ห้องเพลง**คนรากหญ้า**พักยกการเมือง มุมเสียงเพลง มุมนี้ไม่มีสีไม่มีกลุ่ม มีแต่เสียง 25/2/2561- ซุป.ฟลายเวท = จ.แบนตั้มเวท

กระทู้คำถาม


สวัสดีครับอมยิ้ม17 สมาชิกห้องเพลงทุกๆท่าน วันนี้วันอาทิตย์ MC แอ๊ด (WANG JIE) เข้าประจำการอีก 1 วันครับ อมยิ้ม36

และในเมื่อวันนี้ "ไอ้แหลม" แชมป์โลกชาวไทยของสถาบันใหญ่ "สภามวยโลก" WBC สามารถป้องกันแชมป์ได้ สร้างความสุขให้แก่คนไทยทั้งประเทศ ฉะนั้นก็จะพูดถึงเรื่องมวยบ้าง แม้ไม่สันทัดนัก แต่จะกล่าวถึงเฉพาะ "รุ่นนี้" และ นักมวยทั้งที่เป็นอดีตแชมป์ และแชมป์ปัจจุบัน สำหรับอดีตแชมป์ก็จะเน้นที่สถาบัน WBC ที่ไอ้แหลมครองตำแหน่งแชมป์อยู่นะครับ นอกนั้นก็จะกล่าวถึงบ้างเล็กน้อย


ซูเปอร์ฟลายเวท (Super flyweight) เป็นชื่อเรียกน้ำหนักรุ่นมวย ระหว่างรุ่นฟลายเวท กับรุ่นแบนตั้มเวท โดยนักมวยที่จะชกในรุ่นนี้ต้องมีน้ำหนักมากกว่า 112 ปอนด์ (50.802 กิโลกรัม) และไม่เกิน 115 ปอนด์ (52.163 กิโลกรัม)

สถาบันที่เริ่มก่อตั้งรุ่นนี้คือ สภามวยโลก (WBC) ในปี ค.ศ. 1980 โดยเรียกรุ่นนี้ว่า ซูเปอร์ฟลายเวท แต่ในสถาบัน สมาคมมวยโลก (WBA) และ สหพันธ์มวยนานาชาติ (IBF) จะเรียกว่า จูเนียร์แบนตั้มเวท (Junior bantamweight)

สำหรับนักมวยไทยที่เคยครองแชมป์โลกในรุ่นนี้มีทั้งหมด 6 คน ได้แก่ พเยาว์ พูนธรัตน์, เขาทราย แกแล็คซี่, หยกไทย ศิษย์ อ., เทพฤทธิ์ สิงห์วังชา, สุริยัน ศ.รุ่งวิสัย, ศรีสะเกษ ศ.รุ่งวิสัย (สมัยแรก),เด่นเก้าแสน กระทิงแดงยิม (เป็นแค่แชมป์เฉพาะกาล) และ ศรีสะเกษ ศ.รุ่งวิสัย กลับมาครองแชมป์อีกครั้งเป็นสมัยที่ 2


แชมป์โลกที่ป้องกันตำแหน่งแชมป์ในรุ่นนี้ไว้ได้มากที่สุดในโลก คือ เขาทราย แกแล็คซี่ โดยป้องกันไว้ได้ทั้งหมด 19 ครั้ง และเป็นสถิติที่มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของเอเชีย และได้รับการยกย่องให้เป็นแชมป์โลกตลอดกาลในรุ่นนี้ ของสมาคมมวยโลก (WBA) ด้วย และชื่อของเขาได้เข้าไปอยู่ใน HALL OF FAME เรียบร้อย

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

Hilight การชกของ เขาทราย แกแล็กซี่


สำหรับ ทำเนียบแชมป์รุ่น ซูเปอร์ฟลายเวท ของสภามวยโลกนั้น มีดังต่อไปนี้

จะเห็นได้ว่า ก่อนหน้าที่ "ไอ้แหลม" จะมาเป็นแชมป์นั้น ประเทศไทย เคยมีแชมป์ในรุ่นนี้มาแล้ว 2 คน คือ

1. พเยาว์ พูนธรัตน์ (27 พ.ย.2526-5 ก.ค.2527)

พเยาว์ พูลธรัตน์ ขึ้นชิงแชมป์โลกในรุ่นซูเปอร์ฟลายเวท (115 ปอนด์) ของสภามวยโลก (WBC) กับ ราฟาเอล โอโรโน แชมป์โลกชาวเวเนซุเอลา ที่ โรงแรมแกรนด์ พาเลซ พัทยา ในคืนวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ.2526 ขณะนั้น โอโรโน่ป้องกันตำแหน่งมาได้ 3 ครั้งแล้ว และเพิ่งป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 3 มาหมาด ๆ ในเดือนตุลาคม เดือนเดียวก่อนหน้านี้เอง ที่กรุงคารากัส ประเทศบ้านเกิด

ผลการชก พเยาว์ พูลธรัตน์ เอาชนะคะแนนไปได้อย่างหวุดหวิด ท่ามกลางความตื่นเต้น ดีใจของคนทั่วประเทศ เนื่องจากเวลานั้น เมืองไทยอยู่ในสภาพปลอดแชมป์โลกมานานเกือบ 6 ปี แล้ว (โดยแชมป์คนสุดท้ายคือ แสนศักดิ์ เมืองสุรินทร์ เสียแชมป์เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2521)

ก่อนหน้านั้น 6 ปี พเยาว์คว้าเหรียญทองแดงจากมวยสากลสมัครเล่นเป็นคนแรกของประเทศไทยในโอลิมปิกที่มอนทรีออล ปี 1976 ซึ่งเป็นเหรียญโอลิมปิกแรกในประวัติศาสตร์กีฬาไทยด้วย


2. สุริยัน ศ.รุ่งวิสัย (19 ส.ค.2554-27 มีนาคม 2555)

สุริยันได้แชมป์โลกมาจากการเอาชนะคะแนนแบบเป็นเอกฉันท์ 12 ยก จาก โธมัส โรฮาส นักมวยชาวเม็กซิกัน ในวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2554 ที่อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ โดยชนะไปด้วยคะแนน 115-114, 116-112 และ 117-111 โดยก่อนหน้านั้น สุริยันเคยชิงแชมป์โลกมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ในรุ่นฟลายเวท (112 ปอนด์) ในสถาบันเดียวกันนี้ เมื่อเป็นฝ่ายแพ้คะแนนไปแบบเอกฉันท์จาก พงษ์ศักดิ์เล็ก ศิษย์คนองศักดิ์ นักมวยชาวไทยรุ่นพี่ เมื่อปี พ.ศ. 2553

สำหรับ สุริยัน เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่งในการชกป้องกันตำแหน่งแชมป์เมื่อวันที่ 27 มีนาคม ปี 2555 ที่ประเทศญี่ปุ่น เพราะในยกที่สาม พลาดท่าถูกหมัดขออง โยตะ ซาโตะ ผู้ท้าชิงเจ้าบ้าน นับ 8 ไปถึงสองครั้ง ครบ 12 ยก แพ้คะแนนเสียแชมป์ไป

การมาของ "ไอ้แหลม" จึงเสมือนการดึงเข็มขัดแชมป์รุ่นนี้กลับคืนมาเป็นของไทยอีกครั้ง

ส่วนในสถาบันใหญ่อีก 3 สถาบันนั้น มีทำเนียบแชมป์ในรุ่นเดียวกันนี้ ดังต่อไปนี้
สมาคมมวยโลก (WBA)

สำหรับของสมาคมมวยโลกนี้ นอกจาก "เขาทราย แกแล็กซี่" ขวัญใจชาวไทยตลอดกาลแล้ว ก็มีรุ่นน้องที่ดำเนินรอยตามเขาอีก 2 คน คือ
1.หยกไท ศิษย์ อ. (24 ส.ค.2539-23 ธ.ค.2540)
หยกไท ศิษย์ อ. เป็นนักมวยหมัดหนัก จึงได้รับฉายาจากแฟนมวยว่า "ไอ้หมัดไซโคลนนรก" แต่ชั้นเชิงค่อนข้างช้า และไม่มีหมัดชุด จึงมักแพ้นักมวยที่ความว่องไวกว่า หยกไท ขึ้นชิงเป็นแชมป์โลกรุ่นจูเนียร์แบนตั้มเวท ของสมาคมมวยโลก (WBA) และเอาชนะน็อก อลิมี่ กอยเตีย นักมวยชาวเวเนซุเอลาไปได้ในยกที่ 8
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
หยกไทย ศิษย์ อ. Vs อลิมี่ กอยเตีย


หลังจากได้แชมป์ หยกไทสามารถป้องกันตำแหน่งเอาไว้ได้ทั้งสิ้น 4 ครั้ง ก่อนที่จะเดินทางไปป้องกันตำแหน่งแชมป์โลกที่ประเทศญี่ปุ่น ในการป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 5 กับ ซาโตชิ อิดะ อดีตคู่ปรับเก่าที่เคยเสมอมาแล้วในการป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 3 โดยหยกไทเป็นฝ่ายแพ้คะแนนไปในปลายปี พ.ศ. 2540

2.เทพฤทธิ์ ก่อเกียรติยิม (ศิษย์หมอเส็ง/สิงห์วังชา) (Interim Champ Promoted) (10 พ.ย.2554-31 ธ.ค.2555)
เคยชกมวยไทยมากว่า 100 ไฟต์ ในชื่อ เทพฤทธิ์ ว.สิงห์เสน่ห์ ก่อนจะหันมาชกมวยสากลอาชีพในปี พ.ศ. 2551 มีแพ้อยู่ 2 ครั้ง ก่อนจะได้แชมป์พาบา (PABA) ในรุ่นฟลายเวท (112 ปอนด์) และยังได้เป็นแชมป์ของสถาบันองค์กรมวยโลกในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิคอีกด้วย (WBO Asia Pacific) โดยป้องกันแชมป์ไว้ได้ทั้งหมด 6 ครั้ง ก่อนที่จะชิงแชมป์เฉพาะกาลในรุ่นซูเปอร์ฟลายเวทของสมาคมมวยโลก โดยสามารถเอาชนะคะแนน เดรียน ฟรานซิสโก นักมวยชาวฟิลิปปินส์ที่ไม่เคยแพ้ใครมาก่อน ไปได้อย่างเป็นเอกฉันท์ด้วยคะแนน 114-113, 114-113 และ 117-111 ในวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 โดยสามารถชกให้ฟรานซิสโกลงไปให้กรรมการนับ 8 ได้ในยกที่ 3 อีกด้วย ที่โรงเรียนเบญจมเทพอุทิศ จังหวัดเพชรบุรี  ต่อมาทางสมาคมมวยโลกได้สถาปนาให้เป็นแชมป์โลกตัวจริง เนื่องจาก โทโมโนบุ ชิมิสึ นักมวยชาวญี่ปุ่นซึ่งเป็นแชมป์โลกตัวจริงได้หยุดพักการชกไปหลังจากการชกแล้วได้รับบาดเจ็บ

เทพฤทธิ์สามารถป้องกันตำแหน่งแชมป์โลกเอาไว้ได้ถึง 3 ครั้งติดต่อกัน กับนักมวยชาวญี่ปุ่นทั้งหมด ถึงประเทศญี่ปุ่น จนกระทั่งได้รับฉายาว่า "เจแปน คิลเลอร์"  แม้จะมีจุดอ่อน คิอ การป้องกันตัว เพราะในการชกแต่ละครั้ง เทพฤทธิ์มักทำการ์ดตกข้างลำตัว

แต่ครั้งในที่ 4 ในปลายปี พ.ศ. 2555 กับ โคเฮอิ โคโนะ นักมวยอายุ 32 ที่เคยชิงแชมป์โลกมาแล้วก่อนหน้านี้ถึง 2 ครั้ง แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เทพฤทธิ์กลับเป็นฝ่ายแพ้ทีเคโอไปในยกที่ 4 ด้วยการถูกชกล้มถึง 3 ครั้ง เพราะจุดอ่อนคือการ์ดตก และเมื่อโดนหมัดเข้าไปแล้วยังเข้าไปแลกหมัดด้วย ทำให้โอโนะได้กลายเป็นแชมป์โลกไปทันที และถือเป็นการแพ้น็อกครั้งแรกในชีวิตของเทพฤทธิ์ด้วย

สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (IBF)
สถาบันนี้ ไม่เคยมีนักชกชาวไทยเป็นแชมป์ในรุ่นนี้ ทำเนียบแชมป์ ดังนี้

องค์กรมวยโลก (WBO)
สถาบันนี้ ก็ไม่เคยมีนักชกชาวไทยเป็นแชมป์ในรุ่นนี้เช่นกัน ทำเนียบแชมป์ ดังนี้

สรุป นักมวยที่เป็นแชมป์โลก รุ่น ซูเปอร์ฟลายเวท หรือ จูเนียร์แบนตั้มเวท ในขณะนี้ ใน 4 สถาบัน

1.สมาคมมวยโลก (WBA) - คาลิด ยาฟาย (Khalid Yafai) ชาวอังกฤษ (10 ธันวาคม 2559-ปัจจุบัน)


2.สภามวยโลก (WBC) - ศรีสะเกษ ศ.รุ่งวิสัย (18 มีนาคม 2560 - ปัจจุบัน)


3.สหพันธ์มวยนานาชาติ (IBF) - เจอร์วิน อันคายาส (Jerwin Ancajas) ชาวฟิลิปปินส์ (3 กันยายน2559-ปัจจุบัน)


4.องค์กรมวยโลก (WBO) - นาโอยะ อิโนะอุเอะ ชาวญี่ปุ่น (30 ธันวาคม 2557-ปัจจุบัน)

มาล้มแชมป์กันเลยดีไหมเนี่ย ฮุฮุ ทั้ง 4 คนเลย! หัวเราะ

เกร็ดความรู้แถมท้าย : พิกัดต่างๆในการชกมวย

การชกมวย มีหลายรุ่น แบ่งตามน้ำหนัก พิกัด เบาสุด ไปหาหนักสุด ดังนี้

สตรอว์เวท ( Strawweight) ไม่เกิน 105 ปอนด์ (47.727 กิโลกรัม) เป็นน้ำหนักรุ่นมวยที่เล็กที่สุดในโลก

ไลท์ฟลายเวท ( Light flyweight) 105-108 ปอนด์ (47.727 - 48.988 กก.)

ฟลายเวท ( Flyweight) 108-112 ปอนด์ (48.988 - 50.802 กก.)

ซูเปอร์ฟลายเวท ( Super flyweight) 112-115 ปอนด์ (50.802-52.163 กก.)

แบนตั้มเวท ( Bantamweight) 115-118 ปอนด์ (52.163 - 53.524  กก.)

ซูเปอร์แบนตั้มเวท ( Super bantamweight) 118-122 ปอนด์ (53.524 - 55.338 กก.)

เฟเธอร์เวท (Featherweight) 122-126 ปอนด์ (55.338 - 57.153 กก.)

ซูเปอร์เฟเธอร์เวท (Super featherweight) 126-130 ปอนด์ (57.153 - 58.967 กก.)

ไลท์เวท (Lightweight) 130-135 ปอนด์ (58.967 - 61.235 กก.)

ซูเปอร์ไลท์เวท ( Super lightweight) 135-140 ปอนด์ (61.235 - 63.503 กก.)

เวลเตอร์เวท ( Welterweight) 140-147 ปอนด์ (63.503 - 66.678 กก.)

ซูเปอร์เวลเตอร์เวท (Super welterweight) 147-154 ปอนด์ (66.678 - 69.853 กก.)

มิดเดิลเวท ( Middleweight) 154-160 ปอนด์ (69.853 - 72.576 กก.)

ซูเปอร์มิดเดิลเวท ( Super middleweight) 160-168 ปอนด์ (71.575 - 76.374 กก.)

ไลท์เฮฟวี่เวท ( Light heavyweight) เป็นพิกัดที่อยู่ระหว่างรุ่นซูเปอร์มิดเดิลเวท (168 ปอนด์) กับครุยเซอร์เวท (190 ปอนด์)

ครุยเซอร์เวท (Cruiserweight) 175-190 ปอนด์ (79.379 - 86.183 กก.)

เฮฟวี่เวท (Heavyweight) รุ่นใหญ่ที่สุด มากกว่า 200 ปอนด์ (90.900 กิโลกรัม) ขึ้นไป แต่สำหรับมวยสากลสมัครเล่น พิกัดเฮฟวี่เวทนี้ ยังไม่ถือว่าเป็นรุ่นที่ใหญ่ที่สุด หากแต่ยังมีรุ่น ซูเปอร์เฮฟวี่เวท 201 ปอนด์ขึ้นไป

พบกันใหม่สัปดาห์หน้าครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 20
เมื่อเช้าไปทั้งมู้เรื่อง ศรีสะเกษกับเอสตราด้า ก่อนการชกที่ห้องศุภฯมา
https://pantip.com/topic/37407244

ลุ้นจนแทบตกเก้าอีก ตื่นเต้นทุกวินาทีในการชก  ทำหน้าที่สมศักดิ์ศรีทั้งคู่ ชกสนุกตื่นเต้น ชิงเหลี่ยมกันตลอด 12 ยก จนศรีสะเกษชนะคะแนนไปแบบไม่เอกฉันท์ ด้วยคะแนนจากกรรมการ
คนแรกให้ 114:114
คนสองให้ 115:113
คนสุดท้ายให้ 117:111

ใบให้คะแนนจากกรรมการทั้ง 3 คน




ศรีสะเกษป้องกันแชมป์ได้ ดีใจสุดขีดเลยแม้จะชนะแบบเต็มกลืนก็ตาม ยังไงก็ตามคู่นี้มีโอกาสรีแมตช์กันสูงมาก เพราะเอสตราด้ายังคงคาใจกับผลการให้คะแนนเหมือนกัน และคงทำเรื่องยื่นต่อสภามวยโลกขอรีแมตช์อีกครั้ง ซึ่งจะเป็นไฟต์ทำเงินของทั้งคู่อีกครั้ง และ HBO ก็ยินดีที่จะจัดคู่นี้อีกรอบแน่ๆ

ขอบคุณเรื่องราวมวยดีๆจากพี่แอ๊ดเช่นกันครับ ในเวทเท่ากันเช่น 115 ปอนด์นั้น แต่ละสถาบันก็จะมีการเรียกชื่อเวทต่างกันไปบ้างตามที่เนื้อหากระทู้บอก

ในสมัยก่อน เช่นยุคโผน กิ่งเพชร ชาติชาย เชี่ยวน้อย ยุคนั้นแชมป์โลกมีอยู่แค่สถาบันเดียวนั่นคือ The Ring  ก่อนที่คณะผู้บริหาร The Ring จะแตกคอกันเอง และแยกออกมาเป็นสภามวยโลก (WBC)  และ สมาคมมวยโลก (WBA)  และหลังจากนั้นก็มีสหพันธ์มวยนานาชาติ (IBF) โผล่ขึ้นมาเป็นสามสถาบันหลักของแชมป์มวยโลก  และหลังจากนั้นมาอีก ก็จะมีองค์กรมวยโลก (WBO) ขึ้นมาอีกสถาบันที่เป็นที่ยอมรับของแฟนๆมวยทั่วโลก  สรุปง่ายๆคือ ปัจจุบันสถาบันมวยโลกที่ได้รับการยอมรับนั้นมีอยู่ 4 สถาบันคือ WBC WBA IBF และ WBO

ล่าสุดในวันนี้เจ้าแหลมได้เป็นแชมป์ของ The Ring อีกรอบ เพราะนอกจากเป็นการป้องกันตำแหน่ง 115 ปอนด์ของ WBC แล้ว ยังเป็นการชิงแชมป์ว่าของ The Ring อีกด้วย (ปัจจุบัน The RING เป็นนิตยสารและเวปไซด์มวยชื่อดังของอเมริกา)


แจมเท่านี้ก่อนครับ หัวค่ำงานยังยุ่งๆอยู่ เดี๋ยวมาใหม่ครับผม
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่