่นี้ ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นแรงขับทางเพศ (Sex Drive) เสมอไป--แต่อาจจะเป็นปมด้อยที่เกิดจากครอบครัว หรือเหตุการณ์ในวัยเด็ก หรืออาจจะเป็น "ความโหยหา" กับบางสิ่งที่แม้แต่เจ้าตัวก็ยังไม่รู้ก็เป็นได้
.
เสน่ห์สำคัญที่สุดของหนังเรื่องนี้คือ "ศาสตร์แห่งการหลอกลวง" (The Art of Deception) ที่ตัวละครเอกทั้งชายหญิงต่างหยิบมาใช้ จนทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเขามันโรมรันพันตูยุ่งเหยิงไปหมด และในท้ายที่สุดแล้วมันก็กลายเป็นอะไรสักอย่างที่ต่างฝ่ายต่างก็เชื่อใจกันไม่ได้
"โดมินิก้า" ที่ถูกผูกมัดโดยมาตุภูมิ ในภารกิจล้วงเอาชื่อหนอนบ่อนไส้ที่คอยขายข้อมูลของรัสเซียให้กับสหรัฐออกมาจาก "เนท" เพื่อที่จะรับประกันความเป็นอยู่ที่ดีให้กับแม่ที่ป่วยหนัก ทำให้เธอต้องแสร้งทำเป็นเหยื่อผู้อ่อนแอหวังพึ่งพาเนทให้ช่วยกอบกู้ แต่ในอีกใจหนึ่งเธอก็คิดหวังจะหนีออกมาจากสภาพความเป็นอยู่ที่โหดร้าย จากสภาพสายลับที่เป็น "วัตถุทางเพศ" (Sex Object)
... แล้วความรู้สึกไหนเล่าที่เป็นของจริง? สิ่งไหนเล่าที่เป็น "ความต้องการ" ของเธอ?
"เนท" สายลับอเมริกันในมาดคนดีสุดขั้ว ผู้ได้รับมอบหมายให้ "ซื้อตัว" โดมินิก้าแล้วแปรพักต์มาเป็นสายลับฝั่งสหรัฐให้ได้ แต่ในภารกิจนี้เขาก็เกี่ยวพันกับเป้าหมายลึกซึ้งมากเกินไป จนในที่สุดตนก็มีท่าทีเหมือนอยากจะช่วยให้เธอหลุดออกมาจากพันธนาการของรัฐด้วย
ว่าแต่เขาคิดที่จะช่วยเธอจริงหรือเปล่า? หรือว่าความใจดีที่ดูเหมือนจะเกินจริงนั้นเป็นแค่ส่วนหนึ่งของภารกิจซื้อใจสายลับ ก็เท่านั้น?
.
ถือว่าเป็นบทบาทที่ "ทุ่มเท" และ "เปลืองเนื้อเปลืองตัว" ที่สุดของ "เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์" ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเปลือยเนื้อหนังแบบบุฟเฟ่ต์ไม่มีกั๊ก ฉากสื่อไปทางการร่วมเพศ และที่สำคัญคือ "ฉากนั้น" ที่ถึงกับทำให้คนดูอย่างเราๆ อึ้งไปทั้งโรงกันเลยทีเดียว (ณ ตอนนั้น ผู้เขียนเกิดสงสัยขึ้นมาเลยว่าพวกตัวประกอบที่เข้าฉากนั้นเขาจะรู้สึกกันยังไงวะเนี่ย)
กระนั้น การโป๊เปลือยของเธอก็ไม่ได้สักแต่ว่าใส่เข้ามาโชว์ของเฉยๆ แต่มันเป็นการเปลือยเพื่อรับใช้เจตนาของหนังและจุดยืนของตัวละครที่ต้องกล้าแกร่งในโลกที่โหดร้าย ดังนั้นการที่หนังและนักแสดงกล้าที่จะใส่ภาพนี้เข้ามาเพื่อย้ำรากฐานของหนังก็ถือว่าทำถูกต้องแล้ว
นี่คือบทบาทที่ใช่และเหมาะสมกับความเป็นตัว "เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์" มากที่สุด กับตัวละครที่ไม่ต้องแผดเสียงหรือส่งซีนอารมณ์ที่มากมายเกินความจำเป็น แต่แค่สื่ออารมณ์ทางสายตาและกิริยาท่าทางที่เปลี่ยนไปเล็กๆ น้อยๆ ก็เพียงพอแล้ว ... ความประทับใจนี้ลบภาพแย่ๆ ของเธอในหนังเรื่อง "Joy" ออกไปได้อย่างหมดจดเลยทีเดียว
.
ส่วนตัวคิดว่าหนังมันไม่ควรจะอยู่ในเรต 15 นะ เพราะว่ามันมีทั้งเลือด ฉากทารุณกรรมส่วนหนึ่ง ฉากส่อไปทางร่วมเพศ และที่สำคัญคือมีอวัยวะเพศให้เห็นชัดเจน (เล็กน้อย) ด้วย ยังไงก็ขอเตือนไว้ตรงนี้ว่าถ้าใครจะพาบุตรหลานไปดูก็ข้อให้ทบทวนดีๆ นะครับ
แต่ถ้าใครที่เป็นคอหนังสายลับแบบดั้งเดิมแล้ว ผู้เขียนก็เชื่อว่าคุณจะตกหลุมรักหนังเรื่องนี้ได้ไม่ยาก เนื่องจากความครบรสชาติและความดิบ-เถื่อนที่หนังกล้านำเสนอออกมาเพื่อความสมจริง ทั้งหมดทั้งมวลคือสิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นผลงานชั้นเลิศ และเป็นความบันเทิงขั้นสุดที่จะพาคุณลุ้นไปตลอดชั่วโมงหนังได้แน่นอน
ถูกใจกับรีวิวหรืออยากมาพูดคุยเกี่ยวกับหนังกัน ขอเชิญได้ที่เพจเฟซบุ๊ก "ตั๋วหนังมันแพง" นะครับ