คือผมเป็นขนส่งเกี่ยวกับเครื่องมือแพทย์ เช่น เครื่องดมยาสลบของห้องผ่าตัด ตู้อบเด็กทารกแรกเกิดวิกฤติและกึ่งวิกฤติ เป็นต้น
เรื่องมีอยุ่ว่าวันนั้นทางรพ.ติดต่อให้ไปย้ายตู้อบเด็กมาไว้ตึกใหม่ที่กำลังสร้างจะเสร็จซึ่งวันนั้นมีทารกที่ต้องใช้เครื่องด่วน 6 คน ทางผมและทีมช่างติดตั้งเครื่องรีบกันมาก (เพราะหมอบอกว่าต้องใช้เครื่องด่วนต้องรีบย้ายและรีบติดตั้ง เพราะระหว่างที่พวกผมย้ายตู้อบเด็ก เด็กจะอยุ่ในตู้สำหรับเคลื่อนย้ายเพื่อมาตึกใหม่) ซึ่งผมและทีมงานรีบจัดการโดยเร็ว
รอบแรก เอาไปก่อน3ตู้ เจอพี่รปภ.คนนึงบอกว่าเด็กรอเครื่องอยุ่ เขาก็จัดการล็อคลิฟฟ์ให้พวกผมเพื่อความสะดวกในการส่งตู้อบเด็กและเครื่องมือขึ้นไปให้ช่างประกอบ
แต่พอรอบที่ 2 ผมเอามากัน 4 ตู้ และลิฟฟ์ที่พี่รปภ.คนนั้นล็อคให้ขึ้นไม่พอ พอดีจังหวะนั้นมีลิฟฟ์อีกตัวลงมาพอดี ผมกำลังจะเข็นเครื่องเข้าลิฟฟ์
****แต่รปภ.อีกคนที่เดินตามพวกผมมาบอกให้ออกจากลิฟฟ์ เขาจะเอาลิฟฟ์ไปรับรถเข็นข้าว****
ผมก็พูดนะว่าเด็กรอเครื่องอยู่ เขาก็บอกไม่ได้ต้องไปขนข้าว ผมนี่งงเลยครับ และหงุดหงิดมาก ออกมายืนรอลิฟฟ์ตัวที่พี่รปภ.อีกคนล็อคไว้ให้
และล่าสุด ผมเอาเครื่องดมยาสลบไปเปลี่ยนให้หมอซึ่งกำลังจะมีเคสผ่าตัดรอผมเอาเครื่องไปให้และช่ารอประกอบแล้วที่ห้องห่าตัด
เริ่มแรกผมไปบอกรปภ.ชั้นล่างว่าเอาเครื่องดมยาสลบมาเปลี่ยนให้หมอ ช่างรอติดตั้งอยู่(รถผมไม่สามารถลงชั้นใต้ดินของตึกนั้นได้ เลยขอจอดด้านหน้า) พอผมเอาเครื่องดมยาสลบลงจากรถเรียบร้อย ปรากฎว่ารปภ.ไม่ให้ผมเอาขึ้นทางที่ใกล้ที่สุดจะให้ผมเข็นเครื่องลงไปชั้นใต้ซึ้งทางลงชันและขรุขระพอสมควรเมื่อเทียบกับล้อของเครื่องดมยาสลบและเครื่องไม่สามารถกระแทกเเรงหรือโยกแรงๆได้ เพราะอาจทำให้เครื่องเสียหาย ผมจึงวิ่งไปติดต่อรปภ.ด้านใน แลกบัตรอะไรเรียบร้อย ผมก็เลยเอาเครื่องดมยาสลบเข็นไปทางที่ผมใช้ส่งกันประจำคือทางที่ใกล้ที่สุด พอเข็นมาถึงหน้าลิฟฟ์ขนส่งของ มีทั้งหมด 4 ตัว แต่ใช้ได้แค่ 1 ตัว อีก 3 ตัว รปภ.ล็อคไว้เพื่อให้ตัวเองขนส่งและย้ายของขึ้นลงสะดวกตัวเอง
ผมรอลิฟฟ์ขึ้นไปประมาน20นาที ถึงได้ขึ้น(เพราะลิฟฟ์1ตัวคนรอขึ้นพร้อมของประมาน3ชึ้นหลักๆ คือ B1 B3 และชั้น 1 ซึ่งผมรออยู่ชั้น 1 เมื่อขึ้นไปได้โทรติดต่อให้ช่างออกมาจากห้องผ่าตัดเพื่อรับและนำเครื่องไปเปลี่ยนและติดตั้งให้หมอ
ปรากฎว่า มีเสียงแหลมๆเเสบหูตะโกนมาว่า
*****เอาเครื่องมาจากไหน ไหนใบนำของเข้า/ของออก งั้นก็ไม่ให้เอาเข้าไป ***** ผมเลยตอบเจ้รปภ.ไปว่าเดี๋ยวทำให้ส่งเครื่องเสร็จก่อน อีเจ้ก็จะร้องเอาใบนำของเข้าอย่างเดียวช่างเลยรับเครื่องไว้และให้ผมไปทำใบให้อีเจ้ระหว่างช่างไปติดตั้งเครื่อง
พอเสร็จเรียบผมไปทำใบเข้าออกเรียบร้อยจะขนเครื่องดมยาตัวเก่าออก ผมรอลิฟฟ์อยู่ประมาณ 1:30-2 ชม.ได้ เพื่อที่จะเอาเครื่องกลับ รปภ.ล็อคลิฟฟ์ไว้ใช้เอง3ตัวให้ตายเถอะ
จากที่ผมบรรยายมาอยากถามครับ
ข้อ1. บริษัทรปภ.นั้นอบรมพนักงานเรื่องลำดับความสำคัญมั้ย ว่าระหว่างชีวิตเด็กกับรถเข็นข้าวอะไรสำคัญกว่า , ระหว่างใบของเข้ากลับคนที่รอผ่าตัดอะไรสำคัญกว่า
ข้อ2. ลิฟฟ์ขนของที่เพื่ออำนวยความสะดวกเวลาขนเครื่องมือแพทย์ ขนยา ขนอุปกรณ์ต่างๆ ของช่างอาคาร ช่างไฟ ทำไมรปภ.ถึงกลับล็อคไว้ใช้เองซะขนาดนั้น 4 ตัวเหลือให้ส่วนรวมใช้ 4
ผมไม่อคติกับรปภ.นะครับ ส่วนดีที่เขาช่วยเวลาที่พวกผมต้องใช้ด่วนก็มีแต่ส่วนที่ผมเจอจะไม่เหมือนกับที่ผู้ใช้บริการเจอหรอกครับ
บางคนอาจจะคิดว่าผมอคติแต่ลองคิดกลับกัน ว่าคนในครอบครัวคุณ ลูกคุณ หลานคุณ รอเครื่องที่ผมกำลังรีบไปส่งให้ แต่ต้องมาติดปัญหางี่เง่าของรปภ.จำพวกนี้ คุณจะคิดยังไงกัน
ขอถามหน่อยครับ บริษัทยามบริษัทนึง ที่อยุ่ในรพ.จุฬาฯ
เรื่องมีอยุ่ว่าวันนั้นทางรพ.ติดต่อให้ไปย้ายตู้อบเด็กมาไว้ตึกใหม่ที่กำลังสร้างจะเสร็จซึ่งวันนั้นมีทารกที่ต้องใช้เครื่องด่วน 6 คน ทางผมและทีมช่างติดตั้งเครื่องรีบกันมาก (เพราะหมอบอกว่าต้องใช้เครื่องด่วนต้องรีบย้ายและรีบติดตั้ง เพราะระหว่างที่พวกผมย้ายตู้อบเด็ก เด็กจะอยุ่ในตู้สำหรับเคลื่อนย้ายเพื่อมาตึกใหม่) ซึ่งผมและทีมงานรีบจัดการโดยเร็ว
รอบแรก เอาไปก่อน3ตู้ เจอพี่รปภ.คนนึงบอกว่าเด็กรอเครื่องอยุ่ เขาก็จัดการล็อคลิฟฟ์ให้พวกผมเพื่อความสะดวกในการส่งตู้อบเด็กและเครื่องมือขึ้นไปให้ช่างประกอบ
แต่พอรอบที่ 2 ผมเอามากัน 4 ตู้ และลิฟฟ์ที่พี่รปภ.คนนั้นล็อคให้ขึ้นไม่พอ พอดีจังหวะนั้นมีลิฟฟ์อีกตัวลงมาพอดี ผมกำลังจะเข็นเครื่องเข้าลิฟฟ์
****แต่รปภ.อีกคนที่เดินตามพวกผมมาบอกให้ออกจากลิฟฟ์ เขาจะเอาลิฟฟ์ไปรับรถเข็นข้าว****
ผมก็พูดนะว่าเด็กรอเครื่องอยู่ เขาก็บอกไม่ได้ต้องไปขนข้าว ผมนี่งงเลยครับ และหงุดหงิดมาก ออกมายืนรอลิฟฟ์ตัวที่พี่รปภ.อีกคนล็อคไว้ให้
และล่าสุด ผมเอาเครื่องดมยาสลบไปเปลี่ยนให้หมอซึ่งกำลังจะมีเคสผ่าตัดรอผมเอาเครื่องไปให้และช่ารอประกอบแล้วที่ห้องห่าตัด
เริ่มแรกผมไปบอกรปภ.ชั้นล่างว่าเอาเครื่องดมยาสลบมาเปลี่ยนให้หมอ ช่างรอติดตั้งอยู่(รถผมไม่สามารถลงชั้นใต้ดินของตึกนั้นได้ เลยขอจอดด้านหน้า) พอผมเอาเครื่องดมยาสลบลงจากรถเรียบร้อย ปรากฎว่ารปภ.ไม่ให้ผมเอาขึ้นทางที่ใกล้ที่สุดจะให้ผมเข็นเครื่องลงไปชั้นใต้ซึ้งทางลงชันและขรุขระพอสมควรเมื่อเทียบกับล้อของเครื่องดมยาสลบและเครื่องไม่สามารถกระแทกเเรงหรือโยกแรงๆได้ เพราะอาจทำให้เครื่องเสียหาย ผมจึงวิ่งไปติดต่อรปภ.ด้านใน แลกบัตรอะไรเรียบร้อย ผมก็เลยเอาเครื่องดมยาสลบเข็นไปทางที่ผมใช้ส่งกันประจำคือทางที่ใกล้ที่สุด พอเข็นมาถึงหน้าลิฟฟ์ขนส่งของ มีทั้งหมด 4 ตัว แต่ใช้ได้แค่ 1 ตัว อีก 3 ตัว รปภ.ล็อคไว้เพื่อให้ตัวเองขนส่งและย้ายของขึ้นลงสะดวกตัวเอง
ผมรอลิฟฟ์ขึ้นไปประมาน20นาที ถึงได้ขึ้น(เพราะลิฟฟ์1ตัวคนรอขึ้นพร้อมของประมาน3ชึ้นหลักๆ คือ B1 B3 และชั้น 1 ซึ่งผมรออยู่ชั้น 1 เมื่อขึ้นไปได้โทรติดต่อให้ช่างออกมาจากห้องผ่าตัดเพื่อรับและนำเครื่องไปเปลี่ยนและติดตั้งให้หมอ
ปรากฎว่า มีเสียงแหลมๆเเสบหูตะโกนมาว่า
*****เอาเครื่องมาจากไหน ไหนใบนำของเข้า/ของออก งั้นก็ไม่ให้เอาเข้าไป ***** ผมเลยตอบเจ้รปภ.ไปว่าเดี๋ยวทำให้ส่งเครื่องเสร็จก่อน อีเจ้ก็จะร้องเอาใบนำของเข้าอย่างเดียวช่างเลยรับเครื่องไว้และให้ผมไปทำใบให้อีเจ้ระหว่างช่างไปติดตั้งเครื่อง
พอเสร็จเรียบผมไปทำใบเข้าออกเรียบร้อยจะขนเครื่องดมยาตัวเก่าออก ผมรอลิฟฟ์อยู่ประมาณ 1:30-2 ชม.ได้ เพื่อที่จะเอาเครื่องกลับ รปภ.ล็อคลิฟฟ์ไว้ใช้เอง3ตัวให้ตายเถอะ
จากที่ผมบรรยายมาอยากถามครับ
ข้อ1. บริษัทรปภ.นั้นอบรมพนักงานเรื่องลำดับความสำคัญมั้ย ว่าระหว่างชีวิตเด็กกับรถเข็นข้าวอะไรสำคัญกว่า , ระหว่างใบของเข้ากลับคนที่รอผ่าตัดอะไรสำคัญกว่า
ข้อ2. ลิฟฟ์ขนของที่เพื่ออำนวยความสะดวกเวลาขนเครื่องมือแพทย์ ขนยา ขนอุปกรณ์ต่างๆ ของช่างอาคาร ช่างไฟ ทำไมรปภ.ถึงกลับล็อคไว้ใช้เองซะขนาดนั้น 4 ตัวเหลือให้ส่วนรวมใช้ 4
ผมไม่อคติกับรปภ.นะครับ ส่วนดีที่เขาช่วยเวลาที่พวกผมต้องใช้ด่วนก็มีแต่ส่วนที่ผมเจอจะไม่เหมือนกับที่ผู้ใช้บริการเจอหรอกครับ
บางคนอาจจะคิดว่าผมอคติแต่ลองคิดกลับกัน ว่าคนในครอบครัวคุณ ลูกคุณ หลานคุณ รอเครื่องที่ผมกำลังรีบไปส่งให้ แต่ต้องมาติดปัญหางี่เง่าของรปภ.จำพวกนี้ คุณจะคิดยังไงกัน