พบอีกปมฉาว ‘เงินกู้’ บีบลูกหนี้เซ็นสัญญาโหด ส่อเลี่ยงภาษี VAT-เครือข่ายพิทักษ์สิทธิขยับร้องนายกฯ-DSI

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากที่กระทรวงการคลังเตรียมออกกฎหมายเพื่อควบคุมธุรกิจปล่อยเงินกู้ เช่าซื้อและจํานำทะเบียนรถที่ไม่ใช่สถาบันการเงินหรือ “นอนแบงก์” ทำให้เกิดการขุดคุ้ยการกระทำที่ไม่เป็นธรรมกับลูกหนี้ของธุรกิจเหล่านี้ออกมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้รับการร้องเรียนจากลูกหนี้ที่ได้ทำสัญญาเช่ารถ กับบริษัทลิสซิ่งรายใหญ่ของเมืองไทยที่ให้บริการเช่าซื้อรถและจักรยานยนต์ครบวงจร โดยสัญญาเช่าซื้อที่บริษัทดังกล่าวอ้างว่าดำเนินการถูกกฎหมาย และไม่หวั่นว่ากฎหมายดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัทนั้น แท้ที่จริงสัญญาที่ทำกับลูกหนี้ มีทั้งที่ดำเนินการเช่าซื้อปกติ และจัดทำเป็นสัญญาเงินกู้ยืมที่มีการกำหนดเงื่อนไขแนบท้ายบังคับให้ลูกหนี้ต้องนำสินทรัพย์รถยนต์หรือจักรยานยนต์มาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน โดยบังคับให้ลูกหนี้เซ็นโอนลอยกรรมสิทธิ์เอาไว้

แหล่งข่าวในแวดวงการเงินการธนาคาร รายหนึ่งเปิดเผยว่า มีบริษัทที่ให้บริการเงินด่วน ประเภทจำนำทะเบียนรถที่ไม่ใช่สถาบันการเงินในกำกับธปท. รายหนึ่งมีการปล่อยกู้ในลักษณะที่บังคับเอาสินทรัพย์ค้ำประกันเอาจากลูกหนี้ ซึ่งบริษัทนี้มีสโลแกนสินเชื่อที่คุ้นหูผู้บริโภคเป็นอย่างดี มีสาขากระจายอยู่ทั่วประเทศนับพันสาขา ซึ่งจากการตรวจสอบสัญญาที่จัดทำกับลูกหนี้พบว่าล้วนหลบเลี่ยงไปจัดทำเป็นสัญญาเงินกู้ยืมแบบมีหลักประกัน กำหนดให้ลูกหนี้ต้องนำสินทรัพย์รถยนต์หรือจักรยานยนต์มาเป็นหลักประกัน มีการกำหนดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และค่าธรรมเนียมประกาศบนเว็บไซต์สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดรวมแล้วตั้งแต่ 20-50%

“การจัดทำสัญญาในลักษณะนี้ไม่ใช่สัญญาเช่าซื้อรถปกติตามกฎหมายลิสซิ่ง ซึ่งต้องมีการโอนกรรมสิทธิ์กำหนดตารางเงินก่อนเช่าซื้อ แต่ถือเป็นสัญญาเงินกู้ยืมแบบมีหลักประกันที่ต้องอยู่ภายใต้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และอยู่ในบังคับ พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา ซึ่งนอกจากจะทำให้ผู้บริโภคได้รับความเดือดร้อนแล้ว ยังทำให้รัฐเสียหาย เพราะไม่มีการเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จากค่างวดรายเดือน ซึ่งหากคิดจากพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อในระบบ 100,000 ล้าน กระทรวงการคลังจะเสียรายได้จากค่าธรรมเนียมเช่าซื้อจดจำนองนี้ปีละพันล้านบาท”แหล่งข่าวกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในสัปดาห์หน้าเครือข่ายพิทักษ์สิทธิ์ลูกหนี้ ซึ่งเป็นกลุ่มประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากธุรกิจปล่อยเงินกู้ที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non-bank) จะเข้ายื่นหนังสือต่อศูนย์ดำรงธรรม และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อให้ดีเอสไอและศูนย์ดำรงธรรมเข้ามาดำเนินการสอบสวนเอาผิดกับบรรดาธุรกิจปล่อยเงินกู้ ลิสซิ่งเช่า-ซื้อและจำนำทะเบียนทั้งหลายที่มีการจัดทำสัญญาเงินกู้ขัดกฎหมาย กำหนดอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมต่างๆ สูงเกินจริง บางรายนั้นเป็นบริษัทลูกของธนาคารชั้นนำของประเทศโดยตรงแต่มีการจัดตั้งบริษัทลูกขึ้นมาดำเนินธุรกิจปล่อยกู้อย่างผิดกฎหมายอย่างชัดเจน

ที่มา : http://www.naewna.com/business/324002
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่