คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 7
การเปลี่ยนงาน ไม่ใช่ แนวทางแก้ไขปัญหาได้อย่างสมบูรณ์ กับปัญหาที่เกิดขึ้นของคุณ
ดังนั้น ผมคิดว่า คุณตั้งโจทย์ที่ต้องการผิด...
คุณต้องการ เปลี่ยนงาน เพราะ คุณคิดว่า คุณได้ทำงานเพียงที่เดียว จึงทำให้คุณคิดว่า ถ้าเปลี่ยนงาน อาจจะตอบโจทย์ปัญหาในใจของคุณ... คำถามคือ คุณรู้ว่าปัญหาในใจของคุณจริงๆ คืออะไร หรือ เปล่า???
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

"เวลาเข้าปีที่ 9 การเติบโตในหน้าที่การงานดีเลยค่ะสมกับที่ทุ่มเททำงานไปเพื่อนร่วมงานก็เข้ากันได้ดี อยู่นานจนเหมือนเป็นพี่น้องกันไปแล้ว" จากข้อมูลนี้ ผมมองว่า ท่านได้งานที่เหมาะกับท่าน ตั้งแต่งานแรก แล้ว ซึ่งท่านสามารถทำงานร่วมกับ เจ้านายเดิมได้อย่างดี เจ้านายเดิมอาจจะเข้าใจความรู้ ความสามารถ ของคุณว่า อยู่ระดับไหน จึงไม่ได้แสดงให้เห็นถึง ความคาดหวังเพิ่มมากขึ้น จากความสามารถ และ พฤติกรรมของท่าน...
"แต่ปีหลังมีการเปลี่ยนแปลง เปลี่ยนนายซึ่งจากการสัมผัสเป็นเวลา 1 ปี ลงความเห็นกันว่า ไม่มีศักยภาพพอที่จะทำตำแหน่งนี้ ไม่ใส่ใจกับงานที่ทำ และไม่สนใจกับความเป็นไปของทีม" ข้อสรุป ของการประเมินจากหัวหน้างานใหม่ของท่าน บอกถึง ความคาดหวังจากท่าน ที่ให้มีพฤติกรรม ต่อทีมงาน และ งาน ซึ่งผมคิดว่า เจ้านายใหม่ของคุณ ใช้ชื่อตำแหน่งของคุณ มาเทียบเคียง ความรู้ความสามารถ พฤติกรรม ของคุณว่า ควรดำเนินการอย่างไร และ จากการที่ไม่ได้อยู่กันมาตั้งแต่คุณเริ่มทำงาน ดังนั้น จึงไม่มีข้อมูลพื้นฐานในการตัดสินพฤติกรรมการทำงานของคุณ จากการพัฒนาที่ต่อเนื่องตลอด 9 ปี เมื่อความคาดหวังสูงกว่า พฤติกรรมที่แสดงออก นั่นหมายถึง การสร้างความคาดหวังที่สูงกว่าความสามารถของคุณ สร้างความท้าทายให้กับคุณว่า ควรดำเนินการอย่างไร ต้องปรับตัวอย่างไร ถึงจะตอบสนองความคาดหวังของ หัวหน้างานใหม่...
หรือมองในแง่ลบกับหัวหน้างานใหม่ของคุณ เขาอาจจะต้องการ มือขวาเดิมของเขา ทำเสียบงานของคุณก็ได้...
"ตอนนี้ อยากเปลี่ยนงานมากค่ะ พยายามปรับตัวเป็นปีแล้ง ถ้าทำต่อไปคงได้เป็นไม้ใกล้ฝั่ง ไม่ได้เรียนรู้อะไรใหม่ เพิ่งอายุ 34 เองค่ะ ไม่พร้อมจะใช้ชีวิตการงานแบบอยู่ไปวันๆ ถึงแม้ว่าเงินเดือนจะเยอะจนจะอยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆ ก็ได้" จากประโยคนี้ ทำให้รู้ว่า ปัญหา ณ ตอนนี้ เกิดจากความคิดของคุณเอง ทำให้เห็นว่า คุณท้อแท้ต่อการปรับปรุงตนเอง
ให้ตอบสนองต่อ หัวหน้างานใหม่ และ ได้ดำเนินการ ปล่อยวาง ปล่อยเกียร์ว่าง ไปในระดับหนึ่งแล้ว คุณกำลังทำตัวเป็น Deadwood แต่ยังต้องการความเจริญก้าวหน้า ซึ่งพฤติกรรมของคุณ ณ ปัจจุบัน กับ ความต้องการของคุณ ขัดแย้งกัน และ แถมยังเชื่อมั่นในความสามารถว่า ถ้าไปทำงานที่ใหม่ ความรู้ความสามารถที่มีจะทำงานใหม่ได้ และ คาดหวังว่า ที่ใหม่จะมีอะไรให้เรียนรู้ใหม่ๆ
คนอายุ 34 หางานใหม่ เพื่อหาอะไรเรียนรู้ใหม่ๆ ไม่ใช่ ความต้องการของ ผู้จะใช้งานคุณ หรือ องค์กรใหม่ที่ต้องการรับคุณเข้าทำงาน อายุขนาดนี้ องค์กรใหม่ที่จะรับคุณเข้าทำงาน ต้องการให้ คุณเอาความรู้ ความสามารถ และ ประสบการณ์ มาใช้กับ องค์กรใหม่ โอกาสที่คุณจะเรียนรู้อะไรใหม่ๆ จะมีน้อยมาก ซึ่งผมมองว่า องค์กรใหม่ที่จะรับคุณเข้าทำงาน จะมีความคาดหวังที่สูง ซึ่งอาจจะสูงกว่า เจ้านายใหม่ คุณก็ได้...
ดังนั้น ผมจึงอยากจะเสนอว่า คุณควรที่จะบอกตัวเองว่า "ถ้าเจ้านายใหม่ รับคนทำงานใหม่ เข้ามาทำงานแทนคุณ คนใหม่ เขาจะเริ่มทำงานในจุดใด และ ทำอย่างไร เพื่อให้เขามีผลงาน ?" ถ้าคุณตอบคำถามโดยไม่ลำเอียง หรือ เข้าข้างตัวเองได้ และ มองเห็นว่า คนใหม่จะทำอย่างไร บ้าง เพื่อตอบสนองความต้องการของ เจ้านายใหม่ และ สร้างผลงานให้กับเขาเอง คุณจะได้คำตอบว่า สิ่งที่คุณต้องทำ ต้องดำเนินการ คืออะไร แล้วทำไม คุณถึงไม่ดำเนินการเรื่องนั้นๆ ณ ตอนที่คุณ กำลังทำงานในตำแหน่งนี้อยู่...
การเจอเจ้านายใหม่ หรือ เจ้านายเก่าได้แนวคิดใหม่จากสังคมของเขาแล้วเปลี่ยนแนวความคิดในการทำงานไป จำเป็นที่ พนักงาน หรือ คนทำงาน ต้องปรับปรุง เปลี่ยนแปลง พัฒนาตนเอง ให้มีความรู้ ความสามารถ ตรงกับ แนวคิด ความต้องการ ของเจ้านาย ไปด้วย
ผมมองว่า นี่เป็นโอกาส ครั้งสำคัญ ในการพัฒนาตนเองของคุณ แสดงความสามารถ แสดงศักยภาพของคุณ โดยไม่ใช่ จำใจทำ แต่ ทำอย่างเต็มใจ และ มุ่งมั่นที่จะทำ ทำโดยมองเห็นความสำเร็จในอนาคตข้างหน้า ถ้าคุณทำอย่างเต็มที่ ปรับปรุงตนเองอย่างเต็มที่ โดยไม่ได้ใช้ กลยุทธ์ไม้ตายซาก แบบที่คุณกล่าวมา ถึงแม้น ยังไม่ได้ตอบโจทย์ เจ้านายคุณ แต่คุณก็จะได้ความภูมิใจที่ได้ลองทำ ลองเปลี่ยนแปลงอย่างเต็มที่แล้ว การเดินออกไป องค์กรใหม่ ในช่วงเวลานั้น มันจะภาคภูมิใจ มากกว่าการหนีปัญหา ในช่วงเวลานี้...
(แค่ความคิดเห็นและการวิเคราะห์ส่วนตัว สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น หรือ การตัดสินใจของท่าน เป็นของท่านเอง)
ดังนั้น ผมคิดว่า คุณตั้งโจทย์ที่ต้องการผิด...
คุณต้องการ เปลี่ยนงาน เพราะ คุณคิดว่า คุณได้ทำงานเพียงที่เดียว จึงทำให้คุณคิดว่า ถ้าเปลี่ยนงาน อาจจะตอบโจทย์ปัญหาในใจของคุณ... คำถามคือ คุณรู้ว่าปัญหาในใจของคุณจริงๆ คืออะไร หรือ เปล่า???
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
"เวลาเข้าปีที่ 9 การเติบโตในหน้าที่การงานดีเลยค่ะสมกับที่ทุ่มเททำงานไปเพื่อนร่วมงานก็เข้ากันได้ดี อยู่นานจนเหมือนเป็นพี่น้องกันไปแล้ว" จากข้อมูลนี้ ผมมองว่า ท่านได้งานที่เหมาะกับท่าน ตั้งแต่งานแรก แล้ว ซึ่งท่านสามารถทำงานร่วมกับ เจ้านายเดิมได้อย่างดี เจ้านายเดิมอาจจะเข้าใจความรู้ ความสามารถ ของคุณว่า อยู่ระดับไหน จึงไม่ได้แสดงให้เห็นถึง ความคาดหวังเพิ่มมากขึ้น จากความสามารถ และ พฤติกรรมของท่าน...
"แต่ปีหลังมีการเปลี่ยนแปลง เปลี่ยนนายซึ่งจากการสัมผัสเป็นเวลา 1 ปี ลงความเห็นกันว่า ไม่มีศักยภาพพอที่จะทำตำแหน่งนี้ ไม่ใส่ใจกับงานที่ทำ และไม่สนใจกับความเป็นไปของทีม" ข้อสรุป ของการประเมินจากหัวหน้างานใหม่ของท่าน บอกถึง ความคาดหวังจากท่าน ที่ให้มีพฤติกรรม ต่อทีมงาน และ งาน ซึ่งผมคิดว่า เจ้านายใหม่ของคุณ ใช้ชื่อตำแหน่งของคุณ มาเทียบเคียง ความรู้ความสามารถ พฤติกรรม ของคุณว่า ควรดำเนินการอย่างไร และ จากการที่ไม่ได้อยู่กันมาตั้งแต่คุณเริ่มทำงาน ดังนั้น จึงไม่มีข้อมูลพื้นฐานในการตัดสินพฤติกรรมการทำงานของคุณ จากการพัฒนาที่ต่อเนื่องตลอด 9 ปี เมื่อความคาดหวังสูงกว่า พฤติกรรมที่แสดงออก นั่นหมายถึง การสร้างความคาดหวังที่สูงกว่าความสามารถของคุณ สร้างความท้าทายให้กับคุณว่า ควรดำเนินการอย่างไร ต้องปรับตัวอย่างไร ถึงจะตอบสนองความคาดหวังของ หัวหน้างานใหม่...
หรือมองในแง่ลบกับหัวหน้างานใหม่ของคุณ เขาอาจจะต้องการ มือขวาเดิมของเขา ทำเสียบงานของคุณก็ได้...
"ตอนนี้ อยากเปลี่ยนงานมากค่ะ พยายามปรับตัวเป็นปีแล้ง ถ้าทำต่อไปคงได้เป็นไม้ใกล้ฝั่ง ไม่ได้เรียนรู้อะไรใหม่ เพิ่งอายุ 34 เองค่ะ ไม่พร้อมจะใช้ชีวิตการงานแบบอยู่ไปวันๆ ถึงแม้ว่าเงินเดือนจะเยอะจนจะอยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆ ก็ได้" จากประโยคนี้ ทำให้รู้ว่า ปัญหา ณ ตอนนี้ เกิดจากความคิดของคุณเอง ทำให้เห็นว่า คุณท้อแท้ต่อการปรับปรุงตนเอง
ให้ตอบสนองต่อ หัวหน้างานใหม่ และ ได้ดำเนินการ ปล่อยวาง ปล่อยเกียร์ว่าง ไปในระดับหนึ่งแล้ว คุณกำลังทำตัวเป็น Deadwood แต่ยังต้องการความเจริญก้าวหน้า ซึ่งพฤติกรรมของคุณ ณ ปัจจุบัน กับ ความต้องการของคุณ ขัดแย้งกัน และ แถมยังเชื่อมั่นในความสามารถว่า ถ้าไปทำงานที่ใหม่ ความรู้ความสามารถที่มีจะทำงานใหม่ได้ และ คาดหวังว่า ที่ใหม่จะมีอะไรให้เรียนรู้ใหม่ๆ
คนอายุ 34 หางานใหม่ เพื่อหาอะไรเรียนรู้ใหม่ๆ ไม่ใช่ ความต้องการของ ผู้จะใช้งานคุณ หรือ องค์กรใหม่ที่ต้องการรับคุณเข้าทำงาน อายุขนาดนี้ องค์กรใหม่ที่จะรับคุณเข้าทำงาน ต้องการให้ คุณเอาความรู้ ความสามารถ และ ประสบการณ์ มาใช้กับ องค์กรใหม่ โอกาสที่คุณจะเรียนรู้อะไรใหม่ๆ จะมีน้อยมาก ซึ่งผมมองว่า องค์กรใหม่ที่จะรับคุณเข้าทำงาน จะมีความคาดหวังที่สูง ซึ่งอาจจะสูงกว่า เจ้านายใหม่ คุณก็ได้...
ดังนั้น ผมจึงอยากจะเสนอว่า คุณควรที่จะบอกตัวเองว่า "ถ้าเจ้านายใหม่ รับคนทำงานใหม่ เข้ามาทำงานแทนคุณ คนใหม่ เขาจะเริ่มทำงานในจุดใด และ ทำอย่างไร เพื่อให้เขามีผลงาน ?" ถ้าคุณตอบคำถามโดยไม่ลำเอียง หรือ เข้าข้างตัวเองได้ และ มองเห็นว่า คนใหม่จะทำอย่างไร บ้าง เพื่อตอบสนองความต้องการของ เจ้านายใหม่ และ สร้างผลงานให้กับเขาเอง คุณจะได้คำตอบว่า สิ่งที่คุณต้องทำ ต้องดำเนินการ คืออะไร แล้วทำไม คุณถึงไม่ดำเนินการเรื่องนั้นๆ ณ ตอนที่คุณ กำลังทำงานในตำแหน่งนี้อยู่...
การเจอเจ้านายใหม่ หรือ เจ้านายเก่าได้แนวคิดใหม่จากสังคมของเขาแล้วเปลี่ยนแนวความคิดในการทำงานไป จำเป็นที่ พนักงาน หรือ คนทำงาน ต้องปรับปรุง เปลี่ยนแปลง พัฒนาตนเอง ให้มีความรู้ ความสามารถ ตรงกับ แนวคิด ความต้องการ ของเจ้านาย ไปด้วย
ผมมองว่า นี่เป็นโอกาส ครั้งสำคัญ ในการพัฒนาตนเองของคุณ แสดงความสามารถ แสดงศักยภาพของคุณ โดยไม่ใช่ จำใจทำ แต่ ทำอย่างเต็มใจ และ มุ่งมั่นที่จะทำ ทำโดยมองเห็นความสำเร็จในอนาคตข้างหน้า ถ้าคุณทำอย่างเต็มที่ ปรับปรุงตนเองอย่างเต็มที่ โดยไม่ได้ใช้ กลยุทธ์ไม้ตายซาก แบบที่คุณกล่าวมา ถึงแม้น ยังไม่ได้ตอบโจทย์ เจ้านายคุณ แต่คุณก็จะได้ความภูมิใจที่ได้ลองทำ ลองเปลี่ยนแปลงอย่างเต็มที่แล้ว การเดินออกไป องค์กรใหม่ ในช่วงเวลานั้น มันจะภาคภูมิใจ มากกว่าการหนีปัญหา ในช่วงเวลานี้...
(แค่ความคิดเห็นและการวิเคราะห์ส่วนตัว สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น หรือ การตัดสินใจของท่าน เป็นของท่านเอง)
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
เมื่อไรที่เราควรเปลี่ยนงาน
แต่ปีหลังมีการเปลี่ยนแปลง เปลี่ยนนายซึ่งจากการสัมผัสเป็นเวลา 1 ปี ลงความเห็นกันว่า ไม่มีศักยภาพพอที่จะทำตำแหน่งนี้ ไม่ใส่ใจกับงานที่ทำ และไม่สนใจกับความเป็นไปของทีม
ตอนนี้ อยากเปลี่ยนงานมากค่ะ พยายามปรับตัวเป็นปีแล้ง ถ้าทำต่อไปคงได้เป็นไม้ใกล้ฝั่ง ไม่ได้เรียนรู้อะไรใหม่ เพิ่งอายุ 34 เองค่ะ ไม่พร้อมจะใช้ชีวิตการงานแบบอยู่ไปวันๆ ถึงแม้ว่าเงินเดือนจะเยอะจนจะอยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆ ก็ได้
เข้าใจว่าทุกที่ หรือ ไปที่อื่นก็อาจมีปัญหาแต่อย่างน้อยก็ได้เรียนรู้สิ่งใหม่
มีใครมีประสบการประมาณนี้ แล้วตัดสินใจยังไงคะ ผลเป็นอย่างไร
ขอบคุณค่ะ